โครงการวิจัยของนาซ่า อาจเป็นมากกว่า Climate Survey!
#1
Posted 25 June 2012 - 16:45
NASA has asked the government and the army for permission to base aircraft being used in the study at the airport.NASA website indicates the US space agency would like to conduct its Southeast Asia Composition, Cloud, Climate Coupling Regional Study in August and September, to "address key questions regarding the influence of Asian emissions on clouds, climate, and air quality as well as satellite observability of the system"…
Some military experts suspect this has to do with perceived weakness of US Missile Defense systems which the Pentagon is desperate to overcome. Theoretically the testing from NASA could be used to help find a solution to the problem caused by cloud cover when using US missile defense systems.
Theoretically, the NASA study could have defense related implications in overcoming this perplexing problem of cloud cover as it relates to US missile defense could be used against China (see article: Cloudy Skies Knock Out Anti-Missile Defense!http://apolyton.net/showthread.php/126475-ARTICLE-Cloudy-Skies-Knock-Out... ).
Neither NASA or the Pentagon responded to questions relating to the exact nature of these so called cloud and climate tests.
อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ http://www.examiner....litary-purposes
- กรรมกรไอที, ZipPa, ศรอรชุน and 2 others like this
Now! Restart Thailand
#2
Posted 25 June 2012 - 16:50
#3
Posted 25 June 2012 - 16:53
#4
Posted 25 June 2012 - 16:58
What General demsey failed to clarify for reporters at the Royal Thai Armed Forces Headquarters is that there is a very close connection between NASA and the Pentagon.
Here are just a few examples, as reported in opened news website:
1) NASA's space shuttle for years has put military satellites into orbit.
2) ) NASA for years has done Star Wars technology and other military tests on-board the International Space Station.
3) The 1994 Clementine mission to the moon, ostensibly to map the surface of the moon, tested Star Wars sensors for the Pentagon. The mission was jointly sponsored by the Ballistic Missile Defense Organization and NASA.
4) The space shuttle Endeavour, launched on January 31, 2000 from Cape Canaveral, did an 11-day radar Earth topology mapping mission that created high resolution 3-dimensional maps for 80% of the Earth's surface. Few in the corporate dominated media though mentioned the fact that the Pentagon gave NASA over $200 million for the shuttle flight. Most of the high resolution maps created by the mission were classified TOP SECRET and were put under the control of the military. Most likely these maps have been used since in the 2003 "shock and awe" attack of Iraq and the war in Afghanistan to help direct targeting.
5) On April 22 the Pentagon will launch a test of the new military robot space plane, the X-37B, from Cape Canaveral in Florida. According to media sources, "The X-37B initiative leverages extensive and early NASA, DARPA, Air Force, as well as investments by its builder Boeing Phantom Works.
The funding level for the overall project is within the Air Force's classified budget." See article: Where to find black budget information on the web regarding secret projectshttp://www.examiner.com/article/where-to-find-black-budget-information-on-the-web-regarding-secret-projects
It is unclear if General Demsey was purposefully trying to mislead the Thai government or if he was just ignorant in what he was saying at the time.
Robert Tilford
- overtherainbow and คลำปม like this
Now! Restart Thailand
#6
Posted 25 June 2012 - 20:10
