Jump to content


ศิลาแดง

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 6 กรกฎาคม 2554
ออฟไลน์ เข้าใช้งานครั้งล่าสุด: 26 พฤศจิกายน 2556 01:09
-----

#924649 รวบเสี่ยร้านทองคนดี พกปืน-กระสุนเพียบ มือมืดปาระเบิดปิงปอง!!! สะพ...

โดย ควันหลง on 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 - 22:13

มันบังเอิญไปป่ะฮะ นายสานิต โป่งจินา คนนี้น่าจะรู้จักกับคำรณวิทย์แน่นอน เพราะแกเคยมีคดี ยิงโจรปล้นร้านทองของแก เมื่อปืก่อน ตัวคำรณวิทย์นีึ่แหละ เป็นคนแถลงคดีนี้เองก่ะมือ

 

http://www.toplinedi...spx?NewsID=4864




#923998 ด่วน..!!! พธม ออกศึกได้จาก.....แป๊ะลิ้ม

โดย Reds_killer on 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 - 18:59

คนเขาจะช่วย จงอย่าพยายาบทำลายน้ำใจกันเลย...

 

สิ่งสำคัญตอนนี้คือ สามัครคี ออกมาช่วยให้เยอะที่สุด




#923736 คนที่กำลังจะออกไปชุมนุมขับไล่รัฐบาล (ควายแดงฝากถามมา)

โดย แมวน้อยสีน้ำเงิน on 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 - 16:58

พี่เหลิม ฝากมาบอก...

 

1454797_734882956541440_606628498_n.jpg




#749130 เราจะแสดงให้รู้ไว้ ว่าคนที่นี่ไม่โง่!! ไอ้2ตัวนั้นมันไม่ใช่คนฆ่าเอกยุ...

โดย จูกัดขงเบ้ง on 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 - 11:31

วันนี้ก็ผ่านมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว

คดีฆ่าเอกยุทธ พิรุธเพียบ จากกระทู้ที่ตั้งกันมาหลายกระทู้

ทีมสืบสวนสอบสวนของเสรีไทย ติดตามกันมาแลกเปลี่ยนกัน

จนทำให้ผมสามารถพอที่จะสรุป Crime Scene รอบสองได้ชัดเจนขึ้น

รอบสองนี้บอกตามตรงว่า ได้จากทีมเสรีไทยมากมายจริงๆ แต่อีกส่วนก็ได้จากพฤติกรรมของตำรวจด้วย

ก็เลยพอจะสรุปบทที่ 2 ได้ดังนี้

 

1. ไอ้เบิ้มกับไอ้บอลไม่ใช่คนฆ่าเลย ทั้งคู่ ดูกันง่ายๆ เวลานี้ ตำรวจทำสำนวนตามคำรับสารภาพเท่านั้น

    ไม่มีหลักฐานอะไรยืนยันได้เลยว่ามันทั้ง 2 คนเป็นคนฆ่า ถ้าขึ้นศาลแล้วทั้งคู่กลับคำให้การ ก็หลุด

    เต็มที่ก็โดนคดีซ่อนเร้นอำพรางศพเท่านั้น ที่สำคัญคือ ให้การขัดแย้งกันเองอีก

2. ไอ้เบิ้มบอกว่าขับรถไม่เป็น อันนี้เราจะไม่พูดเพราะเรารู้ว่ามีการหาข่าวหากระแสกันอยู่เพื่อจัดการปรับสคริปต์

3. พวกนี้เอาเงิน 5 ล้าน แต่ กลับทิ้ง สมบัติลงแม่น้ำ แถมไอโฟน 5 ดันไปโผล่ที่เยาวราช

 

เวลานี้ ญาติเขากลัว เขาก็เลิกแล้ว ไม่ติดใจอะไรอีก

เราเองคนร่วมอุดมการณ์ก็ช่วยเปิดโปงเท่าที่ทำได้

เวลานี้ มันมีพิรุธมากจนแก้ไม่ไหวแล้ว เราก็จะหยุดเหมือนกัน

แต่ก่อนหยุด เราจะฝากฝีมือการ เดา แผนของพวกมันไว้ เพื่อฝากให้รู้กันไว้ว่า พวกกุไม่ใช่ควาย!!!

 

แผนที่เราจับได้ก็คือ!!!

 

1. ทีมนี้มีทั้งหมด 2 ทีม

               ทีม 1  เป็นทีมฆ่า ซึ่งจะต้องใช้คนที่ชำนาญและรักษาความลับได้ ซึ่งถ้าเราเป็นผู้เลือกระหว่างสีกากี กับ สีเขียว

                                         เราจะเลือก สีกากี เพราะสีเขียว มีผบ.ทบ.ที่เป็นฝ่ายอำมาตย์มา ยังวางใจไม่ได้

               ทีม 2 ทีมฝัง ล่อหลอก และ แพะ

                                         เพื่อให้ตัดความสนใจออกจากทีมหนึ่งให้เด็ดขาด ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น

                                         ยังไงก็ไม่มีทางลากมาพัวพันถึงทีม 1 ได้เด็ดขาด

                                         เพราะ สปอตไลท์และความสนใจ จะจับอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของทีม 2 เป็นหลัก

                                 

      ทีมที่ 1 วางแผน ทีมที่ 2 เอาแผนมาปรับเพื่อเบียงเบนความสนใจ

 

      นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ ทำไม ไอ้บอลมันถึงต้องขับรถเอกยุทธ เข้ามากรุงเทพ เพื่อให้โดนจับตัวได้ที่กรุงเทพ

      ประเด็นนี้ จนถึงวันโลกแตก ก็ไม่มีวันที่ท่านผู้ทำคดีทั้งหลายจะแก้ออก

 

2. คืนวันนั้น ทีมฆ่าขึ้นรถเอกยุทธ์จริง แต่ไม่มีใครนั่งข้างหน้าเลย อยู่ด้านหลังทั้งหมด

    ล็อคตัวเอกยุทธ์ได้ แล้วก็พาไปที่บ้าน จะเอาอะไรก็ตามแต่

    ตอนนั้น รถคันที่ 2 เข้ามา เพื่อที่จะรับทั้งทีมฆ่า และ เอกยุทธ์ขึ้นอีกคันนึง เพื่อไปบ้านพี่สาวไอ้บอล

    ส่วนรถไอ้บอล เป็นรถนำขบวนเพื่อเช็คด่าน

         ดึงเซอร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดหน้าบ้านเพื่อจะไม่ให้เห็นตอนขนเอกยุทธขึ้นรถอีกคันนึง

         อย่างน้อยก็ไม่ให้เห็นว่ามีรถอีกคันเข้ามาจอดด้านหลังบ้าน

 

3. รถทีมฆ่า และ รถเอกยุทธ ไปที่สนามบิน จอดหน้าประตู 8 แต่ไอ้บอลลงมารับเช็คที่ประตู 7

    บนรถเอกยุทธ ที่ประตู 8 ไม่มีเอกยุทธและใครทั้งสิ้น ไอ้บอลขับรถออกมาส่งสมุดเช็คให้กับทีม ฆ่า

