คางคก พ้นสภาพแล้ว ด้วยมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 1 เสียง
#1
Posted 18 May 2012 - 12:09
ตัดสินให้นายจตุพรพ้นจากการเป็นส.ส.อันเนื่องมาจากการขาดสมาชิกภาพพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ถูกคุมขังและไม่ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
---------------------
- My Will, หงส์แดง, ท่าษายติณหัก and 2 others like this
#2
Posted 18 May 2012 - 12:46
#3
Posted 18 May 2012 - 12:49

มติศาลรธน. 7 ต่อ 1 ให้"จตุพร " สิ้นสุดสถานภาพ ส.ส.
18 พ.ค. 2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 1 วินิจฉัยให้นายจตุพร พรหมพันธ์ สิ้นสุดสถานภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106(4) ประกอบมาตรา 101(3) เนื่องจากขณะเลือกตั้งถูกจับกุมคุมขัง ซึ่งเป็นข้อบัญญัติว่าเป็นคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ทำให้นายจตุพรสิ้นสุดสมาชิกภาพของพรรคเพื่อไทย ส่งผลต่อเนื่องถึงสถานภาพการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ไปด้วย
การวินิจฉัยครั้งนี้ มีรายงานว่านายจรัล ภักดีธนากุล หนึ่งในคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ขอถอนตัว เนื่องจากภรรยามีคดีพิพาทกับนายจตุพร
ด้านนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าฟังคำวินิจฉัยว่า ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนก็ยอมรับเพราะถือว่าศาลได้มีคำตัดสินไว้แล้ว อีกทั้งกระบวนการขั้นตอนต่างๆทีมกฎหมายของตนก็ได้ชี้แจงตามกระบวนการ ทุกอย่างแล้ว จึงไม่กังวลอะไร
" จะยังคงสภาพส.ส.อยู่หรือไม่ ตนก็ยังเป็นนายจตุพร ดังเดิมส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าหากผลคำตัดสินของศาลออกมาแล้วนั้นกลุ่ม คนเสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวกดดันนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่อยากวิเคราะห์ไปก่อนล่วงหน้า แต่เชื่อว่ากลุ่มพี่น้องคนเสื้อแดงเป็นคนมีเหตุมีผลก็ไม่น่าจะทำอะไรที่ รุนแรง" นายจตุพร กล่าว
สำหรับบรรยากาศที่หน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ มีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)มาร่วมให้กำลังใจนายจตุพร อาทินายก่อแก้ว พิกุลทอง, จ.ส.ต.ประสิทธ์ ไชยศรีษะ, นายวรชัย เหมมะ, นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช. และกลุ่มคนเสื้อแดงจำกว่า 100 คน ขณะที่มาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) จำนวนกว่า 1 กองร้อย เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวก เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้น
http://www.thannews....6-02&Itemid=524
http://news.voicetv....land/39324.html
#4
Posted 18 May 2012 - 13:19
และหากตอนดำรงตำแหน่งมีการใช้อำนาจในการอนุมัติโครงการหรือแต่งตั้งใครฝากใครนี่ต้องยกเลิกด้วยหรือเปล่าครับ
#5
Posted 18 May 2012 - 15:03
ในกรณีของนาย จตุพร ที่ติดคดีผู้ก่อการร้ายและคดีหมิ่นเบิ้องสูง เป็นบุคคลที่มีรอยด่างพร้อยมาก่อน เป็น สส. ปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทย บัดนี้รัฐบาลบริหารประเทศมา 10 เดือน แล้ววันนี้นาย จตุพร ถูกศาลรัฐธรรมนูฐตัดสิน ให้พ้นสมาชิกภาพการเป็น สส.
