Jump to content


Photo
- - - - -

สภาออกกฎหมายลบล้างคำสั่งศาลได้ด้วยเหรอ


  • Please log in to reply
27 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 t045

t045

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 330 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:40

หลักประชาธิปไตย สามอำนาจนี่แยกกันอยู่ไม่ใช่เหรอ

เขาจะจับมารวมกันอีกแล้วเหรอ

#2 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:44

*
POPULAR

โดยหลักการแล้วทำไม่ได้ค่ะ...

พรบ ปรองดองทั้ง 4 ฉบับ ที่กำลังเป็นประเด็น
ล้วนขัด รธน อันเป็นกฎหมายสูงสุด..

แต่สภานี้...กำลังจะตีกิน...

#3 JUR1ST

JUR1ST

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,803 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:50

มีแต่พวกเผด็จการอำนาจนิยมแหละครับที่คิดว่าทำได้

#4 phoebus

phoebus

    คณะรักษาความสงบแห่งชาติ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 11,636 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:52

ถ้า่มันทำได้

ก็นี่แหล่ะที่เดียวและที่แรกบนโลกใบนี้


ฮะฮะ :D :D

ข้าจักล้มล้าง ระบอบทักษิณ ให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย 


#5 redfrog53

redfrog53

    เกิดที่รัสเซีย มาโตที่ สรท.

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 25,221 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:57

นั้นแหละ ท้ายซอยล่ะ ซอยตันซะด้วย จะเห็นหมาจนตรอกก้อตอนนี้แหละะะ??
Posted Image

#6 ThaILandLover

ThaILandLover

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 235 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 17:59

ถ้าขัด แล้วทำไมไม่ฟ้องศาล

#7 overtherainbow

overtherainbow

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,295 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:00

โดยหลักการแล้วทำไม่ได้ค่ะ...

พรบ ปรองดองทั้ง 4 ฉบับ ที่กำลังเป็นประเด็น
ล้วนขัด รธน อันเป็นกฎหมายสูงสุด..

แต่สภานี้...กำลังจะตีกิน...



ถ้าขัด แล้วทำไมไม่ฟ้องศาล


วันนี้ทั้งปชป และ 40 สว ส่งเอกสารให้อัยการสูงสุดแล้วค่ะ

Edited by overtherainbow, 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:02.


#8 นิติรั่ว

นิติรั่ว

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,513 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:01

ทำไม่ได้ตามรัฐธรรมนูญไทย หากรัฐธรรมนูญมอนเตรฯผมไม่รู้ :D :D :D :D
ผมไม่ใช่คนเก่งกฎหมาย แค่รู้กฎหมาย แต่ไม่เคยคิดใช้ช่องว่างของกฎหมายมาทำให้กฎหมายขาดความเป็นธรรม

#9 idecon

idecon

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,580 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:02

มัวแต่ตีความ
คนจะตีกันแหลกรานไปซะก่อน

อย่าลืมระวังไอ้พวกลูกหลานพระยาละแวกด้วยนะครับ

#10 sigree

sigree

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,883 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:03

ทำได้ไหม?

อืม...........เอาคำตอบจริงๆก็คือทำได้

เมื่อล้างประเทศ เปลี่ยนระบอบการปกครองทำได้

จีนทำมาแล้วตอนเปลี่ยนเป็นคอมมิวนิตย์

#11 โคนัน

โคนัน

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,836 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:08

15 - 16 ล้านเสียงบอกว่าได้ ก็คือได้ซิครับ เสียวส่วนน้อยไม่เกี่ยว

amazing thailand เผาบ้านเผาเมือง ยังได้ดิบได้ดีเลย นับอะไรกับ ... :lol: :lol:

#12 ตะนิ่นตาญี

ตะนิ่นตาญี

    La vie en rose

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,174 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:18

ประเด็นอยู่ตรงที่ การออกกฎหมาย เพื่อแก้ไข-เพื่อล้มล้าง คำพิพากษา ครับ

ไม่มี นิติรัฐ ที่ไหนเขาทำกัน หากเพื่อนเพื่อนสังเกตุ นิติราษฎร เคยอ้างเรื่อง การออกกฎหมาย มาล้ม คำพิพากษา