   ที่ขับวนในสนามบิน หรือจอดอยู่ที่เปลี่ยวใกล้ๆนั้น เสร็จแล้วไอ้บอล ก็วนรถกลับมาส่งเช็คให้อีกทีนึง

 

4. ไอ้บอลรับเงิน แล้ว ส่งสัญญาณถึงทีมฆ่า

     ทีมฆ่าจัดการเรียบร้อยแล้ว ขับรถมาจอดที่จุดนัดพบ ลงจากรถแยกย้ายกันหลบหนี

     โดยไอ้เบิ้ม รับช่วงขับรถที่ในรถมีศพเอกยุทธอยู่ท้ายรถ ขับตามรถเอกยุทธที่ไอ้บอลขับนำเพื่อเช็คด่าน

 

5. ไอ้บอลเฝ้าต้นทาง ไอ้เบิ้มกับเพื่อนอีก 2 คนช่วยกันฝังศพ

     คำสั่งคือ มีกระดุม 3 เม็ด กับเชือกผูกรองเท้า ฝังลงไปด้วย และแก้ผ้าเอกยุทธให้หมด

     จากนั้นจัดฉาก เอารถไปล้าง เอารองเท้าเปื้อนโคลน เอาแหวนเอกยุทธ พร้อมทั้งจดหมาย

     มาใส่ไว้ในรถ แล้วไอ้บอลก็ขับขึ้นมากรุงเทพเพียงลำพัง

     ทั้งๆที่วันที 9 ถึงเช้าวันที่ 10 ข่าวออกครึกโครมมาก มันก็ต้องขับขึ้นมา เพราะเป็นแผน

 

    คนที่ฉลาดและกังวลถึงกล้องวงจรปิด จนกระทั่งต้องหาทางถอดเซอร์ฟเวอร์ ก่อนออกจากบ้านเอกยุทธ

    จะโง่ถึงขนาดไม่กังวลถึงกล้องวงจรปิดตามทางหลวงและแยกที่จะจับภาพตัวเองได้เลยหรือ

     สนามบิน ก็กล้องวงจรปิดเพียบ ทำไมไม่กลัวล่ะ

     ก็เพราะไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ตาม ไอ้บอลจะถูกจับในสภาพ ขับรถคนเดียวกับรถเปล่าๆ 1 คัน และพล็อตจะเป็นอีกพล็อตนึง

     เช่นถ้าถูกจับตอนรับส่งเช็ค ก็จะบอกว่า นายให้มาเอา แต่ไม่รู้นายหายไปไหนแล้ว ตรงนี้จะแก้ตัวง่ายกว่าเยอะ

 

     ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เกิดขึ้น มันบ่งชี้ว่า มีการวางพล็อตให้ผู้ติดตาม โดยเฉพาะพวกเรา สนใจตามอยู่แล้ว

     ว่าไปที่ไหนยังไง

     แต่จริงๆแล้ว มันเป็นรถนำเท่านั้น ไม่มีอะไรเลย

     ไอ้เบิ้มว่าไอ้บอลบีบคอจนตาย  ไอ้บอลว่าไอ้เบิ้มใช้เชือกรัดคอจนตาย

     สรุปแล้ว ทั้งคู่ไม่มีใครฆ่าหรอก หลักฐานไม่มีซักอย่างที่จะมัดว่าเป็นพวกมันฆ่า ไม่มีใครเห็น มีแต่คำให้การ

     สำนวนคดีอย่างนี้ เบาโหวง หลุดแน่ๆ ได้อย่างเดียวคือซ่อนเร้นอำพรางศพ

     แล้วรับงานรับหน้าที่เป็น แพะอยู่แล้ว คือถ้ารอด กระแสไม่แรงก็จบไว ปัญหาคือคนเขาไม่เชื่อไอ้บอลวันที่แถลงข่าว

     ก็เลยสร้างพล็อตเอกยุทธหนีไปเองไม่ได้ เจอทนายสุวัตร ก็เลยต้องส่งสัญญาณใช้แผน 2 คือ แผนแพะ ทั้งทีมเข้าฉาก

 

             เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว ก็คงต้องยอมรับ

             สำนวนมันออกมาแบบนี้ คือสุดท้ายทีมแพะ ก็โดนข้อหาเบา ไม่หนัก ติดคุกไม่กี่ปีก็ออกมา พร้อมกับที่คนลืมกันไปแล้ว

            

 

    คดีนี้ คงจะสื่อไปถึงหลายส่วน ทั้งเสื้อแดงที่ฮึ่มๆจะตีตัวออกห่าง กับ เสื้อหลากสีที่ฮึ่มๆจะต้านนิรโทษกรรมกับแก้รัฐธรรมนูญ

    เฉลิมถึงกับออกมาว่า นักเรียกร้องทั้งหลายดูไว้ เวลาพวกคุณตายแล้วพวกผมลำบาก อย่าตายเลยขอร้อง

 

                   คุณงามความดีจากกระทู้ที่ผมตั้งมา ขออุทิศให้กับเอกยุทธ

                   คุณไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอก ก็ไม่ต่างจากผม

                   แต่คุณกล้าชนกับพวกมัน จนคุณต้องตาย ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติเถิด

                               




#733133 เป็นไงล่ะลีเจ้าจักรยาน-รร.เล็กต่ำ 60 ครู 4 ที่หนึ่งโอเน็ต 6 ปีซ้อน อัํยหย่ะ

โดย ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ on 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556 - 14:35

http://www.manager.c...D=9560000065787

 

น่าน - พบโรงเรียนขนาดเล็กเมืองน่าน มีนักเรียน 54 คน ครู 4 คน ผล O-Net กลับครองอันดับ 1 ตั้งแต่ปี 49-55 คะแนนสูงกว่าทั้งระดับจังหวัด ระดับสังกัด และระดับประเทศ ครู ผู้นำชุมชนยันเป็นไปได้ ครูต้องทุ่มเท ชุมชนหนุนช่วย
       
       ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการ กำลังมีนโยบายยุบ-ควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศ และผลักดันให้จัดงบประมาณไปซื้อรถตู้เพื่อนำมาให้บริการรับ-ส่งนักเรียนแทน ภายใต้แนวคิดที่ว่า โรงเรียนขนาดเล็กประสบปัญหาการจัดการเรียนการสอนที่ด้อยคุณภาพ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมไทยอย่างหนักนั้น
       
       อย่างไรก็ตาม ในระยะที่ผ่านมาก็มีโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดน่าน สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องมีการยุบ หรือควบรวมใดๆ เช่น ร.ร.บ้านห้วยท่าง ม.5 ต.ไชยวัฒนา อ.ปัว จ.น่าน สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษาน่าน เขต 2 ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กระดับ อนุบาล 1-ประถม 6 มีนักเรียนรวม 54 คน และครู 4 คน ห้องเรียน 8 ห้อง ซึ่งมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-net ในระดับ ป.6 ใน 8 สาระวิชา มีผลสัมฤทธิ์สูงทุกวิชาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2549-2555
       