ถามว่าในเมื่อศาลตัดสินแบบนี้แล้ว นายจตุพร จะต้องคืนเงินเดือนที่เป็นภาษีของประชาชนให้กลับมาเป็นของหลวงหรือไม่?? (100,000 บาท x 10 เดือน) เนื่องจากคุณสมบัติของนายจตุพร ไม่เหมาะสมตั้งแต่แรก คือ 1.ขาดการเลือกตั้ง และ 2.ติดคดีร้ายแรงของประเทศ (คดีก่ิิอการร้าย ปลุกปั่น ปลุกระดม ก่อความไม่สงบ และคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ) อยากให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องนี้ด้วยครับ
Dislike Yingluck For Concentration Citizen
ภิรมย์ รัตนา เห็นด้วยเอาคืน
VVin Narinsuksanti พร้อมดอกเบี้ยด้วย
จีรา ระนาดเสนาะ ดีใจด้วยนะมึงไอ้คางคก..ได้กลับไปเป็นไพร่เหมือนเดิม..แล้วเอาเงินภาษีมาคืนด้วยละพร้อมดอกเบี้ย..
ชญากาณฑ์ น่วมเทียบ กกต.ก็มีปัญหา ตีความกม.รั่วๆหลุดๆแบบนี้ สัตว์ชั้นต่ำถึงได้เต็มสภา ประเทศชาติเสียหายไปเท่าไหร่ เสียโอกาสในไปแค่ไหน ไม่ใช่แค่เงินเดือนหรอกนะ
มายุระรำแพน เป็นคนหลายใจ เรื่องขาดการเลือกตั้งนี่ ไม่ค่อยเห็นด้วยนะ แต่เรื่องอื่นๆก็เห็นๆกันอยู่ แต่เรื่องเงินเดือนเนี่ย เราก็น่าจะคืนนะ
#6
Posted 18 May 2012 - 15:06
#7
Posted 18 May 2012 - 15:07
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤษภาคม 2555 14:40 น.
มติศาล รธน. 7 ต่อ 1 ฟัน “จตุพร”พ้นเก้าอี้ ส.ส.ชี้ ถูกคุมขังทำให้ขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค ส่งผลให้สมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลง ชี้ กกต.มีอำนาจยื่นสอย แม้พบภายหลังประกาศรับรองเป็น ส.ส.แล้ว ด้าน“จตุพร”น้ำตาคลอ ยอมรับ แต่อ้างบ้านเมืองยังต้องแสวงหาความยุติธรรมต่อ ปัดมีผลตำแหน่ง รมต. “เหวง” โวยเป็นแผนอำมาตย์ต่อยอดยุบ พท. ส่วนมวลชนเสื้อแดงตะโกนด่า ศาล 2 มาตรฐาน
เช้าวันที่ 18 พ.ค. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เป็นประธาน ได้ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ ขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) หรือไม่ ซึ่งบรรยากาศโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ช่วงเช้า ปรากฏว่ามีบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คนเดินทางมาคอยให้กำลังใจกับนายจตุพร ท่ามกลางการจัดกำลังรักษาความปลอดภัยจาก สน.ทุ่งสองห้องและ บก.น.2 ซึ่งนายจตุพรได้เดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับนายก่อแก้ว พิกุลทอง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จ.ส.ต.ประสิทธ์ ไชยศรีษะ นายวรชัย เหมมะ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.พรรคเพื่อไทย และนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ก่อนฟังคำวินิจฉัยว่า ในวันนี้ตนมาตามคำนัดหมายของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องรับฟังคำวินิจฉัยของศาล โดยไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ยอมรับ เพราะถือว่าศาลได้มีคำตัดสินไว้แล้ว อีกทั้งกระบวนการขั้นตอนต่างๆ ทีมกฎหมายของตนก็ได้ชี้แจงตามกระบวนการทุกอย่างแล้ว จึงไม่กังวลอะไร ทั้งนี้ไม่ว่าผลออกมาเป็นอย่างไร จะยังคงสภาพ ส.ส.อยู่หรือไม่ ตนก็ยังเป็นนายจตุพร ดังเดิมส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่าหากผลคำตัดสินของศาลออกมาแล้วนั้นกลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาเคลื่อนไหวกดดันนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่อยากวิเคราะห์ไปก่อนล่วงหน้า แต่เชื่อว่ากลุ่มพี่น้องคนเสื้อแดงเป็นคนมีเหตุมีผลก็ไม่น่าจะทำอะไรที่รุนแรงได้ อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนก็ยังมีภาระมากกว่าการเป็น ส.ส.รออยู่ข้างหน้า
ต่อมาเวลา10.30 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์โดยก่อนอ่านคำวินิจฉัย นายวสันต์ได้แจ้งให้นายจตุพร ทราบว่า คดีนี้มีองค์คณะ 8 คน เนื่องจากศาลได้อนุญาตให้ นายจรัญ ภักดีธนากุล ขอถอนตัวเพราะภรรยาเป็นคดีกับนายจตุพร จากนั้นนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี และนายนุรักษ์ มาประณีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยระบุว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนวินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่า นายจตุพร อ้างว่า กกต.ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยการสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายจตุพรได้อีก เนื่องจาก กกต.