http://www.matichon....1&subcatid=0100
มาดู ใบตองแห้ง กับ จอม เพชรประดับ
เอียงอวยต่อปฏิกิริยาที่ภิญโญปิดรายการหนี หรือ ไทยพีบีเอสสั่งชะลอการออกอากาศรายการ
ใบตองแห้ง บอก
"ฝ่ายปฏิกิริยาใน TPBS เผยตัว ทั้งเสริมสุข,ณัฏฐา,ณาตยา
เสริมสุข (เมื่อก่อนชื่อเล่น เป๊ปซี่ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนเป็น est-ฮา) เคยทำข่าวรันเวย์สุวรณภูมิร้าว ทำให้บางกอกโพสต์ถูกฟ้อง เสริมสุขถูกไล่ออก แล้วก็โวยว่าเป็นเพราะทักษิณแทรกแซง (ซึ่งคนนอกก็ไม่รู้หรอกว่า โพสต์ถูกทักษิณแทรกแซงจริง หรือโพสต์เห็นว่าเสริมสุขทำงานพลาดจึงไล่ออก แต่เสริมสุขฟ้องจนชนะคดี)
ตอนนั้นเสริมสุขก็โวยวาย “เอาชั่วใส่บางกอกโพสต์” ทั้งที่ไม่มีใครแทรกแซงเสรีภาพในการเสนอข่าวของเสริมสุข แต่เมื่อมีเสรีภาพแล้วก็ต้องรับผิดชอบ คือถูกฟ้องและถูกต้นสังกัดลงโทษ ซึ่งเสริมสุขเคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าได้ข่าวระแคะระคายมาจากแหล่งข่าวรายหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถตรวจเช็กจากแหล่งข่าวรายอื่นๆได้ พูดง่ายๆว่าเป็นข่าวที่ยังไม่ได้กรอง ก็เอาไปเสนอโต๊ะข่าว โต๊ะข่าวเห็นชอบให้ตีพิมพ์ ทำให้ บก.ข่าวโดนไล่ออกด้วย เพียงแต่ประเด็นที่เสริมสุขแย้งคือ บก.บห.ก็อยู่ในที่ประชุมไม่ยักโดนไล่ออก
เวลาตัวเองโดน ก็โวยว่าเสรีภาพสื่อถูกแทรกแซง แต่เวลาคนที่ทัศนะไม่ตรงกับตัวเองโดน กลับบอกว่าเหมาะสมแล้ว นี่หรือคือสื่อที่อ้างว่าปกป้องเสรีภาพไม่ยอมให้ทักษิณแทรกแซง
.....
ส่วนณัฏฐาคงไม่ต้องพูดอะไรมาก เวลามาทำตอบโจทย์ ไม่มีราคาเลย ไม่รู้จบดอกเตอร์มาได้ไง"
จอม บอกว่า
"...นี่ต่างหากละ ที่เป็นวิธีการปกป้องสถาบันฯ ที่ดีที่สุด แต่ทำไม หน่วยงาน หรือ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถึงได้นิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ ไม่ใช่ใจความจริง ต่อ กระแสความพลิกผัน ความเปลี่ยนแปลงที่โหมกระหน่ำ กระแทกสถาบันกษัตริย์ไทยอยู่ตลอดเวลา
แม้จะเข้าใจในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในสังคม เมื่อผู้บริหารไทยพีบีเอสได้พิจารณาถึงความเที่ยงตรง ความเป็นธรรม ความเป็นกลางของสื่อสาธารณะแล้ว ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้บริหารและพนักงาน จะได้กลับมายืนบนหลักการและข้อบังคับแห่งจริยธรรมวิชาชีพอย่างเข้มแข็งต่อไป...
เพราะหาก ไทยพีบีเอส ซึ่งถูกออกแบบให้เป็นสื่อสาธารณะที่เป็นต้นแบบ หรือ เป็นแม่แบบของสื่อมวลชนทุกแขนงในประเทศไทย แต่หากยอมจำนน ต่อการข่มขู่ คุกคาม จากกลุ่มพลังทางการเมือง หรือกลุ่มผลประโยชน์ต่าง ๆ ได้แล้ว ก็ยิ่งจะเป็นการทำลาย ความเชื่อถือศรัทธา ที่ประชาชนมีต่อสื่อสารมวลชนทุกแขนงในประเทศนี้ในอนาคตอย่างแน่นอน
ด้วยภารกิจที่สำคัญและยิ่งใหญ่นี้เอง ไทยพีบีเอส จึงถูกออกแบบให้มีกฎหมาย คุ้มครองความเป็นอิสระของการปฎิบัติตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพไว้อย่างชัดเจน ทั้งในตัวพระราชบัญญัติ องค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ( ม.42 และ ม43 ) รวมทั้งข้อบังคับที่ว่าจริยธรรมขององค์กรที่เน้น เรื่องความยุติธรรม ความเป็นอิสระ หลักสิทธิมนุษยชน และความเป็นประชาธิปไตย
โดยเฉพาะเรื่องของ “ความเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง หรือ กลุ่มผลประโยชน์ใด ๆ”
แม้ว่า การถือกำเนิดขึ้นของ ไทยพีบีเอส อาจจะไม่เป็นที่พึงพอใจของประชาชน ที่คัดค้านการทำรัฐประหาร เพราะเห็นว่า ไทยพีบีเอส ถือกำเนิดมาจาก ปลายกระบอกปืน และทีมผู้บริหารชุดและพนักงานชุดแรก ปฎิเสธไม่ได้ว่า เป็นคู่ขัดแย้งของสังคมในขณะนั้น
แต่ครั้งนี้ ต้องให้กำลังใจ และยอมรับว่า ผู้บริหารของ ไทยพีบีเอส พยายามพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่า ดอกไม้ แม้จะออกมาจากปลายกระบอกปืน แต่หากสังคมไทยไม่ติดยึดกับที่มาจนไร้เหตุผลจนเกินไป ดอกไม้ ก็สามารถหน้าที่สร้างโลก ให้สวยงาม และสร้างความหวังให้กับมวลมนุษย์ได้เช่นเดียวกับดอกไม้ทั่วไป
ขอเป็นกำลังใจ ให้กับ ผู้บริหาร และพนักงาน ไทยพีบีเอส ทุกคน โดยเฉพาะ รายการตอบโจทย์ ให้ ยืนหยัด ต่อสู้อยู่บนหลักแห่งจริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อสาธารณะให้มั่นคงตลอดไป ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่า จริยธรรมแห่งวิชาชีพสื่อมวลชน คืออันเดียวกันกับ ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง."
Edited by อู๋ ฮานามิ, 17 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 12:50.