ศาสดาลิ้มโกเต๊กเรอะ
เทอดทูน บูชา
คิดงั้นเหรอ

Posted 27 September 2012 - 11:26
ศาสดาลิ้มโกเต๊กเรอะ
เทอดทูน บูชา
Posted 27 September 2012 - 11:33
คือ ไร และ ใครอ่ะ
ง่วงเว้ยเฮ้ย ฝนจะตกอีกแล้ว
ขนาดมีคลิบให้ดูให้ฟังยังขี้เกียจตัวเป็นขนอีก
สมแล้วที่เค้าว่าพวกคุณพากันอ่านหนังสือไม่เกินบรรทัด
ต้องให้ป้อน แถมต้องเคี้ยวให้อีก ใช่ไหมเนี้ย กำ จริงๆ
เบื่อ ไม่ต้องป้อน เคี้ยวให้หรอก เหม็นน้ำลาย
ดูแล้วไม่สร้างปัญญาไม่รู้จะดูไปทำไม
ตกลงช่วงนี้คุณรั่วแน่ๆ หรือไม่ก็ปลงเรื่องที่มาร์คจะติดคุก ใช้ธรรมะเข้าข่มนะ
ความคิดขัดแย้งสับสนในตัวเองเห็นได้ชัดเลย ผมดูออก
ขนาดยังไม่ได้ดู รู้อีกเนะ ไม่สร้างปัญญา
ไม่สร้างปัญญา แล้วอยากรู้อีก คือ ไร และ ใครอ่ะ![]()
Posted 27 September 2012 - 11:37
Posted 27 September 2012 - 11:37
สาระประโยชน์ อาหารสมอง
V
V
โดย เถกิงศักดิ์
หากในปัจจุบันมีหนังสือต้องห้ามอันลือลั่นคือ .............................................
ในอดีตที่ผ่านมากว่า 50 ปีก็มีหนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย เคยสร้างปรากฎการณ์เป็นหนังสือต้องห้ามทำนองเดียวกันมาแล้ว ทว่าปัจจุบันได้กลายเป็นหนังสือ"แนะนำให้คนไทยต้องอ่าน1ใน100เล่มแรก"
ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้
หรือ
ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ (4shared)
โฉมหน้าศักดินาไทย เขียนโดย สมสมัย ศรีศูทรพรรณ เป็นหนังสือบทวิเคราะห์สังคมไทยอันท้าทายยุคสมัย ก่อนกลายเป็น "หนังสือต้องห้าม" แต่ปัจจุบันเป็นหนังสือ 1 ใน 100 ที่ควรไทยควรอ่าน
หากจะเข้าใจศักดินา "อำมาตย์ในปัจจุบัน" เสียเวลาดาวโหลดอ่านซักนิด แล้วจะติดใจ เผลอๆอ่านรวดเดียวจบ
สมสมัย ศรีศูทรพรรณ หรือชื่อที่คุ้นหูกว่านั้นก็คือ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้นำเสนอผลงานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ในวารสาร นิติศาสตร์ฉบับศตวรรษใหม่ ซึ่งได้ตีพิมพ์ โฉมหน้าศักดินาไทย ออกมาเป็นครั้งแรก
ผู้เขียนได้อาศัยหลักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ (Historical Meterialism) ของลัทธิมาร์กซิสต์ (Marxism) เป็นกรอบในการชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ซึ่งมีการอธิบายถึงความสัมพันธ์ของคนในสังคมขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร (ซึ่งกระแสหลักมิได้บอกไว้), คลี่คลายตัวออกไปในทิศทางไหน และมีเหตุปัจจัยอะไรถึงเป็นเช่นนั้น รวมทั้งยังชี้ถึงความจงใจผิดพลาดของประวัติศาสตร์กระแสหลักอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แต่แหลมคมยากต่อการโต้แย้ง
ผู้เขียนได้อธิบายว่า- ทุกสังคมที่มีพัฒนาการต้องมีการคลี่คลายของแต่ละยุคสมัยภายใต้กฎตายตัวของประวัติศาสตร์วัตถุนิยม ซึ่งแบ่งยุคสมัยของสังคมไว้ ๕ ยุคคือ สังคมบรรพกาล, สังคมทาส, สังคมศักดินา, สังคมทุนนิยม และสุดท้าย สังคมคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการคลี่คลายตามกฎดังกล่าวของสังคมมนุษย์
นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้เปิดเผยให้เห็นสภาพการกดขี่ขูดรีดของแต่ละยุคสมัย (ถ้าเปรียบดังงานจิตรกรเอกแล้วละก็ จิตร ได้หยิบผ้าเช็ดพู่กันซึ่งเปื้อนเปรอะเลอะสีมาให้เราดูมากกว่าแสดงผลงานที่เป็นตัวงาน), ปฏิกิริยาตอบโต้ของชนชั้นผู้ถูกปกครอง (กดขี่) รวมทั้งสภาพจำนนต่อพลังอำนาจแห่งการกดขี่ขูดรีด จนถึงขั้นกลายมาเป็นลักษณะนิสัยของคนส่วนมากในสังคมไทยตราบจนปัจจุบัน
โฉมหน้าศักดินาไทย นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการอ่านความจริง– ความจริงไม่ใช่เพียงแต่ว่า ใครทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อไหร่ และอย่างไรเท่านั้น แต่ความจริงของ จิตร นั้นคือ การบอกเหตุผลว่าทำไมเขาจึงทำ–
จริงอยู่ที่การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชความเป็นไท และผู้ที่เอาเลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นไทยจนกระทั่งเป็นอยู่ทุกวันนี้นั้นล้วนสำคัญ แต่การมองข้ามการต่อสู้ทางสังคมของมนุษย์, การปิดบังอำพรางบางมุมมอง และนำเสนอแต่สิ่งสวยงามทำให้ชวนเคลิบเคลิ้มนั้นจะเป็นการสร้างหนทางแห่งอวิชชา เพื่อปูทางไปสู่ความงมงายอันไร้ซึ่งเหตุผล การเสาะแสวงหาความจริงนั้น ต้องมองมาจากทุกด้าน และนำเอาเหตุผลในแต่ละด้านเข้าห้ำหั่นกันอย่างมีสติ พยายามเอาอัตวิสัยของตนเองเข้าไปข้องเกี่ยวให้น้อยที่สุด
ความสว่างไสวทางปัญญาคงจะมีขึ้นบ้างดอกกระมัง
Posted by Independent Correspondent
Posted 27 September 2012 - 11:44
ทำไมผมถึงเข้าใจว่าคนที่กดขี่ชาวไร่ชาวนาให้จมดิน
คือเจ้าแม่เงินกู้ พ่อค้าปุ๋ย เถ้าแก่โรงสี
แต่ทำไมคอมมิวนิสต์ถึงคิดไปไกลว่าศักดินากดขี่ชาวนาชาวไร่
ช่างมองการณ์ไกลซะจริงๆ
งง กับความคิดคุณมาก
ระบบศักดินาสมัยก่อนถือครองกรรมสิทธิ์ไร่นา ก็กดขี่ชาวนาชาวไร่
ปัจจุบันยุคทุนนิยม ผู้มีทุน เจ้าแม่เงินกู้ พ่อค้าปุ๋ย เถ้าแก่โรงสี ก็กดขี่ชาวนาชาวไร่
แต่ทำไมคอมมิวนิสต์ถึงคิดไปไกลว่าศักดินากดขี่ชาวนาชาวไร่
เค้าคิดกันไปไกลตรงไหน มันก็ถูกนี้ครับ สมัยก่อนศักดินากดขี่ชาวนาชาวไร่![]()
Posted 27 September 2012 - 11:51
ทำไมถึงเป็นหนังสือต้องห้าม
ทำไมไม่วางขายแบบหนังสือทั่วไป
ทำไมกระทรวงศึกษาไม่รับรอง
ทำไมต้องเป็นแหล่งโหลดเดียวกับคลิปโป๊ ??
หนังสืออะไร ลักกิน ซ่อนกินแบบนี้ จะน่าเชื่อถือหรือครับ
มีแต่ควายที่เชื่อหนังสือเล่มนี้อ่ะนะ
http://www.rsu.ac.th/soc/corner1.html
http://th.wikipedia....ที่คนไทยควรอ่าน
Posted 27 September 2012 - 11:53
สาระประโยชน์ อาหารสมอง
V
V
โดย เถกิงศักดิ์
หากในปัจจุบันมีหนังสือต้องห้ามอันลือลั่นคือ .............................................