ได้รับสมัครและประกาศรับรองให้นายจตุพรเป็น ส.ส.แล้ว เห็นว่าการดำเนินการของ กกต.ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 40 ประกอบมาตรา 45 ที่กำหนดให้ กกต.ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนรายชื่อผู้ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้นเป็นขั้นตอนก่อนการเลือกตั้ง แต่คำร้องที่ กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นเป็นการขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ส.สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ซึ่งการก่อนการเลือกตั้งหาก กกต.พบว่ามีการขาดคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยดำเนินการตามอำนาจไปแล้ว แต่ต่อมาภายหลังพบว่า ส.ส.คนใดมีเหตุที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลง กกต.ก็มีอำนาจที่จะส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ข้ออ้างของนายจตุพรจึงฟังไม่ขึ้น
ส่วนสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดลงหรือไม่ จากข้อเท็จจริงตามคำร้องและการแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกร้องรับฟังได้ว่า นายจตุพรได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2550 และสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.2551 ต่อมาถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาฐานก่อการร้าย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งภายหลังเมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาในปี 2554 และมีการกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. 2554 ศาลได้ถอนประกัน นายจตุพรจึงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.2554 เป็นต้นมา ต่อมา กกต.เปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อซึ่งพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่มีชื่อนายจตุพร เป็นผู้สมัครอยู่ในลำดับที่ 8 เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2554 และก่อนการเลือกตั้ง 3 ก.ค.นายจตุพรได้ยื่นคำร้องของอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต จนวันที่ 3 ก.ค. นายจตุพรจึงไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และได้ทำหนังสือแจ้งเหตุอันไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ยื่นต่อ ผอ.สำนักงานเขตวังทองหลางที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอ หลังการเลือกตั้ง กกต.ได้ประกาศรับรองผลให้นายจตุพรเป็น ส.ส.ในวันที่ 1 ส.ค. 2554 พร้อมมีมติให้สำนักงาน กกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของนายจตุพร ซึ่ง กกต.ได้มีมติเสียงข้างมากในเวลาต่อมาให้ยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดลงหรือไม่ คดีมีประเด็นต้องพิจารณาว่านายจตุพรเป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิหรือไม่ เห็นว่าในมาตรา100(3) ระบุว่า ผู้ต้องคุมขังโดยหมายของศาลไม่ให้เป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งนายจตุพรถูกดำเนินคดีอาญาฐานก่อนการร้าย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณา แต่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ศาลเพิกถอนสัญญาประกัน และนายจตุพรถูกควบคุมตัวไว้ใน เรือนจำ จึงเห็นได้ว่านายจตุพรเป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 100(3)
สำหรับประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า นายจตุพรเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่มิให้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ และเป็นเหตุให้นายจตุพรพ้นจากการเป็น ส.ส.หรือไม่ เห็นว่าหากพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 8 ,19 และ 20 แล้วมีเจตนาว่าผู้ที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องมีสัญชาติไทยไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญมาตรา 100 ได้กำหนดลักษณะบุคคลที่มิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ 4 ลักษณะ ภิกษุ สามเณร ผู้มีสติฟั่นเฟือน ผู้ที่อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และบุคคลที่ถูกจับกุมคุมขังโดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง โดยบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิในวันเลือกตั้งเป็นบทบัญญัติที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2492 ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้น เริ่มมีบัญญัติในปี 2498 เป็นฉบับแรก ซึ่งก็ใช้เรื่อยมาและมีอีกหลายฉบับ เช่น 2511 2517 2524 สำหรับบทบัญญัติที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง จะบัญญัติบุคคลที่จะสามารถสมัครเข้าพรรคการเมืองได้ โดยบุคคลต้องห้าม จะระบุไว้เพียง ภิกษุ สามเณร นักบวช แต่เมื่อมีการตรา พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2541 และ 2550 มีการบัญญัติลักษณะต้องห้ามไม่ให้เป็นสมาชิกพรรคไว้ในแนวทางเดียวกัน โดยเฉพาะ ฉบับปี 2550 มาตรา 8 เป็นการเขียนข้อความให้ล้อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 100 คือบุคคลที่ต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างกับ พ.ร.บ.พรรคการเมืองในอดีตที่ผ่านมา โดยเป็นการบัญญัติให้ครอบคลุมถึงลักษณะต้องห้ามทั้ง 4 ลักษณะ รวมถึงต้องถูกคุมขังโดยหมายของศาล ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้บุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย และระเบียบวินัยของพรรคการเมือง การถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาของศาล โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำผิดที่มีความรุนแรง และมีเหตุให้ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว อันเป็นวัตถุประสงค์ของการกำหนดลักษณะต้องห้ามดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและมีลักษณะต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยเฉพาะการใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญกว่าบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
“ดังนั้นเมื่อผู้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ได้ปฎิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย จนถูกดำเนินคดี และต้องถูกคุมขังโดยหมายของศาล โดยไม่ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวในวันเลือกตั้ง ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 100 ( 3) ย่อมจะเป็นลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 20 ประกอบมาตรา 19 และ มาตรา 8 เมื่อพิจารณามาตรา 20 ของ พ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว บุคคลที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง นอกจากต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในขณะที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วย หากผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามเกิดขึ้นภายหลัง ย่อมมีผลให้สมาชิกภาพของผู้นั้นสิ้นสุดลง ดังนั้นเมื่อนายจตุพรเป็นบุคคลต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล จึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 100 ( 3) อันเป็นบุคคลต้องห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 19 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 8 วรรคหนึ่ง ส่งผลให้สมาชิกภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของนายจตุพรสิ้นสุดลงตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (3)”
มีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่า การสิ้นสุดสมาชิกภาพสมาชิกพรรคของนายจตุพร ทำให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.ตามมาตรา 106 (4) หรือไม่ รัฐธรรมนูญมาตรา 101(3) บัญญัติให้บุคคลผู้มีคุณสมบัติสามารถลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ได้ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่กรณีการยุบสภาให้ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง และมาตรา 106 (4) ที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อขาดคุณสมบัติตามาตรา 101(3) แล้วเห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และกำหนดการระยะเวลาการเป็นสมาชิกพรรคก่อนการเลือกตั้งเพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองมีระเบียบวินัย ยึดมั่นเจตนารมณ์ทางการเมือง และดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตลอดไป ให้พรรคการเมืองเป็นเสาหลักของปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจึงไม่เพียงต้องมีอยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องมีอยู่ตลอดเวลาของการเป็น ส.ส.
