
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงและเปิดเผยข้อเท็จจริง กรณีที่ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศกัมพูชา ออกมากล่าวโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับ มอบเอกสารถ้อยคำแถลงของสมเด็จฮุนเซน ที่กล่าวสุนทรพจน์ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาชี้แจงชัดเจนว่า มีการเดินทางไปเจรจาในทางลับเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์จริง พร้อมกันนี้ นายสุรพงษ์ยังเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ นำหลักฐานข้อเท็จจริงที่กล่าวหารัฐบาลว่า แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางทะเลกับคดีปราสาทเขาพระวิหาร มาเปิดเผยตามที่สมเด็จฮุนเซน ร้องขอด้วย
ส่วนกรณีที่มีการยกเลิกข้อบันทึกความเข้าใจ ระหว่างไทย - กัมพูชา (MOU) ปี 44 ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ นั้น นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือ แก้ไข จึงทำให้สถานภาพระหว่างประเทศยังคงเป็นเช่นเดิม ซึ่งการยกเลิก MOU ดังกล่าว มีผลอย่างไรนั้นต้องสอบถามจาก นายอภิสิทธิ์
สุรพงษ์ ระบุ เตรียมฟ้องชวนนท์ จันทร์นี้
นาย สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศว่า ในวันจันทร์นี้ ตนเตรียมให้ทนายยื่นฟ้อง นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล่าวหาตนเองว่า เอาผลประโยชน์เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ระหว่างไทยกับกัมพูชา ไปแลกกับปราสาทเขาพระวิหาร ทั้งนี้ หากพบว่ามีผู้ใดกล่าวหาตนเองในกรณีดังกล่าวอีก ก็จะทำการยื่นฟ้องต่อศาลเช่นกัน พร้อมกันนี้ นายสุรพงษ์ ยืนยันว่า ไม่ต้องการเล่นการเมืองในเรื่องดังกล่าว เพราะตนก็มีความรักประเทศเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือน หรือ กลาง ๆ เดือนมีนาคม นี้ จะสรุปแนวทางที่ชัดเจน เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อขอมติในเรื่องดังกล่าว และนำกรอบมติที่ชัดเจนไปต่อสู้คดีในศาลโลก ช่วงเดือนเมษายนนี้ต่อไป
นายกฯขออย่านำปม'ฮุนเซน'โยงการเมือง
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ สมเด็จฮุนเซน ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เคยหารือทางลับเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนทางทะเลกับรัฐบาลกัมพูชานั้น รัฐบาลต้องการให้ทุกฝ่ายแยกปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ออกจากการเมือง โดยเฉพาะปัญหาข้อพิพาท โดยเห็นว่า ควรหันมาพูดคุยกันเพื่อแก้ปัญหา และขอความเห็นใจคนทำงานในเรื่องดังกล่าวด้วย
http://www.innnews.c...newscode=429977