วันพุธที่ 20 มิถุนายน 2555 เวลา 11:16 น.

“SEAC4RS : องค์การนาซ่าศึกษาบรรยากาศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
http://www.nasa.gov/...es/seac4rs.html
เมื่อวันที่ 13 เดือนมีนาคม 2555 องค์บริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (National Aeronautics and Space Administration - NASA) หรือ “นาซ่า” แถลงถึงโครงการศึกษาชั้นบรรยากาศโลกเหนือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีนักวิทยาศาสตร์ NASA กว่า 150 คนประชุมใหญ่กันที่เมืองโบลเดอร์ รัฐโคโลราโด ในเดือนกุมภาพันธ์ เพื่องวางแผนการปฏิบัติงานอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่ NASA ไม่เคยทำมาก่อน โดยวางแผนจะศึกษาท้องฟ้าชั้นบรรยากาศอันกว้างไพศาลเหนือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากบนสุด ถึงล่างสุด ในช่วงเวลาแห่งฤดูมรสุมอันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในรอบปี เพราะในช่วงนี้สภาพอากาศจะรุนแรง ทั้งพายุ ทั้งลม ทั้งฝน ทั้งระดับมลภาวะที่จะมากไปด้วยสารพัดธุลีละอองเคมีต่างๆซึ่งจะฟุ้งกระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศ และเชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่มีผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน
โครงการนี้เรียกช่ือว่า “Southeast Asia Composition, Cloud, Climate Coupling Regional Study” เรียกย่อว่า SEAC4RS แปลเป็นไทยว่า “โครงการศึกษาองค์ประกอบเมฆและภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันจะเป็นงานศึกษาและปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในชั้นบรรยากาศที่ใหญ่และซับซ้อนมากที่สุดของ NASA โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation), แผนกวิทยาศาสตร์โลกในสำนักผู้อำนวนการปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ณ สำนักงานใหญ่ของ NASA กรุงวอร์ชิงตัน ดี.ซี. (Earth Science Division in Science Mission Directorate at NASA Headquarters in Washington, D.C.) และ ห้องปฏิบัติการวิจัยกองทัพเรือ (Naval Research Laboratory) ปฏิบัติการทั้งหมดจะเป็นการทำงานประสานกันของฝ่ายต่างๆ ทั้งจากดาวเทียมหลายๆดวง, ลูกบอลลูนสำรวจอากาศ, เครื่องบินวิจัยหลายลำ, และสถานที่ปฏิบัติงานในมหาสมุทร และภาคพื้นดิน
เฉพาะส่วนภาคพื้นดิน NASA เห็นว่าประเทศไทยเป็นพื้นที่ภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมที่สุดในการเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติงานภาคพื้นดิน โดยหวังว่าจะได้รับอนุญาตจากรัฐบาลไทยภายในเวลาที่กำหนดเพื่อการทำงานให้ทันฤดูมรสุมในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2555 นี้
แผนงาน SEAC4RS โดยสรุปมีดังนี้: [http://espo.nasa.gov/missions/seac4rs]
ใช้เครื่องบินสามเครื่องศึกษาชั้นบรรยากาศต่างระดับกัน คือ
DC-8 ศึกษาชั้นบรรยากาศล่างสุด จากพื้นดินขึ้นไปสูง 12 กิโลเมตร
ER-2 ศึกษาชั้นบรรยากาศระดับสูงขึ้นไปถึงชั้นสตราโตสเฟียร์ล่าง (lower stratosphere) ศึกษาระยะไกลเชื่อมต่อกับการสังเกตุจากดาวเทียมและเครื่องบินระดับเพดานบินต่ำ กับจุดศึกษาภาคพื้นดิน
NSF/NCAR GV (HAIPER) ใช้บินเก็บตัวอย่างอากาศอันเกิดจากการปล่อยมลภาวะจากผิวโลกขึ้นชั้นบรรยากาศ
