กรณีปลาบู่ชนเขื่อน กับ เศรษฐกิจ "ฟื้นตัว" ใต้ธง "ยิ่งลักษณ์"
#1
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 13:30
มิใช่เพราะปรากฏการณ์ "ปลาบู่ชนเขื่อน"
หากแต่เป็นเพราะการประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งภาคเอกชนอย่าง นายชาตรี โสภณพนิช บอสใหญ่จากแบงก์กรุงเทพ และภาครัฐอย่าง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
"ราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วงนี้ไม่ได้มีปัญหาต่อเศรษฐกิจเนื่องจากค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นแต่รายได้ของประชาชนก็เพิ่มขึ้นด้วย ถือว่าเป็นการปรับที่มีการสมดุลกัน"
เป็นบทสรุปสั้นกระชับจาก นายชาตรี โสภณพนิช
เมื่อประสานเข้ากับบทสรุปจากที่ประชุมในการจัดทำรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ทำให้การไล่จี้จากพรรคประชาธิปัตย์ต้องคลายมนต์ขลัง
เหมือนอาการนะจังงัง เงียบสนิท ไม่ว่าจะมาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะมาจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นลูกคู่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างต่อเนื่อง
นะจังงังในความขลังของธนาคารแห่งประเทศไทย
ในความเห็นของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ขณะนี้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชัดเจนทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านการผลิต การใช้จ่าย การลงทุนและการส่งออก
โดยด้านการอุปโภคบริโภคและการลงทุน ตัวเลขล่าสุดขยายตัวสูงกว่าในช่วงก่อนเกิดอุทกภัย ขณะที่การส่งออกและการผลิตกำลังฟื้นตัว ทำให้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกและเชื่อว่าน่าจะยังขยายตัวได้ดีในระยะต่อไป
สอดรับกับ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท.
การประเมินภาพเศรษฐกิจล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงต่อไปยังขยายตัวได้ดีกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ไว้ เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะขยายตัวได้ในระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการคือ ประมาณร้อยละ 6
ยิ่งกว่านั้น สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังระบุเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2555 ขยายตัวอย่างอ่อนๆ แค่ร้อยละ 0.3
นี่ย่อมส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งไปยังประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย
นี่ย่อมทำให้พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรอย่างเช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต้องเงียบเสียงลง
ยิ่งกว่าอาการของ "ปลาบู่ชนเขื่อน" หลายเท่า
ถึงแม้ว่าในความเห็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 จะถือว่า
เป็น "ภาพลวงตา"
แต่ภาพลวงตานี้ก็ได้รับการยืนยันจากบอสใหญ่แบงก์กรุงเทพ ได้รับการยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ยิ่งกว่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เกิดการขยับตัว
เพราะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2555 ว่าจะขยายตัวติดลบร้อยละ 1.7 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ขยายตัวร้อยละ 0.3
"จึงจำเป็นต้องมีการประเมินประมาณการใหม่"
ถามว่าที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพราะอะไร เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปกระนั้นหรือ
หรือเพราะว่า 1 รากฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วขณะเดียวกัน 1 เพราะนโยบายกระตุ้นและการริเริ่มเพื่อสร้างความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจภายในห้วงเวลา 9 เดือน
ความสำเร็จจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 1 เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องโชคช่วย
ยากเหลือเกินที่พรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับ ยากเหลือเกินที่นักวิชาการเสื้อเหลืองจะยอมรับ ยากเหลือเกินที่หอการค้า และสภาอุตสาหกรรมจะยอมรับด้วยความเต็มใจ
เต็มใจว่าเป็นฝีมือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
#2
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:12
อย่างน้อยเงินที่กู้มาทุ่มลงไปในพื้นที่ต่าง ๆ มันก็ช่วยกระตุ้นอยู่แล้วไม่ต้อง
ใช้ฝีมืออะไรมากมายเศรษฐกิจมันก็ต้องขยับบ้าง มันไม่ได้ขยับเพราะของถูก
ของแพงหรอกครับ ไอ้ของถูกของแพงนี้มันเล็กเกินไปที่จะไปขยับเศรษฐกิจ
แต่มันมีผลกระทบต่อชาวบ้าน
ส่วนมันจะดังหรือแผ่วลงนั้นคงอยู่ที่สื่อมากกว่าถ้าสื่อนำเสนอมากมันก็ดัง
ถ้าสื่อหันไปเล่นเรื่องอื่นมันก็แผ่ว แต่ความจริงมันยังคงอยู่มันไม่ไปตาม
กระแสสื่อหรอก แต่จะว่าไปแล้วมันก็แผ่วทั้งเรื่องแพงทั้งแผ่นดิน และ
ถูกทั้งแผ่นดินแหละครับ สรุปแล้วประชาชนน่าจะซวยเหมือนเดิม
ส่วนจะให้ใครยอมรับว่าเป็นฝีมือหรือไม่นั้น คงต้องแสดงให้เขาเห็นครับ ที่เขาเห็นนี่
แสดงแต่ จะแก้รัฐธรรมนูญ กับ นิรโทษกรรม แล้วจะให้ใครเขายอมรับล่ะครับ
#3
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:13
เอียงข้างชัดเจน..