ใครหรือนักวิทยาศาสตร์ไทยคนไดยังบ้าบอคอแตกว่านาซ่าตั้งขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์วิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อสันติ ก็ขอให้กลับไปผูกคอตายแล้วไปเกิดใหม่ซะ จะเป็นประโยชน์แก่ตนเองและประเทศชาติมากกว่า
- isa, Lucas Leiva Benitez Rodger and puri like this
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#7
Posted 25 June 2012 - 20:55
ส่วนตัวก็เห็นว่าน่าจะเป็นไปได้นะคะ เพราะอย่างที่คุณเชบอก นาซ่าไม่ได้ถือกำเนิดมาจากฝ่ายวิชาการแต่เป็นเป้าหมายทางความมั่นคงมากกว่า และอเมริกันมักมีสิ่งแอบแฝงพ่วงมากับข้ออ้างทางวิชาการและมนุษยธรรมเสมอ งานวิจัยในไทยที่อเมริกันให้ทุนจำนวนมากทำให้ข้อมูลสำคัญ ๆ ของไทยไปตกอยู่ในมืออเมริกันเจ้าของกระทู้มีความเห็นอย่างไรต่อบทความของ robert tilford บ้างครับ
ผมเอา link มาแปะไว้อีกอันนะครับ เอกสาร pdf ซื่งกล่าวถึงงานวิจัยชิ้นนี้ จาก NASA เจ้าของโครงการเอง
เพื่อน ๆ ลองsearch คำว่า missile defense. US ดูจะพบบทความและข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย Obama. ก็เคยมีแนวคิดที่จะ merge. NASA เข้ากับ Pentagon. โดยอ้างเรื่องประหยัดงบประมาณ แต่คนทั่วไปก็เชื่อว่าน่าจะมีนัยยะแอบแฝง http://www.rumormill...mes;read=138832
ดังนั้น เชื่อว่าการวิจัยทางวิชาการเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่วิชาการเพียว ๆ มีอย่างอื่นพ่วงมาด้วยค่ะ
http://www.rumormill...mes;read=138832
Now! Restart Thailand
#8
Posted 25 June 2012 - 22:58
ผมคิดว่าโปรเจ็กนี้ของนาซา มีความโปร่งใสพอ ไม่เห็นว่ามีวัตถุประสงค์แอบแฝงนะครับ ข้อมูลในเว็บของเขาก็มี แต่ถ้าเชื่อว่ามันมีเบื้องหลัง เบื้องลึก แบบในหนัง conspiracy theory ก็ไม่ว่ากันครับ
สำหรับบทความของ robert tilford ที่อ้างมาผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งครับ ถ้ามันเป็นการวิจัยเพื่อการทหารจริง มันคงเป็นโครงการลับ ที่คนอย่างเรา ๆ ไม่น่าจะรู้อะไรเลยนะครับ
#9
Posted 25 June 2012 - 23:04
#10
Posted 25 June 2012 - 23:15

POPULAR
หากเชื่อเช่นนั้นทำไมไม่ทำให้เป็นโครงการนานาชาติครับ
ข้อมูลภัยพิบัติทางอากาศยิ่งคนรู้มากยิ่งเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
ทำไมไม่เชิญจีนเข้าร่วมเลยล่ะครับ?
ของง่ายๆไม่ทำนะครับจะเอาแต่เร่งรีบ ปิดบังแล้วปากก็บอกว่าไม่มีอะไรๆ
คนเชื่อนี่ก็ช่างกล้าเชื่อเหลือเกิน ถ้ามีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยจีนระยะยาวจะช่วยรับผิดชอบกันยังไงครับ
ก็ซวยกันไปหมดทั้งประเทศแบบตอนที่เจอน้ำท่วมปีที่แล้วน่ะเหรอครับ?
บางระกำโมเดล เอาอยู่ด้วยการขนเสื้อแดงไปเตะบอลที่เขมรทั้งที่มันขังคนไทยคือคุณวีระ และราตรีอยู่
รัฐบาลแบบนี้จะให้เชื่อมันอีกหรือครับ
Edited by คลำปม, 25 June 2012 - 23:16.
- wewe, Xissoco, ตะนิ่นตาญี and 8 others like this
วิธีการยุติระบอบทักษิณ
ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"
#11
Posted 25 June 2012 - 23:15
ที่ถามนี่ไม่ไช่ไรหรอกนะครับ แค่อยากให้ไตร่ตรองเหตุผลจริงๆดู
ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต กันขนาดนี้
#12
Posted 25 June 2012 - 23:23
ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ แล้วมุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ
ที่ถามนี่ไม่ไช่ไรหรอกนะครับ แค่อยากให้ไตร่ตรองเหตุผลจริงๆดู
ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต กันขนาดนี้
สาเหตุของการตั้งข้อสังเกตเหรอครับ มาจากการที่ถามเหตุผลเรื่องทำไมถึงให้นาซ่าใช้อู่ตะเพาโดยไม่ผ่านสภา แทนที่ไอ้ปึ้งมันจะรีบกลับไปตรวจสอบ เ-ือกทำกร่างใส่คนถาม แถมยังบ้าโชว์พาวตัวเองบอกกรูสั่งแล้วทุกอย่างจบไม่ต้องถามมาก วันรุ่งขึ้น ครม. ปู เบรคตัวโก่ง เพราะกลัวโดนยุบพรรค ต่อมาแทนที่ไอ้ปึ้งจะใส่ใจเอารายละเอียดมาแสดง เ-ือกโชว์พาวซ้ำสองแถมเรียกพรรคพวกมาโชว์พาวต่ออีก ถึงตรงนี้พวกมติชินกับไอ้เฮียสอระยุดรีบเบี่ยงประเด็นมาโจมตีฝ่ายค้าน หาว่าถ่วงความเจริญชาติ
คำถามครับ ระหว่างความกร่างของไอ้เฮียปึ้ง กับ คำถามจากฝ่ายค้าน อะไรคือตัวจุดประเด็นทั้งหมด ใบ้ให้ว่า คลื่น 97 วันก่อน ต้องอ้อม ๆ แอ้ม ๆ จะด่าไอ้ปึ้งว่าฟายก็ไม่เต็มปาก เลยต้องลากเอาปชป. มาด่าให้สมดุลกันด้วย
Edited by Novice, 25 June 2012 - 23:44.