       ขณะที่ผลการประเมินพบว่าสูงเป็นอันดับ 1 มีคะแนนสูงกว่าระดับจังหวัด ระดับสังกัด และระดับประเทศ แม้ว่าจะประสบกับปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน และเด็กนักเรียนมีน้อย แต่ก็สามารถบริหารจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับครูที่มีคุณภาพ และชุมชนให้การสนับสนุน
       
       นางอรนันท์ สิทธิชัย ครูประจำโรงเรียน เล่าว่า มีครูจำนวน 4 คน ซึ่งนับรวมนายเฑียร ธีรศิรปัญญา ผอ.ร.ร.ที่ลงมาช่วยสอนนักเรียนด้วย ครูแต่ละคนเป็นครูที่ให้ความสำคัญเรื่องการจัดการเรียนการสอน และติดตามผลการเรียนของเด็กนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ในทุกๆวัน โดยใช้เทคนิค Back up again คือ การบันทึกการสอน และวิเคราะห์การเรียนของเด็กนักเรียน
       
       ในทุกๆ วัน ครูจะต้องทำการประเมิน และวิเคราะห์การเรียนของเด็ก ซึ่งหากพบว่ามีเด็กนักเรียนที่เรียนไม่ทัน หรือเรียนช้าก็จะต้องลงไปเรียนซ่อมเสริมทันที นอกจากนี้ เด็กนักเรียนเป็นเด็กเล็ก ลืมง่าย ก็ต้องใช้วิธี ซ้ำ ย้ำ ทวน ทำบ่อยๆ ให้เด็กได้ฝึกฝนเกิดทักษะติดตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครูต้องใช้ความอดทน และทุ่มเทอย่างมาก
       
       นายเฑียร ธีรศิรปัญญา ผอ.ร.ร..บ้านห้วยท่าง กล่าวว่า โรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหาไม่ต่างกัน ทั้งเรื่องครูไม่ครบชั้น นักเรียนน้อย งบประมาณไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องพยายามแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุด โดยทางโรงเรียนจะใช้วิธีการคละชั้นเรียนในบางรายวิชา ที่สามารถเรียนรวมกันได้ เช่น เด็ก ป.1 กับ เด็ก ป.2 นำมาเรียนรวมกันในวิชาสังคม วิชาพระพุทธศาสนา และได้นำการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนไกลกังวล ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเสริมในโรงเรียนด้วย
       
       การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กให้มีคุณภาพ สำคัญที่ตัวบุคลากรทางการศึกษา และชุมชน โดยต้องใช้โรงเรียนเป็นฐาน และชุมชนเข็มแข็ง มีการสนับสนุนทางการศึกษาที่สอดคล้องกัน
       
       สำหรับเรื่องนโยบายการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก แม้ไม่มีผลกระทบ แต่โรงเรียนก็ยังมีปัญหาเรื่องงบประมาณไม่พอ ปัจจุบันได้งบ 1,900 บาท/คน รวม 60,000 บาท/เทอม หรือ 1 แสนบาทต่อปีการศึกษา ซึ่งไม่พอในการบริหารจัดการทั้งโรงเรียน หลายปีที่ผ่านมา ครูทุกคนจึงได้ช่วยกันออกเงินส่วนตัวเพื่อจ้างอัตราสอนเพิ่ม
       
       ขณะที่ทางชุมชนก็พยายามหาทุนมาช่วยพัฒนาโรงเรียน ซึ่งหากได้รับงบประมาณสนับสนุนที่มากขึ้น หรือเป็นรางวัลพิเศษให้แก่โรงเรียนที่สามารถสร้างเด็กมีคุณภาพทางการศึกษาได้ ก็ควรให้การสนับสนุนเพื่อสร้างขวัญกำลังใจได้เป็นอย่างดี
       
       ด้านนายสมจิต ปาละ ผู้ใหญ่บ้านห้วยท่าง และในฐานะประธานคณะกรรมการสถานศึกษา กล่าวว่า ชุมชนบ้านห้วยท่าง ไม่สนับสนุนให้บุตรหลานออกไปเรียนที่อื่น ดังนั้น จำเป็นต้องช่วยกัน ร่วมมือกับทางโรงเรียนในการทำให้โรงเรียนของชุมชนมีคุณภาพ
       
       ด้านการศึกษาต้องให้ทางผู้อำนวยการโรงเรียน และครูทุกคนช่วยพัฒนา ในส่วนเรื่องการพัฒนาโรงเรียนชุมชนก็ต้องช่วยกัน อย่างเช่นถนนภายในโรงเรียน อุปกรณ์และอาคารต่างๆ ก็ต้องช่วยกันซ่อมบำรุง ออกเป็นแรง ระดมเงิน และทรัพยากรมาช่วยกันพัฒนาโรงเรียน แม้ว่าชาวบ้านไม่มีเงิน แต่ก็ช่วยเป็นแรงงาน เพื่อลูกหลานบ้านห้วยท่าง ได้มีโรงเรียนที่มีคุณภาพ
       
       “ที่จริงแล้วหากโรงเรียนขนาดเล็กที่สามารถจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้ดี ก็ควรที่จะได้รับการสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณ และบุคลากรที่มีคุณภาพ”

 

 

***********************************************************************************************

 

ลีไปซะแล้ว แต่เชื่อว่าคงแวะมาอ่านนะ




#638410 เป็ดเฉลิมฟันธง คุณชายโดนสอย ไม่ใบเหลืองก็แดง

โดย baboon on 12 มีนาคม พ.ศ. 2556 - 13:52

ไม่หรอก กกต ชุดนี้จะยืดไปจนครบกำหนดเพื่อโยนให้ศาลตัดสิน




#614972 ทำไม ธีระ ณ Nation Go6

โดย kop16 on 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - 12:58

551514_352649448181000_2013887497_n.jpg




#615072 ===> จดหมายจากคุณอภิสิทธิ์ ถึงพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร

โดย b... on 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 - 14:01

%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%




#475344 ด่วน! ก.ล.ต.ส่งหนังสือถึง บ.ในตลาดหุ้น ให้ระวังการทำธุรกิจกับ “สรยุทธ-ไร่...

โดย ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่ on 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - 16:08

'hentai', on 02 Nov 2012 - 08:36, said:

มีหรือไม่ที่ ปปช ชี้มูล แล้ว... ศาลว่าไม่ผิด...

ถ้าท่านเป็น คุณสอ... ท่านว่าท่านไม่ผิด.... ท่านจะออกหรือไม่... หรือ จะยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อว่าที่ทำนั้น...ถูกต้อง... (คืนเงินไปแล้ว..)

ถ้าผมเป็น คุณสอ... ผมจะหาทางฟ้อง เลขา กกต ท่านนี้... :D


ตรรกะป่วย

ป่วยที่หนึ่ง

Quote

ถ้าท่านเป็น คุณสอ... ท่านว่าท่านไม่ผิด.... ท่านจะออกหรือไม่


ตอบ ถ้าไม่ผิด คืนเงิน 150 ล้าน (ต้น+ดอก) ไปทำพระแสงดาบทำไมรึ?