อีกอย่าง.. เอาเรื่อง ของแพง ไปมั่วกับ GDP จับแพะชนแกะ เป็นคนละเรื่องไปเลย
Edited by ก้อนหินละเมอ, 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:13.
#4
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:20
ดังนั้นบทความนี้เป็นแค่เพียงความเห็นของคอลัมนิสท์ธรรมดา ไม่ใช่ความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ ไม่คู่ควรกับการให้น้ำหนักอะไร
#6
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:22
สำหรับพ่อค้าอย่างผม ยิ่งคนคิดว่า ของไ่ม่แพง มันยิ่งดี
ก็ขอให้รีบใช้จ่ายกันให้เยอะๆ ครับ ชอบๆ
กรุณาอย่าคิดว่าของแพง มันเป็นเรื่องคิดไปเองเท่านั้น
- ชัยนาท likes this
[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]
#7
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:27
หากินง่ายไปมั้ง
Edited by juemmy, 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:29.
"กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อย สู้ไม่ถอยแม้รู้ว่าจะดับสลาย แผ่นดินนี้พ่อกูอยู่ปู่กูตาย กูสุดอายถ้าเสียทีไพรีครอง"
#8
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 14:47
#9
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:01
#10
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:02
#12
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:23
จริงๆแล้วมอดน่าจะแบนไอพีของนายเวรไปเลยนะคะ
ล็อคอินเข้ามาวันแรก เล่นไป4ทู้ แปะอย่างเดียวเลย
หากินง่ายไปมั้ง
13.25 -14.00 น. 35 นาที่ 7 กระทู้ (ผมย้ายไปห้องขังแล้วบางส่วน)
ส่งไปพักแล้ว 7 วัน
ไม่น่าปล่อยให้มาหลอกหลอนผู้คนแบบนี้
- Anubitz likes this
"กูจะสู้แม้รู้ว่าพวกกูน้อย สู้ไม่ถอยแม้รู้ว่าจะดับสลาย แผ่นดินนี้พ่อกูอยู่ปู่กูตาย กูสุดอายถ้าเสียทีไพรีครอง"
#13
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:47
Edited by sun, 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:47.
