เมื่อวานนี้ในที่ประชุมครม.แสดงละครฉากใหญ่กันอย่างโจ๋งครึ่มไม่อายขาอวย ปชป.
ทั้ง ไอ้เต้น ไอ้เกือก อิโง่ ไอ้เป็ด
รับลูกกันเป็นทอดๆ
เห็นแล้วอดสมเพชพวกสาวกเสื้อแดงไม่ได้
เจ็บนี้อีกนาน นาน น้าน นาน
แดงวิชาการตาสว่างแล้ว
แดงไพร่ล่ะ ... 
พวกมันเล่นละครอะไรเหรอ.....?
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ให้เหตุผลถึงการปิดสมัยประชุมว่า “อยากให้ใช้เวลาร่วมกันคิดแก้ปัญหาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศความขัดแย้ง”
มีรายงานว่า ครม.ได้ใช้เวลาหารือเรื่องการออกพระราชกฤษฎีกาปิดการประชุมสมัยนิติบัญญัติ นานกว่าชั่วโมง โดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แสดงความเห็นว่า การเลื่อนการลงมติหรือการปิดสมัยประชุมเป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ได้ยอมรับมา ตั้งแต่ต้น การแสดงความพร้อมที่จะโหวตและท่าทีที่พร้อมจะสู้ต่างหากที่ทำให้ได้ใจของ ประชาชน แต่การที่เราเลื่อนและปิดสมัยประชุม กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หากเราทำแบบนี้แล้วกองเชียร์เราจะเหลือใครบ้าง ลองจินตนาการดูว่าหากศาลตัดสินไปในทางที่เป็นลบกันเรา แล้วเราจะไปอธิบายกองเชียร์ได้อย่างใด ถ้าเป็นมวยถือว่าคนเชียร์ผิดหวัง ในวันที่เราถูกตัดสินในทางที่เป็นลบ อาจจะไม่เหลือใครยืนเลือกข้างเราเลยก็ได้ ผมน้อมรับความเห็นของทุกฝ่าย แต่การที่ไปโหวตว่าคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ปิดสมัยประชุมแบบนี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นข่าวใหญ่และเป็นลบกันเรา แล้วใครจะเป็นหลักการันตีว่าวันหนึ่งวันใดในอนาคตศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้เขาจะ ทำอะไรหรือจะลงมติอะไรตามแต่ใจที่เขาอยากจะทำ เราก็ต้องฟังอย่างนี้ทุกครั้งใช่หรือไม่ แล้วประชาชนตั้งคำถามว่าในวันที่เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้ช่วยอะไร ในวันที่เป็นรัฐบาลให้สู้ก็ยังไม่สู้อีก" นายณัฐวุฒิกล่าว
แหล่งข่าวระบุว่า หลังฟังความเห็นของนายณัฐวุฒิ ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสีหน้าเคร่งเครียด แต่พยายามชี้แจงว่า "ส่วนตัวถามวันนี้ว่าเห็นด้วยหรือไม่ อย่าให้พูด แต่เมื่อมันเกิดข้อขัดแย้ง เราไม่ปิดสมัยประชุม เราไม่ถอดชนวนความขัดแย้งนั้น ประเทศชาติก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ การสร้างความสงบสุขเป็นสิ่งที่รัฐบาลพึงตระหนักว่าเราจะทำอย่างไรให้บ้าน เมืองของเราเกิดความสงบสุขเกิดสันติภาพ
ปูบอกยังไงก็สะดุดองคมนตรี
นายกฯ ระบุว่า “เชื่อว่าแนวที่ท่านเฉลิมได้มองสถานการณ์ในขณะนี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ อย่างนั้นเลย ลองคิดดูนะว่าในขณะที่บ้านเมืองขัดแย้งแตกแยก ความเห็นแบ่งเป็นฝักฝ่าย ถ้าเสนอเรื่องไป คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องขององคมนตรีเขาก็ไม่ผ่านเรื่องนี้แน่ ชัดเจนนะคะ"
เมื่อนายกฯ พูดจบ นายณัฐวุฒิได้พูดขึ้นมาว่า " ผมถามว่า สิ่งที่ท่านเฉลิมพูดหรือนายกฯ คิด ว่าเราเลื่อนออกไปแล้วเราปิดสมัยประชุม เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินที่เป็นคุณกับเรา วันนี้เราเดินมาถึงทางสามแพร่ง เลี้ยวซ้ายก็ตาย เลี้ยวขวาก็ตาย ทำไมเราไม่เลือกเลี้ยวให้ได้ใจมวลชน ไหน ๆ เราจะล้มอยู่แล้ว เราไม่ชกให้มันประทับใจหน่อยเหรอ อย่างน้อยก็ออกหมัดบ้าง ไม่ใช่รอรับเท้าที่สหบาทามาอย่างเดียว"