ป่วยที่สอง

Quote

หรือ จะยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อว่าที่ทำนั้น...ถูกต้อง... (คืนเงินไปแล้ว..)


ตอบ ถ้าการคืนเงินถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ก็แปลว่ามันทำผิดจริง
เพราะถ้าไม่ได้ทำละเมิดต่ออสมท. การคืนเงินก็ย่อมไม่ถูกต้อง จริงไหม

ป่วยที่สาม

Quote

ถ้าท่านมีบ้าน 100 ล้าน ที่ต้องผ่อนแบงค์... หรือ มีค่าใช้จ่ายประชำมหาศาล... ที่ถ้าออกมา ไม่มีปัญญาใช้เค้าแน่ๆ...
ท่านยังจะออกหรือป่าวครับ...


ตอบ ยกตัวอย่างแบบนี้ใช้ไม่ได้ เพราะ
1. ในเรื่องจริง เจ้าตัวมีเงินทองเป็นพันล้าน หยุดพักงานจนกว่าจะเคลียร์ตัวเอง ย่อมไม่เดือดร้อนอะไร
2. ในทางปฏิบัติ ข้าราชการมากมายถูกชี้มูลความผิด ก็ต้องพักงานไว้ก่อน รอสอบสวนเสร็จ หรือศาลตัดสินจบ ก็รับเข้าทำงานต่อพร้อมเงินเดือนย้อนหลังได้
ไม่เห็นใครชักดิ้นชักงอตาย


บอกตรงๆนะ
ผมเบื่อคนแบบ hentai ที่ชอบทำตัวเป็นคนที่
"คิดแตกต่างจากคนอื่น แล้วกรุฉลาดกว่าใครในสามโลก"
ทั้งที่ความคิดของตนเองนั้นผิด

คนโง่แล้วรู้ว่าตัวเองโ่ง่นั้น ฉลาดอยู่

คนโง่ที่คิดว่าตัวเองรู้ นั้นแหละโง่แท้


ถ้าเฮนไตไม่ใช่คนนิสัยแบบนี้ ก็อย่าริดันทุรัง
ตอบดีๆ ปกติชาวบ้านเขาก็ทำได้ ทำไมไม่ทำ


#475151 ด่วน! ก.ล.ต.ส่งหนังสือถึง บ.ในตลาดหุ้น ให้ระวังการทำธุรกิจกับ “สรยุทธ-ไร่...

โดย wat on 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - 14:14

เลขาธิการ ก.ล.ต.ร่อนหนังสือถึงทุกบริษัทในตลาดหุ้น ให้ระวังการทำธุรกิจกับ “สรยุทธ-บ.ไร่ส้ม” ชี้การเอาชนะปัญหาคอร์รัปชั่น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันต่อต้าน-ไม่ยอมรับ-ไม่สนับสนุน
Posted Image
ในวันที่ 2 พ.ย.2555 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ส่งหนังสือที่ กลต.ศส.(ว) 28/2555 เรื่อง ขอความร่วมมือองค์กรในตลาดทุนผนึกกำลังแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ถึงกรรมการผู้จัดการ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมที่เกี่ยวเนื่อง ในตลาดทุนทุกแห่ง โดยหนังสือดังกล่าวมีใจความว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศไทยมาเป็นเวลาช้านาน การจะเอาชนะปัญหานี้ได้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนของประเทศ ในการต่อต้าน ไม่ยอมรับ ไม่กระทำ และไม่สนับสนุนการกระทำของบุคคลที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น

ในระยะที่ผ่านมายังปรากฏข่าวกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดบริษัท ไร่ส้ม จำกัด และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด ตามมาตรา 6 มาตรา 8 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และต่อมาเมื่อวันที่ 4 ต.ค.2555 สภาการหนังสือแห่งชาติได้มีแถลงการณ์ เรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสื่อมวลชน กรณีบริษัท ไร่ส้ม โดยแถลงว่า พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาแม้จะยังไม่มีบทสรุปทางกฎหมาย แต่ในแง่การประกอบวิชาชีพนับว่าไม่เหมาะสม มีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดจรรยาบรรณแล้ว

“สำนักงาน ก.ล.ต.จึงขอความร่วมมือให้ท่านพิจารณาอย่างรอบคอบและใช้ความระมัดระวังในการทำธุรกิจกับบุคคลที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย”

ทั้งนี้ หนังสือดังกล่าวลงนามโดยนายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต.

Posted Image
Posted Image


#475801 แถลงการณ์ องค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่าย ฉบับที่ 1/2555

โดย redfrog53 on 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 - 21:25

'SKIDATO', on 02 Nov 2012 - 14:22, said:

ไอเหลี่ยมมันเปิดหน้าชกรับเป็นผู้อุปการะออกทุนให้ควายแดงทุกอย่างเวลาเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง

แต่เวลาฝ่านต่อต้านจะเคลื่อนไหวเงินทุนกลับต้องควักหามาเอง

พรรคแมลงสาปแมงเงียบกริบ ไม่ออกช่วยสักบาท แมงแต่งตัวใส่ชุดสูทนั่งในห้องแอร์รอชุบมือเปิบเป็นรัฐบาล

เข้าใจว่ารักชาติ

แต่อยากแนะนำ องค์การพิทักษ์สยามและภาคีเครือข่าย

อย่าเสียเวลาไปเจ็บตัวเพื่อให้พรคแมลงสาปมันเป็นตาอยู่มาคว้าปลาไปกินเลย

ดูแปีะลิ้มเป็นตัวอย่าง เจ็บตัวฟรีๆแถมโดนคดีนับไม่ถ้วน

ใครอยากเป็นเบี้ยให้แมลงสาปมันหลอกใช้เพื่อพลิกเป็นรัฐบาล ก็เชิญนะ


มาเดิมๆอีกแล้วนะ

กรณีที่ ปานเทพ เฝ้าเว้าวอนโจมตีว่า ขบวนของ องค์การพิทักษ์สยาม หากต่อสู้ชนะ ก็จะเตะหมูเข้าปากหมา หรือ สู้เพื่อเปลี่ยนขั้ว เท่านั้น เป็นการใช้ฐานความคิดของตน ปนจินตนาการ คิดฝันเอาเองว่า องค์กรอื่นจะทำชั่วได้เช่นนั้น ทั้งที่ องค์การพิทักษ์สยาม มิได้เคยแสดงออกซึ่งท่าทีเช่นนั้นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำทางองค์การพิทักษ์สยามยังออกแถลงการณ์ยืนยันว่าตนไม่เคยมีท่าทีที่เรียกว่าขับไล่ “อัปรีย์ไป ***มา”แต่อย่างใด จึงถือได้ว่าเป็นการด่ากันล่วงหน้า หรือหาเรื่องด่ากันฟรีๆ โดยที่ไม่มีมูลแต่อย่างใด คิดเอาเองแล้วก็เออเอง เช่นนี้ ถามว่ามีความรับผิดชอบทางการเมืองแค่ไหน? เมื่อข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้นแล้ว ปานเทพ ย้อนกลับมาพูดถึงสิ่งที่ตัวเองเคยด่าคนอื่นแบบไม่เป็นจริงบ้างหรือเปล่า ? หรือว่าดีแต่จีบปากจีบคอด่าคนอื่นเรื่อยไป เช่นนั้นหรือ ? เพราะเท่าที่ผ่านมา ก็ไม่เคยเห็น ปานเทพ ผิดมาก่อนเลย ต้องถูกเสมอตามสมญานามที่ผมตั้งให้ว่า “โฆษกเทวดา” นั่นเอง