ในอดีตที่ผ่านมากว่า 50 ปีก็มีหนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย เคยสร้างปรากฎการณ์เป็นหนังสือต้องห้ามทำนองเดียวกันมาแล้ว ทว่าปัจจุบันได้กลายเป็นหนังสือ"แนะนำให้คนไทยต้องอ่าน1ใน100เล่มแรก"
ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้
หรือ
ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ (4shared)
โฉมหน้าศักดินาไทย เขียนโดย สมสมัย ศรีศูทรพรรณ เป็นหนังสือบทวิเคราะห์สังคมไทยอันท้าทายยุคสมัย ก่อนกลายเป็น "หนังสือต้องห้าม" แต่ปัจจุบันเป็นหนังสือ 1 ใน 100 ที่ควรไทยควรอ่าน
หากจะเข้าใจศักดินา "อำมาตย์ในปัจจุบัน" เสียเวลาดาวโหลดอ่านซักนิด แล้วจะติดใจ เผลอๆอ่านรวดเดียวจบ
สมสมัย ศรีศูทรพรรณ หรือชื่อที่คุ้นหูกว่านั้นก็คือ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้นำเสนอผลงานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ในวารสาร นิติศาสตร์ฉบับศตวรรษใหม่ ซึ่งได้ตีพิมพ์ โฉมหน้าศักดินาไทย ออกมาเป็นครั้งแรก
ผู้เขียนได้อาศัยหลักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ (Historical Meterialism) ของลัทธิมาร์กซิสต์ (Marxism) เป็นกรอบในการชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ซึ่งมีการอธิบายถึงความสัมพันธ์ของคนในสังคมขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร (ซึ่งกระแสหลักมิได้บอกไว้), คลี่คลายตัวออกไปในทิศทางไหน และมีเหตุปัจจัยอะไรถึงเป็นเช่นนั้น รวมทั้งยังชี้ถึงความจงใจผิดพลาดของประวัติศาสตร์กระแสหลักอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แต่แหลมคมยากต่อการโต้แย้ง
ผู้เขียนได้อธิบายว่า- ทุกสังคมที่มีพัฒนาการต้องมีการคลี่คลายของแต่ละยุคสมัยภายใต้กฎตายตัวของประวัติศาสตร์วัตถุนิยม ซึ่งแบ่งยุคสมัยของสังคมไว้ ๕ ยุคคือ สังคมบรรพกาล, สังคมทาส, สังคมศักดินา, สังคมทุนนิยม และสุดท้าย สังคมคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการคลี่คลายตามกฎดังกล่าวของสังคมมนุษย์
นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้เปิดเผยให้เห็นสภาพการกดขี่ขูดรีดของแต่ละยุคสมัย (ถ้าเปรียบดังงานจิตรกรเอกแล้วละก็ จิตร ได้หยิบผ้าเช็ดพู่กันซึ่งเปื้อนเปรอะเลอะสีมาให้เราดูมากกว่าแสดงผลงานที่เป็นตัวงาน), ปฏิกิริยาตอบโต้ของชนชั้นผู้ถูกปกครอง (กดขี่) รวมทั้งสภาพจำนนต่อพลังอำนาจแห่งการกดขี่ขูดรีด จนถึงขั้นกลายมาเป็นลักษณะนิสัยของคนส่วนมากในสังคมไทยตราบจนปัจจุบัน
โฉมหน้าศักดินาไทย นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการอ่านความจริง– ความจริงไม่ใช่เพียงแต่ว่า ใครทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อไหร่ และอย่างไรเท่านั้น แต่ความจริงของ จิตร นั้นคือ การบอกเหตุผลว่าทำไมเขาจึงทำ–
จริงอยู่ที่การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชความเป็นไท และผู้ที่เอาเลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นไทยจนกระทั่งเป็นอยู่ทุกวันนี้นั้นล้วนสำคัญ แต่การมองข้ามการต่อสู้ทางสังคมของมนุษย์, การปิดบังอำพรางบางมุมมอง และนำเสนอแต่สิ่งสวยงามทำให้ชวนเคลิบเคลิ้มนั้นจะเป็นการสร้างหนทางแห่งอวิชชา เพื่อปูทางไปสู่ความงมงายอันไร้ซึ่งเหตุผล การเสาะแสวงหาความจริงนั้น ต้องมองมาจากทุกด้าน และนำเอาเหตุผลในแต่ละด้านเข้าห้ำหั่นกันอย่างมีสติ พยายามเอาอัตวิสัยของตนเองเข้าไปข้องเกี่ยวให้น้อยที่สุด
ความสว่างไสวทางปัญญาคงจะมีขึ้นบ้างดอกกระมัง
Posted by Independent Correspondent
ทำไมถึงเป็นหนังสือต้องห้าม
ทำไมไม่วางขายแบบหนังสือทั่วไป
ทำไมกระทรวงศึกษาไม่รับรอง
ทำไมต้องเป็นแหล่งโหลดเดียวกับคลิปโป๊ ??
หนังสืออะไร ลักกิน ซ่อนกินแบบนี้ จะน่าเชื่อถือหรือครับ
มีแต่ควายที่เชื่อหนังสือเล่มนี้อ่ะนะ
มีหนังสือต้องห้ามเล่มนี้ด้วยหรือ โอ้ เราพลาดอะไรไป
ตอนนี้มีหนังสือต้องห้ามเก็บไว้ "ส่วนตัว" ถึง 7 เล่มแล้ว
เอ.... เล่มนี้ถ้าอยากได้มาไว้ในคอลเลคชั่นต้องหาที่ไหนดี วานนายเวรเกลอเก่าชี้แนะที
พอดีไม่ชอบแบบดาวน์โหลด เนื้อหามักจะบิดเบือนจากผู้เขียนตัวจริง
เหตุผลส่วนตัวที่ชอบ "เก็บหนังสือต้องห้าม" เหล่านี้ ก็เพราะเผื่อวันหนึ่ง
เกิดพวกรู้ไม่จริง มาอ้างอิงถึงหนังสือพวกนี้จะได้บอกกล่าวเล่าความในหนังสือให้ได้
และมีสาระตรงที่เป็น "ด้านมืดของประวัติศาสตร์" ไม่ว่าคนเขียนจะเขียนในมุมไหนก็ตาม
ถ้านายเวรชี้ช่องทางซื้อได้จะขอบคุณมากๆ และเข้าใจว่าราคาคงสูงลิบพอสมควร
ขนาดหนังสือต้องห้ามอันดับหนึ่งในสยามประเทศราคายังเหยียบแสน
โดยเฉพาะถ้ามีสิบสี่หน้าแรก เป็นความโชคดีที่ผมได้ครอบครองในราคาห้าสิบบาท 5555
บรรทัดสุดท้าย ผมไม่ได้ว่าคนอ่านนะ ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่อ่าน ผมว่าไอ้คนหลับหูหลับตาเชื่อบางคนนะครับ
สาระประโยชน์ อาหารสมอง
V
V
โดย เถกิงศักดิ์
หากในปัจจุบันมีหนังสือต้องห้ามอันลือลั่นคือ .............................................
