เมื่อวานได้คุยกับคนไข้ที่เรียนจบวิศวะมาหมาดๆ.เรื่องโรงงานอุตสาหกรรม..คนไข้รายนี้เรียนวิศวะสาขาช่างกลโรงงาน ..ตอนขึ้นปี 4ใหม่ๆโดนประทัดยักษ์มือแตกและมารักษากับแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งสาย Hand และมารับบริการทำหัตถการรักษาพยาบาลกับผมมาตลอดจนรู้จักกันดี..
...เมื่อวานคนไข้รายนี้มาพบแพทย์ตามนัดก็คุยกัน เขาบอกว่ากำลังจบ และมีงานมาเสนอให้เลือก 2 ที่คือฟาร์มปศุสัตว์ และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ก็เลยได้ข้อมูลจากเขามาว่าตอนนี้โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆกำลังปรับเปลี่ยนวิธีการบริหาร+การผลิตกันใหม่ โดยการจะนำเอาเทคโนโลยี่ อุปกรณ์เครื่องจักรมาทำหน้าที่ในไลน์การผลิตแทนการใช้แรงงานคน ( พนักงานในไลนืผลิต)อย่างปัจจุบัน
..ดังนั้นโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆจึงกว๊านหาบุคลากร พนักงานที่จบด้านวิศวะกรรม ระดับปริญญา และช่างระดับ ปวช. ปวส. เช่นช่างยนต์ ช่างกล ฯลฯ เพื่อมาทำหน้าที่ควบคุม ดูแล ว่อมแซมเครื่องจักกลในการผลิต
..เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆพร้อมทั้งเครื่องจักร+บุคลากรช่างเทคนิคด้านต่างๆแล้วจะมีการปรับเปลี่ยนระบบการผลิต..และแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการเลิกจ้าง พนักงานใลน์การผลิต ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนนับหมื่น นับแสนคนในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆทั่วประเทศ
....และที่ผ่านมาบริษัท โรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้มีการวางแผนการไว้ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงาน ป้องกันไม่ให้ตนเองต้องรับผิดชอบค่าตอบแทนเมื่อเลิกจ้างพนักงาน และถูกฟ้องร้องเรียกค่าตอบแทนต่างๆ โดยวิธีการไม่จ้าง +บรรจุเป็นพนักงานประจำ แต่จะใช้วิธีจ้างเป็นแบบลูกจ้างชั่วคราว ทำสัญญาจ้างระยะสั้นๆ 3 เดือน 6 เดือน เมื่อครบกำหนดก็ทำสัญญาจ้างระยะสั้นแบบนี้ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ
..
....อนาคตอันใกล้นี้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆอนาคตดูจะมืดมนลงทุกที
..ผมถามเขาว่ามันมาจากผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาทหรือเปล่า..เขาบอกว่ามีส่วน เพราะทำให้นักลงทุน ผู้ประกอบการปัจจุบันตัดสินใจใช้เครื่องจักรมาแทนคน เพราะประเมินแล้วคุ้มค่ากับการลงทุนมากกว่าจ้างพนักงานจำนวนมากๆในไลน์การผลิต
..
............................
.......................
.....ผมมานั่งดู+คิดๆแล้วนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันนี้ บางประการ ถึงจะเป็นนโยบายที่ดี มีประโยชน์ต่อประชาชน สังคม ประเทศชาติ..แต่มันเป็นนโยบายที่ทำได้ยาก และสุ่มเสี่ยงกับการขาดทุน+เกิดความเสียหาย และสุ่มเสี่ยงกับผลกระทบที่จะเกิดต่อฝ่ายต่างๆทั้งรัฐบาล และเอกชนมาก
...อย่างเช่นนโยบายรับจำนำข้าว..นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท เป็นต้น
...เพราะนโยบายแต่ละอย่างนั้นต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง มีอำนาจ บารมีที่จะสมารถเลือกคน เลือกทีมงาน ควบคุม สั่งการ กำกับทีมงานได้อย่างดี ..และต้องเป็นคนเก่งในทุกๆด้านทั้งความรู้ ประสบการณ์ ความคิด วิสัยทัศน์ การตัดสินใจ ต้องมีความรู้ทางกฎหมาย การต่างประเทศ เศรษฐกิจ และการเมือง การบริหาร การปกครอง ฯลฯ และที่สำคัญต้องมีทีมงาน ( รมต.) บุคลากรที่เก่ง สามารถดำเนินการ เพื่อสนองนโยบายได้อย่างบูรณาการ...
...นโยบายเหล่านี้มาจากทักษิณคิด..เพื่อไทยทำ...แต่ปรากฎว่าฝีมือมันคนละชั้นกัน
...ซึ่งนโยบายเหล่านี้ถ้าคุณทักษิณยังอยู่ และดำเนินการเอง ผมคิด เชื่อว่าทุกอย่างจะไปได้อย่างราบรื่น ประสบผลสำเร็จอย่างรวดเร็ว และงดงาม
..เพราะทักษิณเก่งทุกด้าน+ มีอำนาจ บารมีสั่งการได้ กำกับดูแลได้..แต่นายกปูฯ ถึงจะเก่ง และขยันทำงาน..แต่ทีมงานที่มีมันทำให้รู้สึกว่านายกปูทำงานคนเดียวเท่านั้นคนชุดขาว


Edited by Suraphan07, 11 กันยายน พ.ศ. 2556 - 14:38.