#14
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 15:56
ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ
#15
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:26
แล้ววาทกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน" อันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ค่อยๆ แผ่วเสียง โรยราลง กระทั่งเป็นไปได้ว่าจะยุติบทบาท
มิใช่เพราะปรากฏการณ์ "ปลาบู่ชนเขื่อน"
หากแต่เป็นเพราะการประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งภาคเอกชนอย่าง นายชาตรี โสภณพนิช บอสใหญ่จากแบงก์กรุงเทพ และภาครัฐอย่าง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
"ราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วงนี้ไม่ได้มีปัญหาต่อเศรษฐกิจเนื่องจากค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นแต่รายได้ของประชาชนก็เพิ่มขึ้นด้วย ถือว่าเป็นการปรับที่มีการสมดุลกัน"
เป็นบทสรุปสั้นกระชับจาก นายชาตรี โสภณพนิช
เมื่อประสานเข้ากับบทสรุปจากที่ประชุมในการจัดทำรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ทำให้การไล่จี้จากพรรคประชาธิปัตย์ต้องคลายมนต์ขลัง
เหมือนอาการนะจังงัง เงียบสนิท ไม่ว่าจะมาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะมาจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นลูกคู่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างต่อเนื่อง
นะจังงังในความขลังของธนาคารแห่งประเทศไทย
ในความเห็นของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ขณะนี้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชัดเจนทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านการผลิต การใช้จ่าย การลงทุนและการส่งออก
โดยด้านการอุปโภคบริโภคและการลงทุน ตัวเลขล่าสุดขยายตัวสูงกว่าในช่วงก่อนเกิดอุทกภัย ขณะที่การส่งออกและการผลิตกำลังฟื้นตัว ทำให้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกและเชื่อว่าน่าจะยังขยายตัวได้ดีในระยะต่อไป
สอดรับกับ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท.
การประเมินภาพเศรษฐกิจล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงต่อไปยังขยายตัวได้ดีกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ไว้ เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะขยายตัวได้ในระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการคือ ประมาณร้อยละ 6
ยิ่งกว่านั้น สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังระบุเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2555 ขยายตัวอย่างอ่อนๆ แค่ร้อยละ 0.3
นี่ย่อมส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งไปยังประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย
นี่ย่อมทำให้พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรอย่างเช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต้องเงียบเสียงลง
ยิ่งกว่าอาการของ "ปลาบู่ชนเขื่อน" หลายเท่า
ถึงแม้ว่าในความเห็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 จะถือว่า
เป็น "ภาพลวงตา"
แต่ภาพลวงตานี้ก็ได้รับการยืนยันจากบอสใหญ่แบงก์กรุงเทพ ได้รับการยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ยิ่งกว่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เกิดการขยับตัว
เพราะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2555 ว่าจะขยายตัวติดลบร้อยละ 1.7 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ขยายตัวร้อยละ 0.3
"จึงจำเป็นต้องมีการประเมินประมาณการใหม่"
ถามว่าที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพราะอะไร เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปกระนั้นหรือ
หรือเพราะว่า 1 รากฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วขณะเดียวกัน 1 เพราะนโยบายกระตุ้นและการริเริ่มเพื่อสร้างความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจภายในห้วงเวลา 9 เดือน
ความสำเร็จจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 1 เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องโชคช่วย
ยากเหลือเกินที่พรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับ ยากเหลือเกินที่นักวิชาการเสื้อเหลืองจะยอมรับ ยากเหลือเกินที่หอการค้า และสภาอุตสาหกรรมจะยอมรับด้วยความเต็มใจ
เต็มใจว่าเป็นฝีมือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
คิดไปเองป่าว
#16
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:28
#17
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:37
#18
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:47
#19
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 16:53
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#20
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:00
แล้ววาทกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน" อันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ค่อยๆ แผ่วเสียง โรยราลง กระทั่งเป็นไปได้ว่าจะยุติบทบาท
เห็นด้วยนะครับ ตอนนี้แพงทั้งแผ่นดินเริ่มแผ่วเบาลงไปแล้วครับ เพราะประชาชนเริ่มรู้แล้วครับ ว่าการสีซอให้ท่านนางยกฟัง มันไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเลย จึงจำต้องก้มหน้ารับกรรมที่ตัวเองก่อและไม่ได้ก่อร่วมกันถ้วนหน้าครับ
#21
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:14
แลงดอน
ความสำเร็จจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 1 เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องโชคช่วย
ยากเหลือเกินที่พรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับ ยากเหลือเกินที่นักวิชาการเสื้อเหลืองจะยอมรับ ยากเหลือเกินที่หอการค้า และสภาอุตสาหกรรมจะยอมรับด้วยความเต็มใจ
เต็มใจว่าเป็นฝีมือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
สั้นๆนะแล้งดอน
VV
Edited by ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่, 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:16.