ในอดีตที่ผ่านมากว่า 50 ปีก็มีหนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย เคยสร้างปรากฎการณ์เป็นหนังสือต้องห้ามทำนองเดียวกันมาแล้ว ทว่าปัจจุบันได้กลายเป็นหนังสือ"แนะนำให้คนไทยต้องอ่าน1ใน100เล่มแรก"
ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้
หรือ
ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ (4shared)
โฉมหน้าศักดินาไทย เขียนโดย สมสมัย ศรีศูทรพรรณ เป็นหนังสือบทวิเคราะห์สังคมไทยอันท้าทายยุคสมัย ก่อนกลายเป็น "หนังสือต้องห้าม" แต่ปัจจุบันเป็นหนังสือ 1 ใน 100 ที่ควรไทยควรอ่าน
หากจะเข้าใจศักดินา "อำมาตย์ในปัจจุบัน" เสียเวลาดาวโหลดอ่านซักนิด แล้วจะติดใจ เผลอๆอ่านรวดเดียวจบ
สมสมัย ศรีศูทรพรรณ หรือชื่อที่คุ้นหูกว่านั้นก็คือ จิตร ภูมิศักดิ์ ได้นำเสนอผลงานทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ในวารสาร นิติศาสตร์ฉบับศตวรรษใหม่ ซึ่งได้ตีพิมพ์ โฉมหน้าศักดินาไทย ออกมาเป็นครั้งแรก
ผู้เขียนได้อาศัยหลักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ (Historical Meterialism) ของลัทธิมาร์กซิสต์ (Marxism) เป็นกรอบในการชี้ให้เห็นอีกมุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ซึ่งมีการอธิบายถึงความสัมพันธ์ของคนในสังคมขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร (ซึ่งกระแสหลักมิได้บอกไว้), คลี่คลายตัวออกไปในทิศทางไหน และมีเหตุปัจจัยอะไรถึงเป็นเช่นนั้น รวมทั้งยังชี้ถึงความจงใจผิดพลาดของประวัติศาสตร์กระแสหลักอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แต่แหลมคมยากต่อการโต้แย้ง
ผู้เขียนได้อธิบายว่า- ทุกสังคมที่มีพัฒนาการต้องมีการคลี่คลายของแต่ละยุคสมัยภายใต้กฎตายตัวของประวัติศาสตร์วัตถุนิยม ซึ่งแบ่งยุคสมัยของสังคมไว้ ๕ ยุคคือ สังคมบรรพกาล, สังคมทาส, สังคมศักดินา, สังคมทุนนิยม และสุดท้าย สังคมคอมมิวนิสต์ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการคลี่คลายตามกฎดังกล่าวของสังคมมนุษย์
นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้เปิดเผยให้เห็นสภาพการกดขี่ขูดรีดของแต่ละยุคสมัย (ถ้าเปรียบดังงานจิตรกรเอกแล้วละก็ จิตร ได้หยิบผ้าเช็ดพู่กันซึ่งเปื้อนเปรอะเลอะสีมาให้เราดูมากกว่าแสดงผลงานที่เป็นตัวงาน), ปฏิกิริยาตอบโต้ของชนชั้นผู้ถูกปกครอง (กดขี่) รวมทั้งสภาพจำนนต่อพลังอำนาจแห่งการกดขี่ขูดรีด จนถึงขั้นกลายมาเป็นลักษณะนิสัยของคนส่วนมากในสังคมไทยตราบจนปัจจุบัน
โฉมหน้าศักดินาไทย นั้นเหมาะกับผู้ที่ต้องการอ่านความจริง– ความจริงไม่ใช่เพียงแต่ว่า ใครทำอะไร, ที่ไหน, เมื่อไหร่ และอย่างไรเท่านั้น แต่ความจริงของ จิตร นั้นคือ การบอกเหตุผลว่าทำไมเขาจึงทำ–
จริงอยู่ที่การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งเอกราชความเป็นไท และผู้ที่เอาเลือดเนื้อเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นไทยจนกระทั่งเป็นอยู่ทุกวันนี้นั้นล้วนสำคัญ แต่การมองข้ามการต่อสู้ทางสังคมของมนุษย์, การปิดบังอำพรางบางมุมมอง และนำเสนอแต่สิ่งสวยงามทำให้ชวนเคลิบเคลิ้มนั้นจะเป็นการสร้างหนทางแห่งอวิชชา เพื่อปูทางไปสู่ความงมงายอันไร้ซึ่งเหตุผล การเสาะแสวงหาความจริงนั้น ต้องมองมาจากทุกด้าน และนำเอาเหตุผลในแต่ละด้านเข้าห้ำหั่นกันอย่างมีสติ พยายามเอาอัตวิสัยของตนเองเข้าไปข้องเกี่ยวให้น้อยที่สุด
ความสว่างไสวทางปัญญาคงจะมีขึ้นบ้างดอกกระมัง
Posted by Independent Correspondent
ทำไมถึงเป็นหนังสือต้องห้าม
ทำไมไม่วางขายแบบหนังสือทั่วไป
ทำไมกระทรวงศึกษาไม่รับรอง
ทำไมต้องเป็นแหล่งโหลดเดียวกับคลิปโป๊ ??