ส่วนการถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลฯ แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 102(3) จะไม่กำหนดให้เป็นลักษณะต้องห้ามไม่ให้สมัครรับเลือกตั้งแต่การสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กับการใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง ต่างเวลากัน แม้ว่าบุคคลที่ถูกคุมขังโดยหมายของศาลมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง อันไม่เป็นลักษณะต้องห้าม แต่การพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพ ส.ส.เป็นคนละกรณีกัน หากในวันเลือกตั้งบุคคลดังกล่าวถูกคุมขังอยู่ย่อมถือว่า เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ และเมื่อพิจารณาตามคุณสมบัติของ ส.ส. ซึ่งต้องเป็นสมาชิกพรรคคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง อันเป็นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามมาตรา 101(3) ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 106(4) ที่บัญญัติให้สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง เมื่อขาดคุณสมบัติตามมาตรา 101 แล้วเห็นว่าคุณสมบัติของบุคคลที่จะสมัคร ส.ส.ซึ่งต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง มิใช่ต้องมีอยู่เฉพาะวันสมัคร แต่ต้องมีอยู่ตลอดระยะเวลาการเป็น ส.ส. เมื่อขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดก็จะส่งผลให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.
สำหรับการพิจารณาเกี่ยวกับความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเห็นว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญจะบัญญัติหลักเกณฑ์สำคัญที่เกี่ยวกับการปกครองประเทศ ส่วนรายละเอียดสำคัญที่จะช่วยขยายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้มีความครบถ้วนยิ่งขึ้นนั้น รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้น บัญญัติให้ตราขึ้นเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ซึ่งเมื่อพิจารณาเกี่ยวกับ คุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคการเมืองจะบัญญัติไว้ในมาตรา 8 ,19 และ 20 อีกทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 106 เป็นการวางหลักเกณฑ์กว้างๆ ในการที่ ส.ส.ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพแต่การวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นหรือไม่ ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัตินั้นๆ เช่นเรื่องสัญชาติ ก็ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.สัญชาติ เพราะรายละเอียดต่างๆ ไม่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องนำกฎหมายอื่น มาประกอบการวินิจฉัยเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง มิใช่เป็นการนำกฎหมายที่ต่ำกว่า หรือมีบทบัญญัติที่ขัดแย้งในกรณีที่สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.มาขยายหรือตีความให้เป็นโทษตามที่นายจตุพรยกขึ้นอ้างแต่อย่างใด และไม่ใช่การกำหนดเหตุขึ้นใหม่ ดังนั้นเมื่อการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของนายจตุพรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(3) จึงทำให้สมาชิกภาพส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ( 4) ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยด้วยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เสียง ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายจตุพร สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
ทั้งนี้ มีรายงานว่าเสียงข้างน้อยในคดีนี้ ก็คือนายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำวินิจฉัย กลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอฟังคำวินิจฉัยอยู่ด้านนอกห้องพิจารณาคดี ต่างพากันตะโกนและส่งเสียงโวยวายด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ อาทิ ศาลไทยตกต่ำมากแล้ว ศาลไม่ยุติธรรม 2 มาตรฐานฉิบหายเลย เนื่องจากไม่พอใจคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายจตุพร พ้นสภาพจากการเป็น ส.ส.และเมื่อนายจตุพร เดินออกจากห้องพิจารณาคดี กลุ่มคนเสื้อแดงต่างกรูเข้าไปหานายจตุพรเพื่อให้กำลังใจพร้อมกับมอบดอกไม้ ขณะเดียวกันท่านผู้หญิงวิริยา ชวกุล และคุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ได้เดินมาสวมกอดและกำลังใจนายจตุพร