โดยอ้างสารพัดที่จะอ้างชื่อประเทศต่างต่างต่างที่มีในโลกนี้

แต่ ไม่ยักกับมี-ไม่ยักกับอ้าง ประเทศ เสรีจ๋า อย่าง อเมริกา หรือ ประเทศ แม่แบบประชาธิปไตย อย่าง อังกฤษ

ที่ นิติราษฎร ไม่อ้างชื่อ ประเทศเหล่านี้ เพราะรู้ดีว่า การกระทำเช่นนั้น การออกกฎหมายมาล้มล้างคำพิพากษา เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง-เป็นสิ่งน่าประนาม

พอพอกับการทำ รัฐประหาร เพราะนี่คือ เผด็จการ ในรูปแบบหนึ่ง...นิติราษฎร รู้ดี แต่ กลับไม่พูดถึงสิ่งเหล่านี้ ก็แปลกดีสำหรับคนที่เรียกตัวเองว่า ปัญญาชน :)

ตะนิ่นตาญี

วันเสาร์ที่ ๒๖ พฤกษภ่าคม พ.ศ. ๒๕๕๕

เวลา ๑๙.๔๑ นาฬิกา


ตะนิ่นตาญี เคยได้แสดงความเห็นในประเด็นนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว

ในกระทู้ของ คุณ 5555 ขออนุญาตนำมาแสดงไว้ตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง

ถามว่าทำได้หรือไม่? ตะนิ่นตาญี คิดว่า ไม่สมควร กระทำ เพราะนั่น

จะทำให้ กระบวนการยุติธรรมในชั้นศาล ขาดความน่าเชื่อถือไปในทันที

นี่ไม่ใช่ สิ่งที่สมควรจะกระทำ เป็นอย่างยิ่ง ของ ประเทศที่ยึดถือหลักของความเป็น นิติรัฐ

อย่าพึ่งตำหนิ ตะนิ่นตาญี ว่า แทงกั๊ก ไม่ยอม ฟันธง ได้หรือไม่ ทำไมไม่บอกออกมา

ตรงนี้ ส่วนตัวแล้ว ขอให้เป็นหน้าที่ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะพิจารณา วินิจฉัย ว่า

ได้หรือไม่-ถูกหรือผิด ประการใด ตะนิ่นตาญี จะขอรอฟังก่อน เชื่อเถอะครับ ได้ฟังแน่แน่ :)

ตะนิ่นตาญี

วันอังคารที่ ๒๙ พฤฏษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕

เวลา ๑๘.๑๘ นาฬิกา

"จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

#13 ThaILandLover

ThaILandLover

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 235 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:24

หวังพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่พึ่งสุดท้าย

#14 ทักษิณี

ทักษิณี

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 475 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:25

เค้าเคยเรียนกฏหมายมานะ แค่นิดหน่อยเอง แล้วก็ลืมหมดแล้ว แต่ไม่ได้จบกฏหมาย แค่อ่านร่างก็รู้แล้วว่า เฮ้ยยย มีด้วยเหรอ? ทำแบบนี้ เอาแค่ไม่ได้อ่านร่าง แค่มีคนมาสรุปให้ฟัง ก็คิดได้แล้วว่า เฮ้ยยย เป็นไปไม่ได้อ่ะ ไม่จริง มันเป็นอะไรที่ คงจะเกิดขึ้นในมิติอื่นเท่านั้น

ชะนีขี่ควายแดงมิเคยพ่าย

Posted Image ปูฟายปู้ป้าย Posted Image

เพื่อพี่ เพื่อตระกูล เพื่อผัว มิเกรงกลัวสิ่งใด แหล และ โง่ ไว้ก่อน ร่อนร่านกรีดกราย คล้ายจะสวย น่าเกรงขรามลิ่วล้อควายแดง


#15 ramboboy26

ramboboy26

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,532 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:29

