Jump to content


Photo
- - - - -

ธีรยุทธ บุญมี


This topic has been archived. This means that you cannot reply to this topic.
17 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 novic

novic

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 268 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 10:43

หายไปไหนนานแล้วครับ หรือว่าตามรอยเสกสรรค์ ไปอีกคน หลายปีมานี้เงียบเชียว
เคยเห็นแกนั่งอ่านหนังสือ อยู่ที่ร้าน คุนิยะ พารากอนเมื่อ2 ปีมาแล้ว จำได้ว่า แกเป็นที่ที่2 ต่อจากอาจาย์เจิม ที่ออกมาวิจารย์ทักษิณ สมัยแรก B)

#2 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 11:55

http://www.oknation....2/01/26/entry-1


ธีรยุทธเตือน...แก้ "ม.112" คือหนทางมุ่งสู่ปัญหา




Posted Image



“ธีรยุทธ” ชี้แก้มาตรา 112 จะนำไปสู่ปัญหาที่มากกว่าความรุนแรง แนะลดความขัดแย้งในสังคมไทยต้องเริ่มจากลดอคติ
หนุนดำเนินคดีทั้งเผาราชประสงค์ - ยึดสนามบิน ลดขัอหาสองมาตรฐาน


วันนี้ ( 26 ม.ค.55 ) นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาพิเศษ
ในการประชุมใหญ่เครือข่ายธุรกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม ตอนหนึ่งว่า...ปัญหาที่เสนอโดยอาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์
คือกรณีกฎหมายอาญามาตรา 112 ตนมองว่าเป็นความขัดแย้งของรากหญ้ากับรากความคิดของสังคมไทย
รากหญ้าคือคนเสื้อแดง ชื่นชมความคิดประชานิยม อยากเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
อีกฝ่ายชื่นชมสถาบัน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และไม่ใช่เรื่องมาพูดว่าอีกฝ่ายจงรักภักดี อีกฝ่ายไม่จงรักภักดี
ตนมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่อยากให้แง่คิดว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความคิดที่ขัดแย้งและความเชื่อดั้งเดิมสังคมไทย
เพราะฉะนั้นมันสามารถเคลื่อนตัวไปสู่ปัญหาที่มากกว่าความรุนแรง มันใหญ่มาก มหาศาลมาก

“ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้กว้างมาก ลึกมาก ซึ่งทางออก ผมจะไม่เสนอประนีประนอม สมานฉันท์
แต่ต้องอาศัยกระบวนการคลี่คลายเป็นช่วง ๆ
จุดเริ่มต้นที่ดีที่น่าจะเกิดคือ ต้องมองปัญหาแบบที่เป็นจริงและตัดอคติของตัวเองทั้งหมด
เคยเกลียดชัง ไม่เห็นด้วยหรือชื่นชมศรัทธาเชื่อถือมากก็ต้องลด
ถ้าศึกษาเข้าใจปัญหาจริง ๆ อาจจะช่วยเปิดทาง
ช่วยให้มองเห็นว่าควรจะทำอะไร”นายธีรยุทธกล่าว

นายธีรยุทธ กล่าวอีกว่า กลุ่มทุน-กลุ่มนักธุรกิจที่เกี่ยวกับบ้านเมือง มองปัจจัยเรื่องการเมืองเหมือนพิมพ์เชียว เหมือนในตำรา
แต่ระบบการเมืองทุกประเทศเกิดจากการต่อสู้ของคนหรือกลุ่มคนในประเทศนั้น ๆไม่ซ้ำกันแม้แต่ประเทศเดียว
จุดสำคัญขึ้นอยู่กับการต่อสู้ชองคนในสังคม ถ้าต่อสู้แบบไหน.....การเมืองก็เป็นแบบนั้น
ถ้าไม่ต่อสู้คำที่บ่นก็ไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ์จะบ่น มันต้องออกไปต่อสู้ไปทำ
ถามว่ากลุ่มทุนในประเทศไทยมีบทบาทมากน้อยแค่ไหนในการต่อสู้เพื่อการเมืองในประเทศไทย
คำตอบ คือยังไม่พอ ปัญหาบ้านเราอีกอันหนึ่งคือ สมดุลบ้านเราไม่มี มันมาผิดที่ผิดทางผิดเวลา ปัญหาจึงแก้ลำบาก

นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า กรณีปิดสนามบินและเผาราชประสงค์ตนคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ผลกระทบสูงมาก
สร้างความเสียหายให้กับชาติบ้านเมือง 2เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ผิดอย่างมากและกลายเป็นข้อกล่าวหา 2 มาตรฐาน
คนที่ชุมนุมก็ไม่อยากติดคุกแต่ได้ทำสิ่งผิดกฎหมาย วิธีแก้คือระบบของเราต้องดีพอ ต้องมีความมุ่งมันที่จะแก้ไขปัญหา
โดยต้องดำเนินคดีทั้ง 2 ฝ่ายและต้องรีบดำเนินการด้วย แต่กลไกเราแก้ปัญหาไม่ได้ ทำให้ถูกวิพากษ์
ที่ผ่านมากลไกบ้านเราเกิดขึ้นผิดจังหวะ ผิดที่ ผิดเวลา เป็นปัญหาใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้
การแทรกแซงจากศาลในเรื่องที่จำเป็น ตนเห็นว่าทำได้หากทำเพื่อแก้ไขปัญหา

“ถ้าเราอยากได้การเมืองแบบที่ต้องการ เราต้องลงทุนทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม ไม่นับทุนทางเศรษฐกิจ “นายธีรยุทธ กล่าว
ธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า ที่หายไปไม่ออกมาวิจารณ์รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือน ก.พ.ตนจะออกมาออกมาวิพากษ์การเมืองอีกครั้ง

( ขอบคุณเว็บข่าวเดลินิวส์ 26 มกราคม 2554 )

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#3 novic

novic

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 268 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:06

ขอบคุณที่หาข่าว มาให้อ่านครับ B)

#4 แมวกระป๋อง

แมวกระป๋อง

    ประชาแมวธรรมดา

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,793 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:16

ยุคนี้ต่อให้นักวิชาการหรือผู้รู้ออกมาพูดให้ความรู้

คนที่ดักดานก็ไม่หายโง่ได้หรอกครับ
เพราะผมคือประชาชนของในหลวง

#5 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:28

ขอบคุณที่หาข่าว มาให้อ่านครับ B)


เอาอีกด้านนะ....จากเว็บประชาทอล์ก ถ้าอยากอ่านแบบหยาบๆคายๆเช่นพูดถึงส้นตีนเชิญคลิกค่ะ...