ด้านนายจตุพร กล่าวด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า คำวินิจฉัย ไม่ได้เกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษแต่เป็นการเตรียมใจมารับฟังมากกว่า เพราะที่ผ่านมาตนได้มีการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาโดยตลอด ตั้งแต่กระบวนการคุมขังตน ก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ทั้งหมดนั้นตนขอน้อมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น จะเป็นประชาชนธรรมดา หรือจะเป็น ส.ส.ตนก็เป็นนายจตุพรคนเดิม ดังนั้นวันนี้จึงถือเป็นวันที่กลับมาเป็นราษฎรเต็มขั้น ตนก็จะทำหน้าที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป เพราะยังมีเวทีของคนเสื้อแดงที่ยังรอให้ตนทำหน้าที่อยู่ เพราะฉะนั้นเส้นทางของตนคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่แสดงความห่วงใย แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาด้วยมติเสียงข้างมาก 7 : 1 อีกทั้งต้องขอบคุณ กกต.ที่ทำให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้ต้องมีการแสวงหาความยุติธรรมต่อไป เพราะที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม จากนี้ต่อไปตนก็จะไปสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังไม่มีการกำหนดวันจะเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อใด
“ผมได้เตรียมใจมาตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่อคำวินิจฉัยของศาลออกมาเช่น ผมก็ต้องยอมรับ ซึ่งจากนี้ไปจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างปกติ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ส่วนหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับชะตากรรม แต่ที่แน่ๆ ต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป” นายจตพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวต่อว่า วันเดียวกันนี้ นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. จะมีการแถลงข่าวที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ซึ่งตนจะเดินทางไปร่วมแถลงข่าวด้วย โดยจะมีการพูดถึงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสิ้นสมาชิกการเป็น ส.ส.ของตน ซึ่งจะเป็นการชี้แจ้งให้มวลชนคนเสื้อแดง ได้เข้าใจ เพราะทราบว่าการวินิจฉัยของศาลในวันนี้ มีพี่น้องหลายคน เจ็บปวดจากคำวินิจฉัย แต่ก็อยากให้มวลชนคนเสื้อแดงรู้ว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พี่น้องคนเสื้อแดงก็มีเรื่องเจ็บปวดที่ต้องเผชิญมาโดยตลอด จึงขอให้คิดว่าชีวิตมนุษย์เราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาย เพราะจากความเจ็บปวดในครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ชีวิตมากขึ้น และขอโทษพี่น้องประชาชนที่ตนนำความทุกข์มาให้ ทั้งนี้ยืนยันจากคำวินิจฉัยของศาลไม่ได้มีความรู้สึกติดอะไรกับศาลและ กกต.
เมื่อถามว่า หลังจากนี้พร้อมที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะทั้งหมดอยู่ที่นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ตนเองเปรียบเสมือนผู้เล่นในทีมฟุตบอล การที่จะถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในเกมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับโค้ชและผู้จัดการทีม ผู้เล่นคงไปตัดสินใจเองไม่ได้ จึงไม่ต้องการพูดว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะจากผลงานที่ผ่านมา ประชาชนได้พิสูจน์และเห็นผลงานของตนทั้งในและนอกสภาฯมาแล้ว ฉะนั้นการที่จะรับตำแหน่งใดๆ ให้เป็นเรื่องของภายภาคหน้าดีกว่า
