หมดสภาพ ส.ส. แล้วไอ้ที่ใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. ประกันตัวยังอยู่ไหม
#1
Posted 18 May 2012 - 11:23
#3
Posted 18 May 2012 - 11:28
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#4
Posted 18 May 2012 - 11:33
#5
Posted 18 May 2012 - 11:37
ต้องยื่นหลักประกันใหม่ครับ
![]()
![]()
ถ้าวินิจฉัยให้ประกันตัว คางคกก็จะออกมาเป็นรัฐมนตรนีแน่ๆ
#6
Posted 18 May 2012 - 11:37
เกิดวันแดงเดือด รัฐบาลปูไม่ทำอะไร เจอทหารประกาศกฎอัยการศึกทีฮาเงิบแน่
ศึกนี้ยังอีกหลายยก อาจเป็นเหตุเกิดวันแดงเดือดได้...อืมมมม เดือดให้มอดไปเลยนะ จบๆซะที ประชาชีจะได้เป็นไพร่ฟ้าหน้าใสทั่วแผ่นดินสักที...
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#7
Posted 18 May 2012 - 12:19
เกิดวันแดงเดือด รัฐบาลปูไม่ทำอะไร เจอทหารประกาศกฎอัยการศึกทีฮาเงิบแน่
ศึกนี้ยังอีกหลายยก อาจเป็นเหตุเกิดวันแดงเดือดได้...อืมมมม เดือดให้มอดไปเลยนะ จบๆซะที ประชาชีจะได้เป็นไพร่ฟ้าหน้าใสทั่วแผ่นดินสักที...
วันแดงเดือด
คงต้องรออีกหลายเดือน กว่าจะเปิดฤดูกาล
#8
Posted 18 May 2012 - 12:24
แต่หากปากอยู่ไม่สุข ศาลอาจจะเพิกถอนการประกันเมื่อไหร่ก็ได้
คราวนี้อาจจะต้องไปเก็บสบู่ในคุกก็ได้
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#9
Posted 18 May 2012 - 12:27
เท่าที่ทราบยังอยู่ในการประกันตัวอยู่ครับ
แต่หากปากอยู่ไม่สุข ศาลอาจจะเพิกถอนการประกันเมื่อไหร่ก็ได้
คราวนี้อาจจะต้องไปเก็บสบู่ในคุกก็ได้
ถ้ามีคนยื่นเรื่องคัดค้านการประกันที่คุ้มครองอยู่จะได้ไหม รบกวนผู้รู้ครับ
#10
Posted 18 May 2012 - 12:44
น่าจะเรียกว่าถอนประกันตัว กรณีที่จำเลยไม่ปฎิบัติตามเงือนไขการประกันตัว
#11
Posted 18 May 2012 - 13:04
อัยการเป็นคนยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว และทำตอนที่ฝ่ายจำเลยขอประกันตัวออกมา
น่าจะเรียกว่าถอนประกันตัว กรณีที่จำเลยไม่ปฎิบัติตามเงือนไขการประกันตัว
แบบนี้ คงได้่ประกันตัว แล้วออกมาเป็นรัฐมนตรี
#12
Posted 18 May 2012 - 15:01
เตือนตั้ง "จตุพร" เป็นรมต.อาจขัดจริยธรรม
นักวิชาการออกมาเตือนรัฐบาลหากจะแต่งตั้งนายจตุพร พรหมพันธ์ เป็นรัฐมนตรี อาจจะขัดต่อจริยธรรมตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยไว้
by Nation Channel
ณัฏฐพล กีรติพิพัฒนพร แล้วอีกหลายคนที่ติดคุกพร้อมกันละครับ
#13
Posted 18 May 2012 - 15:20
อย่าลืม.ไปช่วยเมียขวัญชัย..ขนของนะ..
เดี๋ยว ( แบ่งให้ ) !!!!!!