http://www.prachatal...้องสาวทักษิณเป็

เป็นเว็บบอร์ดอะนะ แสดงฟามรู้สึก ไม่ใช่ข่าว.......เค้าจั่วหัวไว้งี้.....
หายใจติดขัด...คือคำเฉลยอาการป่วยของ...ธีรยุทธ บุญมี...ถึงเหตุที่ไม่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...และบัดนี้จะได้...ใส่เสื้อกั๊กตัวเดิม...ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ...ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร...ตั้งแต่กุมภาพันธ์ปีนี้เป็นต้นไป...ก็แปลกดี...น้องสาวทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีปุ๊บ โรคหายใจติดขัดหายปั๊บ...เลย

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#6 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:01

หลายคนอาจทราบว่าอาจารย์ธีรยุทธมีฝีมือในการเขียนภาพสีน้ำ
ช่วงที่หายไป เดาว่าแกคงเขียนได้หลายรูป :wub:

Posted Image
^ ^ ^
ภาพเขียนฝีมืออาจารย์ธีรยุทธจากเว็บนิวัติกองเพียร
http://niwatkongpien...er07/pic11.html

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#7 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 26,864 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:13

ยุคนี้ต่อให้นักวิชาการหรือผู้รู้ออกมาพูดให้ความรู้

คนที่ดักดานก็ไม่หายโง่ได้หรอกครับ




ถ้าพูดถึงคนที่นี่....
คนที่มี'บัตรเติมเงิน'ซื้อ'ที่ครอบกระโหลก'ซึ่งสามารถปิดตา ปิดหู ปิดปากได้....!
ไม่สามารถรับรู้ความคิดเห็นของนักวิชาการ สุจริตชนเมตตาถ่ายทอดได้หรอก.......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

 

ผมไม่ห่วงสุเทพในฐานะนักการเมืองและพรรคประชาธิปัตย์

ผมเป็นห่วง สนับสนุนสุเทพ ในฐานะแกนนำคัดค้าน ล้มพรบ.นิรโทษกรรม(สุดซอย)ให้ทักษิณเพื่อประเทศไทย เพื่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม และประชาชน รวมทั้งผมด้วย.....!

 

 

 


#8 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:33

Posted Image
ที่เห็นข้างผนังเป็นภาพสีน้ำของศิลปินสมัครเล่นที่ชื่อ “ธีรยุทธ บุญมี”
ได้รับเกียรติใช้ประดับสำนักงานแห่งหนึ่ง
ดูเหมือนจะบอกให้รู้ถึงรสนิยม และความสัมพันธ์ที่ดี
ของเจ้าของสำนักงานและผู้เขียนภาพ
http://www.bossthai....ew.php?new_id=8


และจากลิงก์นี้เชิญแวะชมภาพเขียนสวยๆฝีมืออาจารย์ธีรยุทธอย่างเต็มอิ่ม
เป็นข้อเขียนจาพิษณุ นิลกลัดลงในมติชินสุดฯอย่าว่างั้นงี้เลยนะ :(
http://www.bloggang....roup=2&gblog=20
Posted Image

ตอนที่เอาหนังสือ "ขุนเขา ความงามและมิ่งมิตร" มาทำบล๊อค เห็นภาพเขียนของคุณธีรยุทธ บุญมีแล้วนึกอยากให้แกนำภาพเขียนมาจัดนิทรรศการ
พออ่านคอลัมน์ของคุณพิษณุ นิลกลัดถึงได้รู้ว่างานเพิ่งจัดไปเมื่อปลายเดือนที่แล้ว(จัดเป็นครั้งที่สองแล้ว)
แถมจัดในกรุงเทพฯซะด้วย เสียดายมากเลยอ่ะ Posted Image นี่ถ้ารู้ก่อนละก็ไม่มีทางพลาดแน่ๆ



Posted Image


ชมงานศิลปะของ ธีรยุทธ บุญมี


เพราะชอบดูภาพเขียนและชอบความคิด ความเด็ดเดี่ยว ผลงานและชีวิตของอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี เย็นวันศุกร์ที่ ๒๕ เมษายน พอทำงานเสร็จผมก็รีบขับรถไปที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ในซอยทองหล่อ เพื่อชมงานนิทรรศการภาพเขียนของอาจารย์ธีรยุทธ ซึ่งเปิดการแสดงแค่ ๓ วัน

เนื่องจากการจราจรใจกลางกรุงเทพฯ เย็นวันศุกร์ติดขัดมาก ผมไปถึงห้องเสวนาก่อนทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการแค่ ๕ นาที เลยได้ฟังอาจารย์ธีรยุทธคุยเรื่องชีวิตของท่านกับงานศิลปะแบบจับความอะไรไม่ได้ นอกจากทราบว่าท่านเคยพบและคุยกับ อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุข และได้ความคิดหลายอย่างจากศิลปินแห่งชาติ

ผมเคยดูงานนิทรรรศการภาพเขียนของอาจารย์ธีรยุทธครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๔๘ ที่สถาบันเกอเธ่ คราวนั้นมีงานมาแสดง ๕o ภาพ รายได้จากการขายมอบให้ผู้ประสบภัยสึนามิ

งานแสดงภาพเขียนที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ คราวนี้เป็นนิทรรศการครั้งที่ ๒ ของอาจารย์ธีรยุทธที่แสดงในกรุงเทพฯ มีภาพทั้งสีน้ำและสีฝุ่น (pastel) มาแสดงกว่า ๑๐๐ ภาพ วันเปิดงานมีเพื่อนฝูง “แฟนคลับ” และคนที่ชื่นชอบผลงานในทุก ๆ ด้านรวมทั้งศิลปินน้อยใหญ่ไปฟังการเสวนาและดูงานล้นห้องประชุม

พบรศ.พิษณุ ศุภนิมิตร อดีตคณบดีคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร “พิษณุ ศุภฯ” แสดงนิทรรศการว่าอาจารย์ธีรยุทธมี ๒ ตัวตนในคนเดียว คนหนึ่งเป็นนักคิดนักวิจัยการเมือง อีกคนหนึ่งเป็นศิลปิน เวลาตัวตนที่เป็นศิลปินทำงานศิลปะ ตัวตนที่เป็นนักวิจัยการเมืองจะไม่เข้ามามีอิทธิพลแม้แต่นิดเดียว

ทางด้าน ผศ. ถาวร โกอุดมวิทย์ ซึ่งอยู่ในงานด้วยบอกว่า คนที่ไม่เป็นศิลปินอาชีพและไม่ได้เรียนศิลปะ ผลิตงานได้ขนาดนี้ทั้งคุณภาพและปริมาณ แสดงว่าต้องดื่มด่ำและอยู่ในภวังค์