มองตามจริงมันก็ได้ครับเพราะ ตามหลักนิติปรัชญาสากลกฏหมายที่จะออกมาให้มีผลย้อนหลังได้นั้นต้องเป็นกฏหมายที่ให้คุณแก่บุคคลผู้กระทำผิด
ส่วนกฏหมายที่ให้โทษไม่สามารถย้อนหลังได้ไม่ว่ากรณีใดๆครับ
(กรณีนี้ก็ต้องมองว่ามันให้คุณแก่นักการเมืองตนมีชื่อแหละนะครับ)

ผมขออ้างอิงตามวิธีพิจารณาคดีอาญานะครับ


ข้อยกเว้นกฎหมายอาญาย้อนหลังได้

หลักกฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลังนั้น แม้ว่าจะเป็นบทกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนซึ่งส่งผลให้ผู้ตีความกฎหมายต้องตีความโดยเคร่งครัดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ตีความกฎหมายจะต้อง ตีความกฎหมายในเชิงห้ามย้อนหลังเสมอไป กฎหมายกำหนดบทยกเว้นไว้ให้ผู้ตีความกฎหมายสามารถตีความกฎหมายย้อนหลังได้ ในกรณีดังกล่าวต่อไปนี้

  • กฎหมายที่บัญญัติในภายหลังยกเลิกความผิดตามกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกโดยตรงหรือยกเลิกโดยปริยาย

2. กฎหมายที่ออกมาภายหลังเป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดยิ่งกว่า โดยแยกพิจารณาได้ดังนี้
2.1. กรณีคดียังไม่ถึงที่สุด และกฎหมายที่ออกมาใหม่มีลักษณะที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดมากกว่า เช่น กฎหมายที่ออกมาใหม่ มีประเภทของโทษเบากว่า มีอัตราโทษที่เบากว่า มีการกำหนดให้บุคคลรับผิดทางอาญาน้อยกว่า มีอายุความสั้นกว่า มีการกำหนดเงื่อนไขการฟ้องร้องเข้มงวดกว่า เป็นต้น กฎหมายให้ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาตามกฎหมายใหม่ได้ทันที
2.2 กรณีคดีถึงที่สุดแล้ว กฎหมายจะสามารถใช้ย้อนหลังได้ใน 2 กรณีด้วยกัน คือ
ก. กรณีที่ผู้กระทำความผิดต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างอื่นนอกจากโทษประหารชีวิต โดยยังไม่ได้รับโทษหรือกำลังรับโทษอยู่ และโทษที่ศาลกำหนดหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติในภายหลัง เมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาลหรือเมื่อผู้กระทำความผิด ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือพนักงานอัยการร้องขอ ให้ศาลกำหนดโทษเสียใหม่ตามที่กฎหมายบัญญัติในภายหลัง และถ้าปรากฏว่าผู้กระทำความผิดได้รับโทษมาบ้างแล้ว เมื่อได้คำนึงถึงโทษตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง หากเห็นสมควรศาลมีอำนาจกำหนดโทษน้อยกว่าโทษขั้นต่ำที่กฎหมายบัญญัติในภายหลังกำหนดไว้ หรือ ศาลอาจปล่อยตัวผู้กระทำความผิด ถ้าเห็นว่าโทษที่ผู้กระทำความผิดได้รับมาแล้วเป็นการเพียงพอ
ข. กรณีต้องคำพิพากษาให้ประหารชีวิต ถ้ากฎหมายที่บัญญัติในภายหลังโทษที่จะลงแก่ผู้กระทำความผิดไม่ถึงประหารชีวิตให้งดโทษประหารชีวิต และให้ถือว่าโทษประหารชีวิตเปลี่ยนเป็นโทษสูงสุดที่จะพึงลงได้
ตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนโดยอัตโนมัติไม่ต้องมีการร้องขอให้ศาลตัดสินใหม่อีก
3. กฎหมายว่าด้วยวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด โดยกฎหมายได้วาง หลักเกณฑ์การย้อนหลังไว้ดังนี้
3.1 กรณีกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัย กฎหมายนั้นมีผลย้อนหลังได้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับหลักกฎหมายที่ออกมาภายหลังยกเลิกความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 2 วรรคสอง โดยศาลอาจมีคำสั่งให้ระงับวิธีการเพื่อความปลอดภัยนั้นเสียเมื่อความปรากฏต่อศาลเอง หรือเมื่อมีการร้องขอต่อศาลจากผู้ที่ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือ พนักงานอัยการ แต่มีข้อสังเกตอยู่ว่า นับตั้งแต่เริ่มมีการใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยมาตั้งแต่ พ.ศ.2500 ถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยมีกฎหมายยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัยเกิดขึ้นในระบบกฎหมายไทยเลย