ฝากข่าวโดย KhunTeenoy A Jin


Posted Image

เปิดผนึก ถึง ปานเทพฯ “โฆษกเทวดา”
http://www.tnews.co....นเทพ-โฆษกเทวดา/
1. ทั้งสองขบวน (พธม.+ ASTV) กับ องค์การพิทักษ์สยาม ] มีศัตรูหลัก คือ ใคร ? ข้อนี้น่าจะตรงกัน ครึ่งหนึ่ง คือ องค์การพิทักษ์สยาม ถูกออกแบบมาในลักษณะองค์กรแนวร่วมอย่างแท้จริง คือ กำหนดเป้าหมายที่เป็นศัตรูหลักเพียงหนึ่งเดียว คือ ระบอบทักษิณ ดังนั้น เงื่อนไขในการหาเพื่อนจึงมีประการเดียวว่า ถ้าคุณเป็นศัตรูกับทักษิณ คุณก็ร่วมกับเราได้ นี่คืองานแนวร่วม มีเงื่อนไขน้อย คนเข้าร่วมได้ง่าย ใช้หลัก แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ได้ทันที ขณะที่ พธม. มีเงื่อนไขมากกว่า + มีลักษณะเป็นองค์กรปิดมากกว่า + คนจึงเข้าร่วมได้ยากกว่า แม้แสดงตนว่ามีคุณภาพเหนือกว่า ขบวนการภาคประชาชนอื่นๆ ซึ่งก็ต้องเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ว่าจริงหรือไม่?

ดังนั้น การที่องค์การพิทักษ์สยาม แสดงเหตุผลในการขับเคลื่อนน้อย มีรายละเอียดน้อย และมีเงื่อนไขการเข้าร่วมน้อย ก็นับว่าถูกต้องแล้ว สอดคล้องกับสถานะ และ บทบาทอย่างที่ควรจะเป็นอย่างยิ่ง การที่แกนนำบางคน หรือ ขบวนการประชาชนบางส่วน ตั้งแง่ ตั้งเงื่อนไข ข้อรังเกียจรังงอน กลุ่ม พรรค หรือ บุคคล อื่นๆ ซึ่งเป็นปัญหาของขบวนของเขา องค์กรของเขา แต่เมื่อเขาเอาเงื่อนไขของเขามาตั้งเป็นเกณฑ์เรียกร้อง ตรวจสอบ จับผิดคนอื่นนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เช่น การที่สาย ASTV ที่เป็นศัตรูกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตาม เป็นศัตรูกับพรรคการเมืองใหม่ พี่สมศักดิ์ โกศัยสุข ก็ใช่ เป็นศัตรูกับพี่ชัยวัฒน์ สินสุวงศ์ กับ กลุ่มสยามไทก็ใช่ และล่าสุด ก็ลดตัวลงไปด่าว่านักสื่อสารมวลชนรุ่นน้อง อย่าง สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม กับเครือข่าย ทีนิวส์ ไทยทีวีดี และ บลูสกาย ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ต่อสู้กับระบบทักษิณอย่างเข้มข้นที่สุดคนหนึ่ง จนต้องมากลายเป็นศัตรูกันไปในที่สุด รวมทั้งผู้ที่เป็นศัตรูกับอดีตคนที่เคยร่วมเคลื่อนไหวเป็นรายบุคคล เช่น ท่านจันทร์ หรือ ชัยวัฒน์ สุรวิชัย หรือ เจ้ปอง อัญชลี ไพรีรัก และอีกหลายคนที่ตกเป็นเป้าการโจมตี ของสาย ASTV ที่มี ปานเทพ เป็นหัวหอก ก็ได้สร้างศัตรูไว้รอบตัว ก็เป็นปัญหาเฉพาะขององค์กรของ ASTV มิใช่เป็นปัญหาขององค์กรอื่น ดังนั้น องค์การพิทักษ์สยาม จึงไม่จำเป็นต้องยอมรับ หรือขึ้นต่อประเด็นปัญหาของ ASTV

2. กรณีที่ ปานเทพ เฝ้าเว้าวอนโจมตีว่า ขบวนของ องค์การพิทักษ์สยาม หากต่อสู้ชนะ ก็จะเตะหมูเข้าปากหมา หรือ สู้เพื่อเปลี่ยนขั้ว เท่านั้น เป็นการใช้ฐานความคิดของตน ปนจินตนาการ คิดฝันเอาเองว่า องค์กรอื่นจะทำชั่วได้เช่นนั้น ทั้งที่ องค์การพิทักษ์สยาม มิได้เคยแสดงออกซึ่งท่าทีเช่นนั้นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำทางองค์การพิทักษ์สยามยังออกแถลงการณ์ยืนยันว่าตนไม่เคยมีท่าทีที่เรียกว่าขับไล่ “อัปรีย์ไป ***มา”แต่อย่างใด จึงถือได้ว่าเป็นการด่ากันล่วงหน้า หรือหาเรื่องด่ากันฟรีๆ โดยที่ไม่มีมูลแต่อย่างใด คิดเอาเองแล้วก็เออเอง เช่นนี้ ถามว่ามีความรับผิดชอบทางการเมืองแค่ไหน? เมื่อข้อเท็จจริงมิได้เป็นเช่นนั้นแล้ว ปานเทพ ย้อนกลับมาพูดถึงสิ่งที่ตัวเองเคยด่าคนอื่นแบบไม่เป็นจริงบ้างหรือเปล่า ? หรือว่าดีแต่จีบปากจีบคอด่าคนอื่นเรื่อยไป เช่นนั้นหรือ ? เพราะเท่าที่ผ่านมา ก็ไม่เคยเห็น ปานเทพ ผิดมาก่อนเลย ต้องถูกเสมอตามสมญานามที่ผมตั้งให้ว่า “โฆษกเทวดา” นั่นเอง