วันนั้นผมซื้องานของอาจารย์ธีรยุทธ ๓ ชิ้น เก็บไว้เอง ๑ ชิ้น ให้เพื่อน ๑ ชิ้น และตั้งใจจะนำไปประมูลในงานกอล์ฟการกุศลหาเงินซื้อหนังสืออ่านนอกเวลาและอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารซึ่งผมจัดปีละครั้งอีก ๑ ชิ้น

ตกกลางคืนบอกเพื่อนร่วมก๊วนที่ชอบดูงานศิลปะว่าน่าไปดูงานนี้ เช้าวันเสาร์เขายกทีมกันไปดู โชคดีได้พบพูดคุยกับอาจารย์ธีรยุทธ เลยได้ภาพในราคาพิเศษ ๑ ในนั้นเป็นภาพที่ศิลปินตั้งราคาแบบไม่อยากขาย กะจะเก็บไว้เป็นสมบัติของตนเอง

ผมเคยสงสัยมาตั้งแต่ดูงานนิทรรศการครั้งแรกของอาจารย์ธีรยุทธแล้วว่าท่านเริ่มสนใจทำงานศิลปะเมื่อใด เพราะเหตุใด แต่ไม่เคยเจอกันเลยไม่มีโอกาสถาม กระทั่งอ่านในสูจิบัตรที่อาจารย์เขียนเล่าไว้จึงทราบ ท่านเขียนไว้อย่างนี้...

“พ่อเป็นผู้ชายไทยในแบบดั้งเดิม บวชเรียนเป็นพระที่เทศน์เก่ง แต่ชอบสะสมพระเครื่อง เล่นนกเขา สะสมบอนสี ชอบเล่นพิณพาทย์ และมีงานอดิเรกเป็นโต้โผลิเก เมื่อผมอายุได้ประมาณ ๑๐- ๑๑ ขวบ ช่างเขียนฉากลิเกของพ่อซึ่งเป็นนายทหารชั้นนายสิบ มาวาดฉากท้องพระโรงลิเกที่สโมสรทหารใกล้ ๆ บ้าน ผมไปดูด้วยความทึ่งที่เห็นช่างเขียนคนนั้นทำฉากผ้าแบน ๆ ให้ดูเป็นทิวต้นไม้ลึกไปไกลได้ เสาท้องพระโรงก็ดูกลมเหมือนจริง

ผมขอช่างเขียนท่านนั้นลองเขียนต้นไม้กับเสาท้องพระโรงก็ดูเป็นต้นไม้เป็นเสากลมดีเหมือนกัน พ่อผมให้สตางค์ค่าเขียนมา ๑๐ บาท จากนั้นผมก็มีชื่อเสียงเลื่องลือในแถบบ้านว่าเขียนรูปเก่ง มีร้านตัดผม ร้านขายข้าวแกง มาขอให้ผมเขียนป้ายราคากับภาพประกอบ ได้เงินมารายละ ๑๐– ๑๕ บาท ซึ่งก็ตื่นเต้นมากสำหรับวัยเด็กสมัยนั้น

ความ ที่เกิดมามีฐานะยากจน ผมเคยคิดจะเลิกเรียนแล้วไปเขียนการ์ตูนขายเพราะชอบงานการ์ตูนของ จุก เบี้ยวสกุล ในชุดเจ้าชายผมทอง และราช เลอสรวง ในชุดสิงห์ดำ ทอลองทำดูแล้วสรุปกับตัวเองว่ายังไม่ถึงขั้นเพราะไม่ได้ร่ำเรียนเรื่อง anatomy มา พอมาอยู่สวนกุหลาบ ครูจำนงซึ่งสอนศิลปะที่มีชื่อเสียงในหมู่นักเรียนสวนกุหลาบทุกคนด้วยคำขวัญ “สีชุ่ม ๆ น้ำโชก ๆ ใจกล้า ๆ” และความมีอคติรักเด็กที่ทำงานศิลปะได้ดีของแก ผมเองเป็นหนึ่งในเด็กจำนวนนั้น

ว่ากันว่าครูจำนงเถียงกับครูสายวิทยาศาสตร์ เพราะครูจำนงยุให้ผมเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเพาะช่าง ติดกับสวนกุหลาบ ส่วนครูสายวิทยาศาสตร์ต้องการให้ผมเรียนต่อม.ศ. ๔ – ๕ สายวิทย์ เพื่อติดบอร์ดนักเรียนที่ทำชื่อเสียงให้โรงเรียน ผมเลือกเรียนทางสายวิทยาศาสตร์ แต่ก็ยังรักการวาดรูปอยู่ตลอดมา ได้วาดรูปตอนเข้าไปร่วมปฏิวัติในป่าอยู่บ้าง และได้วาดรูปตอนไปเรียนที่เนเธอร์แลนด์ จึงถือได้ว่าฉากลิเกเป็นจุดเริ่มต้นความเป็นศิลปินชายขอบของผม”



นี่ถ้าอาจารย์ธีรยุทธเลือกระหว่างเรียนเพาะช่าง ป่านนี้เมืองไทยอาจมีศิลปินระดับแนวหน้าอีกหนึ่งคน แต่ประเทศไทยก็จะขาดนักคิดนักวิชาการทางด้านสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ที่ซื่อสัตย์และกล้าหาญไปคนหนึ่ง

ไปดูงานศิลปะของอาจารย์ธีรยุทธแล้วเสียดายที่เปิดแสดงแค่ ๓ วัน การประชาสัมพันธ์ไม่ได้ข่าวกันอย่างทั่วถึง และสถานที่จัดงานแสดงภาพแม้จะไปมาสะดวก แต่ก็คับแคบจนทำให้การจัดวางภาพ ๑๐๐ กว่าภาพ มีสภาพ “อัดแน่น” จนผู้ชมไม่ได้พักสายตา ที่จอดรถก็หายากเหลือเกิน


ถ้าเป็นไปได้ เสนอให้นำงานทั้งหมดไปจัดแสดงตามหัวเมืองใหญ่ เช่นจัดที่เชียงใหม่เหมือนที่เคยทำมาแล้วเมื่อปี ๒๕๔๘ หลังแสดงที่สถาบันเกอเธ่

สำหรับใครที่ชอบดูงานศิลปะ ชื่นชมอาจารย์ธีรยุทธทั้งชีวิตและงาน คราวหน้าถ้ามีนิทรรศการภาพอีก ไปชมเถอะครับ ของแท้ทั้งงานศิลปะและตัวศิลปิน