#22
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:28
แลงดอน นี่มาจาก "แลนดอน" หรือเปล่า

ตะกวดเหลือง หรือ แลนดอน
ตะกวดเหลือง (อังกฤษ: Yellow monitor) เป็นสัตว์เลื้อยคลานในวงศ์*** (Varanidae) ชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Varanus flavescens รูปร่างคล้ายสัตว์ในวงศ์นี้ทั่วไป แต่มีนิ้วเท้าที่สั้น และพื้นลำตัวสีเหลือง อีกทั้งมีพฤติกรรรมไม่ชอบอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือที่ชื้นแฉะเหมือน*** (V. salvator) โดยจะอยู่เฉพาะที่แห้งแล้งหรือพื้นทราย มีขนาดประมาณ 70-100 เซนติเมตร วางไข่จำนวน 30 ฟอง ใช้เวลาฟักเป็นตัวราว 149-155 วัน
มีรายงานเคยพบในประเทศไทยในภาคใต้และภาคตะวันตกเมื่อนานมาแล้ว สถานภาพปัจจุบันพบมากใน อินเดีย, เนปาล, บังกลาเทศ และปากีสถาน
ยังมีชื่อเรียกอื่น อีก เช่น "แลนดอน" เป็นต้น
http://th.wikipedia....iki/ตะกวดเหลือง
ข้าจักล้มล้าง ระบอบทักษิณ ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย
#23
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:28
ข้อมูลน่าสนใจ และนี้ไม่ได้มาจากฝั่งใครนอกจากรัฐบาลเองด้วย
แล้ววาทกรรม "แพงทั้งแผ่นดิน" อันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ค่อยๆ แผ่วเสียง โรยราลง กระทั่งเป็นไปได้ว่าจะยุติบทบาท
มิใช่เพราะปรากฏการณ์ "ปลาบู่ชนเขื่อน"
หากแต่เป็นเพราะการประสานเสียงอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งภาคเอกชนอย่าง นายชาตรี โสภณพนิช บอสใหญ่จากแบงก์กรุงเทพ และภาครัฐอย่าง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
"ราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นช่วงนี้ไม่ได้มีปัญหาต่อเศรษฐกิจเนื่องจากค่าครองชีพที่ปรับสูงขึ้นแต่รายได้ของประชาชนก็เพิ่มขึ้นด้วย ถือว่าเป็นการปรับที่มีการสมดุลกัน"
เป็นบทสรุปสั้นกระชับจาก นายชาตรี โสภณพนิช
เมื่อประสานเข้ากับบทสรุปจากที่ประชุมในการจัดทำรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ทำให้การไล่จี้จากพรรคประชาธิปัตย์ต้องคลายมนต์ขลัง
เหมือนอาการนะจังงัง เงียบสนิท ไม่ว่าจะมาจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไม่ว่าจะมาจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งเคยเป็นลูกคู่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างต่อเนื่อง
นะจังงังในความขลังของธนาคารแห่งประเทศไทย
ในความเห็นของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ขณะนี้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยชัดเจนทั้ง 4 ด้าน ทั้งด้านการผลิต การใช้จ่าย การลงทุนและการส่งออก
โดยด้านการอุปโภคบริโภคและการลงทุน ตัวเลขล่าสุดขยายตัวสูงกว่าในช่วงก่อนเกิดอุทกภัย ขณะที่การส่งออกและการผลิตกำลังฟื้นตัว ทำให้เห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสแรกและเชื่อว่าน่าจะยังขยายตัวได้ดีในระยะต่อไป
สอดรับกับ นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท.
