http://www.bangkokbi...อดแต่ไม่โต.html
การเงิน - การลงทุน
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 10:01
'มาร์ค ฟาเบอร์'มองศก.ไทยรอดแต่ไม่โต
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
"มาร์ค ฟาเบอร์"มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทย รอดจากวิกฤติการเมือง แต่ไม่โต ชี้"ประชานิยม"ทำบิดเบือน
มาร์ค ฟาเบอร์ กูรูการลงทุนชื่อดังระดับโลก ร่วมรายการ Business Talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี โดยเปิดมุมมองที่น่าสนใจทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ทิศทางการลงทุนของไทย และทั่วโลก
ฟาเบอร์ มองว่าสถานการณ์การเมืองของไทยที่เกิดในเวลานี้ค่อนข้างรุนแรง แม้จะมีการเลือกตั้งเมื่อ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังเกิดภาวะสุญญากาศ อย่างไรก็ตามเห็นว่าหากการเลือกตั้งสำเร็จ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็อาจจะกลับเข้าบริหารประเทศอีกครั้ง โดยมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ดีเพราะที่ผ่านมาเห็นได้ว่ารัฐบาลไม่ได้บริหารงานเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติมากนัก แต่สร้างประโยชน์ให้พวกพ้องอย่างมาก
นอกจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาก็คือ นโยบายประชานิยมของรัฐบาล ทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโครงการรับจำนำข้าว โครงการรถคันแรก ทั้งนี้การใช้นโยบายประชานิยม มักจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีในที่สุด เช่น ในสหรัฐ การที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นวาระ 2 ก็เพราะนโยบายประชานิยม แต่เมื่อเวลาผ่านไป พบว่าคนรวย 1% รวยขึ้น แต่คนจน 95% จนลงกว่าเดิม
"ผมชอบเห็นรัฐบาลเล็กๆ ทำอะไรเล็กๆ ไม่เข้าไปแทรกแซงเศรษฐกิจ แต่ถ้ารัฐบาลใหญ่ มักมีโครงการใหญ่ๆ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมา ผมชอบคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) เพราะเป็นคนตรงไปตรงมา ซื่อสัตย์ แต่ว่าคนรอบข้างคุณอภิสิทธิ์เป็นอย่างไรผมไม่รู้ รวมถึงตำรวจ ทหาร แต่ก็มีประชาชนส่วนหนึ่งไม่ชอบ เพราะไม่มีนโยบายประชานิยม"
แนวทางธปท.แตกต่างรัฐบาล
ฟาเบอร์ กล่าวว่า การที่หลายคนเป็นห่วงเมื่อไทยเกิดปัญหาการเมืองทำให้ประเทศเกิดความเสี่ยงนั้น ส่วนตัวไม่รู้สึกห่วงความเสี่ยงประเทศไทย แต่ห่วงความเสี่ยงของชาวนาในขณะนี้มากกว่า
อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวม แม้ไทยจะเกิดปัญหาหลายอย่าง แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจยังคงเดินหน้าไปได้ แต่จะไม่แข็งแกร่งเหมือนเมื่อ 5 ปีที่แล้ว การเชื่อว่ายังไทยยังเดินหน้าได้ เนื่องจากเงินทุนสำรองยังดี การค้าการลงทุนยังไปได้ และค่าเงินบาทบาทมีเสถียรภาพ โดยอัตราแลกเปลี่ยน 33 บาท/ดอลลาร์ เป็นระดับที่รับได้ แต่ก็มีปัจจัยลบที่สำคัญสิ่งหนึ่งคือ หนี้ครัวเรือนที่สูงมาก 80% ของจีดีพี
ทั้งนี้ แม้จะเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะเดินหน้าได้ แต่จะไม่มีการเติบโตของจีดีพี
เศรษฐกิจของไทย ยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีน ที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ซึ่งเชื่อว่าปีนี้การเติบโตน่าจะอยู่ในระดับ 4% เท่านั้น ซึ่งการชะลอตัวทำให้รัฐบาลจีนต้องเร่งปล่อยเครดิตให้เงินเข้าสู่ระบบมหาศาล และการที่เศรษฐกิจไทยผูกกับเศรษฐกิจจีนค่อนข้างสูง จะทำให้ได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ฟาเบอร์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา พบว่าหน่วยงานหนึ่งของไทยที่ทำหน้าที่ได้ดี แม้จะไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบ ก็คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท.ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ดี โดยไม่มีการแทรกแซง ซึ่งเป็นแนวทางที่แตกต่างจากรัฐบาล ที่แทรกแซงทั้งตลาดรถยนต์ และข้าว
"แต่ก็เห็นว่าที่ผ่านมา ธปท.น่าจะผลักดันให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นอีกสักนิด โดยเฉพาะช่วงตลาดหุ้นบูม"
เชื่อไทยยังน่าลงทุน
ส่วนภาพรวมการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ยังน่าลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนระยะยาว ที่จะให้ผลตอบแทน 6-7% ดีกว่าการฝากเงินในธนาคาร หรือซื้อพันธบัตรรัฐบาล อีกทั้งเห็นว่าหุ้นหลายตัวมีความแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามไทยและประเทศเกิดใหม่อีกหลายๆ ตลาด มีความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นอาจจะลดต่ำลงกว่าปัจจุบัน ดังนั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องรีบซื้อในเวลานี้
ส่วนการลงทุนที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งก็คือ ทองคำ ซึ่งอยู่ในช่วงขาลงมาระยะหนึ่งทั้งราคาทองคำในตลาด หรือหุ้นของบริษัทผู้ผลิตทองคำที่บางแห่งลดลงไป 80%
ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ เห็นว่าเวียดนามน่าสนใจกว่าไทย เพราะอยู่ในช่วงการขยายตัว และราคาไม่สูงมากนัก ขณะที่ในไทย หลายพื้นที่ราคาสูงเกินไป แต่สาเหตุที่ยังคงมีผู้ซื้อคาดว่าเป็นเพราะต้องการเก็งกำไร เห็นได้จากหลายๆ โครงการมียอดขายมากแต่ผู้อยู่อาศัยน้อย
อสังหาริมทรัพย์ที่แพงขึ้น ยังเกิดขึ้นในภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ ที่เกิดโครงการใหม่ๆขึ้นจำนวนมาก รวมถึงศูนย์การค้าที่เข้าไปเปิดกิจการหลายแห่ง แต่ปัญหาที่ตามมาในอนาคตก็คือ คนจะออกไปอยู่อาศัยนอกเมืองมากขึ้น เพราะมีราคาที่ต่ำกว่า และก็ไม่เข้ามาจับจ่ายสินค้าในเมือง ส่งผลกระทบต่อโครงการที่เข้าไปลงทุนเหล่านี้
"โครงการเกิดขึ้นเยอะมาก ดังนั้นในอนาคตบางพื้นที่มีโอกาสที่จะราคาตกถึง 30%" ฟาเบอร์ กล่าว
Edited by อู๋ ฮานามิ, 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 - 22:21.