- voodoo likes this
#14
Posted 25 June 2012 - 23:38
ทุกคำที่พยายามแก้ต่าง กลับทำให้คนเห่็นว่าพูดโกหก
ทำอะไรไม่โปร่งใส ก็ยากที่จะไว้ใจ
คุณไม่เห็นท่าทีของจีนใช่ไหม หรือเห็นแต่แกล้งไม่เห็น
- กรรมกรไอที, Gop and superduke like this
#15
Posted 25 June 2012 - 23:39
เข้าใจครับ ในเรื่องพฤติกรรมของรมต. อาจเป็นสาเหตุของการจุดประเด็นก็ได้
แล้วถ้าหากเค้ามาชี้แจงด้วยเหตุผล อย่างสุภาพนอบน้อม
ท่านคิดว่าข้อสังเกตเหล่านี้จะหมดไปจริงๆหรือครับ
ให้นอบน้อมคลานเข่ามาชี้แจงยังไงก็ต้องระแวงไว้ก่อน เพราะรัฐบาลเผาไทยอยู่มาจะครบปีเคยทำคุณประโยชน์ใดๆให้แก่ชาติบ้าง นอกจากสร้างความฉิบหาย
- puri likes this
#16
Posted 25 June 2012 - 23:39
เข้าใจครับ ในเรื่องพฤติกรรมของรมต. อาจเป็นสาเหตุของการจุดประเด็นก็ได้
แล้วถ้าหากเค้ามาชี้แจงด้วยเหตุผล อย่างสุภาพนอบน้อม
ท่านคิดว่าข้อสังเกตเหล่านี้จะหมดไปจริงๆหรือครับ
อันดับแรกนะครับ ถ้าไม่อยากให้เกิดเรื่อง ไอ้เฮียปึ้งก็ไม่ควรพูดอะไรที่ตัวมันไม่รู้เรื่อง แต่ควรให้คนรู้เรื่อง เช่น ปลัดกระทรวงออกมา
อันดับสองนะครับ ไอ้ที่ดาหน้าออกมาเห่าแต่ละตัว รวมทั้งการพิมพ์ยาวยืดที่เวบระดับโลก มันไม่ได้ทำให้คนไว้ใจมากขึ้น มากกว่าจะเผยข้อตกลงให้ผู้คนเห็น
คุณ TFEX ไม่ต้องกังวลอะไรมากครับ ถ้าโครงการมันจำเป็นขนาดนั้นจริง พี่ไทยเราชำนาญเรื่องการซิกแซกกับต่างชาติจนสำเร็จอยู่แล้ว ดูอย่างสมัยที่สร้างสนามกีฬาเสร็จก่อนเอเชี่ยนเกมเดือนเดียวก็ได้ แต่ถ้าไม่ใช่เดี๋ยวมันก็เนียนหายไปเอง
Edited by Novice, 25 June 2012 - 23:40.
#17
Posted 25 June 2012 - 23:43
#18
Posted 25 June 2012 - 23:45
เข้าใจครับ ในเรื่องพฤติกรรมของรมต. อาจเป็นสาเหตุของการจุดประเด็นก็ได้
แล้วถ้าหากเค้ามาชี้แจงด้วยเหตุผล อย่างสุภาพนอบน้อม
ท่านคิดว่าข้อสังเกตเหล่านี้จะหมดไปจริงๆหรือครับ
ตามความเห็นของผมคือ
1. พฤติกรรมและความน่าเชื่อถือของ รมต มีส่วนอยู่แล้วครับ ยกตัวอย่างว่า คุณ TFEX จะซื้อสินค้าจากคนที่เคยหลอกขายของปลอม โดยไม่สงสัยหรอครับ
2. เรื่องนี้ผมก็ว่าไม่มีใครไปห้าม รัฐบาล เสียงข้างมากได้หรอกนะครับ ถ้าไม่ขัดกับกฏหมายใดๆก็ตาม แต่ถ้ามีกระบวนการที่สามารถทำแล้วชี้แจงได้ มีข้อสัญญาชัดเจน มีการแจกแจงผลกระทบ ตามที่ใครหลายคนท้วงติง ไม่ดีกว่าหรอครับ ทำไมเอาแต่หัวชนฝา ว่าไม่มีอะไรๆ แต่ไม่ชี้แจงรายละเอียด แล้วผมก็ยังไม่เห็นใครชี้แจงอย่างสุภาพนอบน้อมซักที
3. ข้อสังเกตจะหมดไป ก็ต่อเมื่อสมองคนเราหยุดคิด ไม่พัฒนาแล้วครับ ไม่ผิดที่จะตั้งข้อสังเกต ถ้ามันมีเหตุมีผลครับ
Edited by HiddenMan, 25 June 2012 - 23:46.