#15
Posted 18 May 2012 - 15:38
#16
Posted 18 May 2012 - 15:46
อัยการเป็นคนยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว และทำตอนที่ฝ่ายจำเลยขอประกันตัวออกมา
น่าจะเรียกว่าถอนประกันตัว กรณีที่จำเลยไม่ปฎิบัติตามเงือนไขการประกันตัว
แบบนี้ คงได้่ประกันตัว แล้วออกมาเป็นรัฐมนตรี
พอดีเห็นมีผู้วิเคราะห์ไว้ตามข้างล่างนี้ แปลว่าเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ใช่หรือไม่ครับ
ขอวิเคราะห์ข้อกฎหมายเล่นๆนะครับ อย่าว่ากันนะ(ไม่ได้จบกฎหมาย)
รัฐธรรมนูญ ม. 100 บอกว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
(1)....
(2)....
(3)ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย"
***ในวันเลือกตั้งจตุพรยังติดคุกอยู่ จึงเป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 100(3) ***
มาตรา 102 บอกว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส
(1)
(2)
(3)เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส ตามมาตรา 100 (1)(2)(3)(4)"
*** เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา100(3)ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา102(3)ด้วย***
มาตรา 174 บอกว่า "รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1)
(2)
(3)
(4)ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 102(1-14)
***ฉนั้น...เมื่อเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.100จะส่งผลให้เป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.102 จึงส่งผลให้เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 174 ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 174 เอวัง***
- wewe, Algorithm and mr.cheepchai like this
#17
Posted 18 May 2012 - 15:50
เพราะเอกสิทธิ์มีให้แก่สมาชิกสภา คณะรัฐมนตรี...สามารถโดนคุกในสมัยประชุมได้หรือไม?
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#18
Posted 18 May 2012 - 15:54
อัยการเป็นคนยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว และทำตอนที่ฝ่ายจำเลยขอประกันตัวออกมา
น่าจะเรียกว่าถอนประกันตัว กรณีที่จำเลยไม่ปฎิบัติตามเงือนไขการประกันตัว
แบบนี้ คงได้่ประกันตัว แล้วออกมาเป็นรัฐมนตรี
พอดีเห็นมีผู้วิเคราะห์ไว้ตามข้างล่างนี้ แปลว่าเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ใช่หรือไม่ครับ
ขอวิเคราะห์ข้อกฎหมายเล่นๆนะครับ อย่าว่ากันนะ(ไม่ได้จบกฎหมาย)
รัฐธรรมนูญ ม. 100 บอกว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้งเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
(1)....
(2)....
(3)ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย"
***ในวันเลือกตั้งจตุพรยังติดคุกอยู่ จึงเป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 100(3) ***
มาตรา 102 บอกว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส
(1)
(2)
(3)เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส ตามมาตรา 100 (1)(2)(3)(4)"
*** เนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา100(3)ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา102(3)ด้วย***
มาตรา 174 บอกว่า "รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(1)
(2)
(3)
(4)ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 102(1-14)
***ฉนั้น...เมื่อเป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.100จะส่งผลให้เป็นบุคคลต้องห้ามตาม ม.102 จึงส่งผลให้เป็นบุคคลต้องห้ามตามมาตรา 174 ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 174 เอวัง***
แบบนี้ต้องเร่งแก้รัฐธรรมนูญครับ
- mr.cheepchai likes this
#19
Posted 18 May 2012 - 16:19
อำมาตย์ กลั่นแกล้ง
If you try hard enough, you can be whatever you want to be.