เมื่อถามว่า หลังจากสิ้นสุดการเป็น ส.ส.จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองในการขอประกันตัวในคดีก่อการร้าย นายจตุพร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะชีวิตและอิสรภาพของตนได้ยกให้กับการต่อสู้ไปหมดแล้วจะมีการเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่นั้น ก็จะต้องเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ด้านวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายจตุพร กล่าวว่า การพ้นจาก ส.ส.ของนายจตุพร คงไม่กระทบกับการได้รับการประกันตัว เพราะการประกันตัวที่ผ่านมาไม่ได้ใช้เอกสิทธิ ส.ส. แต่ใช้หลักทรัพย์ ซึ่งหลังจากนี้จะไปพิจารณาดำเนินการกับผู้ที่ทำให้นายจตุพรไม่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งกรณีนี้ก็มีการดำเนินการอยู่ในศาลฎีกาด้วย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า หัวอกนักรบ เมื่อมีปัญหาต้องมีการปรึกษากันบ้าง เมื่อผู้มีอำนาจได้ลงดาบมาแล้ว เราก็คงไม่ยอมตายลงตรงหน้า สิ่งที่ถูกดึงไปจากชีวิตนายจตุพร คือ สถานภาพการเป็น ส.ส. แต่สิ่งที่ไม่มีอำนาจหรือคำพิพากษาใดที่จะทำลายไปจากชีวิตนายจตุพรได้ คือ จิตวิญญาณความเป็นประชาธิปไตยและเป็นคนเสื้อแดง และการต่อสู้ทางการเมืองท่ามกลางสายตาประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้น วันนี้ตนและพี่น้องคนเสื้อแดงจะยืนเคียงข้างกันตลอดไป อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องคนเสื้อแดงได้ใช้สติและความอดทน และวิจารณญาณ แน่นอนว่าครั้งนี้พี่น้องต้องเจ็บปวดแต่เราก็ผ่านความเจ็บปวดมาโดยตลอด และต่อไปข้างเราอาจจะเจ็บปวดกว่านี้อีก ดังนั้นเราต้องนำเหตุการณ์วันนี้เพื่อสร้างความเข้มแข้งให้แข็งแรงขึ้น และก้าวเดินด้วยสติปัญญาในทุกๆ ก้าว
นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าว ว่า ทุกคนต้องเคารพคำตัดสินของศาล แต่สำหรับตนมีความเห็นต่าง เพราะสิ่งที่ศาลวินิจฉัยนั้น มีการนำกฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 ซึ่งเป็นกฎหมายรอง มาเทียบกับกฎหมายหลักอย่างรัฐธรรมนูญ หากเป็นเช่นนี้กฎหมายอื่นๆ ก็เทียบกับรัฐธรรมนูญได้ทุกฉบับ ตนจึงไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าก็จะมีการเขียนกฎหมายมาตรานี้ใหม่ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ก็มาจากการรัฐประหาร จึงทำให้มีปัญหา
“ผมเชื่อว่าเกมนี้อาจจะเป็นกลเกมของฝ่ายอำมาตย์ เพราะมีความพยายามทุกวิถีทางที่จะยุบพรรคเพื่อไทย ซึ่งการที่ศาลตัดสินเช่นนี้ หากมีการอ้างถึงหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ว่ารู้อยู่แล้วว่านายจตุพรขาดคุณสมบัติแล้วยังส่งรับสมัครเลือกตั้ง ฝ่ายตรงข้ามอาจนำไปสู่การยุบพรรคได้ แต่ไม่เป็นอะไรถึงยุบเราก็สู้ต่อ ไม่มีวันสิ้นสุด และจะสู้อย่างสันติวิธี”
http://www.manager.c...D=9550000061229
#8
Posted 18 May 2012 - 15:08
• เอือมระอากับบรรดาพี่น้องที่หลงทางจริงๆ เห็นต่างกันยังรับได้ครับ แต่เห็นผิดเป็นชอบแบบนี้มันบัดซบจริงๆ •
• หายนะของประเทศไทย ก็คือการที่ "ควายเลือกควาย" เข้ามาทำลายประเทศ •
#11
Posted 18 May 2012 - 17:47
#13
Posted 22 July 2012 - 17:56
ลุ้นคางคกว่าติดคุกหรือเปล่า
#15
Posted 22 July 2012 - 19:11
Edited by ขบวนการเสรีไทย, 22 July 2012 - 19:12.
- Bomber_Man likes this
#16
Posted 22 July 2012 - 19:25
Edited by Critical, 22 July 2012 - 19:27.
#17
Posted 22 July 2012 - 19:26
ทำกรรมชั่วไว้เยอะ
จะหนีไปดูโอลิมปิคแบบเจ้านายก็ไม่ได้
งานนี้ ขาโจ๋ในคุกคง.................
- ขบวนการเสรีไทย likes this
#18
Posted 22 July 2012 - 19:28
ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ "ไอ้คางคก"
![]()
![]()
![]()
"strangeman"แสดงความยินดีกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#19
Posted 22 July 2012 - 21:57
ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ "ไอ้คางคก"![]()
![]()
![]()
"strangeman"แสดงความยินดีกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ไม่ขัดข้องครับคุณปุ แต่ผมอยากให้มันติดคุกไปเก็บสบู่ให้สาสมใจมากกว่า
• เอือมระอากับบรรดาพี่น้องที่หลงทางจริงๆ เห็นต่างกันยังรับได้ครับ แต่เห็นผิดเป็นชอบแบบนี้มันบัดซบจริงๆ •
• หายนะของประเทศไทย ก็คือการที่ "ควายเลือกควาย" เข้ามาทำลายประเทศ •
#20
Posted 22 July 2012 - 22:21
ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ "ไอ้คางคก"![]()
![]()
![]()
"strangerman"แสดงความยินดีกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ไม่ขัดข้องครับคุณปุ แต่ผมอยากให้มันติดคุกไปเก็บสบู่ให้สาสมใจมากกว่า![]()
![]()
strangeman"อย่าแสดงความยินดีคนเดียว....