หนังสืออะไร ลักกิน ซ่อนกินแบบนี้ จะน่าเชื่อถือหรือครับ
มีแต่ควายที่เชื่อหนังสือเล่มนี้อ่ะนะ
มีหนังสือต้องห้ามเล่มนี้ด้วยหรือ โอ้ เราพลาดอะไรไป
ตอนนี้มีหนังสือต้องห้ามเก็บไว้ "ส่วนตัว" ถึง 7 เล่มแล้ว
เอ.... เล่มนี้ถ้าอยากได้มาไว้ในคอลเลคชั่นต้องหาที่ไหนดี วานนายเวรเกลอเก่าชี้แนะที
พอดีไม่ชอบแบบดาวน์โหลด เนื้อหามักจะบิดเบือนจากผู้เขียนตัวจริง
เหตุผลส่วนตัวที่ชอบ "เก็บหนังสือต้องห้าม" เหล่านี้ ก็เพราะเผื่อวันหนึ่ง
เกิดพวกรู้ไม่จริง มาอ้างอิงถึงหนังสือพวกนี้จะได้บอกกล่าวเล่าความในหนังสือให้ได้
และมีสาระตรงที่เป็น "ด้านมืดของประวัติศาสตร์" ไม่ว่าคนเขียนจะเขียนในมุมไหนก็ตาม
ถ้านายเวรชี้ช่องทางซื้อได้จะขอบคุณมากๆ และเข้าใจว่าราคาคงสูงลิบพอสมควร
ขนาดหนังสือต้องห้ามอันดับหนึ่งในสยามประเทศราคายังเหยียบแสน
โดยเฉพาะถ้ามีสิบสี่หน้าแรก เป็นความโชคดีที่ผมได้ครอบครองในราคาห้าสิบบาท 5555
บรรทัดสุดท้าย ผมไม่ได้ว่าคนอ่านนะ ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่อ่าน ผมว่าไอ้คนหลับหูหลับตาเชื่อบางคนนะครับ
ผมเข้าใจความหมายที่ท่านแสนยานุภาพสื่อครับ และหนังสือต้องห้ามพวกนี้ผม
ก็ไม่ได้เชื่อถืออะไรมาก สำหรับผมเป็นเพียงหนังสือขายหลอกเอาเงินคนยุคนั้นๆ
แต่ที่เก็บไว้ เพราะ "น่าสนใจดี" ตรงที่มีคนชอบเอาหนังสือพวกนี้มาแอบอ้าง
ราวกับว่าเคยได้อ่านมาแล้ว ส่วนคนเขียนก็เหมือนกันเขียนราวกับว่า
"ตัวเองเป็นผีใต้เตียง" ยังไงยังงั้น ถ้าเทียบเคียงได้ก็พอๆกับซ้อเจ็ดในยุคนี้นะแหละครับ
Posted 27 September 2012 - 11:56
งาน '82 ปี จิตร ภูมิศักดิ์ นักคิดนักเขียน นักปฎิวัติ'
Posted 27 September 2012 - 11:57
Posted 27 September 2012 - 12:01
ตกลงแปะอีกละ ที่มาแปะเนี่ยมันดีจริงๆเหรอ มันคล้ายๆคอมมิวนิสต์นะ
ไหนบอกคอมมิวนิสต์ไม่ดีกว่าระบอบอื่นแล้วเอามาแปะทำไม มันสร้างปัญญาอะไรเนี่ย
บอกตอนไหนครับ ผมยิ่งจำคำพูดตัวเองไม่ได้ ได้เเต่พ่นไปวันๆ
Posted 27 September 2012 - 12:03
ตกลงแปะอีกละ ที่มาแปะเนี่ยมันดีจริงๆเหรอ มันคล้ายๆคอมมิวนิสต์นะ
ไหนบอกคอมมิวนิสต์ไม่ดีกว่าระบอบอื่นแล้วเอามาแปะทำไม มันสร้างปัญญาอะไรเนี่ย
บอกตอนไหนครับ ผมยิ่งจำคำพูดตัวเองไม่ได้ ได้เเต่พ่นไปวันๆ
Posted 27 September 2012 - 12:10
เออ เขาอยากได้ศักดินาที่ไม่กดขี่คนชั้นแรงงาน กรรมกร รวมถึงชาวนาชาวไร่แล้วทำไมเวลาเลือกตั้งเขาไม่เลือกพวกพรรคการเมืองเล็กๆที่มาจากชนชั้นชาวนาล่ะครับ
