ยี่สิบสี่พฤศจิกา ... มากันเถิด
โคลงสี่สุภาพ
๏ ผองไทยหือผ่อนให้..............พาลเหิม
โหมชั่วเกลือกกลั้วเติม.............ต่อด้าว
เถลิงไทยใหม่เผดิม.................เผด็จก่อน
ผดุงแผ่นแว่นแคว้นท้าว...........เทิดไว้ไอศวรรย์ ฯ
๏ สมานกันสมาสเข้า..............สมัครคน
จาตุรภาคพหล.......................พหุด้าน
กองทัพประชาชน...................ประชุมหมู่
ประชิดจ่อทรราชสะท้าน...........เร่าสะเทื้อนเคลื่อนไหว ๚
อีทิสังฉันท์ ๒๐
๏ ยอมรึปล่อยปละคอยนครประลัย
ถล่มทลายฉะนี้ไฉน ..........................มิร้อนรน ฯ
๏ ยอมระยำกระทำวิกัติวิกล
สถุลสถาปนาสถล............................สยบธรรม ฯ
๏ ยอมรึรัฐบาลประการระยำ
มิยินมิยลสกลกุกรรม.........................ขม้ำเมือง ฯ
๏ ยอมรึไทยมิให้ประเทศประเทือง
ประทุษร้ายมลายเมลือง.....................มิทัดทาน ๚
กาพย์ยานี ๑๑
๏ จาตุรเพสผอง...................พลพี่น้องจดจ้องวาร
เดินดื่นผืนผลาญ..................วังดุสิตพิชิตชัย ฯ
๏ ชิดเท้าก้าวโยงถึง..............เก้าโมงหนึ่งซึ่งโจงใจ
โจนออกบอกกันไป ..............ไล่เหล่าร้ายทำลายธรรม ฯ
๏ เทอญเหล่าเราเร้าตื่น..........เราเล่าฟื้นขืนถลำ
ไทยไม่ไหม้ไฟงำ...................ง้างต่ำช้าพร่านาคร ฯ
๏ สานแขนซ่านแสนกล่น .......ลานแน่นจนคนสลอน
ส่ำพาลรบาญทอน..................อ่อนเรี่ยวแรงแช่แข็งไป ๚
กลอนกลบทสะบัดสะบิ้ง
๏ พิทักษ์คามสยามยังประทังประเทศ
ประเทืองเศวตฉัตรพร่างสว่างไสว
แผ่นดินแม่แผ่กรุณละมุนละไม
ขบถไพร่พาวิบัติกระจัดกระจาย
จะปล่อยป่นพ้นไปไฉนฉะนี้
ฉะนั้นมีมุญจนะสหสหาย
ถ้วนล้วนกล้าสมาคมถล่มทลาย
ทะลวงพ่ายผองพาลสะท้านสะเทือน ๚ะ๛
วฤก: ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

ยี่สิบสี่พฤศจิกา ... มากันเถิด
โดย วฤก, 21 พฤศจิกายน 2555 18:41
2 ความเห็นในกระทู้นี้
#2
ตอบ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - 11:24
อ่านหมดแล้วครับ ยอดเยี่ยมมาก บางอย่างคิดว่าคงไม่เจออีกแล้ว
แต่ก็มาเจอ ( อีทิสังฉันท์ ..กลบทสะบัดสะบิ้ง ) พูดได้เต็มปากว่า --
๓๐ กว่าปีแล้ว ไม่เคยได้อ่าน. แค่กลอนแปดสุภาพ ..มันยังเขียนกัน
ผิด ๆ .ถูก ๆ . คิดถึง.ฉันทลักษณ์..ไทยเราแล้วน่าอนาถใจ ของคุณ-
ก็มีข้อบกพร่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ( โคลงบทที่ ๒ ..ประชุมหมู่ ) ใช้
คำเกิน.ประชุม .เป็น ลหุ ๑. ครุ ๑.(ต้องไม่.ประวิสรรชนีย์.) เช่น เผด็จ
ผดุง.เถลิง.ฉลอง. คำหน้า ไม่ประวิสรรชนีย์ ( ฉันทลักษณ์ ) เรียก ว่า
ครึ่งคำ..ตัวอย่าง....เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง.....อันใด พี่เอย..