การประเมินภาพเศรษฐกิจล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงต่อไปยังขยายตัวได้ดีกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ไว้ เชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะขยายตัวได้ในระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการคือ ประมาณร้อยละ 6
ยิ่งกว่านั้น สำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติยังระบุเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2555 ขยายตัวอย่างอ่อนๆ แค่ร้อยละ 0.3
นี่ย่อมส่งผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งไปยังประมาณการของธนาคารแห่งประเทศไทย
นี่ย่อมทำให้พรรคประชาธิปัตย์และพันธมิตรอย่างเช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ต้องเงียบเสียงลง
ยิ่งกว่าอาการของ "ปลาบู่ชนเขื่อน" หลายเท่า
ถึงแม้ว่าในความเห็นของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระหว่างอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 จะถือว่า
เป็น "ภาพลวงตา"
แต่ภาพลวงตานี้ก็ได้รับการยืนยันจากบอสใหญ่แบงก์กรุงเทพ ได้รับการยืนยันจากสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ยิ่งกว่านั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยก็เกิดการขยับตัว
เพราะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณการเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1 ปี 2555 ว่าจะขยายตัวติดลบร้อยละ 1.7 เมื่อสำนักงานคณะกรรมการสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ขยายตัวร้อยละ 0.3
"จึงจำเป็นต้องมีการประเมินประมาณการใหม่"
ถามว่าที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพราะอะไร เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้สาธารณะของยุโรปกระนั้นหรือ
หรือเพราะว่า 1 รากฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วขณะเดียวกัน 1 เพราะนโยบายกระตุ้นและการริเริ่มเพื่อสร้างความมั่นใจ
เป็นความมั่นใจภายในห้วงเวลา 9 เดือน
ความสำเร็จจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไตรมาส 1 เช่นนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องโชคช่วย
ยากเหลือเกินที่พรรคประชาธิปัตย์จะยอมรับ ยากเหลือเกินที่นักวิชาการเสื้อเหลืองจะยอมรับ ยากเหลือเกินที่หอการค้า และสภาอุตสาหกรรมจะยอมรับด้วยความเต็มใจ
เต็มใจว่าเป็นฝีมือของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรี
คิดไปเองป่าว![]()
#24
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:50
แต่ให้ตายเถอะ ผมไม่เข้าใจว่าไอ่การเอาตัวเลขเรื่องการผลิต การใช้จ่าย และราคาสินค้า ที่ เพิ่มขึ้น
มันไปเกี่ยวอะไรกับเศรษฐกิจดีไม่ทราบ หรือที่ผมเรียนมาต้องปรับปรุง text book กับชนิดโละทิ้งทั้งดุ้น
นั่นเพราะตัวเลขพวกนี้ต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
จากอะไรหนะเหรอครับ มันมีสาเหตุมาจากการบริหารงานงี่เง่าชนิดที่ว่า
ทำน้ำท่วมไปครึ่งประเทศไงครับ
นอกจากนั้น การเติบโตของเศรษฐกิจเนี่ย มันไม่ได้วัดด้วยราคาของเพิ่มขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้นนี่ครับ
ไอ่ที่เห่าๆมาทั้งหลายในบทความข้างต้น มันคือ "เงินเฟ้อ" ครับท่าน อันเนื่องมาจากนโยบายประชานิยมโง่ของรัฐบาลโง่ๆ
มากกว่านั้นอีก การลงทุนหละครับ ต่างชาติถอนการลงทุนไปเท่าไร ไม่เคยพูดถึง ที่มีลงทุนอยู่แล้วหายไป
ที่กำลังจะมาก็ชะลอตัว เเพราะไม่เเน่ใจว่าจะจัดการเรื่องน้ำทว่มได้ยังไง