#20
Posted 18 May 2012 - 16:53
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๔) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑)
(๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔)
(๕) ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีก่อนได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่
ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) ไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้ว
ยังไม่เกินสองปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี
___________________________________________
ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. (มาตรา 102 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึง
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554)
1. ติดยาเสพติดให้โทษ
2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
3. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม
มาตรา 100(1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
หรือ(4) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
4. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
5. เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
6. เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่า
กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
7. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น
ผิดปกติ
8. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
9. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
10. เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี
11. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
12. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
13. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263
(มาตรา 263 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนก
คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป
ถ้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดกระทำ
ความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งในวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย โดยให้
นำบทบัญญัติมาตรา 92 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และผู้นั้นต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรค
การเมือง เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยด้วย
มาตรา 92 การออกจากตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาภายหลังวันที่สมาชิกสภาสิ้นสุดลง
หรือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกสภาของสมาชิกคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง ย่อมไม่กระทบกระเทือนกิจการที่สมาชิกผู้นั้น
ได้กระทำไปในหน้าที่สมาชิก รวมทั้งการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจาก
ตำแหน่ง หรือก่อนที่ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี เว้นแต่ในกรณีที่ออกจาก
ตำแหน่งเพราะเหตุที่ผู้นั้นได้รับเลือกตั้งหรือสรรหามาโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ให้คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ผู้นั้นได้รับมาเนื่องจาก
การดำรงตำแหน่งดังกล่าว)
14. เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
(มาตรา 274 สมาชิกวุฒิสภามีอิสระในการออกเสียงลงคะแนนซึ่งต้องกระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ มติที่ให้ถอดถอน
ผู้ใดออกจากตำแหน่ง ให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา
ผู้ใดถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหรือให้ออกจากราชการนับแต่วันที่วุฒิสภามีมติให้ถอดถอน
และให้ตัดสิทธิผู้น้ำในการดำรงตำแหน่งใดในทางการเมืองหรือในการรับราชการเป็นเวลาห้าปี
มติของวุฒิสภาตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด และจะมีการร้องขอให้ถอดถอนบุคคลดังกล่าวโดยอาศัยเหตุเดียวกันอีกมิได้
แต่ไม่กระทบกระเทือนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
102(4)
คำว่าต้องคำพิพากษา และ .......
แปลว่าอะไร ถ้าคดียังไม่ถีงที่สุดเรียกว่า ต้องคำพิพากษาได้หรือยัง ???
Edited by phoosana, 18 May 2012 - 16:56.
#21
Posted 18 May 2012 - 16:56
เท่าที่ทราบยังอยู่ในการประกันตัวอยู่ครับ
แต่หากปากอยู่ไม่สุข ศาลอาจจะเพิกถอนการประกันเมื่อไหร่ก็ได้
คราวนี้อาจจะต้องไปเก็บสบู่ในคุกก็ได้
หน้าอย่างตู่ก้มเก็บสบู่ หรือเอามือล้วงท่อสักชั่วโมงก็ไม่มีใครคิดขยับตัวหรอกครับ
ถึงหื่นขนาดไหนเจอก้นดำๆของตู่ผมว่าดวงตาเห็นธรรมกันทั้งนั้น
- นายตัวเกร็ง and Bourne like this
วิธีการยุติระบอบทักษิณ
ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"
#22
Posted 18 May 2012 - 17:13
เหมือนคนถูกถอดเสื้อผ้าจับขังกรงแล้วจะเอาผ้าที่ไหนมาใส่
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
#23
Posted 18 May 2012 - 17:26
เห็นภาพเลยนะท่านพ้นสภาพแล้ว จะเอาเอกสิทธิ์มาใช้ได้อย่างไร
เหมือนคนถูกถอดเสื้อผ้าจับขังกรงแล้วจะเอาผ้าที่ไหนมาใส่
"เอกสิทธิ์ของ ส.ส." คือ การไม่ถูกจับกุม คุมขัง หรือดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม เพราะเกรงจะมีผลต่อองค์ประชุม
เมื่อ "ตู่" ไม่ได้เป็น ส.ส. ก็ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง การดำเนินคดีก็เป็นไปตามปกติ ถึงแม้เป็น "รัฐมนตรี" ก็ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง นอกจากจะใช้ "อภิสิทธิ์" (ไม่ใช่ "มาร์ค"นะ)
แต่การประกันตัวคราวก่อนของ "ตู่" นั้น เห็นทนายบอกว่า ใช้หลักทรัพย์ครับ
- จอมโจรคิด likes this
#24
Posted 18 May 2012 - 21:32
ระวังผู้ตรวจการแผ่นดินบอกว่า มันเผาบ้านเผาเมือง ก่อนอีปูแต่งตั้ง อีปูไม่ผิดจริยธรรมนะครับ
![]()
เตือนตั้ง "จตุพร" เป็นรมต.อาจขัดจริยธรรม
นักวิชาการออกมาเตือนรัฐบาลหากจะแต่งตั้งนายจตุพร พรหมพันธ์ เป็นรัฐมนตรี อาจจะขัดต่อจริยธรรมตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยไว้
by Nation Channel
ณัฏฐพล กีรติพิพัฒนพร แล้วอีกหลายคนที่ติดคุกพร้อมกันละครับ
#25
Posted 18 May 2012 - 23:03
การสื่อสารทันสมัย ใช้วิดิโอคอนฯประขุมสภากับประชุมคณะก็ได้
ประกันได้ว่าไม่มีการหนีประชุมไป ว5 ที่ไหนได้
#26
Posted 18 May 2012 - 23:22
1.ประธานสภาผู้แทนแม๊ว(สมศักดิ์) ไม่ต้องแก้ตัวให้สส.จตุพรขาดการประชุม....
2.เจ้าหน้าที่สภาแม๊ว ไม่ต้องบันทึกการลาป่วย ลากิจ ขาดประชุม....
3.สส.จตุพรไม่ต้องทนนั่งประชุมสภาผู้แทนแม๊ว....
4.สส.จตุพรไม่ต้องปั้นน้ำเป็นตัวอ้างเหตุลาประชุม ขาดประชุม....
5.พรรคเพื่อไทยไม่ต้องบันทึกสส.พรรคฯไม่เคารพระเบียบพรรคฯและสภาแม๊ว.....
จตุพรพ้นทุกข์ พ้นกรรมไม่ต้องฝืนใจเป็นสมาชิกสภาแม๊ว....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#27
Posted 19 May 2012 - 00:01
เท่าที่ทราบยังอยู่ในการประกันตัวอยู่ครับ
แต่หากปากอยู่ไม่สุข ศาลอาจจะเพิกถอนการประกันเมื่อไหร่ก็ได้
คราวนี้อาจจะต้องไปเก็บสบู่ในคุกก็ได้
หน้าอย่างตู่ก้มเก็บสบู่ หรือเอามือล้วงท่อสักชั่วโมงก็ไม่มีใครคิดขยับตัวหรอกครับ
ถึงหื่นขนาดไหนเจอก้นดำๆของตู่ผมว่าดวงตาเห็นธรรมกันทั้งนั้น
ไม่แน่นะ มันอาจจะโหว่เป็นอุโมงค์ จนรถไฟฟ้าวิ่งลอดได้แล้วก็ได้
ของทุกอย่างในโลกนี้ขายได้ทั้งนั้น แต่จะขายได้มากหรือขายได้น้อยนั่นก็อีกเรื่องนึง
Edited by Bourne, 19 May 2012 - 00:04.
