คุณได้ไปพร่ำพรรณาๆเอาไว้ อย่างน่าฟังทีเดียวเชียว ว่า
ได้รับแล้วควรเอาไปใช้ไหม ถ้าอภิสิทธิ์ อยู่อย่างพอเพียง มีจิตสำนึก ก็น่าจะลดค่าใช้จ่าย ลงไปบ้าง ตัวเองก็มีน่าที่ดีแต่พูด จะเอารถกันกระสุนไปทำไม เอาไว้ให้ตำรวจปราบยาเสพติดใช้ยังดีกว่า มีประโยชน์กว่าให้ นายอภิสิทธิ์ใช้
ถ้าผมเป็นอภิสิทธิ แล้วมีจิตสำนึก ผมเอาไปให้ ตำรวจปราบยาเสพติดแล้ว เขาเสี่ยงกว่าเยอะ
เอาผมอยากให้คุณดูอะไรนี่หน่อย เมื่อวานนายกรัฐมนตรีและคณะ ติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ตรวจเยี่ยมพื้นที่รับน้ำนอง มันเป็นเรื่องที่ดีนะ ผมชื่นชมเลยละ ที่นายกใส่ใจปัญหาอุทกภัย อ่ะ ชมพอหอมปากหอมคอนะ ทีนี้มาดูเหล่ารูปนี้


ผมถามว่าคุณเห็นอะไรไหม อย่าตอบว่าเห็นนายกนกรู้นะถึงจะถูกแต่ก็อนุบาลไป คุณรู้ไหมว่าเมื่อวานหลังจากประชุม ครม.เสร็จ นายกและคณะ ( มหึมา ) ได้เดินทางไปติดตามการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี การลงพื้นที่แบบนั้น ตรวจราชการแบบนั้น ก็ควรจะนำเอาไปเฉพาะแต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไป เพราะได้มอบหมายงานที่เกี่ยวข้องเอาไว้แล้ว ว่าใครรับผิดชอบอะไรบ้าง โดยหน้างานส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องการก่อสร้างพื้นที่รับน้ำและการเกษตรกรรม ทีนี้ คนพวกนี้ขนไปทำไมครับ
พลอากาศเอก สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ( ก็ในเมื่อให้ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามก้นมาด้วยแล้ว )
แค่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามคนนี้ก็พอแล้ว จริงๆ ปลอดประสพ ไม่ต้องมาก็ได้ แต่เห็นดูแลเรื่องคณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ ในความเห็นส่วนตัวผมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน น่าจะรับผิดชอบเต็มอัตรามากกว่า แต่เอาเถอะ เงินมันเยอะ แบ่งๆกันไป
แต่ประเด็นอยู่ที่ความ " พอเพียง " การหอบรัฐมนตรีลงไป 6 คน คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้น
1.คณะติดตามของรัฐมนตรี 6 คน ไม่รวมนายกรัฐมนตรี
2.คณะรักษาความปลอดภัยของรัฐมนตรี 6 คน ไม่รวมนายกรัฐมนตรี
3.ทีมงานประชาสัมพันธ์ของของรัฐมนตรี 6 คน ไม่รวมนายกรัฐมนตรี
4.ข้าราชการที่เกี่ยวของกับรัฐมนตรี 6 คน ไม่รวมนายกรัฐมนตรี
5.อัตรากำลังรักษาความปลอดภัยให้กับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 6 คน ตลอดภารกิจในทุกพื้นที่
ความเสียหาย
1.สป.3 น้ำมัน เพราะใช้ในการปฏิบัติราชการ น้ำมันเชื้อเพลิงจึงต้องเบิกของหลวง คิดดูว่ารถติดตามกี่คัน รถนำขบวน รถหน่วยงานผู้เกี่ยวข้อง หมดไปเท่าไหร่ แต่รถผู้นำฝ่ายค้านซึ่งส่วนใหญ่คนอภิสิทธิ์แกมักบินเดี่ยว แถมเติมน้ำมันเองอีกด้วย เว้นแต่มาประชุมสภาในฐานะผู้นำฝ่ายค้านจึงจะใช้ของหลวง
2.เบี้ยเลี้ยงกำลังพลผู้ปฏิบัติงาน ทั้งรักษาความปลอดภัย ฝ่ายทหาร ทหารสารวัตรในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ ฝ่ายตำรวจในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ สันติบาล ภูธร ฝ่ายพลเรือนอาสาสมัครรักษาดินแดน หมดไปเท่าไหร่
3.ข้าราชการที่เกี่ยวข้องต้องลงพื้นที่มารอรับ เกือบจะยกจังหวัดเพราะรัฐมนตรีมาถึง 6 คน ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องตบเท้ามารอรับ เพื่อตอบคำถามรัฐมนตรี ทำให้ประชาชนที่ต้องไปติดต่อราชการ ไม่สามารถได้รับความสะดวก
แบบนี้พอเพียงไหมครับ แบบนี้มีจิตสำนึกไหมครับ ถ้าเอาตรรกะแบบที่คุณ .... ว่ามานะ ผมว่านายกรัฐมนตรี ไม่มีจิตสำนึก ความพอเพียงเลย เพราะถ้าผมเป็นนายก ผมจะให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นไปด้วย และจะให้คณะติดตามไปเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น เพราะอย่างไร ในพืนที่ก็เตรียมการดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องหอบไปทั้งหมดทุกคณะ ทุกกระทรวง แบบนี้ เปลืองงบประมาณโดยใช้เหตุ
ไหนลองวิเคราะห์หน่อยซิครับ ถึงประเด็นความพอเพียง