แต่ดันไปเลือกพรรคใหญ่ๆอย่างเพื่อไทยที่มาจากพวกทุนนิยม นายทุน นักธุรกิจแทน แล้วอย่างนี้จะรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวนาชาวไร่หรือ ผมว่าในหลวงท่านอยู่ในวังท่านยัง
รู้ถึงความลำบากของชาวบ้านมากกว่าพวกนักการเมืองที่คุณเลือกอีกเยอะ
Posted 27 September 2012 - 12:12
ตกลงแปะอีกละ ที่มาแปะเนี่ยมันดีจริงๆเหรอ มันคล้ายๆคอมมิวนิสต์นะ
ไหนบอกคอมมิวนิสต์ไม่ดีกว่าระบอบอื่นแล้วเอามาแปะทำไม มันสร้างปัญญาอะไรเนี่ย
บอกตอนไหนครับ ผมยิ่งจำคำพูดตัวเองไม่ได้ ได้เเต่พ่นไปวันๆ
Posted 27 September 2012 - 13:41
Posted 27 September 2012 - 13:53
เออ เขาอยากได้ศักดินาที่ไม่กดขี่คนชั้นแรงงาน กรรมกร รวมถึงชาวนาชาวไร่แล้วทำไมเวลาเลือกตั้งเขาไม่เลือกพวกพรรคการเมืองเล็กๆที่มาจากชนชั้นชาวนาล่ะครับ
แต่ดันไปเลือกพรรคใหญ่ๆอย่างเพื่อไทยที่มาจากพวกทุนนิยม นายทุน นักธุรกิจแทน แล้วอย่างนี้จะรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวนาชาวไร่หรือ ผมว่าในหลวงท่านอยู่ในวังท่านยัง
รู้ถึงความลำบากของชาวบ้านมากกว่าพวกนักการเมืองที่คุณเลือกอีกเยอะ
คุณทราบได้อย่างไร ท่านอยู่ในวังท่านยัง
รู้ถึงความลำบากของชาวบ้านมากกว่าพวกนักการเมือง
มันไม่เข้าท่านะครับ ที่นำท่านเอามาเปรียบกับนักการเมือง
ผมว่า คำนี้ของคุณมันเป็นความเชื่อล้วนๆโดยไม่มีอะไรมารองรับ
หรือเชื่อโดยมีเหตุผลโดยมีปัจจัยอื่นนำมาประกอบครับ
Posted 27 September 2012 - 14:00
หรือหนังสือที่จิตรเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ที่บอกว่าศิลปะต้องรับใช้พรรค รับใช้ประชาชนน่ะ แสดงว่าจิตรไม่ได้รู้เรื่องอะไรเรื่องศิลปะเลย
ศิลปะแท้นั้นสะท้อนอารมณ์ของศิลปินล้วนๆเลยครับ แต่ละคนมีแนวคิดยังไงก็สะท้อนไปแบบนั้น ศิลปะจึงเป็นเรื่องของปัจเจก
ถ้าอยากเห็นศิลปะแบบที่จิตรพูดถึง ลองไปหาหนังสือรวมโปสเตอร์สมัยเหมามาดูครับ นายแบบนางแบบแต่ละคนแก้มแดงเป็นลูกท้อ
หน้าตามุ่งมั่นโพสต์ท่าซะฟอร์แม็ตเดียวแบบการ์ตูนวัยรุ่นญี่ปุ่นยุค "เธอเห็นตะวันนั่นไหม เราวิ่งไปหาดวงตะวันกันเถอะ"
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงคนจีนอดตายกันเป็นล้านๆ แล้วคุณค่ามันต่างจากโปสเตอร์โฆษณาซีอิ๊วเด็กสมบูรณ์ตรงไหน
Edited by อู๋ ฮานามิ, 27 September 2012 - 14:00.