#28
Posted 19 May 2012 - 00:45
มาตรา ๑๗๔ รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๔) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑)
(๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔)
(๕) ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีก่อนได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่
ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(๖) ไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้ว
ยังไม่เกินสองปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี
___________________________________________
ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส. (มาตรา 102 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติมถึง
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554)
1. ติดยาเสพติดให้โทษ
2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
3. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม
มาตรา 100(1) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(2) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
หรือ(4) วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
4. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
5. เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ
6. เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่า
กระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
7. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น
ผิดปกติ
8. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
9. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
10. เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี
11. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
12. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
แห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
13. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263
(มาตรา 263 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนก
คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป
ถ้าศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดกระทำ
ความผิดตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งในวันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัย โดยให้
นำบทบัญญัติมาตรา 92 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และผู้นั้นต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรค
การเมือง เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยด้วย
มาตรา 92 การออกจากตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาภายหลังวันที่สมาชิกสภาสิ้นสุดลง
หรือวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกสภาของสมาชิกคนใดคนหนึ่งสิ้นสุดลง ย่อมไม่กระทบกระเทือนกิจการที่สมาชิกผู้นั้น
ได้กระทำไปในหน้าที่สมาชิก รวมทั้งการได้รับเงินประจำตำแหน่งหรือประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นก่อนที่สมาชิกผู้นั้นออกจาก
ตำแหน่ง หรือก่อนที่ประธานแห่งสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิกได้รับแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี เว้นแต่ในกรณีที่ออกจาก
ตำแหน่งเพราะเหตุที่ผู้นั้นได้รับเลือกตั้งหรือสรรหามาโดยไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ให้คืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ผู้นั้นได้รับมาเนื่องจาก
การดำรงตำแหน่งดังกล่าว)
14. เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
(มาตรา 274 สมาชิกวุฒิสภามีอิสระในการออกเสียงลงคะแนนซึ่งต้องกระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ มติที่ให้ถอดถอน
ผู้ใดออกจากตำแหน่ง ให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา
ผู้ใดถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหรือให้ออกจากราชการนับแต่วันที่วุฒิสภามีมติให้ถอดถอน
และให้ตัดสิทธิผู้น้ำในการดำรงตำแหน่งใดในทางการเมืองหรือในการรับราชการเป็นเวลาห้าปี
มติของวุฒิสภาตามมาตรานี้ให้เป็นที่สุด และจะมีการร้องขอให้ถอดถอนบุคคลดังกล่าวโดยอาศัยเหตุเดียวกันอีกมิได้
แต่ไม่กระทบกระเทือนการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง)
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
102(4)
คำว่าต้องคำพิพากษา และ .......
แปลว่าอะไร ถ้าคดียังไม่ถีงที่สุดเรียกว่า ต้องคำพิพากษาได้หรือยัง ???
ไม่ต้องดูข้อนั้นหรอกครับ
แค่ มาตรา 100 ข้อ 4 ผ่านรึไม่ก็ยังไม่รู้???
#29
Posted 19 May 2012 - 05:53
102(4)
คำว่าต้องคำพิพากษา และ .......
แปลว่าอะไร ถ้าคดียังไม่ถีงที่สุดเรียกว่า ต้องคำพิพากษาได้หรือยัง ???
ขออนุญาตตอบจากความเข้าใจนะครับ
ผมว่า"ต้องคำพิพากษา" แค่ศาลชั้นต้นก็พอแล้ว ไม่ต้องลากยาวไปถึงฎีกา
เพราะการถูกพิพากษาจากศาลชั้นต้น ยังไงก็ต้องติดคุก ถ้าสู้ถึงศาลฎีกาแล้วบอกว่าจำเลยไม่ผิด ถือว่าติดคุกฟรีไปเน้อ
#30
Posted 19 May 2012 - 06:24
#31
Posted 19 May 2012 - 07:21
![]()
เตือนตั้ง "จตุพร" เป็นรมต.อาจขัดจริยธรรม
นักวิชาการออกมาเตือนรัฐบาลหากจะแต่งตั้งนายจตุพร พรหมพันธ์ เป็นรัฐมนตรี อาจจะขัดต่อจริยธรรมตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยไว้
by Nation Channel
ณัฏฐพล กีรติพิพัฒนพร แล้วอีกหลายคนที่ติดคุกพร้อมกันละครับ
ยังหวัง ศีลธรรม มโนธรรม คุณธรรม ธรรมทั้งหลายแหละจากคนแบบนี้อีกเหรอ อย่าไปคิดเลย พวกถือคติะด้านได้อายอดมากกว่า
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users