........................เสียงย่อม ยอยศใคร........ทั่วหล้า
.........................สองเขือ พี่หลับใหล........ลืมตื่น ฤๅพี่
..........................สองพี่ คิดเองอ้า............อย่าได้ ถามเผือ
.......( อีทิสังฉันท์ ๒๐ ) ...มีที่เรียกว่า ...ครุวิบัติ..อยู่ ๒ แห่ง ( รัฐบาล )
กับ ( ทุษร้าย ) คำ.รัฐ...ทุษ..ถือเป็น..ครุวิบัติ..เพราะถ้าแยกขยาย จะ-
เป็น..ลหุ..๒ คำ ( ทุ-ษะ --- ระฐะ ) เสียงอ่านได้ ( รัดฐะบาล ) แต่เข้า
ครุ-ลหุ.. ไม่ได้ เป็นคำประพันธ์ชนิดอื่นได้ แต่เป็น.คำฉันท์ ครุ-ลหุ --
แผนผัง ท่านหลวง ธรรมาภิมณฑ์ วางไว้ตายตัว. ( กุกรรม ) น่าจะเป็น
( ทุกรรม )..ยานี ๑๑ ไม่มีปัญหา ( มีคำ.ขาด.อยู่..) แต่จะถือว่าไม่ขาด-
ก็ได้ ( เดินดื่น ยืนผลาญ ) ( เดินดื่น ตื่นเต็มลาน...) โจงใจ..เล่นได้ดี เอา
คำ..จูงใจ..มาแผลง เป็น..โจงใจ เพื่อเล่นสัมผัสกับ..โมง.. สวยครับ...
( เทอญ ) คำนี้ไม่ได้ มันเป็นคำ ส่งท้าย คิดว่าคงจะใช้คำ ( เชิญ ) มากกว่า
( ส่ำพาล ร บาญทอน ) คำ..รบาญ..น่าจะมีปัญหานะ ??
( สะบัดสะบิ้ง ) สะบัดเสียงปลายวรรค ได้สวยงาม ปัจจุบันนี้ หาไม่เจอแล้ว
ทั้งที่ เสาระเบียงวัดโพธิ มีกลบท จารึกไว้มากมาย แต่ไม่มีใครใส่ใจ..
แต่งกันผิดๆถูกๆ เดี๋ยวนี้ การสะบัดปลายวรรคก็เหมือน(อินทวงศ์ ฉันท์ ๑๒)
........สรุป ว่า ทุกสำนวน คุณเป็นกวีมือ ๑ ในยุคนี้ได้ เรื่องเนื้อหาสาระนั้น
ก็เป็นไปตามยุคสมัย. แต่ถ้าจะแต่ง..ร้อยกรอง..ก็ต้องเอาแผนผัง ที่ท่านครู
หลวงธรรมาภิมณฑ์..ท่านได้วางหลักไว้ แต่เท่าที่เห็น นับ ๑๐-๒๐ ปี มานี่
เห็นแต่งกัน..เสียงปลายวรรคก็แย่. เอา( ฑีฆ รัสระ.โฆษ อโฆษ ) มาสัมผัส
ล่อกันมั่วหมด ฉันทลักษณ์..เสื่อมโทรม ลงไปทุกวัน เคยบอกหลายคนว่า
( ไอ..กับ..อาย..) สัมผัสกันไม่ได้ แต่ก็ยังมีให้เห็น น่าเศร้าใจ...
...........ตัวอย่าง...อินทวงศ์ฉันท์ ๑๒ ...
......๑....เลือกเก็บ ก็ สุกดี.............กทลี อิสี ก็ปลิด.
.......เพลินสอง พระนักสิทธ์..........ประลุลึก วนา นุไพร
.....๒.....ลิ้นจี่ ระย้าย้อย.............ระดะห้อย มะเฟือง มะไฟ
.........ส้มโอ และลำไย.............และมะกอก ก็ออก ระดา......
..........จากเรื่อง สุวรรณสามคำฉันท์.....
..............พระฤๅษี.....๒ ตุลา ๒๓ .....
แต่ก็มาเจอ ( อีทิสังฉันท์ ..กลบทสะบัดสะบิ้ง ) พูดได้เต็มปากว่า --
๓๐ กว่าปีแล้ว ไม่เคยได้อ่าน. แค่กลอนแปดสุภาพ ..มันยังเขียนกัน
ผิด ๆ .ถูก ๆ . คิดถึง.ฉันทลักษณ์..ไทยเราแล้วน่าอนาถใจ ของคุณ-
ก็มีข้อบกพร่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ( โคลงบทที่ ๒ ..ประชุมหมู่ ) ใช้
คำเกิน.ประชุม .เป็น ลหุ ๑. ครุ ๑.(ต้องไม่.ประวิสรรชนีย์.) เช่น เผด็จ
ผดุง.เถลิง.ฉลอง. คำหน้า ไม่ประวิสรรชนีย์ ( ฉันทลักษณ์ ) เรียก ว่า
ครึ่งคำ..ตัวอย่าง....เสียงลือ เสียงเล่าอ้าง.....อันใด พี่เอย..
