วันนี้-๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ เป็นวัน "คล้ายวันเกิด" นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทุกอย่าง ทั้งลาภ-ยศ-สรรเสริญ-สุข ท่านมีพร้อม ดังนั้น ขอส่งความปรารถนาบริสุทธิ์มอบแด่ท่าน ด้วยมงคลแห่งกำเนิดชีวิตวัน จะเป็นวันเสี่ยงทาย "ทางเดินข้างหน้า" ซึ่งนับจากนี้ไป คนอื่น ก็คือคนอื่น ตัวแห่งเรา ก็คือตัวเรา "ใจ" เป็นผู้กำหนดสรรพสิ่ง สัมมาทิฏฐิ คือฟากฝั่ง มิจฉาทิฏฐิ คือหุบเหว สิ่งมีอยู่ทั้งหมดจะรักษาไว้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ "ใจพุทธะ" หรือ "ใจอธรรม" ในวันนี้...นำทาง?
แต่ก็หนักใจแทน ในเมื่อ "วันโกนไม่ยอมละ-วันพระไม่ยอมเว้น" ทั้งที่สถานภาพรัฐบาลคลอนแคลน แทนจะสำนึก อะไรที่เป็นการสลายศัตรู-เพิ่มมิตร อะไรที่เป็นการต่อชีวิต ปล่อยสัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า ในวันเกิด ท่านก็ไม่ทำ
กลับไปเชื่ออำมาตย์รอบชายกระโปรง "สร้างเวรต่อ" ด้วยการให้อุทธรณ์คดีที่ศาลปกครองกลางสั่งคืนตำแหน่งเลขาฯ สมช. ให้กับ "นายถวิล เปลี่ยนศรี"!
นี่แหละ เขาถึงว่า เมื่อถึงคราชะตาตก-อกช้ำ ก็เหมือนมีม่านดำบังตา-บังใจ เรื่องง่ายๆ อันสว่างเป็นทางยาว ในเขตแดนอำนาจตัดสินใจตัวเองแท้ๆ กลับเลือกทางขวากหนามและมืดมิดที่ตัวเองต้องแพ้พ่ายในสถานเดียว
ฟังนายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกฯ อ้างเหตุที่ต้องอุทธรณ์ มีแต่คนถอนใจ ตอนทำกับคนอื่น ก็ไม่นึกถึงประเด็นที่ยกมาอ้าง ครั้นถึงคราวตัวเอง กลับยกประเด็นที่ทำกับคนอื่นไว้นั้น มาอ้างเป็นทางออก
เออ...คนหนอคน!
"...หากยึดแนวทางตามคำพิพากษาในประเด็นดังกล่าว จะไม่สามารถโอนย้ายข้าราชการในระดับเดียวกันจากตำแหน่งที่เป็น Actice Position ไปยังตำแหน่งที่เป็น Inactive Position ได้เลย เนื่องจากจะถือเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการโอนย้ายตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายก รัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ
หรือหากมีการนำประเด็นนี้ไปเทียบเคียงกับการบริหารงานในระดับกระทรวง จะเห็นว่ามีตำแหน่งงานที่มีอำนาจหน้าที่ หรือมีบทบาท มีระดับความท้าทายที่ต่างกันเช่นกัน อันจะทำให้ฝ่ายบริหารไม่อาจโอนย้ายผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีไปเป็นผู้ตรวจราชการ หรือตำแหน่งใดๆ ที่แม้มีระดับเดียวกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกันได้เลย
สำหรับตำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการที่เป็นระดับ ๑๑ กับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ถือเป็นตำแหน่งที่ค่าของงานที่มีการประเมินของสำนักงาน ก.พ.ที่เท่ากัน เงินเดือนค่าตอบแทน และผลประโยชน์ต่างๆ เป็นค่าตอบแทนตามกฎหมายที่เหมือนกัน
ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว นายกรัฐมนตรีจึงเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ ที่เห็นเป็นการสมควรที่จะอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลปกครองกลางในคดีนี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์เป็นการเฉพาะคดีนี้เท่านั้น แต่เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานและเป็นประโยชน์สำหรับการบริหารราชการแผ่นดินโดย รวมต่อไป..."
ดูความเป็นไปในกลไกระบบ ข้า-ราชะ-การ ยุคนี้แล้ว ก็อดย้อนนึกถึงบางช่วง-บางตอนของประวัติศาสตร์ชาติโบราณไม่ได้ เอาที่เห็นง่ายๆ จากหลายราชวงศ์จีน ส่วนหนึ่งที่เป็นตัวบ่อนทำลายให้ล่มสลายไปแต่ละยุค
ก็เพราะพวกประเภท "หลี่กงกง" นี่แหละ!
เคราะห์ดีที่ประเทศไทยเราไม่มีหลี่กงกง มีแต่อำมาตย์ เสนาบดี หมีแพนด้า ก็พออุ่นใจได้ว่า ถึงมี หรือไม่มีคนชั่วช้าสามานย์ปานใด รากฐานรัฐก็ยังจะยืนหยัดค้ำประเทศไทยให้อยู่ได้-อยู่รอด!
ตอนไล่ที่เอาเก้าอี้เลขาฯ สมช.จากนายถวิลไปให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เพื่อทำเก้าอี้ ผบ.ตร.ขณะนั้นให้ว่าง จะได้ให้น้องเมียทักษิณ "พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์" ขึ้นมานั่ง
นั่น...ทำไมท่านปลัดฯ ธงทองไม่ยกเหตุผลอันประเสริฐนี้ขึ้นมายึดเป็นทางปฏิบัติบ้างล่ะ เหตุผลประเด็นตำแหน่ง แอคถีบ กับ อินแอคถีบ ตามอ้างนั้น หลายคนเปรย...ฟังแล้ว
...อยากถีบ!
การอ้างโดยไม่ละอาย เหมือนถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเอง ดูเหมือนตอนนี้ระดับนายกฯ ระดับรัฐมนตรีนิยมกระทำ เช่น เรื่องการลดราคารับจำนำข้าวเปลือก จาก ๑๕,๐๐๐ ลงมาเหลือ ๑๒,๐๐๐ ตอนหมื่นห้าสารพัดจะอ้าง
แต่ตอนลด "ต้องการรักษาวินัยการเงิน-การคลัง!?"
ถลุงกันทั้งในและนอกงบประมาณจนประเทศจะพัง เพิ่งสำนึกต้องการรักษาวินัยการเงิน-การคลัง ผมว่าเงินแผ่นดิน "หมดถัง-หมดตูด" แล้วมากกว่า
ไม่ต้องไปดูที่ไหนหรอก ดูที่นายกสมาคมโรงสี "นายมนัส กิจประเสริฐ" เขาแฉทางรายการวิทยุอินไซด์ไทยแลนด์ ที่ "องค์การคลังสินค้า" กระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่งไปตามจุดรับจำนำข้าวทุกแห่ง ก็จับไต๋ได้แล้ว
อคส.มีคำสั่งให้โรงสีหรือจุดรับจำนำข้าวในโครงการด้วย "๕ มาตรการ" ว่า
**********************************************
๑.ปรับราคารับจำนำข้าวเปลือก ๑๒,๐๐๐/ตัน มีผลตั้งแต่ ๓๐ มิ.ย.๕๖
๒.จำกัดวงเงินรับจำนำแต่ละครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕ แสนบาท ตั้งแต่ ๒๐ มิ.ย.เป็นต้นไป
๓.ปิดจุดรับจำนำนอกพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ ๒๐ มิ.ย.๕๖ เป็นต้นไป
๔.ชะลอการรับจำนำข้าวเปลือก ตั้งแต่ ๒๐-๓๐ มิ.ย.๕๖ เพื่อเตรียมสำหรับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กขช. และห้ามทุกหน่วยรับฝากออกใบประทวนย้อนหลังโดยเคร่งครัด หากพบ จะถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง
๕.เพื่อให้ อคส.สามารถรับจำนำได้จนถึงวันที่ ๑๕ ก.ย.๕๖ (วันสิ้นสุดการรับจำนำของโครงการ) ให้จัดสรรให้ทุกหน่วยรับจำนำไม่เกินวันละ ๔๐ ตัน และไม่สามารถสะสมยอดได้
เนี่ย...ก็สมควรให้ชาวนายกทัพวัว-ควาย และทัพอีแต๋นมาบุกทำเนียบฯ อยู่หรอก ขับเคลื่อนโครงการ ๑๕,๐๐๐ ทุกเมล็ดมาด้วยความเร็ว ๑๕๐ กม./ชม. จู่ๆ ก็เบรกพรวด
คนที่ทำนาปรัง หวังจำนำหมื่นห้าอยู่เดือนหน้า-เดือนโน้น จะไม่โกรธจนยกทัพมาแหกอกรัฐบาลได้อย่างไร เพราะชาวนาแต่ละคนต่างมีเป้าหมาย ขายได้หมื่นห้ารอบนี้แล้วจะเอาเงินไปทำโน่น-ทำนี่ มันก็พังสลายหายวับไปกับตา!
