มาถอดเสื้อผ้าสกัดดาวรุ่งกันอย่างนี้
ท่าน นายกฯ ปู อย่ายอม !!!! ............... ถอดสู้มันเลย !!
โครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2554/2555 ถ้าเปรียบโครงการฯ เหมือนแม่น้ำ ผิวน้ำที่ผ่านมามีคลื่นเล็กๆ เกิดขึ้น เพราะจังหวัดจันทบุรีและสระแก้วมีขบวนรถมันสำปะหลังประเทศกัมพูชาเข้าแถวเข้าประเทศไทยในปริมาณมาก จนเกษตรกรไทยขายหัวมันไม่ได้ จะเทมันปิดถนนสระแก้ว-จันทบุรี ในขณะที่เกษตรกรทางภาคอีสานใช้วิธีเคลื่อนไหวทั้งบนพื้นน้ำและคลื่นใต้น้ำ มีการวิ่งเต้นไปกระทรวงพาณิชย์ และทำเนียบรัฐบาลหลายรอบ รวมทั้งได้เจรจา ส.ส. ในจังหวัดนครราชสีมาและบุรีรัมย์ผลักดันให้เกิดการรับจำนำมัน ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 ได้ประกาศเริ่มโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2554/55 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2555 เป็นแต๊ะเอียะก่อนตรุษจีน รายละเอียดโครงการรับจำนำหัวมัน จำนวน 10 ล้านตัน ราคาเริ่มต้น 2.75 บาท/กก. (เชื้อแป้ง 25%) ปรับขึ้นราคาทุกเดือนๆ ละ 5 สตางค์
เพื่อประโยชน์สำหรับอ้างอิงข้อมูลในอนาคตการวิเคราะห์ผลดี ผลเสีย และข้อสังเกตที่น่าสนใจในการดำเนินโครงการแทรกแซงฯ ในอดีตที่ผ่านมา จะเป็นประโยชน์กับผู้เกี่ยวข้องในปัจจุบันและอนาคตสรุปคือ .-
ผลเสีย
• บุคลากรองค์การคลังสินค้ามีจำกัด ควบคุมไม่ทั่วถึง ทำให้เกิดช่องโหว่ในการทุจริต โดยเฉพาะเรื่องสวมสิทธิ์และบริหารจัดการสินค้าในคลังสินค้า รัฐควรตั้งคณะกรรมการกลางที่มีอิสระในการตรวจสอบการทำงานของโครงการ และประเมิน รายงานผลการทำงานอย่างน้อยเดือนละครั้งตลอดระยะเวลาโครงการ
• คุณภาพมันเส้นและแป้งมันของโครงการฯ มีคุณภาพต่ำกว่าสินค้าของภาคเอกชน ปัจจุบันสินค้าดังกล่าวยังสร้างปัญหาต่อเนื่องที่ท่าเรือในประเทศจีน
• หากราคารับจำนำหัวมันสูงเกินไป และปริมาณมากเกินไป หัวมันส่วนใหญ่จะเข้าโครงการของรัฐส่งผลให้
- ภายในประเทศจะขาดแคลนมันเส้น และแป้งมันเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น สารความหวาน เอทานอล อาหารสัตว์ ฯลฯ
- ผู้ส่งออกมีสินค้าในปริมาณน้อย ไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ซื้อ ผู้ซื้อเกิดความไม่มั่นใจในวัตถุดิบที่จะป้อนโรงงาน จะซื้อมันจากประเทศเวียดนาม หรือหันไปใช้วัตถุดิบอื่นๆ แทนมันสำปะหลัง
• สัญญาระหว่าง อคส. และผู้เข้าร่วมโครงการที่ผ่านมาเป็นสัญญาที่ไม่เป็นธรรม เงื่อนไขสัญญาไม่สามารถปฏิบัติ ทำให้เกิดปัญหาการชำระเงิน และเกิดการฟ้องร้องเรื่องคุณภาพสินค้าถึงปัจจุบัน
• สินค้าของโครงการฯ มีต้นทุนหัวมัน การผลิต และการเก็บรักษาที่สูง ภาวะตลาดปกติ คงจะระบายขายได้ลำบาก ทำให้รัฐมีภาระหนักในการบริหารจัดงานโครงการฯ และต้องใช้งบประมาณของประเทศจำนวนมาก ในขณะที่ผู้ประกอบการค้ามันสำปะหลังของต่างประเทศรอบบ้านไทยได้ประโยชน์มากกว่า
• ที่ผ่านมาการระบายสต็อกมันเส้นและแป้งมันสำปะหลัง บางครั้งรัฐเปิดให้ประมูลเหมาซื้อแต่ละครั้งในปริมาณมาก ผู้ประกอบการรายเล็ก มีทุนน้อย ไม่สามารถเข้าร่วมประมูล และสิ่งสำคัญโครงการฯ ที่ผ่านมารรัฐมักเปิดประมูล และมีขั้นตอนการเจรจาต่อรองราคากับผู้ประมูลที่ได้ราคาสูงหลายๆ ราย วิธีการนี้ดูไม่โปร่งใส ยังไม่เป็นที่ยอมรับของสาธารณะ ในเรื่องนี้หากรัฐใช้วิธีการกำหนดราคาสินค้าที่จะเปิดประมูลในราคาที่รัฐต้องการ หากผู้ใดประมูลซื้อในราคาสูงกว่ารัฐกำหนด รัฐก็น่าจะขายสินค้าดังกล่าวให้กับผู้นั้นไป