3. อีกประเด็นหนึ่ง ที่ปานเทพ โจมตีขบวนของ องค์การพิทักษ์สยามว่า ดำเนินการ เคลื่อนไหวต่อสู้กดดันต่อรัฐบาลนอมินีของระบอบทักษิณ โดย ไม่มีความคิดเห็นในด้านการปฏิรูปบ้านเมือง เหมือนพันธมิตรที่มีหลักการข้อเสนอในการปฏิรูปอยู่ 15 ข้อ เช่นนั้น อยากถามว่า ณ วันแรกที่ สนธิ สู้โดยตั้งวงด่าและเป็นศัตรูกับทักษิณ (ทั้งที่แต่ก่อนก็เป็นพรรคพวกเดียวกัน นัวเนียกันอยู่ในก๊วนเดียวกัน) ที่สวนลุมฯ นั้น เป็นเพราะ สนธิ กับ ปานเทพ มีความคิดในการปฏิรูปทั้ง 15 ข้อนี้แล้วหรือไม่? โดยข้อเท็จจริง ที่สนธิ จากมิตรมากลายเป็นศัตรูกับทักษิณก็เพราะถูกทักษิณถอดรายการทีวีทางช่อง 9 อสมท. ใช่หรือไม่ ? ปานเทพ อาจความจำเสื่อมไปแล้วกระมังว่า กลุ่มตนนั้นมีความวิเศษเลอเลิศ ที่บรรลุอรหันต์ตั้งแต่ต้น ทั้งที่ในความเป็นจริง การก่อตัวของ พธม. ก็มีประวัติศาสตร์ มีพัฒนาการ มีที่มา มีการเรียนรู้ เป็นขั้นเป็นตอนกว่าจะมาคิดเรื่องการปฏิรูปหรือ “การเมืองใหม่” นั้น ก็เป็นด้วยแรงผลักดันของ ภาคี ความร่วมมือ ที่เป็นองค์กรแนวร่วมเป็นสำคัญ โดยพวกเราได้ร่วมกันผลักดันผ่าน คุณพิภพ ธงชัย เป็นสำคัญ ในส่วนของ คุณพิภพ เองก็มีความคิดที่ก้าวหน้าในเชิงปฎิรูปอยู่ก่อนแล้ว แต่ก่อนที่พวกเราจะร่วมกันผลักดัน บทบาทในการปฎิรูปของ พธม.ก็ดูกระเบียดกระเสียนเหลือเกิน ช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ก็ต้องยกให้เฒ่าแก่ไป


รวมทั้งพลพรรคฝีปากกล้าด่าเก่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นปานเทพเอง ชัชวาลย์ ประพันธ์ เป็นต้น โน่นครับเนื้อหาสาระดี เกี่ยวกับการปฏิรูปที่พี่เปี๊ยก(พิภพ)ต้องการนำเสนอนั้น ถูกเตะโด่งไปใช้คิวเวทีได้ก็ช่วง ตี 3 ตี 4 โน่น นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ ปานเทพ อาจหลงลืมไปแล้วกระมัง เมื่อภาคี ผลักดันให้ พธม. คิดเรื่องการปฏิรูป มากกว่าที่จะเอาแต่ด่า โจมตี ขากถุย ใส่กันไปวันๆกันนั้น โดยต่อมา ก็มีพี่สมศักดิ์ กับ อ.สมเกียรติ สนับสนุน พี่พิภพ จึงเป็นแกนกลางในการระดม ภาคี เครือข่าย และเพื่อมิตร มาคุยกันที่ตึกสันติไมตรี หลายครั้งหลายหน จนได้ข้อสรุปเบื้องต้นในแนวทางการเมืองใหม่ แล้วมาในช่วงหลังที่ พธม.ว่างงานการต่อสู้กับระบอบทักษิณอย่างเข้มข้นแล้วนั้น ปานเทพ จึงมีบทบาท(หลังจากเบียดขับคนอื่นไปเกือบหมดแล้ว)ในการทำข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป 15 ข้อ ที่มากล่าวอวดอ้าง ข่มเพื่อนเช่นนี้ เป็นการตัดตอนประวัติศาสตร์ เอาฉากสุดท้ายที่ตนเองเพอร์เฟคแล้ว มาเปรียบเทียบกับขบวนการอื่นในวันที่เขาเพิ่งเริ่มต้น ทำไมไม่เอาประวัติศาสตร์ในช่วงระยะเดียวกันมาเทียบกันครับ ไม่เข้าใจจริงๆ หรือ แกล้งโง่ครับ คุณปานเทพ ?


4. ส่วนที่เหลือก็คงเป็นประเด็นปลีกย่อย ที่ ปานเทพ แสดงความเห็นไว้ในเวทีสาธารณะ ทั้ง 3 เวทีที่ผมกล่าวถึงนั้น เป็นการกล่าวสร้างความสับสนให้กับมวลชนที่พร้อมสนับสนุนทั้งสองทาง คือ ทั้ง พธม. และ องค์การพิทักษ์สยาม ก็เช่น การกล่าวว่าองค์การพิทักษ์สยาม ไม่มีเนื้อหา หรือ การเตรียมการที่เป็นเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่มีแผนการจัดการในการดูแลมวลชนที่ดีพอ ไม่เหมือน พธม.ที่มีประสบการณ์เพอร์เฟคแล้วยังงั้นยังงี้ ...ผมก็อ่อนใจที่จะชี้ให้เห็นว่า เป็นการเปรียบเทียบกันต่างยุคต่างสมัย เอาคนโตที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้ว มาเปรียบเทียบกับเด็กที่เพิ่งเข้าเรียน อนุบาล หรือ ประถมศึกษาตอนต้น โดยยืนค้ำและพร่ำขู่ตะคอกว่า ทำไมเอ็ง ถึงรู้น้อยกว่าตูว่ะ ...มันไม่แฟร์เลยนะครับ บางเรื่องเท่าที่ผมทราบ ทางส่วนที่ร่วมจัดการชุมนุม กับ องค์การพิทักษ์สยาม ว่าเขาก็มีแผนงานของเขา ในการเตรียมงานของเขา เท่าที่เขาจะคิดได้ แล้วถ้าเขาไม่ได้เข้าไปกราบกรานรายงานคุณ คุณปานเทพ ไม่ทราบว่าเขามีแผนงานการจัดการอย่างไร คุณปานเทพแกก็ตั้งท่าด่าหาว่าเขาไม่มีแผนงานเสียแล้ว..เทวดาจริงๆ



5. เรื่องจำนวนคนเข้าร่วม ที่คุณปานเทพกับพวกพ้อง มองดูขบวนขององค์การพิทักษ์สยาม ว่า โง่ เง่า เต่า ตุ่น ไม่มี ประสบการณ์ ไม่มีกึ๋น เท่าที่คุณปานเทพมี จึงมิบังอาจมาเสนอหน้าจัดการ ชุมนุมได้ ทั้งยังปรามาสว่า ไม่น่าจะมีคนมาเกิน 1,500 คน โดยพูดด้วยน้ำเสียงเยาะ เย้ย หยามหยัน เสียดสีประชดประชัน แล้ววันนี้เป็นไง ? ไม่ใช่ทายผิดไม่ได้ คิดพลาดไม่ได้ แต่ที่ต้องตอกย้ำตรงนี้ ก็เพราะอยากชี้ว่า การแสดงทัศนะทางการเมืองที่ไม่รับผิดชอบ เช่นนี้ ไม่เพียงไม่เป็นผลดีกับขบวนการภาคประชาชนที่มีศัตรูตัวเดียวกันอย่างที่ไม่ควรจะเป็นเท่านั้น แต่จะเป็นการฟ้องร้องต่อสาธารณะชน และมวลมหาประชาชนอย่างล่อนจ้อน ไม่ว่าจะเป็นด้วยอัตตา หรือ สาเหตุอื่นใดก็ตาม แต่นักการเมืองภาคประชาชน ที่มีความรู้ ความสามารถ ที่สุดคนหนึ่ง เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในยุคนี้มีคนนับหน้าถือตาก็มาก ผู้เชื่อถือศรัทธาก็มหาศาล พ่อยกแม่ยกก็มากมาย คงต้องถูก “ธงไท เทอดอิศรา ” คนไม่มีชื่อเสียง เป็นบุรุษนิรนามที่ไม่มีตัวตน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแมงสาป หรือแมงกระจั้วที่ไหน...ไม่ได้เป็นสลิ่ม หรือ ลอดช่อง แต่อย่างใด...แต่เป็นคนธรรมดาสามัญชนคนหนึ่ง ที่ยืนสู้อยู่แนวหน้าในทุกสมรภูมิตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน รวมทั้งใน 193 วัน