(คอลัมน์ "คลุกวงใน" โดย พิษณุ นิลกลัด
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๒ - ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑)

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#9 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 26,864 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:15

(คอลัมน์ "คลุกวงใน" โดย พิษณุ นิลกลัด
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๒ - ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑)



อ่านเรื่องราวของอาจารย์ธีรยุทธ์จากมติชนสุดสัปดาห์ที่'หนูอ้อย'นำมาอ่าน....
เหมือนเกลียดตัว(มติชน)กินใข่(คอลัมน์'คลุกวงใน')นี้........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ขอบคุณครับ

 

ผมไม่ห่วงสุเทพในฐานะนักการเมืองและพรรคประชาธิปัตย์

ผมเป็นห่วง สนับสนุนสุเทพ ในฐานะแกนนำคัดค้าน ล้มพรบ.นิรโทษกรรม(สุดซอย)ให้ทักษิณเพื่อประเทศไทย เพื่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม และประชาชน รวมทั้งผมด้วย.....!

 

 

 


#10 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:47

(คอลัมน์ "คลุกวงใน" โดย พิษณุ นิลกลัด
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๒ - ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑)



อ่านเรื่องราวของอาจารย์ธีรยุทธ์จากมติชนสุดสัปดาห์ที่'หนูอ้อย'นำมาอ่าน....
เหมือนเกลียดตัว(มติชน)กินใข่(คอลัมน์'คลุกวงใน')นี้........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ขอบคุณครับ

(คอลัมน์ "คลุกวงใน" โดย พิษณุ นิลกลัด
มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ ๒ - ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑)



อ่านเรื่องราวของอาจารย์ธีรยุทธ์จากมติชนสุดสัปดาห์ที่'หนูอ้อย'นำมาอ่าน....
เหมือนเกลียดตัว(มติชน)กินใข่(คอลัมน์'คลุกวงใน')นี้........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ขอบคุณครับ


งั้นคราวนี้คัดจากไทยรัฐมั่งดีกว่า :lol: :lol: :lol:

รู้จักคน รู้จักข่าว


Posted Image
ธีรยุทธ บุญมี

ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปีของ “ขาประจำ” นักวิชาการ อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่มาในมาดใหม่ใส่สูทแทนเสื้อกั๊ก วิพากษ์สถานการณ์ ฟันธงบนเวที ปาฐกถาพิเศษ มาตรา 112 เป็นตัวบ่งชี้ความขัดแย้งของรากหญ้าคือคนเสื้อแดงที่ชื่นชอบประชานิยม และอยากเปลี่ยนแปลงสังคม ขัดแย้งปะทะกับรากความคิดของสังคมไทยที่เชิดชูสถาบัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่หาทางออกให้สังคมได้ยาก

การเคลื่อนไหวให้แก้มาตรา 112 สะท้อนพัฒนาการทางความคิดของคนส่วนหนึ่งและปัญญาชนกลุ่มหนึ่งที่ท้าทาย และขัดแย้งกับความคิดดั้งเดิมของสังคม อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่มากกว่าความรุนแรง ที่แน่ๆ ยังได้ทิ้งทุ่นตบท้าย ในปลายเดือนกุมภาพันธ์จะกลับมาสวมเสื้อกั๊กวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง

ชื่อ-สกุล : นาย ธีรยุทธ บุญมี

ชื่อเล่น : ต๋อย

วันที่เกิด : 10 มกราคม 2493

บิดา นายฉิม บุญมี

มารดา นางสมจิตร บุญมี

ถิ่นกำเนิด กรุงเทพมหานคร

ชื่อคู่สมรส ศิริพร นามสกุลเดิมของคู่สมรส สุนทโรทก
จำนวนบุตร-ธิดา.....บุตร 1 คน ธิดา - คน

ประวัติครอบครัว :
เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 5 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คน (เสียชีวิต)

ชื่อพี่น้อง
1. ตรี
2. (ผู้หญิง เสียชีวิต)
3. นายธีรยุทธ บุญมี (ต๋อย)
4. ต่อ
5. ต๋อ ภรรยาชื่อนางศิริพร บุญมี (ตุ๊ก) (สมรส 16 ก.ค.2519)
มีบุตรชาย 1 คน ชื่อ พุทธพร บุญมี (ติ๊ต่าง)

การศึกษา :
- ปริญญาเอก สาขาสังคมมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยไนเมเกน ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ไม่ได้สอบวิทยานิพนธ์เพราะเลิกเรียนก่อน)
- ปริญญาโท สาขาสังคมวิทยา กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์
- ปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปี 2511 มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ด้วยคะแนนดีเด่นของประเทศ ******

ตำแหน่งปัจจุบัน การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่
- นักวิชาการของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ที่ปรึกษาสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการสถาบันไทยคดีศึกษา
- อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย

http://m.thairath.co...e/view/pol/8010

หมายเหตุจากวิกิพีเดีย : ธีรยุทธ บุญมีสอบได้เป็นที่หนึ่งของประเทศไทยในสายวิทยาศาสตร์ ด้วยคะแนน 91.90 % ในปี พ.ศ. 2511

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#11 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 23:42

ลองแปะภาพของคุณธีรยุทธ บุญมี. . . . .

ไม่มีภาพจากงานนิทรรศการเลยแปะรูปจากหนังสือแทน
ชอบการใช้สีของคุณธีรยุทธมากเลย งามจริงๆ Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#12 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 23:46

นี่ก็อีก.........

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#13 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:23

พักเที่ยงแล้ว...มาโพสที่อ่านพบ "วิสา คัญทัพ เขียนในเฟซถึงธีรยุทธ" เมื่อคืนนี้

อาจารย์ธีรยุทธเขียนภาพสีน้ำออกมาแต่ละภาพไม่เป็นวิวทิวทัศน์ก็เป็นดอกไม้กลีบบอบบาง
น่าเป็นคนอ่อนโยน ไม่ชอบความรุนแรง ไม่รู้ช่วงหนึ่งของชีวิตไปเข้าป่าจับอาวุธสู้กับรัฐบาลได้อย่างไร

ครั้นออกมาก็โดนเพี่อนพ้องน้องพี่แบบวิสา คัญทัพต่อว่าเอา ให้ตะโกนว่าไม่เห็นชอบกับรัฐประหารดังๆหน่อย
และให้ออกมาแสดงตัวไม่เอารัฐธรรมนูญ 50 ให้ชัดๆ

วิสาเป็นเพื่อนที่ไม่รู้จักอาจารย์ธีรยุทธเอาเสียเลย ทั้งยังไปเคี่ยวเข็ญเอากับเพื่อนเพื่อตามใจตัวเองมากกว่า. . .