• ผู้ประกอบการค้าที่มิได้เข้าร่วมโครงการฯ ขาดแคลนสินค้า ขาดรายได้ในการทำธุรกิจ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ คงที่ หากโครงการฯ ดำเนินการระยะเวลายาว ธุรกิจจะเสียหาย อาจต้องเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่น ธุรกิจมันจะเสียบุคลากรที่มีความรู้ไปอย่างน่าเสียดาย
• โครงการรับจำนำฯ ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังไม่คิดพัฒนาศักยภาพการเพาะปลูกของตัวเอง หวังพึ่งโครงการฯ ของรัฐอย่างเดียว ในขณะที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะเริ่มในปี 2558 และเขตการค้าเสรีต่างๆ มีผลบังคับใช้ไปบ้างแล้ว ธุรกิจมันสำปะหลังของไทยในอนาคตอันใกล้เกิดปัญหาแน่ รัฐควรนำเงิน 33,000 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรฯ ให้มีความรู้ มีความสามารถช่วยตัวเอง สามารถแข่งขันในตลาดโลก เกษตรกรน่าจะมีความภูมิใจตัวเองมากกว่า
• ปี 2554/55 อุปสงค์หัวมันสำปะหลังในตลาดสูงกว่าอุปทาน หากปีนี้ใช้โครงการประกันรายได้เหมือนปีที่ผ่านมา รัฐกำหนดราคาหัวมันที่เหมาะสม และใช้ราคาเดียวตลอดทั้งปี เกษตรกรมั่นใจในราคาหัวมันจะชะลอเก็บเกี่ยว ขายหัวมันช่วงราคาดี เชื่อว่ารัฐจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรเพียงเล็กน้อย และรัฐลดภาระการบริหารจัดการ เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง กลไกตลาดไม่เสียหาย ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถวางแผนการผลิต การค้า และผู้ซื้อเกิดความมั่นใจในวัตถุดิบในขบวนการผลิต
ข้อดี
• ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บสต็อกมันเส้นและแป้งมันสำปะหลังให้กับผู้ประกอบการไทย ทั้งนี้รัฐต้องไม่เก็บสินค้าระยะยาว มีการระบายขายสินค้าออกสม่ำเสมอ
• เกษตรกรบางส่วนสามารถขายหัวมันในราคาสูงตามราคาโครงการฯ
• หากรัฐมีนโยบายจัดสรรสินค้าบางส่วนระบายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
• กรณีรัฐมีการบริหารจัดการแบ่งสต็อกบางส่วนในราคาที่เหมาะสมให้กับอุตสาหกรรมภายในประเทศ เพื่อลดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ และเพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการผลิตสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
นาย มันสำปะหลัง
Tapioca online : AFET & TTTA
เป็นอีกนโยบายล่าสุด ที่จะทำลายกลไกตลาด
ทำลายการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต
และ เปิดช่องทุจริต อีกตามเคย
Edited by MIRO, 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 14:33.
The most valuable things in life are not measured in monetary terms.
The really important things are not houses and lands, stocks and bonds, automobiles and real estate,
but friendships, trust, confidence, empathy, mercy, love and faith.