........................เสียงย่อม ยอยศใคร........ทั่วหล้า
.........................สองเขือ พี่หลับใหล........ลืมตื่น ฤๅพี่
..........................สองพี่ คิดเองอ้า............อย่าได้ ถามเผือ
.......( อีทิสังฉันท์ ๒๐ ) ...มีที่เรียกว่า ...ครุวิบัติ..อยู่ ๒ แห่ง ( รัฐบาล )
กับ ( ทุษร้าย ) คำ.รัฐ...ทุษ..ถือเป็น..ครุวิบัติ..เพราะถ้าแยกขยาย จะ-
เป็น..ลหุ..๒ คำ ( ทุ-ษะ --- ระฐะ ) เสียงอ่านได้ ( รัดฐะบาล ) แต่เข้า
ครุ-ลหุ.. ไม่ได้ เป็นคำประพันธ์ชนิดอื่นได้ แต่เป็น.คำฉันท์ ครุ-ลหุ --
แผนผัง ท่านหลวง ธรรมาภิมณฑ์ วางไว้ตายตัว. ( กุกรรม ) น่าจะเป็น
( ทุกรรม )..ยานี ๑๑ ไม่มีปัญหา ( มีคำ.ขาด.อยู่..) แต่จะถือว่าไม่ขาด-
ก็ได้ ( เดินดื่น ยืนผลาญ ) ( เดินดื่น ตื่นเต็มลาน...) โจงใจ..เล่นได้ดี เอา
คำ..จูงใจ..มาแผลง เป็น..โจงใจ เพื่อเล่นสัมผัสกับ..โมง.. สวยครับ...
( เทอญ ) คำนี้ไม่ได้ มันเป็นคำ ส่งท้าย คิดว่าคงจะใช้คำ ( เชิญ ) มากกว่า
( ส่ำพาล ร บาญทอน ) คำ..รบาญ..น่าจะมีปัญหานะ ??
( สะบัดสะบิ้ง ) สะบัดเสียงปลายวรรค ได้สวยงาม ปัจจุบันนี้ หาไม่เจอแล้ว
ทั้งที่ เสาระเบียงวัดโพธิ มีกลบท จารึกไว้มากมาย แต่ไม่มีใครใส่ใจ..
แต่งกันผิดๆถูกๆ เดี๋ยวนี้ การสะบัดปลายวรรคก็เหมือน(อินทวงศ์ ฉันท์ ๑๒)
........สรุป ว่า ทุกสำนวน คุณเป็นกวีมือ ๑ ในยุคนี้ได้ เรื่องเนื้อหาสาระนั้น
ก็เป็นไปตามยุคสมัย. แต่ถ้าจะแต่ง..ร้อยกรอง..ก็ต้องเอาแผนผัง ที่ท่านครู
หลวงธรรมาภิมณฑ์..ท่านได้วางหลักไว้ แต่เท่าที่เห็น นับ ๑๐-๒๐ ปี มานี่
เห็นแต่งกัน..เสียงปลายวรรคก็แย่. เอา( ฑีฆ รัสระ.โฆษ อโฆษ ) มาสัมผัส
ล่อกันมั่วหมด ฉันทลักษณ์..เสื่อมโทรม ลงไปทุกวัน เคยบอกหลายคนว่า
( ไอ..กับ..อาย..) สัมผัสกันไม่ได้ แต่ก็ยังมีให้เห็น น่าเศร้าใจ...
...........ตัวอย่าง...อินทวงศ์ฉันท์ ๑๒ ...
......๑....เลือกเก็บ ก็ สุกดี.............กทลี อิสี ก็ปลิด.
.......เพลินสอง พระนักสิทธ์..........ประลุลึก วนา นุไพร
.....๒.....ลิ้นจี่ ระย้าย้อย.............ระดะห้อย มะเฟือง มะไฟ
.........ส้มโอ และลำไย.............และมะกอก ก็ออก ระดา......
..........จากเรื่อง สุวรรณสามคำฉันท์.....
..............พระฤๅษี.....๒ ตุลา ๒๓ .....
#3
ตอบ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - 18:22
ขอบพระคุณมากครับ
ขอน้อมรับคำวิจารณ์ด้วยความเคารพ
ขอน้อมรับคำวิจารณ์ด้วยความเคารพ
ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน