
ปรีชาชาญ วิริยานุภาพพงศ์
เรื่องเล่าก่อนการแข่งขันคู่ไทยกับเกาหลีใต้
มื้อค่ำของนักตบลูกยางสาววันนี้ (25) แม้จะเป็นอาหารเดิมๆที่ไม่ได้เหนือความคาดหมายมากนัก คือมีเนื้อปลาแซลม่อนอบ และไก่ย่างเทอริยากิ เพิ่มเข้ามาในเมนู แต่ก็ทำให้อาหารมื้อนี้อร่อยอย่างคาดไม่ถึง เพราะก่อนหน้านี้นักตบลูกยางสาวทีมชาติไทยได้ออกไปตระเวนซื้อของกินมาเสริมอาหารมื้อนี้ด้วย เช่นข้าวหน้าหมู เนื้อย่างปรุงรสพิเศษอร่อยลิ้น และนอกจากอาหารที่แสนอร่อยเหล่านี้แล้ว ในวงการสนทนาของนักตบลูกยางสาวมีเรื่องขำขำมากมาย เพราะมีสาวๆในกลุ่มสองคน (ต้องไปสืบเอาเองครับว่าเป็นใคร) พร้อมทั้งคุณหมอต้น เข้าไปเยี่ยมเยียนร้านเซ็กซ์ช็อปในย่านชินจูกุ แล้วนำเรื่องราวประสบการณ์อันน่าขนลุก เอ้ย น่าฟัง มาเล่าให้เพื่อนๆร่วมโต๊ะอาหารเย็นได้ฟังกัน และสต๊าฟโค้ชก็พลอยได้ยินเรื่องขำขำเหล่านี้ไปด้วย
“ไปเห็นของเทียมบางอยางสีชมพู อยากจะจั๊บอยากจะจับ เขาติดป้ายว่าห้ามจับ เซ็งเลย ของโชว์อีกอย่างนะเป็นไข่ ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ เอาไว้ทำอะไรไม่รู้ งงจริงๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปอีกรอบ (เสียงหัวเราะดังขึ้น) มีทุกอย่างเลยนะ ละลานตาไปหมด ใครอยากไปบ้างจะพาไปพรุ่งนี้ (เสียงหัวเราะดังเป็นระรอกอีก)”
ไม่รู้ว่าใครได้ซื้ออะไรมาบ้าง แต่ทราบมาจากปากคุณหมอต้น คุณหมอประจำทีมซึ่งพักห้องเดียวกับผมว่า ได้ซื้อหำเทียมสั่นได้ไปให้พยาบาลกระเทยที่ทำงานด้วยกันที่กรุงเทพฯด้วย “เขาฝากซื้อ” คุณหมอหนุ่มลูกสองอ้าง
จากนั้นโค้ชอ๊อด ก็ขอเวลา 30 นาทีพูดคุยกับนักกีฬาและสต๊าฟโค้ช ผมไม่ลืมที่จะขอติดตามเข้าไปนั่งฟังด้วย ต้องยอมรับว่าเวลาที่โค้ชอ๊อดพูดเรื่องที่เป็นปรัชญาหรือจิตวิทยาแก่นักกีฬา มักจะแฝงไปด้วยคำคมหรือความคิดดีๆเสมอ ว่ากันว่าคนฉลาดต้องพยายามฟังมาก ฟังมากก็จะรู้มากตามไปด้วย และผมก๋บังเอิญชอบฟังเรื่องราวดีๆแบบนี้ด้วยสิครับ
“เรากำลังช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์กันอยู่” โค้ชอ๊อดเริ่มกล่าวในห้องประชุมหลังอาหารมื้อค่ำ ที่นักกีฬานั่งรีแล็กซ์ฟังอย่างตั้งใจในอิริยาบถต่างๆกัน
