จุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนผู้ว่างงานและผู้สำเร็จการศึกษาใหม่
ผู้ผ่านการฝึกอบรมสามารถนำความรู้ ความสามารถกลับไปทำงานในท้องถิ่นบ้านเกิดของตน
และยังเป็นการขับเคลื่อนและพัฒนาศักยภาพของชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ให้มีโอกาสมีงานทำมากขึ้น
ฟังดูมีเหตุ มีผล ชวนคล้อยตามทุกกระเบียดนิ้ว
แล้วก็ต้องตะลึง เมื่อเจาะลึกลงไปในโครงการ ทั้งที่ยังไม่ทันได้ "คิกออฟ" กลิ่นการใช้งบ 6,900 ล้านบาทก็เริ่มโชยกลิ่นไม่ดีออกมาเสียแล้ว
ที่แน่ๆ โครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" ได้จัดวางกรอบ การใช้เงิน 6,900 ล้านบาทล่วงหน้าแบบเบ็ดเสร็จกันแล้ว
ถึงขั้นรู้ล่วงหน้าว่า ในช่วงการดำเนินการ 6 เดือน จะมีผู้เข้าร่วมโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" ถึง 2.4 แสนราย
ที่น่าแปลกใจ คือ การกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าอบรมอายุตั้งแต่ 18-60 ปี จนหลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่าจะ "ช่วยคนว่างงาน" หรือ "จ้างให้คนออกจากงาน"
โดยเฉพาะการกำหนดอายุ 60 ปี ให้เข้าร่วมโครงการได้ ดูแล้วมันเป็นการแจกเงินดีๆ นั่นเอง
หากวิเคราะห์เจาะลึกลงไป คิดแบบคร่าวๆ 2.4 แสนคนกับงบ 6,900 ล้านบาท ดูเหมือนเป็นการใช้งบที่สูงเกินความจำเป็น เฉลี่ยต่อหัวต่ออยู่ที่ 2.8 หมื่นบาท
ในสายตาเอกชนเขาว่ามันสูงเกินเหตุ แม้จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ เกิดขึ้น การใช้งบก็ไม่น่าจะถึง 6,900 ล้านบาท
รัฐกำหนดชัดเจน ค่าเบี้ยเลี้ยง 4,800 บาท/คน/เดือน (กรณีอบรมไม่ถึงเดือน คิดให้เป็นรายวัน วันละ 160 บาท/วัน)
ค่าเดินทางของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เหมาจ่าย คนละ 1,000 บาท (ไม่คิดเป็นรายวัน จ่ายให้กับคนที่เข้ารับการฝึกอบรมทุกคน)
ค่าพาหนะเดินทางระหว่างอบรมของผู้เข้าอบรม 720 บาท/คน /เดือน (กรณีไม่ถึงเดือนคิดเป็นรายวัน วันละ 30 บาท) คำนวณอย่างไรก็ไม่ถึง 6,900 ล้านบาท
แต่ที่ต้องอึ้ง เมื่อเจาะดูไส้ในการใช้เงิน พบว่ามีรายละเอียดดังนี้
ค่าจ้างพนักงาน 6 กลุ่ม 36 อัตรา อยู่ที่ 20,000 บาท/คน/เดือน เป็นเงินถึง 6.4 ล้านบาท ค่าเดินและที่พักพนักงาน 10,000 บาท/ครั้ง
เป็นเงิน 2.4 ล้านบาท ค่าเดินทางกรรมการ 10,000 บาท/ครั้ง เป็นเงิน 2.4 ล้านบาท ค่าที่พักกรรมการ 3,000 บาท/คืน เป็นเงิน 7.2 แสนบาท
ค่าเช่าพื้นที่จัดนิทรรศการ 300,000 บาท/เดือน เป็นเงิน 2.1 ล้านบาท และค่าจัดนิทรรศการ 10 ล้านบาท ค่าเปิดตัวโครงการ 11.5 ล้านบาท
ค่าเบี้ยเลี้ยงผู้เข้าฝึกอบรม 4,800 บาท/เดือน/คน คาดเดาล่วงหน้าว่าจะมีถึง 2.4 แสนคน นั่นหมายถึงจะใช้เงินถึง 4,580 ล้านบาท
ค่าวิทยากรฝึกอบรม 5,000 บาท/คน ระยะเวลา 6 เดือนใช้เงินถึง 1,200 ล้านบาท
แว่วมาว่าใช้มหาวิทยาลัยราชภัฏ 69 แห่ง ...ค่าใช้จ่ายสูงถึงขนาดนี้เลยหรือค่าเดินทางกลับภูมิลำเนา (รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะกลับทุกคน)
อีก 3,000 บาท/คน รู้ล่วงหน้าอีกว่าต้องใช้เงินถึง 720 ล้านบาท ค่าทัศนศึกษาโครงการชุมชนที่ประสบความสำเร็จ 2,000 บาท/คน ถึง 48 ล้านบาท
ค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ เป็นเงิน 28.7 ล้านบาท
แต่ที่ผิดหวังอย่างยิ่งคือ กลุ่มธุรกิจที่อุตส่าห์ส่งรายชื่อพนักงานเข้าร่วมโครงการชะลอเลิกจ้าง 1.5 แสนคนแถมถูกปฏิเสธ
ทั้งที่ใช้เงินแค่ 1,000 ล้านบาท แต่การคำนวณของคณะกรรมการโครงการคำนวณล่วงหน้าว่าจะมีผู้เข้าร่วม "ต้นกล้าอาชีพ" 2.4 แสนคน ใช้เงินถึง 6,900 ล้านบาท
แล้วตัวเลขจำนวนคนโผล่มาจากไหนอีกเกือบแสน หากจะเข้าร่วมช่วยได้แค่เดือนเดียว 7 วัน
นักธุรกิจถึงกับตะลึง เมื่อรู้ว่าโครงการนี้ถูกจัดวางไว้ล่วงหน้าเบ็ดเสร็จ สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ
แบบสูงลิ่ว มิหนำซ้ำแถมวางโปรแกรมการใช้เงินแบบ "เมามัน" ทั้งที่เป็นเงินภาษีประชาชน
โอแม่เจ้า นี่หรือโครงการ "ต้นกล้าอาชีพ" ที่บอกว่าช่วยสนับสนุนผู้ตกงานและนักศึกษาจบใหม่ ที่แท้ก็เป็นโครงการละเลงงบดีๆ นี่เอง พรรคหัวกลวงจอมถลุง


http://www.bangkokbi...ews_id=28407317