การลงทุนเหล่านี้คือเม็ดเงินที่รัฐบาลจะสร้างขึ้นได้ จากการเก็บภาษีต่างๆนาของผู้มาลงทุน
ถามว่า ทำไมต้องสร้างเม็ดเงินหละครับ คำตอบไม่ยากเลย
เอามาใช้ "หนี้" ที่ "กู้" มาแจกควายแดงและสนองนโยบายประชานิยมโง่ๆ ทำให้เราเป็น "หนี้" เกือบล้านล้านบาทแล้วในตอนนี้
อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการส่งออกสินค้า นั่นก็คือเงินได้ของ "คนไทย" และประเทศไทย ในส่วนหนึ่้ง แม้ว่าหลายๆธุรกิจอาจจะมีนายทุนต่างชาติก็ตาม
แต่การส่งออกนั่นถือเป็นการนำ "เม็ดเงิน" เข้าประเทศ เพื่อให้เกิดการหมุนเวียน สร้างเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้
แล้วไอ่การส่งออกติดลบเนี่ย มันเป็นเรื่องดี เศรษฐกิจดีหรืออย่างไร การส่งออกติดลบนั่นหมายความง่ายๆว่า
เงินในประเทศที่ได้จากนอกประเทศ ลดลง ทำให้เงินในประเทศที่ใช้จ่ายกับของ "แพงๆ" มีน้อยลง
แล้วมันจะดีได้อย่างไรมิทราบ
ไอ่ข้อมูลด้านลบพวกนี้ ไม่เคยจะเห็นสื่อหางแดง หรือพวกควายแดงทั้งหลายในโลกไซเบอร์และโลกจริง
เอามาพูดกันแม้แต่นิดเดียว
หากผมเชื่อตามบทความนี้ว่า เศรษฐกิจไทยดีขึ้นนั้น ผมคงจะขอเอาปริญญาบัตรที่ได้มา ไปคืนสถาบันที่ผมจบมาดีกว่าครับ
ปล. ไม่มีประเทศไหนในโลก หรือในจักรวาลนี้หรอกครับ ที่เศรษฐกิจแม่งโคตรจะดี
แต่เจือกได้รับคำเตือนจากธนาคารโลก ไม่มี
- sigree, qtaro, anntracite and 6 others like this
#25
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:50
อะไรกันเราเสียแชมป์ข้าว ยางราคาตก โรงงานยังฟื้นตัวได้ไม่ถึง 80 % ของก่อนน้ำท่วม
การปลดแรงงานมหาศาล กำลังซื้อลดลง
อะไรคือคือฟื้นตัว ...........
ภาคธนาคาร การเงิน อาจฟื้นตัวจริงๆและอาจเติบโตด้วยเพราะมีการกู้ไปสร้าง ฟื้นฟูและอื่นๆ
แต่ที่เหลือ ฟื้นแล้ว
คุยกันยาวๆเถอะ
#26
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 19:11
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20120524/453260/%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A8%E0%B8%81.%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99!.html
เวิลด์แบงก์เตือนไทยรับมือศก.โลกป่วน!
พี่โต้งตอบว่า
“โต้ง” เซ็ง “เวิลด์แบงก์” ไม่เข้าใจประชานิยม ทำแล้ว ปชช.มีความสุข-ปัดกู้เก่ง
"กิตติรัตน์" ห่วงเวิลด์แบงก์ไม่เข้าใจประชานิยม เพราะทำแล้วประชาชนมีความสุข ประชาชนสามารถมีปัจจัยต่างๆ โดยที่ต้องไม่ใช้เงินที่สูงเกินไป และการดำเนินนโยบายหลายอย่างรัฐบาลก็ไม่ใช่เงินไปแจกเพียงอย่างเดียว แนะอัพเดทข้อมูลภาระหนี้ พร้อมแจงข้อกังขา "กู้เก่ง" เพราะเอาไปลงทุนโครงการ ไม่ใช่ไม่ได้ทำอะไรเลย
http://www.manager.co.th/StockMarket/ViewNews.aspx?NewsID=9550000064212
“Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.” - Mahatma Gandhi
สนใจบ้านพักคนชราเสรีไทย (FB Secret Group) ติดต่อ (PM) เว็บบอร์ด
#27
ตอบ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 19:13
ผมก็แปลกใจ
อะไรกันเราเสียแชมป์ข้าว ยางราคาตก โรงงานยังฟื้นตัวได้ไม่ถึง 80 % ของก่อนน้ำท่วม
การปลดแรงงานมหาศาล กำลังซื้อลดลง
อะไรคือคือฟื้นตัว ...........
ภาคธนาคาร การเงิน อาจฟื้นตัวจริงๆและอาจเติบโตด้วยเพราะมีการกู้ไปสร้าง ฟื้นฟูและอื่นๆ
แต่ที่เหลือ ฟื้นแล้ว
คุยกันยาวๆเถอะ
ฟื้นตัว จากติดลบหนักเมื่อไตรมาส 4 ปี 2554 ครับ
ไตรมาส 4 ปี 2554 GDP ติดลบ 6% เลยมั้ง มาตอนนี้ GDP เป็น 0.3% แต่ก็ยังน้อยกว่า GDP ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (สมัยมาร์ค) อยู่เยอะ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