แสดงความยินดีร่วมกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ขอแก้ไขเพิ่มเติม R... "strangerman"......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
Edited by ปุถุชน, 22 July 2012 - 23:46.
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#21
Posted 22 July 2012 - 22:23
กรรมและผลของกรรมทั้งนั้น
ทำกรรมชั่วไว้เยอะ
จะหนีไปดูโอลิมปิคแบบเจ้านายก็ไม่ได้
งานนี้ ขาโจ๋ในคุกคง.................
เดือนหน้ามี"โอลิมปิค"ที่อังกฤษไม่ใช่เหรอ..?
ไอ้ตู่จะเลียนแบบ"นายใหญ่"ไม่ได้เหรอ.........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#22
Posted 22 July 2012 - 22:32
- ขบวนการเสรีไทย likes this
อยากให้เมืองไทย เป็นเหมือนเดิม
#23
Posted 22 July 2012 - 23:40
ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ "ไอ้คางคก"![]()
![]()
![]()
"strangeman"แสดงความยินดีกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ไม่ขัดข้องครับคุณปุ แต่ผมอยากให้มันติดคุกไปเก็บสบู่ให้สาสมใจมากกว่า![]()
![]()
strangeman"อย่าแสดงความยินดีคนเดียว....
แสดงความยินดีร่วมกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
จัดไปครับ
ว่าแต่ท่านปุ ตกตัว "R" ไปนะครับ หรือว่าโดน cen
• เอือมระอากับบรรดาพี่น้องที่หลงทางจริงๆ เห็นต่างกันยังรับได้ครับ แต่เห็นผิดเป็นชอบแบบนี้มันบัดซบจริงๆ •
• หายนะของประเทศไทย ก็คือการที่ "ควายเลือกควาย" เข้ามาทำลายประเทศ •
#24
Posted 22 July 2012 - 23:48
ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ "ไอ้คางคก"![]()
![]()
![]()
"strangeman"แสดงความยินดีกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ไม่ขัดข้องครับคุณปุ แต่ผมอยากให้มันติดคุกไปเก็บสบู่ให้สาสมใจมากกว่า![]()
![]()
strangerman"อย่าแสดงความยินดีคนเดียว....
แสดงความยินดีร่วมกับผมและเพื่อนๆในนี้ดีกว่า........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
จัดไปครับ
ว่าแต่ท่านปุ ตกตัว "R" ไปนะครับ หรือว่าโดน cen
กลับไปแก้ไขแล้ว....
ขอโทษครับ......ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#25
Posted 22 July 2012 - 23:50
น่ารักจริงๆ เลยเชียว
• เอือมระอากับบรรดาพี่น้องที่หลงทางจริงๆ เห็นต่างกันยังรับได้ครับ แต่เห็นผิดเป็นชอบแบบนี้มันบัดซบจริงๆ •
• หายนะของประเทศไทย ก็คือการที่ "ควายเลือกควาย" เข้ามาทำลายประเทศ •
#26
Posted 23 July 2012 - 00:19
- ขบวนการเสรีไทย likes this
#27
Posted 23 July 2012 - 02:07
เรื่องแถ เรื่่องตอแหล ใครที่ว่าแน่ ยังแพ้พวกเสื้อแดง
หยุด ทำร้ายประเทศไทย หยุด กฎหมายนิรโทษกรรม
#29
Posted 23 July 2012 - 08:43
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users