3.2 กรณีที่กฎหมายภายหลังเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขวิธีการเพื่อความปลอดภัยที่เป็นคุณแก่ผู้ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยยิ่งกว่าปัจจุบัน โดยศาลอาจสั่งเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อมีการร้องขอต่อศาลจากผู้ที่ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือ พนักงานอัยการ ศาลอาจมีอำนาจสั่งให้ยกเลิกวิธีการเพื่อความปลอดภัย หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลัง
3.3 กรณีที่กฎหมายภายหลังเปลี่ยนการลงโทษมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย โดยแบ่งออกเป็น
ก. กรณีที่กฎหมายบัญญัติในภายหลังเปลี่ยนการลงโทษมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย ถ้าได้มีคำพิพากษาลงโทษนั้นแก่บุคคลใดไว้ ก็ให้ถือว่าโทษที่ลงนั้นเปลี่ยนเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัย
ข. กรณีที่มีคำพิพากษาแล้ว ถ้าศาลยังไม่ได้ลงโทษผู้กระทำความผิดหรือผู้กระทำผิดนั้นยัง รับโทษอยู่ก็ให้ใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้นั้นต่อไป และถ้าหากว่าตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังมีเงื่อนไขที่จะสั่งให้มีการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยอันไม่อาจนำมาใช้บังคับแก่กรณีของผู้นั้น หรือนำมาใช้บังคับได้ แต่การใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังเป็นคุณแก่ผู้นั้นยิ่งกว่า โดยศาลสั่งเมื่อสำนวนความปรากฏแก่ศาล หรือเมื่อมีการร้องขอต่อศาลจากผู้ที่ถูกใช้บังคับ วิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาลของผู้นั้น หรือพนักงานอัยการ ศาลมีอำนาจสั่งให้ยกเลิก วิธีการเพื่อความปลอดภัยหรือร้องขอรับผลตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังนั้นแล้วแต่กรณีตามที่เห็นสมควร
3.4 กรณีที่ศาลพิพากษาบังคับใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้กระทำผิดคนใดแล้ว ปรากฏว่าภายหลังมีคำเสนอต่อศาลโดยผู้ที่ถูกใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัย ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือพนักงานอัยการว่า พฤติการณ์การใช้บังคับนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในลักษณะที่เป็นคุณแก่ผู้นั้น ศาลมีอำนาจสั่ง เพิกถอนหรืองดการใช้บังคับวิธีการเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้นั้นโดยให้กฎหมายที่ออกมาใหม่นั้นมีผลย้อนหลัง ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงกฎหมายเดิมได้
4. กรณีที่การตีความหรือการแปลความตามกฎหมายเดิมที่มีถ้อยคำบางคำที่ใช้แล้วเกิดปัญหา กฎหมายที่ออกมาใหม่สามารถที่จะแปลหรือตีความถ้อยคำที่เป็นปัญหา แม้ว่าการตีความหรือการขยายความนั้นจะเป็นการ ตีความหรือขยายความเพื่อเป็นโทษย้อนหลังก็ตามก็สามารถทำได้ ( เกียรติขจร วัจนะสวัสดิ์.\\2546\:\26) หากการตีความหรือขยายความนั้นเป็นการ ตีความหรือขยายความตามความมุ่งหมายหรือเจตนารมรณ์ของกฎหมายนั้นๆ
5. กรณีออกกฎหมายวิธีสบัญญัติสามารถมีผลบังคับย้อนหลังได้ เนื่องจากกฎหมายวิธีสบัญญัตินั้นไม่ใช่กฎหมายที่ใช้กำหนดโทษในทางอาญาแต่เป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กระบวนการบริหารงานยุติธรรม

ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นกฎหมายดังกล่าวจึงสามารถมีผลบังคับย้อนหลังได้ ไม่ขัดต่อบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาและของรัฐธรรมนูญ


กูขอปฏิญาณ ต่อหน้าสถูปสถานศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้าอิฐหินดินทราย ขอจองล้างจองผลาญจนตาย ต่อผู้ทำลาย แผ่นดิน...

#16 ramboboy26

ramboboy26

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,532 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:30

ลืมที่มา http://law.hcu.ac.th/lawk.html
กูขอปฏิญาณ ต่อหน้าสถูปสถานศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้าอิฐหินดินทราย ขอจองล้างจองผลาญจนตาย ต่อผู้ทำลาย แผ่นดิน...

#17 ตะนิ่นตาญี

ตะนิ่นตาญี

    La vie en rose

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,174 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:33

มองตามจริงมันก็ได้ครับเพราะ ตามหลักนิติปรัชญาสากลกฏหมายที่จะออกมาให้มีผลย้อนหลังได้นั้นต้องเป็นกฏหมายที่ให้คุณแก่บุคคลผู้กระทำผิด
ส่วนกฏหมายที่ให้โทษไม่สามารถย้อนหลังได้ไม่ว่ากรณีใดๆครับ
(กรณีนี้ก็ต้องมองว่ามันให้คุณแก่นักการเมืองตนมีชื่อแหละนะครับ)

ผมขออ้างอิงตามวิธีพิจารณาคดีอาญานะครับ


ข้อยกเว้นกฎหมายอาญาย้อนหลังได้

หลักกฎหมายอาญาไม่มีผลย้อนหลังนั้น แม้ว่าจะเป็นบทกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนซึ่งส่งผลให้ผู้ตีความกฎหมายต้องตีความโดยเคร่งครัดก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ตีความกฎหมายจะต้อง ตีความกฎหมายในเชิงห้ามย้อนหลังเสมอไป กฎหมายกำหนดบทยกเว้นไว้ให้ผู้ตีความกฎหมายสามารถตีความกฎหมายย้อนหลังได้ ในกรณีดังกล่าวต่อไปนี้


............................................

ดังนั้นกฎหมายดังกล่าวจึงสามารถมีผลบังคับย้อนหลังได้ ไม่ขัดต่อบทบัญญัติในประมวลกฎหมายอาญาและของรัฐธรรมนูญ


แล้ว กฎหมายอาชญากรสงคราม ล่ะครับ? :)

ตะนิ่นตาญี
"จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

#18 ramboboy26

ramboboy26

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,532 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:40

พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พ.ศ. 2488 มีการประกาศใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงแล้วครับ (มาทีหลัง)
จึงไม่มีผลใดๆไปถึงการกระทำก่อนกฏหมายฉบับนี้จะออก ก็ทำให้จำเป็นต้องยุติการดำเนินคดีใดๆกับอาชญากรสงครามในครั้งนั้นครับ


http://www.kpi.ac.th...(ศาลรัฐธรรมนูญ)

Edited by ramboboy26, 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:40.

กูขอปฏิญาณ ต่อหน้าสถูปสถานศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้าอิฐหินดินทราย ขอจองล้างจองผลาญจนตาย ต่อผู้ทำลาย แผ่นดิน...