- paj044 likes this
“Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.” - Mahatma Gandhi
สนใจบ้านพักคนชราเสรีไทย (FB Secret Group) ติดต่อ (PM) เว็บบอร์ด
#19
Posted 25 June 2012 - 23:45
#20
Posted 25 June 2012 - 23:47
คนเชื่อนี่ก็ช่างกล้าเชื่อเหลือเกิน ถ้ามีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยจีนระยะยาวจะช่วยรับผิดชอบกันยังไงครับ
เราจะขยับตัว ร่วมมือทางวิชาการกับต่างชาตินี่ ต้องดูท่าทีของจีนเหรอครับ อธิปไตยเหนือแผ่นดินของเราเองอยู่ไหนครับ ถ้าเป็นแบบนี้แย่กว่าเสียเขาพระวิหารอีกนะ
ในระดับการทูตผมเห็นว่าเราควรมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ถ้าจะขยับตัวทางไหนก็ต้องเกรงใจจีนไว้ก่อน มันเหมือนกับว่าเราเป็นสุนัขพูเดิ้ลคอยกระดิกหาง ประจบคนอื่นเค้าครับ
#21
Posted 25 June 2012 - 23:53
แล้วก็ข้างบนน่ะ..พอดีตอนนี้ปชป.ไม่ได้เป็นรัฐบาลเลยจินตนาการมุมมองอะไรไม่ได้ รู้แต่ว่ารัฐบาลตอนนี้คือเพื่อไทยภายใต้ทักษิณคนที่อยากได้วีซาอเมริกาเป็นอย่างมาก แถมมีพฤติกรรมเหมือนตัวนางยกคือลับๆล่อๆ ...อันนี้ไม่ต้องจินตนาการครับ มีมุมมองเห็นชัดเจนดี
#22
Posted 26 June 2012 - 00:07

POPULAR
ก่อนที่จะออกทะเล ผมขอวกกลับมาสักนิดก่อนครับว่า ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ มุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ
ผมว่าการถามว่า "ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ มุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ" สิครับถึงเป็นการออกทะเล
เพราะการเอาเรื่องสมมุติมาถามมันไม่ช่วยอะไรเลย
ถ้าผมตอบว่าต่อให้ ปชป.เป็นรัฐบาลมาทำงุบงิบไม่ชอบมาพากลอย่างนี้ผมก็ไม่ไว้ใจ เป็นเรื่องสมประโยชน์กัน คุณ TFEX จะเชื่อหรือครับ?
หรือต่อให้คุณเชื่อแล้วคนเสื้อแดงจะเชื่อไหมครับ?
ดังนั้นเรื่องความเชื่อมันไม่จบ คุยกันไม่ได้เลย ต่อยอดไปก็กระทู้ไร้แก่นสารขึ้นเรื่อยๆ
เราจึงไม่ควรถามอะไรที่เป็นความเชื่อ เอาข้อมูลมาว่ากันดีกว่า
ลองไปดูกระทู้เดิมๆ ที่ผมมีความคลางใจในหัวหน้าทีม Professor Brian Toon นะครับ
http://webboard.seri...รเดือดร้อนบ้าง/
http://webboard.seri...เปลือยรัฐบาลอเ/
ผมว่ามันแปลกและจีนก็รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ปรกติ
คนเชื่อนี่ก็ช่างกล้าเชื่อเหลือเกิน ถ้ามีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยจีนระยะยาวจะช่วยรับผิดชอบกันยังไงครับ
เราจะขยับตัว ร่วมมือทางวิชาการกับต่างชาตินี่ ต้องดูท่าทีของจีนเหรอครับ อธิปไตยเหนือแผ่นดินของเราเองอยู่ไหนครับ ถ้าเป็นแบบนี้แย่กว่าเสียเขาพระวิหารอีกนะ
ในระดับการทูตผมเห็นว่าเราควรมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ถ้าจะขยับตัวทางไหนก็ต้องเกรงใจจีนไว้ก่อน มันเหมือนกับว่าเราเป็นสุนัขพูเดิ้ลคอยกระดิกหาง ประจบคนอื่นเค้าครับ
ถ้าเราจะร่วมมือทางวิชาการกับใครจีนคงไม่เกี่ยวหรอกครับ
แต่ถ้ามันไม่ใช่วิชาการอย่างที่คิดล่ะคุณรับผิดชอบได้ไหม
จีนกับอเมริกาเขาแคลงใจกัน อเมริกาเอาของมาฝากเรา เราก็ทำได้ไม่เสียหาย
แต่ถ้าของนั้นเป็นอาวุธที่จะไปทำร้ายจีนในภายหลังคุณว่าเราควรรับไหม?
วิธีที่เราจะรับได้คือควรแกะห่อดูก่อนครับว่ามันไม่ใช่อาวุธ ไม่เกี่ยวกับการทหาร
ทางที่ดีที่สุดคือชวนจีนมาแกะกล่องดูพร้อมกันเลย ถ้าอเมริกาไม่ยอมเราก็ไม่รับ
ไม่ใช่คุณจะมาตั้งป้อมว่าอเมริกาโปร่งใส คุณเป็นนายประกันอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วคุณรับผิดชอบอะไรได้
ไม่เกี่ยวกับเรื่องสุนัขคอยประจบใครเลยครับคุณอย่าไปหมกมุ่นกับเรื่องที่คุณคุ้นเคย
ของแบบนี้มันเป็นเรื่องระดับชาติ เป็นเรื่องการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อมิตร
ต้องคิดถึงหัวอกเพื่อน ต้องให้เขาวางใจเราจริงๆ
คิดแบบนี้เป็นไหมครับ?