ทั้งนี้ นายกฯ ได้นั่งฟังด้วยสีหน้านิ่งๆ ค่อนข้างเครียด และพยายามตัดบทอีก โดยกล่าวว่า ก็คงต้องรีบดำเนินการให้เข้าสู่วาระอื่นต่อไปเลย เพราะวาระเยอะ และเดี๋ยวก็ต้องไปตรวจสถานการณ์น้ำ แล้วหันไปถามความเห็นจาก ร.ต.อ.เฉลิมอีกว่า "หรือท่านเฉลิมมีอะไรมั้ย"
ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า “นโยบายรัฐบาลมี 4 ปี ทำตอนไหนก็ได้ เราไม่ได้เสียคำพูด ผมอธิบายเลยว่าไม่มีช่องทางใดเลยที่เราจะไปแทรกแซงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ บางอย่างการที่เราไม่พูดหรือการที่เรายอม ไม่ได้แปลว่าเราแพ้หรือยอมจำนน แต่การนิ่งหรือการให้เวลาเขาไปแก้ไขผลมันอาจจะดีและหอมหวานกว่าที่เราคิดก็ ได้”
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า “รัฐบาลไม่เคยลดจุดยืนตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่ถามว่าถ้าสังคมมีความขัดแย้งเราเดินหน้าต่อบวกหรือลบ และขอย้ำกับทุกคนว่าเราไม่ยกเลิกการโหวตวาระ 3”
แหล่งข่าวอ้างคำพูด ร.ต.อ.เฉลิมด้วยว่า “การปิดสภาไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เราก็บอกไปสิว่าเราต้องไปเฝ้าระวังน้ำท่วม และเชื่อหรือไม่ว่าคะแนนจะกลับมา ผมยังเห็นด้วยกับการที่นายกฯ ทำงานมากกว่าพูด ในทางการเมืองมันไม่ได้เอาชนะกันแค่วันเดียว วันนี้เหมือนกับเราดำน้ำแข่งกัน ใครดำอึดกว่าก็ชนะ ใครอดทนน้อยกว่าก็แพ้ แต่ถ้าเราดึงดันไปเพื่อจะโหวตวันนี้ก็จะเสียของ ถ้าโหวตวันนี้ก็แพ้วันนี้เลย หรือถ้าเราเดินต่อไปก็จะเป็นการผลักนายกฯ เข้าสู่คิลลิงโซนทันที”
“ที่ผมบอกว่าเป็นการผลักนายกฯ เข้าคิลลิงโซน เพราะเมื่อเขาส่งเรื่องขึ้นไปแล้ว ถ้าไม่ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองขององคมนตรี มันก็จะแช่อยู่อย่างนั้น ถึงตรงนั้น จังหวะนั้น เมื่อนายกฯ เข้าสู่แดนประหารแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็จะออกคำตัดสินมาทันทีว่าการกระทำนั้นขัด ทีนี้ทั้งในกฎหมาย ทั้งนอกกฎหมาย ทั้งม็อบเชิญ ม็อบรับจ้าง ทั้งแขกมีบัตรหรือไม่มีบัตร ก็จะมากันหมด ออกมาพร้อมกัน ทั้งทางกฎหมายและนอกกฎหมาย ผมจึงอยากจะบอกว่า วันนี้ไม่ต้องไปกลัว มวลชนเขาเข้าใจเรา และที่สำคัญรัฐมนตรีทุกคนเห็นชอบหมดกับการกระทำนี้ ดังนั้นถ้านายกฯ ไป พวกเราทุกคนก็ต้องไปด้วยนะ ไม่ใช่นายกฯ ไปคนเดียว”
นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวเห็นว่าควรจะเดินหน้าในการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ต่อไป เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญทำเกินอำนาจขอบเขตที่มีอยู่ และรัฐสภาก็มีความชอบธรรมในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งระหว่างการประชุมตนเองก็ได้อธิบายให้ที่ประชุมรับทราบ เพราะเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังเดินหน้าไปได้ แต่เมื่อ ครม.มีมติออกมาเช่นนี้ก็เคารพ แต่ก็อยากให้ ครม.เคารพความคิดตนเองเช่นกัน
ถามว่า จะมีการชี้แจงข้อเท็จจริงให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ (นปช.) อย่างไร นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หลังจากนี้คงจะมีการชี้แจงให้กลุ่มคนเสื้อแดงเข้าใจกับมติเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเสื้อแดงไม่ใช่เจ้าของรัฐบาล และรัฐบาลก็ไม่ใช่เจ้าของเสื้อแดงเช่นกัน
ที่มา:ไทยโพสต์