#19 ไร้สีไร้กลิ่น

ไร้สีไร้กลิ่น

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,501 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:40

ผมว่าทำไม่ได้หรอก ไม่งั้นวรเจตน์คงไม่เสนอให้ล้มรัฐธรรมนุญ กลับไปใช้ของเก่า แล้วล้างความผิด ดังนั้นจะทำได้ก็คงต้องทำลายรัฐธรรมนูญ (แล้วจะทำได้ด้วยเหรอ กษัตริย์ยังต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเลย)
เรื่องนี้ก็คล้ายกับเรื่องเดิมของวรเจตน์นั่นเอง สุดท้ายก็หายต๋อมไป (หลอกกินตังค์ทักษิณเฉยๆ)

ถึงได้ให้ระวังอย่าไปตกเป็นเครื่องมือของพวกฉวยโอกาสสร้างกระแส

หรืออาจกลายเป็นกระแสเรื่องอำมาตย์ไพร่อีก หาว่ามีเบื้องหลังทำให้แก้ไม่ได้ (ถึงได้สร้างภาพว่าจงรักภักดี ให้ประชาชนเห็นว่าตนเป็นคนดี อยากให้บ้านเมืองสงบ จงรักภักดี แล้วโยนความผิดให้ฝ่ายตรงข้ามถูกมองว่าเป็นผู้มาทำลายแผนปรองดอง)

Edited by ไร้สีไร้กลิ่น, 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:43.


#20 ตะนิ่นตาญี

ตะนิ่นตาญี

    La vie en rose

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,174 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:49

พระราชบัญญัติอาชญากรสงคราม พ.ศ. 2488 มีการประกาศใช้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงแล้วครับ (มาทีหลัง)
จึงไม่มีผลใดๆไปถึงการกระทำก่อนกฏหมายฉบับนี้จะออก ก็ทำให้จำเป็นต้องยุติการดำเนินคดีใดๆกับอาชญากรสงครามในครั้งนั้นครับ


http://www.kpi.ac.th...(ศาลรัฐธรรมนูญ)


นั่นสิครับ การออกกฎหมายใหม่นั้น จะมีผลย้อนหลังเฉพาะ ในส่วนที่เป็นคุณ แต่ กฎหมายอาชญากรสงคราม ไม่ใช่ครับ

ฐานความผิดในฐานะ อาชญากรสงคราม เดิมไม่มี กฎหมายนี้ออกมาเพื่อใช้บังคับเฉพาะกิจ ออกโดยผู้ที่ชนะสงคราม

ถามว่าถูกต่อหลักกฎหมายหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ถูกครับ แต่ถามว่าคนเห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ คำตอบคือ เห็นด้วย

ถามต่อว่าทำไม ตอบได้ไม่ต้องคิดเพราะ คนเชื่อว่านี่คือ ความเป็นธรรม ที่ผู้กระทำความผิดควรคืนให้สังคมโลกในขณะนั้น

ในกรณีของ ร่างพระราชบัญญัติปรองดอง ฉบับนี้เช่นก็กัน ความเป็นธรรม ที่ คุณทักษิณ ชินวัตร ควรคืนให้กับสังคมไทย

ได้ ชดใช้ คืนให้สังคมไทยนี้หรือยัง? คำตอบคือยัง ดังนั้นการออกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรองดอง จึงเป็นวิธีการคิดที่ดูแปลกแปลกเหลือเกิน :)

ตะนิ่นตาญี
"จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา"

#21 sigree

sigree

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,883 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:50

ผมกำลังคิดอีกเรื่อง

พรบ ต้องมีการลง พระปรมาภิไธย นะ

#22 rufer

rufer

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 443 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:51

การปฎิวัติยังละเมิดศาล ฉีกรธน ได้เลย

#23 ไร้สีไร้กลิ่น

ไร้สีไร้กลิ่น

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,501 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:53

ดูยาวๆครับ
คาดเดาว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ส่งวรเจตน์หยั่งกระแสการแก้รัฐธรรมนูญ สร้างเรื่องอากงหาเรื่องกับม.112 ทำท่าทียอมอ่อนข้อจงรักภักดีละทิ้งแดง สุดท้ายก็พรบ.ปรองดอง(ทั้งที่ใจมีแต่ความเคียดแค้นอีกฝ่าย)