วิธีการยุติระบอบทักษิณ
ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"
#23
Posted 26 June 2012 - 00:26
ที่ผมตั้งคำถามไปนั้น ไม่ได้เน้นเรื่องใครถูกผิดหรือใครมีแผนการอะไรกันหรอกครับ
ส่วนตัวผมมองว่าหลักฐานข้อมูลนั้นเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ผมไม่อยากคุยเรื่องข้อมูลในทู้นี้เท่าไรครับ เพราะเห็นคุยกันเยอะมากแล้ว
เลยอยากคุยเรื่องมุมมองของตัวเราต่อกรณีต่างๆที่เกิดขึ้นมากกว่าครับ
#24
Posted 26 June 2012 - 00:39
ผมชื่นชมในความสุภาพของคุณเสมอมา
แต่ในบางเรื่องผมขอติงคุณหน่อยนะครับ
บางกระทู้มันเป็นกระทู้ข้อมูล ที่มีการโต้แย้งกัน ว่าใช่/ไม่ใช่
สิ่งใดควรเป็นทางออกของประเทศ
ทำแล้วเหมาะสมก็เสนอ+แย้งกันไปมา
ซึ่งหากคุณไม่ได้มีความคิดเห็นตรงนั้น ไม่ต้องการคุยเรื่องข้อมูล
(ที่คุณอาจรู้ หรือรู้บางแง่มุม)
การที่คุณมาถามเปลี่ยนประเด็นไปนี่บางทีมันก็น่ารำคาญนะครับ
เช่น คนเขาคุยกันว่าให้หมอนี่เข้าบ้านมาดีไหม? กำลังเถียงกันอยู่
แล้วคุณมาถามว่าถ้าไม่ใช่หมอนี่ล่ะ เป็นหมอนั่นแทนจะให้เข้าไหม?
ซึ่งมันคนละเรื่องเลยครับ หมอนี่มันจ่ออยู่หน้าประตู ไม่ต้องไปสมมุติถึงใครอีกแล้ว
ความรู้สึกน่ารำคาญไม่เข้าท่ามันจึงเกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่ได้เป็นสาระอะไรเลยคุณก็เปลืองตัวถูกรำคาญเสียเปล่าๆ
ผมชอบคุณในโหมดที่แสดงความเห็นออกมาแบบตรงไปตรงมามากกว่านะครับ
เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่าไป
ไม่ชอบโหมดชักใบให้เรือเสียครับ กระทู้มันจะเละ
- isa, กรรมกรไอที, Gop and 3 others like this
วิธีการยุติระบอบทักษิณ
ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"
#25
Posted 26 June 2012 - 01:07
ถ้ามันไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบมาพากล มันก็ไม่ควรให้อเมริกาเข้ามาวุ่นวายทั้งนั้น
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์-ความมั่นคง-อำนาจอธิปไตยของประเทศไทย
การจะทำอะไรต้องตัดสินใจให้รอบคอบ ให้ข้อมูลประชาชนดีๆ
ไม่ใช่ออกมาเห่า แบบที่หลายๆตัวในรัฐบาลชุดนี้ กำลังทำอยู่ในขณะนี้ค่ะ
พวกที่โยนกันไป โยนกันว่า เอ็งเป็นฝ่ายเริ่ม มันไม่เกิดประโยชน์เลยนะคะ
อย่าทำตัวเป้นนักการเมืองเน่าๆเพิ่มอีกเลยค่ะ ทุกวันนี้ก็มีเยอะเกินพอแล้ว
#26
Posted 26 June 2012 - 02:15
การวัดความหนาแน่นของมวลอากาศในระดับสูง เพื่อใช้ในการโปรแกรม ชดเชย การเบี่ยงเบนการหักเหของแสงเลเซอร์เมื่อวิ่งฝ่าอากาศระยะทางหลายพันไมล์
เหมือนสไนปเปอร์ ต้องชดเชยความเร็วลม อุณหภูมิอากาศ ในการยิงระยะไกล
ก็หวังว่าอเมริกามีข้อมูลชัดเจน แล้วเวลาปล่อยแสงเลเซอร์มา ทำลายขีปนาวุธ เศษๆของขีปนาวุธที่ถูกทำลาย ไม่ตกใส่บ้านอิปูมันนะ กัมมันตรังสี กระจายไปทั้งประเทศแน่เองเอ๊ย
#27
Posted 26 June 2012 - 03:44
#28
Posted 26 June 2012 - 05:44
#29
Posted 26 June 2012 - 06:15
#30
Posted 26 June 2012 - 06:18
"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down
#31
Posted 26 June 2012 - 06:20
สรุปแล้ว คนเป็นถึงเสนาบดีถ้าไม่มีลับลมคมในแล้ว จะโกหกตอแหลไปทำไม มันยิ่งสร้างความสงสัยให้ผมอย่างยิ่งยวด
- wewe, overtherainbow, tonythebest and 6 others like this
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#32
Posted 26 June 2012 - 07:10
ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ แล้วมุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ
ที่ถามนี่ไม่ไช่ไรหรอกนะครับ แค่อยากให้ไตร่ตรองเหตุผลจริงๆดู
ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต กันขนาดนี้
คุณ tfex ถามแบบนี้ดูไม่ดีเลย เพราะเหตุผลต่างๆนานาเค้าถกกันในกระทู้อื่นคตั้งมากแล้ว. ยังมาสะกิดถามถึง "เหตุผลจริงๆ" อยู่นี่ แสดงว่าตั้งใจถามโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เจตนาคืออะไร
ขอถามกลับบ้างละกัน ว่าเคยคิดจะวิเคราะเรื่องราวต่างๆโดยไม่พูดถึงพรรคการเมืองเลยมั้ย
Edited by Classic, 26 June 2012 - 07:14.
