
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทย ภายหลังจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 1 วินิจฉัยให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดสถานภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงของคดี ในการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะเคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ แม้จะถือเป็นเรื่องน่าเสียใจที่พรรคเพื่อไทยต้องสูญเสียบุคลากรในการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรไปอีกหนึ่งท่าน ส่วนผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่ิอลำดับถัดไปที่จะเลื่อนขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ส.ส. แทน นายจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นผู้สมัครลำดับที่ 70 คือ นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ซึ่งขั้นตอนต่อไปประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้แจ้งต่อที่ประชุมสภาฯ ในวันจันทร์ที่ 21 พ.ค. นี้ เพื่อให้ นายสรรพภัญญู ได้กล่าวคำปฏิญาณตนต่อสภาผู้แทนราษฎร และดำรงตำแหน่ง ส.ส. อย่างเป็นทางการ
ส่วนผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะส่งผลต่อการยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะมีผู้ร้องหรือไม่ แต่พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า สามารถชี้แจงเรื่องนี้ได้ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมีความเชื่อโดยสุจริตใจว่า นายจตุพร มีคุณสมบัติครบถ้วนในการสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งสังคมก็คงจะเห็นเช่นกันว่ากกต.เอง ก็ได้รับรองความเป็นผู้สมัครของ นายจตุพร และยังประกาศรับรองความเป็น ส.ส. ของ นายจตุพร ด้วย ทั้ง ๆ ที่ มีผู้ร้องคัดค้าน ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงไม่ได้มีเจตนาที่จะส่งผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติลงสมัครรับเลือกตั้งแต่อย่างใด
ส่วนที่ว่า การพ้นสภาพความเป็น ส.ส. ของ นายจตุพร จะส่งผลกระทบต่อกระแสข่าวที่ว่า นาย จตุพร จะได้รับการผลักดันขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่อยู่ในดุลยพินิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าจะตัดสินใจปรับครม. หรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อใด แต่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่า หากจะมีการปรับครม. ทุกอย่างจะเป็นไปตามหลักความรู้ความสามารถ เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินเป็นสำคัญ
http://www.ptp.or.th...px?news_id=3659



