(ทักษิณไม่เคยอภัยใครได้จริงหรอกครับ)
ปล.ไม่ใช่แค่ศาลหรอก เพราะเค้าอยากกลับแบบเท่ห์ คือ ไร้ความผิด ไม่ใช่แค่ถูกยกโทษ
ปล.2 ถ้าแก้ได้จริงคงแก้ให้อภัยโทษได้ตั้งแต่ครั้งที่แล้วจะรอจนถึงตอนนี้ทำไม ที่แน่ๆศาลยังคงเข้มแข็ง ดูจากคดีจตุพรที่ผ่านมา

ถ้าจะทำได้มี 2 กรณี
1. ทำให้ไทยเป็นแบบเขมร (ศาลต้องถามฮุนเซ็ฯว่าคดีนี้เอายังไง)
2. ไปตั้งประเทศเป็นรัฐไทยใหม่เอาเอง

Edited by ไร้สีไร้กลิ่น, 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 19:14.


#24 overtherainbow

overtherainbow

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,295 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:53

หวังพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่พึ่งสุดท้าย

ศาลนี้ใช่มั้ยคะที่เค้าอยากยุบ

แล้วเค้าสามารถยุบได้ด้วยหรือคะ

#25 ramboboy26

ramboboy26

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,532 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 18:54

ผมก็เห็นตามท่านตะนิ่นตาญีนั่นแหละครับ เพียงแต่อยากจะบอกว่าตามหลักการแล้วมันทำได้ แต่ไม่ค่อยมีใครเค้าทำ
เพราะมันทำให้ตุลาการกลายเป็นเสือกระดาษ
กูขอปฏิญาณ ต่อหน้าสถูปสถานศักดิ์สิทธิ์ ต่อหน้าอิฐหินดินทราย ขอจองล้างจองผลาญจนตาย ต่อผู้ทำลาย แผ่นดิน...

#26 mee-sua-man

mee-sua-man

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,218 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 19:56

รัฐบาลของสาธารณรัฐเยอรมณี(ตะวันตก) ออกกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเดิมของนาซีเพื่อยกโทษประดาเหล่านี้ นักการเมือง-นักข่าว-นักวิทยาศาสตร์-พวกจิตเภท แต่ไ่ม่ใช่พวกโกงชาติ เพราะกฎหมายของนาซีตือประชานิยม แค่ว่าหากการกระทำใดชัดต่อความรู้สึกผิดชอบของประชาชนหรือจารีตก็จัดหนักแล้ว เสียงข้างมากแถได้... ตอนผมเรียนกฎหมายอยู่ธรรมศาสตร์ อาจารย์บอกใช่คุณเอาความรู้สึกมาตัดสินผิดโดยไม่กำหนดความผิดเฉพาะระบุไปก็พวกมากลากไปแล้ว

#27 55555

55555

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,795 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 20:17

หลักประชาธิปไตย สามอำนาจนี่แยกกันอยู่ไม่ใช่เหรอ

เขาจะจับมารวมกันอีกแล้วเหรอ


ตามหลักประชาธิปไตยแล้ว ผู้ออกแบบต้องการการถ่วงดุลย์

ศาลเป็นผู้ตัดสินตามตัวบทกฏหมาย ที่ ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้เขียนขึ้น..

กรณีกฏหมายปรองดอง...หมายถึง เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติเขียนกฏหมายขึ้น

แต่กลับโดนกฏหมายที่ตนเขียนขึ้นมาเล่น....แต่เมื่อศาลอาศัยกฏหมายที่เขียนกันขึ้นมาเองตัดสินว่าตนผิด

เลยไม่เอาดีกว่า...กรูพวกเยอะ เดี๋ยวกรูเขียนใหม่ ให้ศาลไปตัดสินกันใหม่ดีกว่า

:lol:

#28 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 - 20:29

การจัดทำพระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญรองลงมาจากรัฐธรรมนูญ
เป็นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้น
ตามคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา มีขั้นตอนและวิธีการดังนี้

การเสนอร่างพระราชบัญญัติ
ผู้ที่มีสิทธิเสนอร่างพระราชบัญญัติ ได้แก่ คณะรัฐมนตรี หรือสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรซึ่งพรรคการเมืองที่สังกัดมีมติให้เสนอได้ และมีสมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรซึ่งสังกัดพรรคการเมืองเดียวกันลงชื่อรับรองไม่น้อยกว่า 20 คน
หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 50,000 คน