ขณะที่คุณปานเทพ ขึ้นเวทีอภิปรายเสร็จก็นั่งรถเก๋งคันงามกลับบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ ผมชายสามัญชนคนธรรมดาคนนี้ก็พาเพื่อนพ้องน้องพี่ โดยเฉพาะ “สหาย” เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายคุ้มกันมวลชนพันธมิตรผู้บริสุทธิ์ โดยมิได้เปิดเผยรายงานตัวกับท่านปานเทพ หรือ ท่านสนธิ หรอกครับ มีแต่พี่สมศักดิ์ กับแกนนำบางท่านเท่านั้นที่รู้ว่าเราทำงานเสี่ยงภัยอยู่แนวหน้าอย่างไร ? บรรดาพลพรรค สาวกทั้งหลายไม่ต้องจ้องด่าว่าผมเป็นยังงั้นยังงี้ตามที่เคยกล่าวร้ายโจมตีเพื่อนมิตรคนอื่นจนงอมไปตามกันนั้น กับผมยากหน่อยนะครับ เพราะว่าบทบาทปิดทองหลังพระที่ผมทำอยู่นี้ มีคุนูปการต่อการต่อสู้ในช่วงวันเกินคุ้มครับ ทั้งการระดมคนเป็นหมื่นๆ ด้วยทุนของเราเอง เข้าร่วม และลงแรง เต็มกำลังเพราะเรา ถือว่า ทักษิณ คือศัตรูสำคัญของชาติ ผม และเพื่อนมิตร ก็พร้อมต่อสู้ยอมตายได้โดยไม่ลังเลครับ

ที่ร่ายยาวมานี้ ก็เพราะรักนะครับ เพราะเมื่อแรกเริ่มที่ผมเข้าสู่เส้นทางการต่อสู้เพื่อประชาชน คนทุกข์คนยากนั้น ท่านปานเทพ อายุเพียง 3 ขวบได้ จึงมีอารมณ์ที่เป็นห่วง คนที่ยิ่งเก่งกล้า ความรู้ ความสามารถเกินตัว ฝีปากกล้าเช่นนี้(มีแบ็คดีอีกต่างหาก) คงไม่มีใครกล้าท้วงติง ตรงไป ตรงมาเช่นนี้ บางทีอาจทำให้เหลิงเริงลมไปได้บ้าง ก็จำเป็นต้องติดเบรค ติติงกันบ้าง จะโกรธแค้นเคืองก็ยอมละ เพราะถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ก็พาลจะเสียหายกับส่วนรวมได้

ขอฝากความไปถึงพี่คำนูณ ด้วย คนเคารพกัน น่าจะทบทวนความคิด ที่ดูจะเป๋ไปตามปานเทพไม่น้อย ระวังจะเสียคนตอนแก่ ก๊วนนี้ ก็น่า..นะ วิพากษ์ วิจารณ์เพื่อนอย่างไม่รู้กาละเทศะก็แล้ว ด่าผิดเพราะคิดไปเองก็แล้ว ดูถูกเขาว่าจะมีคนมาน้อยก็หน้า แตกหมอไม่รับเย็บ แผลยังสดๆอยู่เลย...แทนที่จะสำนึก หรือ มีมารยาทขอโทษมวลชนและแกนนำที่เวทีสนามม้า กลับถลำลึกในห้วงโมหะจริต...ผมเห็นไปตั้งคำถาม ดูถูก ท้าทาย เสธ.อ้าย อีกแล้ว..โดยจ้องจับผิดเพื่อนอีก ว่า ถ้าคนมาล้านคนแล้วจะทำยังไง ? อะไรทำนองนี้...ถ้าไม่เลิกความโอหัง ระวังจะถูกถอนหงอกโดยนินจานิรนามอย่างผมนะครับ ไม่ได้ขู่ แต่พวกคุณคงรู้ว่าผมเอาจริง(อย่าให้ต้องมีภาคต่อเลยครับ)

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนจบ ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม
ธงไท เทอดอิศรา
31 ตุลาคม 2555
ณ วันสุดท้ายแห่งเดือนตุลาฯ เดือนแห่งการต่อสู้ของประชาชน ...



#469308 คนไปชุมนุมกันตั้ง 2-3 หมื่นคน...ทำไมเราไม่เห็นกองขยะเลย?

โดย อู๋ ฮานามิ on 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 18:26

'hentai', on 29 Oct 2012 - 11:20, said:

Posted Image

ถ้า "อัศจรรย์" ตรงนั้น จุได้ สองหมืน.... ย้ำ "อัศจรรย์" ไม่ใช่ อัฒจรรย์
สงสัยเสื้อแดงในรูปคงนับได้... เป็น ล้าน... :D


ที่นั่งที่เป็นชั้นๆ ในสนามกีฬา เรียกว่า อัฒจันทร์ครับ

http://www.royin.go....ail.php?ID=1788

Quote


อัฒจันทร์


อัฒจันทร์ (อ่านว่า อัด-ถะ-จัน) มาจากคำว่า อัฒ (อ่านว่า อัด-ถะ) และ คำว่า จันทร์. อัฒจันทร์ แปลว่า พระจันทร์ครึ่งซีก
ในภาษาไทย อัฒจันทร์ ใช้เรียกชั้นหรือที่นั่งที่มีลักษณะเหลื่อมกันเป็นชั้น ๆ. อัฒจันทร์ดังกล่าวนี้อาจจะมีลักษณะโค้งเป็นรูปครึ่งวงกลม เช่นอัฒจันทร์ดูกีฬาที่สนามจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อัฒจันทร์ถ่ายรูปของบัณฑิตในวันรับปริญญาบัตร. หรืออาจจะมีที่นั่งเหลื่อมกันโดยไม่โค้งเป็นรูปครึ่งวงกลมก็ได้ เช่น อัฒจันทร์ดูกีฬาที่สนามกีฬาแห่งชาติ. บันไดพระตำหนักของเจ้านายที่ใช้เป็นที่เข้าเฝ้าอย่างไม่เป็นทางการในสมัยโบราณก็เรียก อัฒจันทร์ เช่น ได้เฝ้าที่อัฒจันทร์.