เครื่องบินทั้งสามเครื่องนี้จะขอใช้ฐานบินที่สนามบินอู่ตะเภาของไทย โดยจะจอด ณ บริเวณที่กำหนดในแผนที่ ตามภาพ http://espo.nasa.gov...cal_Information
http://espo.nasa.gov...cal_Information
แผนที่การบินจะประสานสอดคล้องกับกลุ่มดาวเทียม A-Train และ Aura ซึ่งโคจรเหนือประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว
หัวหน้าโครงการคือศาสตราจารย์ Brian Toon จาก University of Colorado
มีนักวิทยาศาสตร์ร่วมโครงการ 140 คน
http://espo.nasa.gov...RS_Participants
ที่พักอู่ตะเภา Phala Cliff Beach Resort and Spa http://www.plataniresort.com/
อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ http://espo.nasa.gov...ent/Instruments
รวม 61 ชุด ติดตั้งบนเครื่องบิน
ปฏิทินการทำงาน: http://espo.nasa.gov...eac4rs/calendar
มิถุนายน เตรียมงาน และทดสอบในสหรัฐฯ และเตรียมการขนส่งเคลื่อนย้าย
กรกฎาคม เตรียมงาน
30 กรกฎาคม ขนส่งเคลื่อนย้าย แวะฮาวาย
31 กรกฎาคม ขนส่งเคลื่อนย้าย แวะญี่ปุ่น
4 สิงหาคม ถึงอู่ตะเภา ประเทศไทย
สิงหาคม-กันยายน ทำงานจากฐานปฏิบัติงานในประเทศไทยที่อู่ตะเภา
22-23-24 กันยายน เครื่องบิน G-V บินกลับสหรัฐฯ
29 กันยายน DC-8 และ ER-2 บินกลับสหรัฐฯ
ตามข้อมูลพื้นฐานที่ปรากฏ ยืนยันได้ว่าเป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์ที่จะเกิดประโยชน์สูงมากทางวิทยาศาสตร์อวกาศและสภาวะแวดล้อมของโลก โดยเฉพาะด้านภูมิอากาศโลกที่ผันแปรไป สำหรับอาเซียนรวมทั้งประเทศคู่เจรจาอีก 8 ประเทศ (จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, อินเดีย, สหรัฐฯ, รัสเซีย) ก็จะได้รับประโยชน์โดยจะได้ข้่อมูลทางภูมิอากาศและมลภาวะไปร่วมกันแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนในพื้นที่ของแต่ละประเทศด้วย
สำหรับอาเซียนซึ่งมีปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนเป็นปัญหาระดับภูมิภาคซึ่งส่งผลกระทบโลกโดยรวมด้วย โครงการ SEAC4RS ก็จะสอดคล้องกับความพยายามของอาเซียนที่จะแก้ปัญหาการผันแปรของภูมอากาศในภูมิภาคและในโลกด้วย
โครงการนี้เป็นโครงการวิายาศาสตร์โดยแท้ ไม่มีเนื้อหากระทบทางการเมืองแต่อย่างใด และสำหรับประเทศไทยไม่กระทบอธิปไตยในเขตแดนหรืออำนาจรัฐ คณะนักวิทยาศาสตร์ที่เข้ามาปฏิบัติงานมิได้ตั้งอาคารสถานที่ถาร มิได้รับสิทธิพิเศษทางการทูต จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมร่วมรัฐสภาตามรัฐรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด สมควรที่รัฐบาลไทยจะได้ให้ความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาเพื่อประโยชน์ต่อโลกโดยรวมและเพื้อฌอกาสที่นักวิทยาศาสตร์ไทยจะได้ร่วมปฏิบัติงานด้วย
แม้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทยที่พัทยาเมื่อวันอังคารที่ 19 มิถุนายนจะได้เลื่อนการพิจารณาคำขอจากสหรัฐฯออกไป แต่รัฐบาลไทยก็ควรให้ความเห็นชอบอนุมัติตามคำขอของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมิตรประเทศใกล้ชิดของไทยมายาวนาน เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันทั้งระหว่างสองประเทศ เพื่อผลประโยชน์ของอาเซียน และเพื่อประโยชน์อันจะเกิดแก่โลกโดยรวม
สมเกียรติ อ่อนวิมล