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
Posted 27 September 2012 - 14:05
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
Posted 27 September 2012 - 14:18
Posted 27 September 2012 - 15:03
Posted 27 September 2012 - 16:17
ตั้งกระทู้ ตั้งใจจะให้สนใจ ชีวประวัติ ผลงานที่จิตรคิด จิตรทำ
แต่เห็นพากันสนใจพูดถึงไม่ห่างแต่กับระบบคอมมิวนิสย์
พากันอยากเป็นคอมมิวนิสย์กันเหรกเรอะ
Posted 27 September 2012 - 18:08
2rep มันช่างต่างกันนัก
เป็นบุญตาที่ได้เห็น สหายโจรโฉ
กลับลำคำพูดคำจา ความคิด ในกระทู้นี้ หาซื้อที่คลองถม ดวงดีอาจจะมีเล่มเก่าๆครับ
แต่สั่งซื้อตามเว็บจะเป็นหนังสือที่พิมพิ์ซ้ำใหม่ อักษรทุกตัวไม่ว่าโหลดหรือจากหนังสือไม่บิดเบือนหรอกครับ
มันไปแทงใจใครที่รับความจริงไม่ได้ในบางยุคมากกว่า เค้าเลยห้าม ปกปิดเป็นหนังสือต้องห้าม
7 เล่มที่มีท่านพอจะบอกได้ไหม มีเล่มไหนบ้าง เผื่อจะขอถ่ายเอกสารเล่มที่ผมมิมี
หากในปัจจุบันมีหนังสือต้องห้ามอันลือลั่นคือ ...................?..........................
? ท่านมียัง
Posted 27 September 2012 - 19:02
เออ เขาอยากได้ศักดินาที่ไม่กดขี่คนชั้นแรงงาน กรรมกร รวมถึงชาวนาชาวไร่แล้วทำไมเวลาเลือกตั้งเขาไม่เลือกพวกพรรคการเมืองเล็กๆที่มาจากชนชั้นชาวนาล่ะครับ
แต่ดันไปเลือกพรรคใหญ่ๆอย่างเพื่อไทยที่มาจากพวกทุนนิยม นายทุน นักธุรกิจแทน แล้วอย่างนี้จะรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวนาชาวไร่หรือ ผมว่าในหลวงท่านอยู่ในวังท่านยัง
รู้ถึงความลำบากของชาวบ้านมากกว่าพวกนักการเมืองที่คุณเลือกอีกเยอะ
คุณทราบได้อย่างไร ท่านอยู่ในวังท่านยัง
รู้ถึงความลำบากของชาวบ้านมากกว่าพวกนักการเมือง
มันไม่เข้าท่านะครับ ที่นำท่านเอามาเปรียบกับนักการเมือง
ผมว่า คำนี้ของคุณมันเป็นความเชื่อล้วนๆโดยไม่มีอะไรมารองรับ
หรือเชื่อโดยมีเหตุผลโดยมีปัจจัยอื่นนำมาประกอบครับ
Posted 27 September 2012 - 19:05
พูดตรงๆ ผมเองก็เคยเป็นแฟนของจิตร ภูมิศักดิ์อยู่ช่วงหนึ่ง
แต่พอมิวุฒิภาวะสูงขึ้นก็เลิกอ่านเด็ดขาด เลิกเก็บหนังสือของแกด้วย
จิตรอาจจะเป็นนักนิรุกติศาสตร์และโบราณคดีที่เก่ง แต่เหมือนกับนักคิดซ้ายอื่นๆที่พอเอาแนวคิดมาร์กซิสม์ครอบหัว
ก็กลายเป็นโลกทัศน์แคบลงไปทันที
อย่างงานเอกของจิตร ที่มาของชื่อเขมร ลาว ไทย มีข้อมูลทางนิรุกติศาสตร์แน่นมาก แต่พอบอกว่า คำพวกนี้มีที่มาจาก
การถูกดูถูกข่มเหง จึงต้องตั้งชื่อชนชาติตัวเองให้มีความหมายโดดเด่น เช่น อิสระ รุ่งเรือง ฯลฯ งานชิ้นนี้ก็กลายเป็นด้อยค่าลงไปทันที
ผมเริ่มสงสัยว่าจิตรเข้าใจธรรมชาติแท้จริงของมนุษย์จริงๆแน่หรือ
มนุษย์ขี้เหม็นนั้น ไม่จำเป็นต้องรอให้คนอื่นมาดูถูกจึงจะลุกขึ้นมาอวดอ้างตัวเองหรอกครับ มนุษย์ขี้โม้ในโลกนี้ก็มีถมไป
ดูอย่างแค่ขนาดของไอ้จู๋ก็เอามาข่มกันได้เลย ชื่อลูกชื่อหลานก็ตั้งกันซะวิลิศมาหราอลังการงานสร้าง
