พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่มีการจัดตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เรื่องในภาคใต้เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง ไม่ว่าจะฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายใดๆก็ตามที่ลงไปทำงาน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่สงบ และไม่สันติ หากเราไปเพิ่มปัญหาให้มากขึ้นจะทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ ตนก็ไม่แน่ใจ จึงไม่ขอวิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เพราะคิดว่าฝ่ายผู้กระทำและคนที่อยู่ในพื้นที่ก็ทราบดีว่าอะไรเป็นอะไร ขอให้ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ส่วนการขยายหมู่บ้านเสื้อแดงไปในจังหวัดอื่นๆจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงหรือไม่นั้น ตนคิดว่ามีผลในเรื่องทางการเมืองมากกว่า ซึ่งทหารก็ได้ไปพบปะพุดคุยกับประชาชนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะถูกต้องหรือไม่ ซึ่งช่วงนี้ต้องระมัดระวังเพราะเป็นช่วงการเปลี่ยนผ่านประชาธิปไตย ต้องให้เวลาในการแก้ไขปัญหาว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร และแค่ไหนอย่างไร ต้องเรียนรู้และช่วงเวลาการเรียนรู้ต้องมีได้มีเสีย มีเจ็บปวด แต่ขอให้ทุกคนนึกถึงประเทศชาติบ้านเมืองให้มาก ทุกอย่างก็จะดีขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 19 พ.ค. นี้เนื่องในวันครบรอบ 2 ปีเหตุการณ์ที่แยกราชประสงค์ว่า เป็นเรื่องของประชาธิปไตย หากคิดว่า ทำแล้วถูกต้องเป็นประชาธิปไตยก็ว่ากันไป ซึ่งประชาชนจะกลั่นกรองเองว่าถูกผิดหรือไม่ ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดูความเรียบร้อย ทหารไม่เกี่ยว ซึ่งทุกอย่างเป็นการเรียนรู้และเป็นบทเรียนมาโดยตลอด อะไรดีก็ทำ อะไรไม่ดีก็อย่าทำ เพราะมีแต่ความเสียใจ ไม่มีใครได้เลย มีแต่คนเสียและประเทศชาติเสียหายมากที่สุด
http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=632796
ผมไม่อยากเห็นประกาศแบบนี้อีก
แถลงการณ์ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ ๑
ด้วยเป็นที่ปรากฏความแน่ชัดว่า การบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลรักษาการปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝ่าย สลายความรู้รักสามัคคีของคนในชาติ อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ต่างฝ่ายต่างมุ่งหวังเอาชนะด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ และมีแนวโน้มนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยประชาชนส่วนใหญ่เคลือบแคลงสงสัยการบริหารราชการแผ่นดิน อันส่อไปในทางทุจริตประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง หน่วยงาน องค์กรอิสระ ถูกครอบงำทางการเมือง ไม่สามารถสนองตอบเจตนารมณ์ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักร ทำให้การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเกิดปัญหาและอุปสรรคหลายประการ ตลอดจนหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนของปวงชนชาวไทยอยู่บ่อยครั้ง แม้หลายภาคส่วนสังคม จะได้พยายามประนีประนอมคลี่คลายสถานการณ์มาโดยต่อเนื่องแล้ว แต่ยังไม่สามารถที่จะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งยุติลงได้ ดังนั้น คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง แต่จะได้คืนอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อธำรงรักษาไว้ ซึ่งความสงบสุข และความมั่นคงของชาติ รวมทั้งเทิดทูนไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกคน
รัฐบาลควรจะตระหนักได้แล้ว มิฉะนั้น ประวัติศาสตร์อาจจะซ้ำรอยเดิมก็ได้











