เมื่อ 13 มิ.ย. 55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง กรณีที่สหรัฐฯ ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เป็นสถานที่พัฒนาเทคโนโลยีทางอากาศ แต่ต่อมามีการพูดกันว่าจะใช้เพื่อการช่วยเหลือกรณีเกิดภัยพิบัติในภูมิภาคนี้ โดยล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าไม่เข้ามาตรา 190 ไม่ต้องเข้าที่ประชุมรัฐสภา และรองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ริเริ่มมาในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วว่า เรื่องที่ได้ริเริ่มในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้วคือแนวคิดในการใช้สนามบินอู่ตะเภาใน 2 ด้าน คือด้านการช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติ กับการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ซึ่งเป็นการพูดในลักษณะความร่วมมือแบบพหุภาคี แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเรื่องระหว่าง สหรัฐฯ กับไทย ซึ่งคำขอในลักษณะนี้เท่าที่ทราบเคยส่งเข้ามาในช่วงการเลือกตั้ง
“คือรองโฆษกฯ นี่ก็คงพยายามหาประเด็นทางการเมืองเท่านั้นเอง หามุมทางการเมือง ความจริงควรไปศึกษาข้อมูลก่อน ความจริงแล้วแนวคิดของการใช้สนามบินอู่ตะเภาในรัฐบาลที่แล้วนั้นมีครับ
แต่การพูดถึงการใช้สนามบินอู่ตะเภาในรัฐบาลที่แล้ว ที่เราไปพูดในเวทีต่าง ๆ นั้นเราจะเน้นย้ำใน 2 ด้าน
ด้านหนึ่งก็คือว่าภารกิจของมันค่อนข้างชัด ก็คือว่าเป็นเรื่องของการที่จะมาช่วยเหลือเรื่องภัยพิบัติ กับการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ซึ่งมันมาในกรอบความคิดที่ไปโยงถึงด้านที่ 2 ก็คือว่า เราพูดกันในลักษณะของการเป็นความร่วมมือพหุภาคี เช่น อาเซียน เป็นภูมิภาคซึ่งเจอภัยพิบัติบ่อย เช่นฟิลิปปินส์เจอพายุ อินโดนีเซียเจอกับแผ่นดินไหว ไทย เขมร ลาว เวียดนาม พม่า เจอน้ำท่วม แต่ว่าการที่จะมีระบบของการที่จะช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็มีโครงสร้างพื้นฐานที่จะใช้ เราก็พูดถึงว่า อู่ตะเภาทำตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่เป็นการพูด แล้วก็พูดในแง่ของการเป็นความร่วมมือทั้งในภูมิภาค พูดถึงเรื่องสหประชาชาติ พูดถึงเรื่องของมิตรประเทศต่าง ๆ
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้มันเป็นเรื่องระหว่างสหรัฐ กับไทย ซึ่งปลายทางที่บอกว่าจะมาใช้เพื่อเรื่องนี้ก็ต้องมีความชัดเจนว่ามันเป็นการใช้โดยใคร อย่างไร เป็นเรื่องของสหรัฐฯ หรือเป็นเรื่องของภูมิภาคของประเทศอื่น ๆ ถ้าเป็นเรื่องของการตกลงทวิภาคีระหว่างไทย กับสหรัฐฯ อันนี้คงไม่ใช่แนวทางที่เราเคยวางเอาไว้ตั้งแต่ต้น
ส่วนคำขอในกรณีนี้ เท่าที่ผมทราบนั้นส่งเข้ามาที่รัฐบาลไทยเป็นช่วงของการเลือกตั้ง แล้วก็รัฐบาลที่แล้วยังไม่ได้มีการพิจารณาอะไร ประมาณ มิ.ย. 54 ผมตรวจสอบข้อมูลในขณะนี้ แต่ว่าในส่วนรัฐบาลเองยังไม่ได้ทำอะไรนะครับ เพราะขณะนั้นก็คงไม่อยู่ในฐานะที่จะไปตัดสินใจในทางนโยบายได้แล้ว เพราะว่ารัฐธรรมนูญก็กำหนดเอาไว้