#33
Posted 26 June 2012 - 07:18
ก่อนที่จะออกทะเล ผมขอวกกลับมาสักนิดก่อนครับว่า ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ มุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ
ผมว่าการถามว่า "ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ มุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ" สิครับถึงเป็นการออกทะเล
เพราะการเอาเรื่องสมมุติมาถามมันไม่ช่วยอะไรเลย
ถ้าผมตอบว่าต่อให้ ปชป.เป็นรัฐบาลมาทำงุบงิบไม่ชอบมาพากลอย่างนี้ผมก็ไม่ไว้ใจ เป็นเรื่องสมประโยชน์กัน คุณ TFEX จะเชื่อหรือครับ?
หรือต่อให้คุณเชื่อแล้วคนเสื้อแดงจะเชื่อไหมครับ?
ดังนั้นเรื่องความเชื่อมันไม่จบ คุยกันไม่ได้เลย ต่อยอดไปก็กระทู้ไร้แก่นสารขึ้นเรื่อยๆ
เราจึงไม่ควรถามอะไรที่เป็นความเชื่อ เอาข้อมูลมาว่ากันดีกว่า
ลองไปดูกระทู้เดิมๆ ที่ผมมีความคลางใจในหัวหน้าทีม Professor Brian Toon นะครับ
http://webboard.seri...รเดือดร้อนบ้าง/
http://webboard.seri...เปลือยรัฐบาลอเ/
ผมว่ามันแปลกและจีนก็รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ปรกติ
คนเชื่อนี่ก็ช่างกล้าเชื่อเหลือเกิน ถ้ามีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไทยจีนระยะยาวจะช่วยรับผิดชอบกันยังไงครับ
เราจะขยับตัว ร่วมมือทางวิชาการกับต่างชาตินี่ ต้องดูท่าทีของจีนเหรอครับ อธิปไตยเหนือแผ่นดินของเราเองอยู่ไหนครับ ถ้าเป็นแบบนี้แย่กว่าเสียเขาพระวิหารอีกนะ
ในระดับการทูตผมเห็นว่าเราควรมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ถ้าจะขยับตัวทางไหนก็ต้องเกรงใจจีนไว้ก่อน มันเหมือนกับว่าเราเป็นสุนัขพูเดิ้ลคอยกระดิกหาง ประจบคนอื่นเค้าครับ
ถ้าเราจะร่วมมือทางวิชาการกับใครจีนคงไม่เกี่ยวหรอกครับ
แต่ถ้ามันไม่ใช่วิชาการอย่างที่คิดล่ะคุณรับผิดชอบได้ไหม
จีนกับอเมริกาเขาแคลงใจกัน อเมริกาเอาของมาฝากเรา เราก็ทำได้ไม่เสียหาย
แต่ถ้าของนั้นเป็นอาวุธที่จะไปทำร้ายจีนในภายหลังคุณว่าเราควรรับไหม?
วิธีที่เราจะรับได้คือควรแกะห่อดูก่อนครับว่ามันไม่ใช่อาวุธ ไม่เกี่ยวกับการทหาร
ทางที่ดีที่สุดคือชวนจีนมาแกะกล่องดูพร้อมกันเลย ถ้าอเมริกาไม่ยอมเราก็ไม่รับ
ไม่ใช่คุณจะมาตั้งป้อมว่าอเมริกาโปร่งใส คุณเป็นนายประกันอเมริกาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วคุณรับผิดชอบอะไรได้
ไม่เกี่ยวกับเรื่องสุนัขคอยประจบใครเลยครับคุณอย่าไปหมกมุ่นกับเรื่องที่คุณคุ้นเคย
ของแบบนี้มันเป็นเรื่องระดับชาติ เป็นเรื่องการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อมิตร
ต้องคิดถึงหัวอกเพื่อน ต้องให้เขาวางใจเราจริงๆ
คิดแบบนี้เป็นไหมครับ?