ที่มา : บทวิทยุรายการ "รู้ รัก ภาษาไทย" ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.




หรือว่า กำลังจะบอกว่า เสื้อแดงมาเป็นล้าน เป็นเรื่องที่อัศจรรย์มากๆ


#464003 คุณรู้จักจัก "สิงห์สนามหลวง" ดีแค่ไหนกัน? เปิดเผยชื่อจริง-นามสกุลจริง

โดย tonythebest on 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 19:25

ผมไม่คิดว่า การใช้ชื่อลอคอิน “สิงห์สนามหลวง” จะมีปัญหา จนต้องยึดหรอกครับ
ปัญหาเล็กๆ อาจจะมีเพียงเหล่าผู้สนับสนุนตัวคุณ ในราชดำเนิน
ที่ผมยกมาแปะ ในความเห็นด้านบนเสียมากกว่า
ที่เขาคงไม่รู้จัก “สิงห์สนามหลวง” ตัวจริง จึงมองว่า “สิงห์สนามหลวง” ตัวจริง
กลายเป็นคนแอบอ้างชื่อของคุณไปเสีย และคุณเอง ก็หาได้แสดงความจริงให้ประจักษ์

ซึ่ง ผมมองว่า มันน่าบัดสีใจ พอสมควรครับ

“ความคิดเห็นที่ 3
พวกแอบอ้างเยอะค่ะพี่ เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6
สิงห์ตัวจริงมันต้อง ณ.ราชดำเนิน แบบนี้ ไม่ใช่แมวแล้วแอบอ้างเป็นสิงห์


ความคิดเห็นที่ 9
เป็นกำลังใจให้ค่ะ ตามอ่านกระทู้คุณสิงห์สนามหลวงมาหลายกระทู้
แต่ไม่อ่านนสพ.มานานแล้วค่ะ... เกลียดจริงๆ พวกแอบอ้างเนี่ย... ”



แต่ ถ้าคุณ “สิงห์สนามหลวง” ไม่รู้สึกเช่นนั้น
ผมก็คงไม่กล้าว่าอะไรครับ


#463957 คุณรู้จักจัก "สิงห์สนามหลวง" ดีแค่ไหนกัน? เปิดเผยชื่อจริง-นามสกุลจริง

โดย tonythebest on 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 18:55

หากเป็นดังนั้น แสดงว่า
“สิงห์สนามหลวง” แห่งราชดำเนิน มีอายุเพียงประมาณ 5 ปี
ในขณะที่ “สิงห์สนามหลวง” ดั้งเดิม น่าจะอยู่ในวงการวรรณกรรมมา ไม่ต่ำกว่า 25 ปี
จากที่ผมไปค้นมา


นี่แหละครับ ... จุดแรกเริ่มต้นของการเสียตัวครั้งแรก ระหว่าง “สิงห์” กับ “สนามหลวง”
และนับแต่นั้นก็เสียตัวเรื่อยมาด้วยความเต็มใจ จนกลายเป็นนิสัยสันดานที่ขาดไม่ได้
เห็นหนังสือเป็นต้องเข้าไปรื้อไปค้น ไม่อ่านก็ขอให้ได้ผ่านตา อ่านบ้าง ไม่ได้อ่านบ้าง ... ช่างมัน
... ซื้อเก็บไว้ก่อน ... บางทีมันอาจเป็นโรคจิตประเภทหนึ่งก็ได้
ตั้งแต่บัดนั้นมา “สิงห์” กับ “สนามหลวง” ก็มีแต่ความมัน ... จนกระทั่งความมันกลาย
เป็นตู้วรรณกรรมเคลื่อนที่ เพราะอยู่ดี ๆ ไอ้หมอนั่นทำท่าอยากเป็น “สถาบัน” ตอบปัญหาขึ้นมาบ้าง
โดยใช้นามปากกาว่า “สิงห์สนามหลวง” ไงคุณ !

(สิงห์สนามหลวง, คำนำใน "สิงห์สนามหลวง เล่ม 1 ชีวิตและวรรณกรรม, 1 กันยายน 2529)


http://www.bangkokbookclub.com/shop/b/bangkokbookclub/webboard.php?id=348988&cat_w=6192&lang=th


ฉะนั้น เกรงว่า บรรดาผู้สนับสนุนในกระทู้ที่คุณสิงห์ฯ แห่งราชดำเนินแนบมาด้วย
คงจะเข้าใจผิด ว่า “สิงห์สนามหลวงแห่งเนชั่น” เป็นของปลอม หรือเลียนแบบ หรือแอบอ้าง
เพราะวัดกันตามอายุของชื่อ “สิงห์สนามหลวงแห่งราชดำเนิน” ควรจะเป็นของปลอมและแอบอ้างเสียมากกว่า

ผมพูดถูกมั๊ยครับ


หากแม้นว่า ที่มาแห่งความหมายจะแตกต่างกัน
แต่การใช้ชื่อเดียวกัน ตามหลังกัน ย่อมสื่อให้มองไปได้ว่า

เป็นเจตนาแอบอ้างกัน เหมือนดังเช่นกรณีร้านกาแฟ “สตาร์บัง”
ซึ่งโดนร้าน “สตาร์บัค” ส่งเจ้าหน้าที่ทางกฏหมายไปแจ้งให้เปลี่ยนชื่อเสีย
เพราะเข้าข่ายผิดลิขสิทธิ์

นี่ขนาดไม่เหมือนกันทุกตัวอักษรนะครับนั่น


#463949 คุณรู้จักจัก "สิงห์สนามหลวง" ดีแค่ไหนกัน? เปิดเผยชื่อจริง-นามสกุลจริง

โดย grand_v on 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555 - 18:48

ไม่รู้ถือว่าไม่ผิด
เห็นจากที่คุณโพสต์ในกระทู้ต่างๆ
ย่อมเป็นที่เข้าใจแต่แรกแล้วว่าคุณไม่ใช่คนอ่านหนังสือ :rolleyes:

'สิงห์สนามหลวง', on 25 Oct 2012 - 11:38, said:

ผมไม่ใช่นักอ่าน ผมจึงไม่รู้จักนามปากกา สิงห์สนามหลวง

ที่มาของ log in สิงห์สนามหลวง ก็เพราะ DDAY5450 (ใช้มา 5 ปีแล้ว)
http://topicstock.pa...1/P7701111.html

สิงห์สนามหลวง = มวลชนที่พำนักอาศัย+ทำมาหากินอยู่ที่ท้องสนามหลวง ยึดสนามหลวงเป็นบ้านและที่ทำงาน
สิงห์สนามหลวง = มวลชนประเภทฮาร์คคอร์ ลุยไหน ลุยกัน ถือเป็นแนวหน้าในการเดินขบวน


ปัญหาคือ ตอนนี้คุณรู้แล้ว
คุณคิดจะทำอย่างไร แก้ไข หรือแก้ตัวไปเรื่อยๆ -_-