ดังนั้นการพยายามจะมาพูดเป็นเรื่องมุมทางการเมืองว่า รัฐบาลที่แล้วเริ่มไว้อะไรนั้น ผมว่าเป็นเรื่องซึ่งเป็นการเมืองที่ค่อนข้างจะไร้สาระนะครับ เอาข้อเท็จจริงมาดูกันดีกว่า ว่าคำขอนั้นเมื่อมันเกิดขึ้นมาช่วงเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้พิจารณา รัฐบาลนี้พิจารณาอยากจะใช้อู่ตะเภาอะไรก็มีเหตุผลอะไรก็ว่ากันไป แต่ว่าพยายามที่จะปัดไปบอกเป็นเรื่องรัฐบาลที่แล้วนั้น ผมก็ต้องบอกว่า รัฐบาลที่แล้วเราคิดเรื่องอู่ตะเภานั้น เราคิดในกรอบที่มันกว้างกว่านี้เยอะ
แล้วก็สิ่งที่เป็นการวิพากษ์ วิจารณ์ในขณะนี้ก็คือว่า 1. คำยืนยันที่ว่าเขาจะมาทำอะไร ซึ่งมาจากทางหน่วยงานของรัฐบาลไทย กับข้อมูลซึ่งปรากฎผ่านคำสัมภาษณ์ของบุคคลระดับสูงของสหรัฐฯ มันดูแล้วยังไม่ค่อยตรงกัน คือมันดูแล้วฟังจากทางนู้นแล้วมันมีอะไรมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่
1. คนก็เรียกร้องว่ามันต้องมีความโปร่งใส ท่านก็ต้องชี้แจงไปครับ ไม่ใช่พยายามจะบอกว่า อ๋อ มันเป็นเรื่องรัฐบาลที่แล้วอย่างอะไรอย่างนี้
2. ก็คือว่า นอกเหนือจากประเด็นความโปร่งใสว่ามาทำอะไรอย่างไรแล้ว ที่คนเขากังวลก็คือว่า มิตรประเทศของเราในภูมิภาค อย่างเช่น จีน เขาเข้าใจเราหรือไม่ว่ามันเป็นเรื่องอะไร เพราะสหรัฐฯ ก็มีแนวทางซึ่งเขาใช้คำว่า กลยุทธหรือยุทธศาสตร์ที่ปิดล้อม ใช้คำว่าปิดล้อมประเทศจีนเราเคยได้ยินกันอยู่ เราก็ต้องให้ยืนอยู่ในความสบายใจว่า เอ๊ะ เราเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้หรือเปล่า หรือไม่ใช่ นี่คือสิ่งที่เขาเรียกร้อง รัฐบาลก็มีหน้าที่ในการชี้แจงไป
ส่วนประเด็นที่มีข้อครหาอีกประเด็นนึงก็คือว่า แล้วเรื่องนี้คุณทักษิณไปต่อรองอะไรกับเขาด้วยหรือเปล่า เพราะว่า ก็ชอบไปมีการไปยุ่ง ไปโผล่ตามที่ต่าง ๆ เหมือนกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับชายแดนภาคใต้ กับที่มาเลเซีย”
“เราเป็นการนำเสนอในเชิงความคิด แต่ว่าหลักนั้นผมคิดว่าเราพูดถึงอาเซียน เราพูดถึงสหประชาชาติ คือเรากำลังจะบอกกับประเทศต่าง ๆ ว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานตรงนี้นะ ซึ่งมันน่าจะใช้ประโยชน์ได้ในเรื่องของมนุษยธรรม ในเรื่องของภัยพิบัติ แล้วก็สามารถที่จะตอบสนองความต้องการไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่ว่าในภูมิภาค เพราะฉะนั้นการทำงานในเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่มันพูดถึงกรอบความร่วมมือในระดับของพหุภาคี แต่แน่นอนเราไม่ปฏิเสธนะครับ มีมิตรประเทศไหนที่อยากจะสนใจเข้ามาร่วมในลักษณะนี้ ประเทศใดประเทศหนึ่งก็สามารถทำได้ แต่ว่าเมื่อมีการเป็นข้อเสนอเข้ามา ก็ต้องมาพิจารณาว่ามันสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของนโยบายต่างประเทศ มันสอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่เรานำเสนอหรือไม่”