การเลือกใช้คำของท่านคลำปมมีเมตตาต่อสัตว์โลกจริงๆ
#34
Posted 26 June 2012 - 07:35
ไม่มีความจำเป็นอันใด ที่จะต้องถ่อข้ามโลกมาถึงอู่ตะเภา ถ้าไม่มี hidden agenda แฝงอยู่
- wewe, overtherainbow, voodoo and 1 other like this
#35
Posted 26 June 2012 - 07:36

POPULAR
ถึงแม้ว่าส่วนตัวผมจะนิยมและสนับสนุนค่านิยมต่างๆของทางสหรัฐ ตลอดจนนโยบายความมั่นคงของสหรัฐ
และถึงแม้ว่าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายความมั่นคงทางทะเลของจีน และนโยบายด้านความมั่นคงระหว่างประเทศของสหรัฐโดยตรง
ผมก็ไม่สามารถสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลไทยชุดนี้อยู่ดี เพราะตุกติก ไม่โปร่งใส แถมดูเหมือนจะไม่ได้ศึกษาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อความมั่นคงของไทยในระยะกลาง+ระยะยาว
สหรัฐ หรือจีนเอง ทุกประเทศย่อมจะรักษาผลประโยชน์ของตนในระยะยาว มีโอกาสทำได้ก็ทำ (ไม่ใช่จีนไม่ทำ แต่มันไม่เป็นข่าวออกที่ไทยก็เท่านั้น) รัฐบาล พรรคการเมือง เข้ามาบริหารระยะหนึ่งแล้วก็ไป หรือเปลี่ยน
แต่ประชาชนคนธรรมดาสามัญที่ตัดสินใจกาเลือกใครเข้าไปในสภา ก็ย่อมมีสิทธิที่จะวิพากษ์ ตลอดจนคัดค้าน หากผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินนโยบายของรัฐบาลนั้นมันจะกระทบต่อพวกเขาในระยะกลาง+ยาว
มันเป็นเรื่องของสามัญสำนึก สำหรับคนที่รักประเทศชาติที่มีสิทธิที่จะวิพากษ์ และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ก็แค่นั้น ผมแปลกใจที่บางคนคิดไม่ได้ แถมมาถามอะไรสะท้อนสติปัญญาของตนเองออกมาอีก
Edited by Yasuhiro, 26 June 2012 - 07:37.
- wewe, MIRO, overtherainbow and 11 others like this
"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down
#36
Posted 26 June 2012 - 08:06
#37
Posted 26 June 2012 - 08:10
ครับถึงคุณ TFEX นะครับ
ผมชื่นชมในความสุภาพของคุณเสมอมา
แต่ในบางเรื่องผมขอติงคุณหน่อยนะครับ
บางกระทู้มันเป็นกระทู้ข้อมูล ที่มีการโต้แย้งกัน ว่าใช่/ไม่ใช่
สิ่งใดควรเป็นทางออกของประเทศ
ทำแล้วเหมาะสมก็เสนอ+แย้งกันไปมา
ซึ่งหากคุณไม่ได้มีความคิดเห็นตรงนั้น ไม่ต้องการคุยเรื่องข้อมูล
(ที่คุณอาจรู้ หรือรู้บางแง่มุม)
การที่คุณมาถามเปลี่ยนประเด็นไปนี่บางทีมันก็น่ารำคาญนะครับ
เช่น คนเขาคุยกันว่าให้หมอนี่เข้าบ้านมาดีไหม? กำลังเถียงกันอยู่
แล้วคุณมาถามว่าถ้าไม่ใช่หมอนี่ล่ะ เป็นหมอนั่นแทนจะให้เข้าไหม?
ซึ่งมันคนละเรื่องเลยครับ หมอนี่มันจ่ออยู่หน้าประตู ไม่ต้องไปสมมุติถึงใครอีกแล้ว
ความรู้สึกน่ารำคาญไม่เข้าท่ามันจึงเกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่ได้เป็นสาระอะไรเลยคุณก็เปลืองตัวถูกรำคาญเสียเปล่าๆ
ผมชอบคุณในโหมดที่แสดงความเห็นออกมาแบบตรงไปตรงมามากกว่านะครับ
เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่าไป
ไม่ชอบโหมดชักใบให้เรือเสียครับ กระทู้มันจะเละ
ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามกระทู้นี้ และกระทู้อื่นๆ ที่เป็นกระทู้ข้อมูล
ผมมักจะอ่านก่อน แล้วถ้าเป็นเรื่องที่พอเข้าใจบ้างพอสมควร จึงจะคอมเม้นไป
แต่หลายครั้งผมกลับไม่คอมเม้นในสิ่งที่เป็นข้อมูลเกี่ยวข้อง เหมือนกับที่ชาวบ้านเค้าทำกัน
เนื่องจาก ผมไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเพียงพอประการหนึ่ง หรือ มีเพื่อนสมาชิกแลกเปลี่ยนไปในสิ่งที่ผมคิดแล้วประการหนึ่ง
เหตุที่ผมมักตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชป มุมมองท่านจะเปลี่ยนไปหรือไม่นั้น ผมไม่ได้อยากให้ชักใบให้เรือเสียครับ
แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นประเด็นสำคัญ ที่เป็นรากเหง้าของปัญหาการเมืองของบ้านเรา
หลายกรณีเป็นเรื่องดี นโยบายดี แต่นำเสนอโดยพรรคที่เลว ก็กลายเป็นเรื่องที่เลว นโยบายที่เลว ไปด้วย
สุดท้ายแล้วประชาชนเสียประโยชน์ ประเทศชาติเสียประโยชน์
สำหรับกรณีนาซ่านี้ ผมไม่มีความรู้จริงๆครับ แต่ก็ได้มารู้บ้างหลังจากได้อ่านบอร์ดนี่หละ
ที่ผมเห็นอย่างหนึ่ง อคติมันบังตาหลายท่านเกินไป มองอะไรเป็นประเด็นการเมืองไปหมด
ซึ่งจริงๆแล้วเพื่อไทย อาจมีนัยยะแอบแฝงที่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อันนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องจีนก็สำคัญ ต้องระมัดระวังความสัมพันธ์ไว้ให้มาก
แต่สิ่งที่ไม่ค่อยพูดถึงกัน คือเรื่อง Climate ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ว่าจะของชาติใดทั้งสิ้น
เราตั้งข้อสังเกตกันได้ ว่าถ้าเป็นเรื่องการทหาร การเมือง ผลประโยชน์ วีซ่า แล้วจะ ......