เสนอร่างพระราชบัญญัติได้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ หรือแนวนโยบาย
แห่งรัฐ ร่างพระราชบัญญัติที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ ถ้าเป็นเรื่อง
เกี่ยวกับการเงินต้องให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรองด้วย

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ

ผู้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ได้แก่ รัฐสภา โดยต้องผ่านการพิจารณาให้ความ
เห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรก่อน แล้วจึงเสนอให้วุฒิสภาพิจารณา

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณาโดยแบ่งออก
เป็น 3 วาระ คือ

วาระที่ 1 รับหลักการ: ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาเฉพาะ หลักการของ
ร่างพระราชบัญญัติว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง มีความเหมาะสม จำเป็นหรือไม่
โดยไม่พิจารณารายละเอียดอื่น ๆ แล้วลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่
ถ้าไม่รับหลักการก็ตกไป
ถ้ารับหลักการก็จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นพิจารณารายละเอียด สมาชิกสภา
ผู้แทนราษฎรทุกคนมีสิทธิเสนอขอเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม ต่อประธาน
คณะกรรมาธิการ เรียกว่า แปรญัตติ

วาระที่ 2 แปรญัตติ: ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณาเรียงลำดับมาตรา ที่มีการ
ขอแปรญัตติ และลงมติเฉพาะมาตรานั้นว่าจะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมตามที่
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ หรือคงไว้ตามเดิม

วาระที่ 3 ลงมติให้ความเห็นชอบ:ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะลงมติว่าเห็นชอบ
หรือ ไม่เห็นชอบ จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมใด ๆ อีกไม่ได้ ถ้าไม่เห็นชอบก็ตกไป
ถ้าเห็นชอบด้วยก็ส่งให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภา
วุฒิสภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมา โดยแบ่งออก
เป็น 3 วาระ เช่นเดียวกับสภาผู้แทนราษฎร และจะต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน
60 วัน
ถ้าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน ต้องพิจารณาให้เสรีภายใน 30 วัน ถ้าไม่เสร็จ
ที่ประชุมอาจลงมติให้ขยายเวลาออกไปได้อีก 30 วัน ถ้าไม่เสร็จภายในกำหนดเวลา
ดังกล่าว ให้ถือว่าวุฒิสภาให้ความเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินั้น

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี สภาผู้แทนราษฎรต้อง
พิจารณาให้เสร็จภายใน 105 วัน และวุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสรีภายใน 20 วัน
ถ้าไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบ

ถ้าวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบ ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อนและส่งคืนสภาผู้แทน
ราษฎร สภาผู้แทนราษฎรจะยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ต่อเมื่อเวลา 180 วันได้ล่วงพ้นไป
ถ้าเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ทันที

ถ้าสภาผู้แทนราษฎรลงมติยืนยันร่างพระราชบัญญัติเดิมด้วย
คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัตินั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

การตราร่างพระราชบัญญัติ

ร่างพระราชบัญญัติที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้า
เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ภายใน 20 วัน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนอง
พระบรมราชโองการ

ร่างพระราชบัญญัติที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบและพระราชทานคืนมา หรือเมื่อพ้น
90 วันแล้ว มิได้พระราชทานคืนมา รัฐสภาจะต้องปรึกษาร่างพระราชบัญญัตินั้นใหม่

ถ้ารัฐสภาลงมติยีนยันตามเดิมด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก
เท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ให้นายรัฐมนตรีนำร่างพระราชบัญญัตินั้นขึ้นทูลเกล้าฯ
อีกครั้งหนึ่ง
เมื่อพระมหากษัตริย์มิได้ทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชทานคืนมาภายใน 30 วัน ให้
นายกรัฐมนตรีนำพระราชบัญญัตินั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใช้บังคับเป็นกฎหมาย
เสมือนหนึ่งว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว

การประกาศใช้พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติที่พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อนำไปประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ใช้บังคับเป็นกฎหมายได้




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน