บทความจากประชาไท
http://prachatai.com...l/2013/09/48652
พิธีไหว้ครูอัปยศ
Mon, 2013-09-09 22:45
บรรยงค์ รัตนาสน์
ในนามประเพณีอันดีงาม ความรักและความกตัญญูที่ลูกศิษย์มีต่อผู้มีพระคุณอย่างครูบาอาจารย์ที่ท่าน “ประทาน” ความรู้มาให้ ดูเหมือนจะเป็นธรรมชาติที่ไม่ต้องการตั้งคำถามอะไรอีกแล้ว เมื่อมันแสดงออกผ่าน “พิธีกรรม” การไหว้ครูของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยให้นักศึกษาหมอบกราบ คลานเข่า


“ไหว้ครูเป็นพิธีกรรมที่บรรดาครูปัจจุบัน(ซึ่งเป็น มนุษย์) กับเหล่าลูกศิษย์ ทั้งที่กำลังเรียนอยู่และที่จบไปแล้ว ร่วมกันแสดงคารวะกราบไหว้บูชาครูผี ซึ่งเป็นครูในอดีตที่ตายไปแล้ว อาจอยู่ในฐานะของเจ้า, เทพ, เทวดา เช่น พระอีศวร ฯลฯ ก็ได้ โดยยกย่องครูอาวุโสคนหนึ่ง ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารระหว่างครูผีกับผู้เข้าร่วมพิธีทั้งหมด (ขอย้ำว่าไหว้ครูสมัยก่อนไม่ใช่ลูกศิษย์ไหว้ครูปัจจุบันเหมือนเดี๋ยวนี้) ครูผี ในที่นี้ อ. นิธิ เอียวศรีวงศ์ อธิบายนานแล้วว่าเป็นสัญลักษณ์ของหลักการทางนามธรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งเชื่อถือกันสืบมานานนักหนาว่าสิงอยู่ในเครื่องมือทำมาหากิน เช่น ผีครก, ผีสาก, ผีนางด้ง, ฯลฯ รวมทั้งเครื่องมือร้องรำทำเพลง เช่น เทริด, หน้ากาก (พราน), ตะโพน, ฆ้องวง, ฯลฯ พิธีเลี้ยงผีของคนในชุมชนชาวบ้าน แล้วผีลงหรือผีเข้า ก็เป็นอย่างเดียวกับเข้าทรง, ลงทรง ในพิธีไหว้ครูนาฏศิลป์และดนตรี เมื่อรับแบบแผนพราหมณ์สมัยหลัง ก็ยกย่องพิธีพราหมณ์เข้ามาประสมประสานให้ศักดิ์สิทธิ์ ดังเห็นในพิธีไหว้ครู, ครอบครูดนตรีและนาฏศิลป์ ซึ่งมีเข้าทรงด้วย สังคมไทยในอดีตไม่เคยมีประเพณีประจำปีให้ลูกศิษย์ลูกหาพากันกราบก้มประนมกร ไหว้ครูปัจจุบัน เพราะคนแต่ก่อนเห็นว่าครูปัจจุบันเป็นมนุษย์ขี้เหม็น ยังมีโลภ-โกรธ-หลง-โกง-กิน ไม่น่าเคารพก็มาก ไม่รู้ว่าคนที่ลูกศิษย์กำลังกราบไหว้อยู่นั้น แท้จริงในกมลสันดานเป็นอย่างไร มีเบื้องหลังมืดดำอย่างไรก็ไม่รู้ ไหว้ครู ทุกวันนี้เป็นประเพณีประดิษฐ์สร้างใหม่(ก่อน/หลัง พ.ศ. 2500) โดยกระทรวงศึกษาธิการให้ลูกศิษย์(ซึ่งอายุน้อย)เป็นรุ่นลูกหลานไหว้ครู ปัจจุบัน ด้วยการคุกเข่าแล้วคลานเข่าถือดอกไม้ธูปเทียนคลานเข้าไปไหว้ครู เหมือนเข้าเฝ้าเจ้านายในรั้ววัง และเหมือนกราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หรือพระสงฆ์ผู้ทรงศีล แต่ในใจลูกศิษย์คิดยังไง? ครูไม่มีวันรู้”