“พวกเธอทุกคนมีความมานะพยายามมาก มุ่งมั่นหลายๆเรื่อง ครูมองว่าสำหรับโอลิมปิคคราวนี้ พวกเธอมีโอกาส ที่จะทำความฝันให้เป็นความจริงได้ ครูเองแม้จะลำบากแค่ไหน ครูยอมได้หมด แค่ขอให้ทำความฝันในการไปโอลิมปิคเป็นจริงขึ้นมา เท่านั้นก็พอ เพราะมันจะเป็นประวัติศาสตร์ของพวกเรา ครูพยายามจะให้ทีมเราเข้าไปอยู่ใน LO (Learning Organisation) องค์กรเพื่อการเรียนรู้มาตั้งแต่ต้น และขณะเดียวกันก็พยายามดึงเอาวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วยด้วย ทีมเราเลยค่อยๆแข็งแกร่งขึ้นมาเรื่อยๆจนเทียบเท่าระดับโลกได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ผู้บริหารในสมาคมวอลเลย์บอลเอง ต่างก็มองการณ์ไกล ส่งนักกีฬาหลายคนไปแข่งลีกต่างประเทศ นักกีฬานอกจากได้เงินแล้วยังได้นำประสบการณ์นำกลับมาใช้เมื่อมาเล่นทีมชาติ
“ตอนนี้ทีมไทยเรามีเหลือแค่สองนัดสุดท้ายคือเจอเกาหลีใต้พรุ่งนี้และคิวบาในวันอาทิตย์ ครูอยากปลุกขวัญกำลังใจให้ทุกคนทำเต็มที่ ให้สมกับการรอคอยมาสี่ปี เราต้องรักกัน ต้องร่วมมือกัน สามัคคีกัน สองวันที่เหลือนี้สำคัญที่สุด จะรอไปอีกสี่ปีทำไม ในเมื่อประตูสู่โอลิมปิคมันเปิดอ้ารับเราแล้ว เราไม่มีอะไรจะกลัวอีก กับเกาหลีใต้พรุ่งนี้ เราก็แพ้มาไม่รู้จะกี่ครั้งแล้ว แต่ที่ผ่านมาเราแพ้แล้วเราได้อะไรกลับมาบ้าง ถามตัวเองว่าพรุ่งนี้ถ้าหากเราจะสามารถเล่นวอลเลย์บอลได้อีกเป็นวันสุดท้าย เราจะทำเต็มที่กับมันมั๊ย ขอให้เรามุ่งมั่น ครูจะทำและขอให้พวกเธอสู้ไปกับครูด้วย วันพรุ่งนี้คือวันที่เรารอคอย จะให้เกาหลีมาเย้ยหยันเราได้ตลอดไปหรือว่าเรามันขี้แพ้ จะให้คนอื่นมาเย้ยเราได้อีกหรือว่าเราไม่มีน้ำยาอะไร ครูก็ขออวยพรให้พวกเธอมีความมุ่งมั่นกับสิ่งที่กำลังจะทำ
"เรามาสร้างประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆกัน ขอให้ทำเต็มที่ และมั่นใจว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องไปคำนึงว่าผลมันจะเป็นอย่างไร ขอให้ตั้งมั่นมุ่งมั่น แค่นั้นก็พอ ก็บังเอิญเฟงคุน (อดีตมือเซ็ตระดับโลกจากทีมชาติจีน) เขาปรารถนาดีและอยากให้ไทยได้ไป โอลิมปิค เขาทำวีซ่าเข้าญี่ปุ่น พอได้ปุ๊บก็รีบบินมาเลย แม้เขาจะทำอะไรไม่ได้มาก เขาก็อุตส่าห์ไปไหว้พระ ท่ามกลางฝนตก บนบานให้ทีมไทยเราได้ไปโอลิมปิคและไม่ลืมที่จะนำป้ายสู่ชัยชนะมามอบให้ทุกๆคนด้วย ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ เต็มที่กับมัน เพื่อความฝันไปโอลิมปิคด้วยกันของเราทุกคน” โค้ชอีอดกล่าว ในขณะที่นักตบลูกยางสาวต่างยกมือไหว้ ในใจรับรู้ได้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่มีมากขึ้น “เราจะไปด้วยกัน”...คำนี้ก้องอยู่ในมโนความคิดของนักตบลูกยางสาวไทยทุกคน