วันอังคาร, มกราคม 25, 2011




วิสา คัญทัพ เขียนถึง ธีรยุทธ บุญมี



Posted Image

คราวนั้นทำให้เกิด “กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ” เคลื่อนไหวจนทั้งคุณธีรยุทธ ผมและเพื่อนรวม 13 คนถูกจับเป็นกบฏภายในและภายนอกราชอาณาจักร จากนั้นเป็นต้นมา ผมก็สนิทสนมกับ ธีรยุทธ บุญมี ในระดับที่แน่นอนหนึ่ง


โดย วิสา คัญทัพ
ที่มา เฟซบุ๊ควิสา คัญทัพ
Posted Image
Posted Image
ผมเคยเขียนถึงธีรยุทธ บุญมีไว้ในคอลัมน์ "เราต่างมาจากทั่วทุกสารทิศ" ในหนังสือ ประชาทรรศน์รายสัปดาห์ เมื่อร่วมสองปีที่ผ่านมา

อ.สมศักดิ์ เจียมฯ และเพื่อนพ้องน้องพี่หลายคนอาจไม่ได้อ่าน จึงคัดมาให้อ่านกันย้อนหลังโดยมิได้ปรับปรุงอะไรเพิ่มเติม ด้วยเห็นว่าสอดคล้องกับบรรยากาศที่ อ.สมศักดิ์พูดถึง สู้ตอนหนุ่ม กับสู้ตอนแก่ครับ (อ่าน สมศักดิ์ เจียมฯเขียนถึงทองใบ ทองเปาด์ )

ธีรยุทธ บุญมี “ไม่เคยรับรู้ สนับสนุน และเห็นชอบกับการทำรัฐประหาร”




ธีร ศาสตร์สดับทั้ง สุนทรี

ยุทธ ศิลปะกวี ประดับสร้าง

บุญ ทำก่อกรรมดี บริสุทธิ์

มี สุขอย่ารู้ร้าง รุ่งรุ้ง เรืองโพยม



ผมรู้จัก ธีรยุทธ บุญมี ก่อน 14 ตุลาคม 2516 เมื่อผมถูกลบชื่อออกจากมหาวิทยาลัยรามคำแหงพร้อมเพื่อนนักศึกษาเก้าคน ผมกับบุญส่ง ชเลธร เป็นคนเดินทางไปพบเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาในสมัยนั้นคือ คุณธีรยุทธ ที่ศาลาพระเกี้ยว จุฬาฯ

ไปเพื่อขอให้ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเคลื่อนไหวต่อสู้คัดค้านการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของนักศึกษา เนื่องจากทำหนังสือ “มหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีคำตอบ” อันมีข้อความบางส่วนกระทบกระเทือนผู้มีอำนาจเผด็จการ

ศูนย์นิสิตฯ นำการเคลื่อนไหวชุมนุมนักศึกษาประชาชนเรือนหมื่น ซึ่งนับว่ามากที่สุดเป็นครั้งแรกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่สำคัญได้รับชัยชนะ นักศึกษาเก้าคนได้กลับเข้าไปเรียน อธิการบดีรามฯต้องพ้นจากตำแหน่ง และ ประเด็นสุดท้ายที่เป็นประหนึ่งสัญญาประชาคมคือการเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากเผด็จการ

กรณี 21-22 มิถุนายน 2516 คราวนั้นทำให้เกิด “กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ” เคลื่อนไหวจนทั้งคุณธีรยุทธ ผมและเพื่อนรวม 13 คนถูกจับเป็นกบฏภายในและภายนอกราชอาณาจักร

จากนั้นเป็นต้นมา ผมก็สนิทสนมกับ ธีรยุทธ บุญมี ในระดับที่แน่นอนหนึ่ง (ขออนุญาตใช้ศัพท์ฝ่ายซ้ายที่อธิบายได้ใกล้เคียงที่สุด) หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม นักศึกษาบางส่วนที่จบการศึกษาไปแล้วอย่าง คุณประสาร และคุณธีรยุทธก็ก่อตั้ง กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (ปช.ปช)ขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อเนื่อง

ผมก็เข้าร่วมทำงานกับกลุ่มนี้ อภิปราย, ปราศรัย, เดินสาย ไฮปาร์คไปตามม็อบกรรมกรชาวนาต่างๆที่มีขึ้นไม่ขาดสาย

จนสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นมีการลอบฆ่าลอบสังหารผู้นำนักศึกษา ผู้นำกรรมกรชาวนา ผู้นำนักการเมือง พวกเราถูกข่มขู่คุกคามจากอำนาจที่มองไม่เห็นถึงขั้นเอาชีวิต

ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว มีทางให้หนีไปสู้อยู่สองทาง คือ หลบไปเคลื่อนไหวในต่างประเทศ หรือหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยต่อสู้กับภัยมืดเผด็จการ

ผมตัดสินใจเข้าป่าซึ่งตอนแรกๆก็ไม่รู้ว่าจะได้เข้าไปพร้อมกับใครอย่างไร ก่อนวันเดินทางไม่นานนักผมจึงรู้ว่าคณะนี้มีพี่ประสาร มฤคพิทักษ์พร้อมภรรยา, คุณธีรยุทธ บุญมีพร้อมภรรยา, และมีพี่ชัยวัฒน์ สุรวิชัย, คุณมวลชน สุกแสง, น้องในรามฯชื่อวิสุทธิ์หรือสหายตรง และลูกหลานอาจารย์ประวุฒิ ศรีมันตะ อีกสองสาว รวมสิบคน

เราเดินทางเข้าป่าทางภาคเหนือ เขตอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ลงรถจากถนนลาดยางก็ดั้นด้นเดินดงพงป่าด้วยเท้าเหยียบก้าวย่างขึ้นภูลงห้วยข้ามเขาไม่นับลูก รอนแรมอยู่หลายวันกว่าจะถึงจุดพักบนดอยยาวสำนักสหายเล่าเต็ง ไม่ต้องพูดถึงความยากลำบาก ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า และเหงื่อหยดที่มิอาจนับเป็นหยาด

ไม่น่าเชื่อว่าคนหนุ่มคนสาวที่มีชีวิตสุขสบายในเมืองใหญ่อย่างพวกเราจะฝ่าฟันผ่านพ้นไปได้ ผ่านชีวิตเป็นตายร้ายดีมาด้วยกันถึงขั้นนี้จะให้ลืมความรักความผูกพันอันเป็นรอยอดีตร่วมกันได้อย่างไร