หายวับได้อย่างไร...ก็เห็นได้จาก ๕ มาตรการ อคส.บอกไว้ในข้อ ๕ ว่า รับจำนำได้ถึง ๑๕ กันยาก็จริง แต่ยอกย้อนซ่อนเงื่อนไว้ตั้งแต่ข้อ ๑, ๒, ๓, ๔ และ ๕ สรุปชัดๆ ในทางปฏิบัติจากทั้ง ๕ ข้อ คือ
รัฐบาลหยุดรับจำนำ คือเลิกซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน (๒๐ มิ.ย.) ในทุกราคา!
ถ้ายึดตามข้อ ๑ ในคำสั่ง จากวันนี้ ถึง ๒๙ มิ.ย. ยังสามารถเอาข้าวเปลือกไปจำนำได้ ๑๕,๐๐๐/ตัน จนถึง ๓๐ มิ.ย. จึงจะเปลี่ยนเป็น ๑๒,๐๐๐/ตัน
แต่เมื่อดูข้อ ๓ บอกว่า "ปิดจุดรับจำนำนอกพื้นที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ ๒๐ มิ.ย. "อ้าว...แล้วแบบนี้ จะให้ขนไปขายกับแม้วที่ดูไบหรือไง เพราะเท่ากับห้ามโรงสีในโครงการรับจำนำไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
ยิ่งมาดูข้อ ๔ ให้โรงสีชะลอรับจำนำข้าวเปลือกตั้งแต่ ๒๐-๓๐ มิ.ย. ซึ่งไม่ต้องบอกให้ชะลอหรอก เพราะข้อ ๓ สั่งให้หยุดรับจำนำไปแล้วแต่วาน
แต่ประเด็นสำคัญคือ ตั้งแต่เมื่อวาน (๒๐ มิ.ย.) ห้ามโรงสี คือทุกจุดรับจำนำ "ออกใบประทวนย้อนหลัง" นั่นเท่ากับตอกย้ำว่า "รัฐบาลไม่รับจำนำแล้ว (โว้ย) เพราะหมดตูดแล้ว (โว้ย)!
ที่บอกในข้อ ๒ จำกัดวงเงินรับจำนำแต่ละครัวเรือน ครัวเรือนละ ๕ แสนบาท เริ่มแต่ ๒๐ มิ.ย.เป็นต้นไป นั้นไม่มีความหมายเลย ก็จะไปจำนำใครที่ไหนล่ะ อย่าว่าแต่ ๕ แสนเลย ๕ บาท ก็ไม่มีที่จำนำ เพราะข้อ ๓ ให้ปิดโรงสีที่รับจำนำทั้งหมด แถมข้อ ๔ ห้ามออกใบประทวนย้อนหลังอีก
และข้อ ๕ เป็นการ "ปิดฉากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกทุกเมล็ด-ทุกราคา" ไปเลย เพราะ อคส.สั่งว่า..."ให้ทุกหน่วยรับจำนำไม่เกินวันละ ๔๐ ตัน และไม่สามารถสะสมยอดได้"!
ตรงตัว-ชัดเจน นอกจากปิดจุดรับจำนำไปตั้งแต่วานนี้แล้ว ถ้ามีโรงสีไหนตีความคำสั่งนี้ว่า ยังรับจำนำได้ โดยรับไม่เกินวันละ ๔๐ ตัน
อย่างเก่งมีชาวนาจำนำได้รายเดียว หรือ ๒ ราย ก็ต้องหยุด เพราะแค่นั้นก็จะเกิน ๔๐ ตันแล้ว ส่วนชาวนาที่ขนใส่รถมาเข้าคิวรออยู่ล่ะ...จะทำไง ให้ขนกลับไปงั้นหรือ จะรับจำนำอีกก็ไม่ได้ เพราะ อคส.สั่งชัดเจน "ไม่สามารถสะสมยอดได้"
สรุปแล้ว "ปิดโครงการรับจำนำ" ทั้งหมด ตั้งแต่เมื่อวาน (๒๐ มิ.ย.) คำสั่ง ๕ ข้อของ อคส.นี้ บอกตรงๆ อ่านแล้วอยากตะโกนถาม...พ่อคุณพ่อทูนหัว มั่วหรือเมาตอนเขียนคำสั่ง?
แต่จาก "คำสั่งมั่ว" กลับประจานความจริงใสแจ๋ว "เงินหมดคลังแล้ว" เจ้าข้า!.
21 June 2556 - 00:00
http://www.thaipost.net/news/210613/75343