และเรื่องข่มกันน่ะ มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไม่งั้นเรื่องโจ๊กประเภทดูถูกชนชาติอื่นก็คงไม่แพร่หลายทั่วโลกหรอก
ขนาดฝรั่งอย่างฝรั่งเศส อเมริกัน อังกฤษ ยังมีโจ๊กดูถูกกันเองเล๊ย
หรือที่หาว่าคนมีความรู้ มีการศึกษาดูถูกคนจนข้างเดียวน่ะ คนจนก็คอยหาช่องหัวเราะเยาะคนรวยเหมือนกันแหละ
อย่างพวกคนงานที่คอยแอบนินทาวิศวกรว่ากวนปูนก็ไม่เป็นบ้างละ หรือคำว่า ผู้ดีตีนแดง ตะแคงตีนเดิน
หรือเพลงอย่าง "คนเมืองกรุงนุ่งยาว สวมรองเท้าสูงจัง คงจะพลั้งสักวัน ลองไปเดินบ้านฉันไม่ทันถึงสามวา ตกคันนาตาลอย"
ก็มีนัยยะของการดูถูกคืนของคนบ้านนอกเหมือนกัน สรุปก็คือการดูหมิ่นมันไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมายทางการเมืองหรอกนะ
เว้นแต่มีคนเอามาปลุกระดมเป็นประเด็นอย่างทุกวัน
หรือหนังสือที่จิตรเขียนเกี่ยวกับศิลปะ ที่บอกว่าศิลปะต้องรับใช้พรรค รับใช้ประชาชนน่ะ แสดงว่าจิตรไม่ได้รู้เรื่องอะไรเรื่องศิลปะเลย
ศิลปะแท้นั้นสะท้อนอารมณ์ของศิลปินล้วนๆเลยครับ แต่ละคนมีแนวคิดยังไงก็สะท้อนไปแบบนั้น ศิลปะจึงเป็นเรื่องของปัจเจก
ถ้าอยากเห็นศิลปะแบบที่จิตรพูดถึง ลองไปหาหนังสือรวมโปสเตอร์สมัยเหมามาดูครับ นายแบบนางแบบแต่ละคนแก้มแดงเป็นลูกท้อ
หน้าตามุ่งมั่นโพสต์ท่าซะฟอร์แม็ตเดียวแบบการ์ตูนวัยรุ่นญี่ปุ่นยุค "เธอเห็นตะวันนั่นไหม เราวิ่งไปหาดวงตะวันกันเถอะ"
ทั้งๆที่ในความเป็นจริงคนจีนอดตายกันเป็นล้านๆ แล้วคุณค่ามันต่างจากโปสเตอร์โฆษณาซีอิ๊วเด็กสมบูรณ์ตรงไหน
หรืองานเขียนสองชิ้นที่เกิดขึ้นก่อนที่จิตรจะโดนโยนบกที่จุฬา งานเขียนกลอน เธอคือหญิงรับจ้างแท้ใช่แม่คน นั้นผมไม่มีข้อติติง
แต่งานเขียน "ผีตองเหลือง" ที่จิตรวิจารณ์เรื่องการทอดกฐินทำบุญเอาหน้า แสดงว่าจิตรไม่ได้มีความรู้เรือง "บุญกริยาวัตถุ 10"
ของพุทธเลยแม้แต่น้อย การทำบุญให้คนอื่นเห็น คนที่เห็นแค่ยกมืออนุโมทนา แค่นี้ก็ได้บุญแล้วนะครับ ไม่ต้องควักกระเป๋าด้วยซ้ำ
แต่จิตรวิจารณ์โดยด่าอย่างเดียว ไม่มีการชี้คุณชี้โทษให้คนเห็นด้วยซ้ำ แสดงว่าไม่มีความรู้เรื่องพุทธเอาเสียเลย
และยิ่งทำให้ผมข้องใจเรื่อง "วิพากษ์วิธี" ที่พวกฝ่ายซ้ายยกย่องกันนักหนาว่ามันดีจริงหรือ สิ่งที่ได้จากการพัฒนานักวิพากษ์
ก็คือได้แค่พวกที่ "ไม่ทำห่า สักแต่ว่าด่าคน" ซึ่งสังคมไทยมีมากเกินพอเสียด้วยซ้ำ แถมลองให้พวกลองมาทำงานจริงๆดูสิ ได้เห็นคนชิบหาย
ตายกันเป็นล้านแน่ เพราะสักแต่วิจารณ์จากในกะลา ไม่เคยเห็นภาพรวมๆด้วยซ้ำ ดูจากหัวเหม่งพิชญ์เป็นตัวอย่าง
"น้ำมันขึ้นราคา ทำไมก๋วยเตี๋ยวต้องแพง คุณใส่น้ำมันในก๋วยเตี๋ยวหรือ" พูดไปด๊าย เป็นอาจารย์ซะเปล่า
สรุปว่าจิตรเป็นนักเขียนซ้่ายอีกคนที่ผมเลิกอ่านงานไปนานแล้วครับ
Posted 27 September 2012 - 22:45
Posted 28 September 2012 - 04:24
0 members, 0 guests, 0 anonymous users