“คือไม่ได้พูดกันในรายละเอียดที่ไปบอกว่าเข้ามาแล้ว จะไปยกพื้นที่ให้ไปใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศใด ประเทศหนึ่ง หรือถ้ามันเป็นโครงการที่จะทำมันก็ต้องบอกครับว่าประเทศนั้นส่วนร่วมคืออะไร ประเทศอื่นเขาจะมาร่วมด้วยได้หรือไม่ คือสหรัฐฯ ก็เป็นพันธมิตรที่สำคัญของเรามาโดยตลอดนะครับ เกินกว่า 100 ปี เพราะฉะนั้นเมื่อเขาเสนอเรื่องเข้ามา เราก็ต้องคุยกับเขา แต่ว่าเราจะคุยกับเขาเราก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่มันตามมา แล้วเราก็จะต้องมีการพูดคุยเจรจาต่อรอง ให้ชัดเจนว่าผลประโยชน์ที่จะสอดคล้องกับทุกมิติ ทั้งในแง่ความมั่นคง แล้วก็เรื่องที่เขาเสนอเข้ามานั้นมันเป็นอย่างไร”
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่ารัฐบาลไทยควรเร่งชี้แจง และวางตัวให้โปร่งใส เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบความสัมพันธ์ทั้งกับสหรัฐฯ และกับจีน
“ต้องโปร่งใสไงครับว่ามาทำอะไร แล้วก็สิ่งที่เขามาทำนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่จะไปกระทบกับความมั่นคง หรือว่าทำให้เกิดความหวาดระแวงขึ้นในภูมิภาค อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่ต้องเร่งทำครับ”
“แต่ว่าคำถามก็คือว่า ถ้าขณะนี้ภารกิจของเขาคือบอกว่ามาเก็บ มาสำรวจ มาศึกษา อากาศ ชั้นบรรยากาศต่าง ๆ นั้น ก็ต้องถามว่าแล้วตรงนี้มันเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับภัยพิบัติอย่างไร ก็อยู่ที่ข้อเท็จจริงด้วยนะครับ ไม่ใช่การอธิบายของรัฐบาล อยู่ที่ข้อเท็จจริงด้วยว่าตกลงให้เขาทำอะไรบ้าง สิทธิต่าง ๆ เป็นอย่างไร แล้วก็กระทบกับสิทธิของประเทศอื่นในการที่จะมาร่วมมือตรงนี้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร”
หากรัฐบาลมุมมิบแอบทำโดยไม่ชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจนแล้ว จะทำให้เกิดความหวาดระแวง ทั้งในหมู่สังคมไทย และระหว่างประเทศ
“ไม่เป็นผลดีหรอกครับ เพราะว่ามันก็ทำให้เกิดความหวาดระแวง ไม่ใช่เฉพาะในหมู่คนในสังคมไทยนะครับ เดี๋ยวมันเกิดความหวาดระแวงขึ้นกับประเทศ จะต้องมีการชี้แจงกันครับ”
ถ้าจำเป็นต้องให้สหรัฐฯ มาใช้พื้นที่จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ควรต้องให้รัฐสภาได้มีโอกาสพิจารณาเรื่องนี้ร่วมกันหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์มองว่า น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภัยพิบัติแล้ว การให้ความร่วมมือช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม จึงไม่น่าจะมีความลับ
“ก็น่าจะดีนะครับ เพราะว่าผมว่าถ้ามันเป็นเรื่องภัยพิบัติแล้วมันเป็นเรื่องของการช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมมันก็ไม่น่าจะมีความลับ หรือมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน ก็เปิดเผยออกมาครับ”
http://www.thanonlin...wFR9zB8.twitter
Edited by wewe, 14 June 2012 - 09:06.