ตรงจุดพักกินข้าวเย็นริมถนนลาดยางแห่งหนึ่ง ก่อนถึงจุดนัดหมายที่สหายในป่ามารับ ผมเสนอให้ผู้นำนักศึกษาที่มีชื่อเขียนจดหมาย ประกาศการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธส่งไปให้พวกเราในเมืองแจ้งให้ประชาชนได้ทราบ เหมือนที่อดีตเลขาฯศูนย์ฯอย่างเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ และผู้นำนักศึกษาคนอื่นๆเคยทำมาแล้ว ด้านหนึ่งเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ด้านหนึ่งเพื่อเป็นกำลังขวัญให้พวกเรากันเอง

จำได้ว่า คุณธีรยุทธไม่เห็นด้วย ก็เลยไม่มีการส่งจดหมายดังกล่าว แต่เมื่อไปถึงสำนัก A 30 ที่มีลุงอุดม สีสุวรรณเป็นหัวหน้าใหญ่ การประกาศการต่อสู้ดังกล่าวก็ทะยอยออกมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า ชื่อของผมดูเหมือนจะร่วมอยู่ในกลุ่มของคุณธีรยุทธ บุญมี และคุณประสาร มฤคพิทักษ์ นี่แหละ

งานในสำนักแนวร่วม A 30 ผมได้รับมอบหมายให้ทำงานนิตยสาร “สามัคคีสู้รบ” อันมีทีมงานในกองบรรณาธิการสี่คนคือคุณธีรยุทธ บุญมี, คุณสมาน เลือดวงศ์หัด (หรือเลิศวงรัฐ ในปัจจุบัน), คุณประยงค์ มูลสาร และผม

สามัคคีสู้รบ เป็นหนังสือที่ส่งเผยแพร่ส่วนใหญ่ในต่างประเทศ เพื่อสามัคคีพันธมิตรในแนวร่วมอันหลากหลาย ตอนนั้นมีประเด็นถกเถียงกันว่าพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ได้อยู่ในฐานะนำแนวร่วม แต่ควรเป็นองค์กรหนึ่งในแนวร่วม ซึ่งมีนโยบายเฉพาะหน้าของแนวร่วมที่จะสามัคคีกำลังรักชาติรักประชาธิปไตยไปเอาชนะรัฐบาลปฏิกิริยาไทย

เวลานั้นจึงมีการตั้ง กป.ชป. หรือคณะกรรมการประสานงานกำลังรักชาติรักประชาธิปไตยขึ้นเพื่อเตรียมสร้างแนวร่วมที่เป็นรูปการในอนาคต มี “สามัคคีสู้รบ”เป็นกระบอกเสียง

ธีรยุทธ บุญมี ปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวมีบทบาทเสนอแนะและชี้นำทางการเมืองในประเด็นสำคัญๆเป็นระยะตลอดมาในทุกรัฐบาล โดยทั่วไปก็เป็นที่ยอมรับกันได้ในแวดวงปัญญาชนคนชั้นกลางที่รักความเป็นธรรม อยากให้ระบอบประชาธิปไตยบ้านเราพัฒนาไปทางที่ดีขึ้นไปเรื่อย ไม่ว่าธีรยุทธ จะออกมาปะทะกับนายกรัฐมนตรีคนไหน อย่างดีก็มีเสียงโต้ตอบออกมาจากนักการเมืองที่ปกป้องรัฐบาลเท่านั้น ไม่เคยล่วงล้ำลามมาสร้างความไม่พอใจให้กับมวลชนที่กว้างขวางเหมือนกับที่กำลังถูกมองในทางลบเช่นทุกวันนี้ ดังที่ธีรยุทธได้กล่าวไว้เองว่า


“ผมก็ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนเผด็จการ ทั้งที่ความเป็นจริง ผมไม่เคยเบี่ยงเบนความคิดจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของประชาชน ไม่เคยสนับสนุนระบอบทักษิณ ไม่เคยรับรู้ สนับสนุน และเห็นชอบกับการรัฐประหาร เพราะวันที่ 18 ก.ย.2549 ผมพร้อมค้วยอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ และคณบดีอีก 5 คณะได้ร่วมกันประชุมหารือเพื่อหาทางออก โดยเฉพาะข่าวลือที่ว่า จะมีการรัฐประหาร แต่ก็ไม่ทันการณ์ เพราะในวันรุ่งขึ้นก็มีการยึดอำนาจ ดังนั้นผมขอยืนยัน ผมไม่เคยใยดีกับตำแหน่งอำนาจวาสนาหลังรัฐประหาร ถือเป็นและได้ทำหน้าที่วิจารณ์ คมช.และรัฐบาลสุรยุทธ์ ให้คลี่คลายวิกฤติและไม่สืบทอดอำนาจ”


ข้อความดังกล่าวโผล่ขึ้นมาในตอนหนึ่งของการกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ตุลาการภิวัตน์กับการรอมชอมในสังคมไทย”

การกล่าวข้อความเยี่ยงนี้ สำหรับผมไม่ถือว่าเป็นคำแก้ตัวใดๆ โดยความที่เคยสนิทสนมเชื่อมั่นศรัทธากันมาก่อน ผมเป็นห่วงสุขภาพของเขาด้วยซ้ำไปเวลาที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ ยิ่งการแถลงครั้งล่าสุด เส้นผมบนศีรษะเบาบางลงมาก ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกที่เจ็บช้ำใดๆ ท่านไม่ใยดีกับตำแหน่งอำนาจวาสนาหลังรัฐประหารนั้นถูกควรแล้ว หากทำเหมือนเพื่อนพ้องน้องพี่ของท่านบางคน อาการก็อาจจะหนักไปมากกว่านี้

อันที่จริง 5 ภาวะเสื่อมที่ อ.ธีรยุทธเสนอมา ไม่มีอะไรใหม่ เป็นภาวะเสื่อมที่เห็นกันมานานแล้ว โดยเฉพาะข้ออมาตยาธิปไตยเสื่อมนั้นถูกต้อง ส่วนข้อคุณธรรมเสื่อมนั้นน่าจะไม่ใช่ เพราะไม่มีใครเห็นว่าคอรัปชั่นเป็นเรื่องธรรมดา และไม่มีใครคิดว่า โกงก็ได้ขอให้ทำงาน มีแต่คิดหาทางจะกำจัดคอรัปชั่น และถ้าโกงจริงก็ต้องขึ้นศาลเอาเข้าคุก

ข้อความสามัคคีในบ้านเมืองเสื่อมนั้นมุ่งชี้เป้าไปโทษรากหญ้าโทษประชาชน โดยธีรยุทธชี้ว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน เกิดจากทิฐิมานะ ประชาชนเลือกพรรคการเมืองที่เข้าถึงใกล้ชิดมากกว่าชนชั้นนำซึ่งห่างไกลแปลกแยก ผมไม่ทราบว่าชนชั้นนำไหน พรรคการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ผู้ปกครองที่มาจากการเลือกตั้งไม่ใช่ชนชั้นนำหรือชนชั้นนำที่คุณธีรยุทธพูดหมายถึงใคร และทำไมดูถูกประชาชนว่าเลือกผู้แทนด้วยทิฐิมานะ เรื่องภาคการเมืองเสื่อม ภาคสังคมเสื่อม พรรคการเมือง รัฐสภา สถาบันทางวิชาการ...การแตกแยกทางความคิดเห็น ไม่มีใครฟังใคร ไม่มีผู้ใหญ่คอยไกล่เกลี่ยที่ธีรยุทธพูดมาที่จริงก็เป็นเรื่องของพวกท่านทั้งหลายนี่แหละที่ไปรับรองรัฐธรรมนูญปี 50 ของ คมช. เมื่อผู้ใหญ่เปล่งเสียงร้องเพลงเดียวกับ คมช.เยี่ยงนี้ ก็เท่ากับผู้ใหญ่ทำลายคุณค่าของตัวเองลง

ทำไมจึงไม่ได้ฟังสำเนียงไม่เอารัฐธรรมนูญปี 50 ทำไมจึงไม่ได้ฟังสำเนียงต้านรัฐประหาร ทำไมจึงไม่ได้ยินสำเนียงคัดค้านทัดทานพวกกลุ่มพันธมิตรฯจากอาจารย์ธีรยุทธบ้าง

ซ้ำกลับมาบอกว่าอย่ารีบร้อนแก้รัฐธรรมนูญเพราะจะเกิดการเผชิญหน้ากัน อาจารย์ธีรยุทธต้องตะโกนคำว่า ”ไม่เคยรับรู้ไม่เคยสนับสนุนและเห็นชอบกับการรัฐประหาร” ให้ดังกว่านี้หน่อยนะครับ

และตะโกนคำว่า “เอารัฐธรรมนูญเผด็จการออกไป” ส่วนประชาธิปไตยประชาชนนั้นเราต้องร่วมกันเพรียกหาต่อไป.

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#14 novic

novic

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 268 posts

ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:45

ขอบคุณครับ B)

#15 PookLook

PookLook

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,769 posts

ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 13:53

Posted Image

เห็นใจเพื่อนๆที่เคยต่อสู้ร่วมกับไอ้นี่มา มันจะมีหน้าไปกราบศพวีรขนที่เสียชีวิตไปตอนนั้นหรือไม่? :unsure:

#16 AtheNa

AtheNa

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 791 posts

ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 14:08

ขอโทษนะ...พวกคน ตุลา เข้าป่าไปเยอะนะ...ตอนนี้เห็นยังหลงอยู่ตามป่าตามเขาเลย
สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วได้ชัยชนะ นั่นก็คือ การที่คนดีๆ นิ่งดูดาย " The only thing necessary for the Triumph of Evil is for Good Men to do Nothing "(Edmund Burke)

#17 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    " Silent Military Coup " is THE END of BLOODSHED.

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,102 posts

ตอบ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 15:24

Posted Image

เห็นใจเพื่อนๆที่เคยต่อสู้ร่วมกับไอ้นี่มา มันจะมีหน้าไปกราบศพวีรขนที่เสียชีวิตไปตอนนั้นหรือไม่? :unsure:


ปุ๊กอ่านที่วิสาเขียนลงเฟซรึเปล่า เราอุตส่าห์ลงให้อ่านง่ายๆ. . . .

ตรงจุดพักกินข้าวเย็นริมถนนลาดยางแห่งหนึ่ง ก่อนถึงจุดนัดหมายที่สหายในป่ามารับ ผมเสนอให้ผู้นำนักศึกษาที่มีชื่อ เขียนจดหมายประกาศการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธส่งไปให้พวกเราในเมือง แจ้งให้ประชาชนได้ทราบ เหมือนที่อดีตเลขาฯศูนย์ฯอย่างเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ และผู้นำนักศึกษาคนอื่นๆเคยทำมาแล้ว ด้านหนึ่งเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ด้านหนึ่งเพื่อเป็นกำลังขวัญให้พวกเรากันเอง

จำได้ว่า คุณธีรยุทธไม่เห็นด้วย ก็เลยไม่มีการส่งจดหมายดังกล่าว แต่เมื่อไปถึงสำนัก A 30 ที่มีลุงอุดม สีสุวรรณเป็นหัวหน้าใหญ่ การประกาศการต่อสู้ดังกล่าวก็ทะยอยออกมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า ชื่อของผมดูเหมือนจะร่วมอยู่ในกลุ่มของคุณธีรยุทธ บุญมี และคุณประสาร มฤคพิทักษ์ นี่แหละ


ทำไมอาจารย์ธีรยุทธถึงไม่เห็นด้วยในการร่างจดหมายประกาศเจตนารมณ์ ?
น่าแปลเจตนาได้ว่าท่านก็มีความคิดเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่ยุคนั้น
ท่านจะเป็นแค่แนวร่วมของ CPT ( Comunist Party of Thailand ) และในเวลาต่อมาก็เป็นที่ชัดเจนว่าสำนัก A 30 นั้นคือแค่สำนักแนวร่วม ไม่ใช่หน่วยนำของ CPT

เผด็จการที่อาจารย์ต่อต้านก็คือ เผด็จการเพื่อพวกพ้องแบบถนอม - ประภาส - ณรงค์ ซึ่งวันนี้มันมาอยู่ในรูปเผด็จการหน้าเหลี่ยม
สถานะอาจารย์วันนี้ก็ไม่อยู่ในสภาพนักรบเหมือนตอนหนุ่มแล้ว ผ่านความร้อนแรงของชีวิตมาก็เยอะ
ท่านคงมีบทเรียนของชีวิตอะไรหลายอย่างจึงขอทำแค่หน้าที่นักวิชาการ

มาถึงปุ๊ก......เวลาปุ๊กคบเพื่อนคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง หากคบไปสักระยะแล้วพบว่าทัศนคติไม่ไปในทางเดียวกันแล้วปุ๊กไม่ไปกับพวกเขา
ปุ๊กก็แยกตัวออกมาใช่ไหมล่ะ จะไปทนทู่ซี้อยู่ทำไม

หรือเพื่อนบางคนอาจถึงอายุขัยต้องตายจากไป แต่ในความเป็นเพื่อน--->เพื่อนก็ยังคือเพื่อน
ส่วนอุดมการณ์ที่เราค้นพบว่าไม่ใช่ ก็ต้องแยกส่วนออกไปจากกัน
ปุ๊กเป็นคนร่วมสมัยกับพวกเขารึถึงไปแรงกับอาจารย์ธีรยุทธว่าเค้าเป็นเหลือบ วิสาซึ่งน่าจะแรงด่าว่าเพื่อน กลับสุภาพกว่าปุ๊กมาก

อย่างว่าล่ะ....เสื้อแดงแบบปุ๊กคิดวิเคราะห์อะไรเองไม่เป็น ได้แต่ฟัง ใครๆเค้าก็ว่าอย่างงั้น - ฮา

พวกคุณโง่ดันเข้าสุดซอยด้วยลุแก่อำนาจ

มันจึงหนีไม่พ้นที่ชั้นต้องออกปากซอย.....

ฟางเส้นสุดท้ายคือการไม่ยอมรับศาล รธน.

ชั้นออกสู่ถนนแล้ว เพื่อสู้ถวายหัว


#18 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 26,864 posts

ตอบ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 00:42


Posted Image

เห็นใจเพื่อนๆที่เคยต่อสู้ร่วมกับไอ้นี่มา มันจะมีหน้าไปกราบศพวีรขนที่เสียชีวิตไปตอนนั้นหรือไม่? :unsure:


ปุ๊กอ่านที่วิสาเขียนลงเฟซรึเปล่า เราอุตส่าห์ลงให้อ่านง่ายๆ. . . .

ตรงจุดพักกินข้าวเย็นริมถนนลาดยางแห่งหนึ่ง ก่อนถึงจุดนัดหมายที่สหายในป่ามารับ ผมเสนอให้ผู้นำนักศึกษาที่มีชื่อ เขียนจดหมายประกาศการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธส่งไปให้พวกเราในเมือง แจ้งให้ประชาชนได้ทราบ เหมือนที่อดีตเลขาฯศูนย์ฯอย่างเกรียงกมล เลาหไพโรจน์ และผู้นำนักศึกษาคนอื่นๆเคยทำมาแล้ว ด้านหนึ่งเพื่อข่มขู่ฝ่ายตรงข้าม ด้านหนึ่งเพื่อเป็นกำลังขวัญให้พวกเรากันเอง

จำได้ว่า คุณธีรยุทธไม่เห็นด้วย ก็เลยไม่มีการส่งจดหมายดังกล่าว แต่เมื่อไปถึงสำนัก A 30 ที่มีลุงอุดม สีสุวรรณเป็นหัวหน้าใหญ่ การประกาศการต่อสู้ดังกล่าวก็ทะยอยออกมาเป็นระลอกแล้วระลอกเล่า ชื่อของผมดูเหมือนจะร่วมอยู่ในกลุ่มของคุณธีรยุทธ บุญมี และคุณประสาร มฤคพิทักษ์ นี่แหละ


ทำไมอาจารย์ธีรยุทธถึงไม่เห็นด้วยในการร่างจดหมายประกาศเจตนารมณ์ ?
น่าแปลเจตนาได้ว่าท่านก็มีความคิดเป็นตัวของตัวเองมาตั้งแต่ยุคนั้น
ท่านจะเป็นแค่แนวร่วมของ CPT ( Comunist Party of Thailand ) และในเวลาต่อมาก็เป็นที่ชัดเจนว่าสำนัก A 30 นั้นคือแค่สำนักแนวร่วม ไม่ใช่หน่วยนำของ CPT

เผด็จการที่อาจารย์ต่อต้านก็คือ เผด็จการเพื่อพวกพ้องแบบถนอม - ประภาส - ณรงค์ ซึ่งวันนี้มันมาอยู่ในรูปเผด็จการหน้าเหลี่ยม
สถานะอาจารย์วันนี้ก็ไม่อยู่ในสภาพนักรบเหมือนตอนหนุ่มแล้ว ผ่านความร้อนแรงของชีวิตมาก็เยอะ
ท่านคงมีบทเรียนของชีวิตอะไรหลายอย่างจึงขอทำแค่หน้าที่นักวิชาการ

าถึงปุ๊ก......เวลาปุ๊กคบเพื่อนคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง หากคบไปสักระยะแล้วพบว่าทัศนคติไม่ไปในทางเดียวกันแล้วปุ๊กไม่ไปกับพวกเขา
ปุ๊กก็แยกตัวออกมาใช่ไหมล่ะ จะไปทนทู่ซี้อยู่ทำไม

หรือเพื่อนบางคนอาจถึงอายุขัยต้องตายจากไป แต่ในความเป็นเพื่อน--->เพื่อนก็ยังคือเพื่อน
ส่วนอุดมการณ์ที่เราค้นพบว่าไม่ใช่ ก็ต้องแยกส่วนออกไปจากกัน
ปุ๊กเป็นคนร่วมสมัยกับพวกเขารึถึงไปแรงกับอาจารย์ธีรยุทธว่าเค้าเป็นเหลือบ วิสาซึ่งน่าจะแรงด่าว่าเพื่อน กลับสุภาพกว่าปุ๊กมาก


อย่างว่าล่ะ....เสื้อแดงแบบปุ๊กคิดวิเคราะห์อะไรเองไม่เป็น ได้แต่ฟัง ใครๆเค้าก็ว่าอย่างงั้น - ฮา






คนไม่รู้จัก'ปุ๊กลุ๊ก'มาก่อน...
เห็นปุ๊กลุ๊กตั้งกระทู้น่าจะเข้าใจ....

'อุดมการณ์'คือ'ขยะ'ในลิ้นชัก

มี'บัตรเติมเงิน'จึงมีปุ๊กลุ๊ก
จึงเต็มใจรับใช้'นักโทษหนีคุก'
เจ้าของ'ใบบอก'.....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า.

Edited by ปุถุชน, 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 00:44.

 

ผมไม่ห่วงสุเทพในฐานะนักการเมืองและพรรคประชาธิปัตย์

ผมเป็นห่วง สนับสนุนสุเทพ ในฐานะแกนนำคัดค้าน ล้มพรบ.นิรโทษกรรม(สุดซอย)ให้ทักษิณเพื่อประเทศไทย เพื่อหลักนิติรัฐ นิติธรรม และประชาชน รวมทั้งผมด้วย.....!