แต่ทำไมเราไม่ตั้งข้อสังเกต หรือถกเถียงกันในเรื่องของประโยชน์ที่จะได้รับให้มากกว่านี้
ผมความรู้น้อย ไม่รู้จะนำเสนอข้อมูลอะไร ประกอบกับเห็นว่ามีหลายท่านที่น่าจะมีความรู้มากพอสมควร
ผมเลยตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชปล่ะ คุณจะมองอย่างไร เพื่ออยากจะเห็นมุมมองที่แตกต่างบ้าง
เผื่อจะได้เห็นประโยชน์ ในมุมที่ยังไม่ได้เห็น ก็แค่นั้นครับ
ต้องขออภัยที่ทำให้คุณคลำปมและเพื่อนสมาชิกรำคาญใจครับ
- คลำปม likes this
#38
Posted 26 June 2012 - 08:14
รบกวนท่านดูคำตอบที่#37นะครับ
ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ แล้วมุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ
ที่ถามนี่ไม่ไช่ไรหรอกนะครับ แค่อยากให้ไตร่ตรองเหตุผลจริงๆดู
ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต กันขนาดนี้
คุณ tfex ถามแบบนี้ดูไม่ดีเลย เพราะเหตุผลต่างๆนานาเค้าถกกันในกระทู้อื่นคตั้งมากแล้ว. ยังมาสะกิดถามถึง "เหตุผลจริงๆ" อยู่นี่ แสดงว่าตั้งใจถามโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เจตนาคืออะไร
ขอถามกลับบ้างละกัน ว่าเคยคิดจะวิเคราะเรื่องราวต่างๆโดยไม่พูดถึงพรรคการเมืองเลยมั้ย
#39
Posted 26 June 2012 - 08:16
ถ้าตอนนี้ปชปเป็นรัฐบาลอยู่ แล้วมุมมองจะเปลี่ยนไปบ้างมั้ยครับ
ที่ถามนี่ไม่ไช่ไรหรอกนะครับ แค่อยากให้ไตร่ตรองเหตุผลจริงๆดู
ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต กันขนาดนี้
คุณ tfex ถามแบบนี้ดูไม่ดีเลย เพราะเหตุผลต่างๆนานาเค้าถกกันในกระทู้อื่นคตั้งมากแล้ว. ยังมาสะกิดถามถึง "เหตุผลจริงๆ" อยู่นี่ แสดงว่าตั้งใจถามโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เจตนาคืออะไร
ขอถามกลับบ้างละกัน ว่าเคยคิดจะวิเคราะเรื่องราวต่างๆโดยไม่พูดถึงพรรคการเมืองเลยมั้ย
รบกวนท่านดูคำตอบที่#37นะครับ
#40
Posted 26 June 2012 - 08:20
ครับ
ถึงคุณ TFEX นะครับ
ผมชื่นชมในความสุภาพของคุณเสมอมา
แต่ในบางเรื่องผมขอติงคุณหน่อยนะครับ
บางกระทู้มันเป็นกระทู้ข้อมูล ที่มีการโต้แย้งกัน ว่าใช่/ไม่ใช่
สิ่งใดควรเป็นทางออกของประเทศ
ทำแล้วเหมาะสมก็เสนอ+แย้งกันไปมา
ซึ่งหากคุณไม่ได้มีความคิดเห็นตรงนั้น ไม่ต้องการคุยเรื่องข้อมูล
(ที่คุณอาจรู้ หรือรู้บางแง่มุม)
การที่คุณมาถามเปลี่ยนประเด็นไปนี่บางทีมันก็น่ารำคาญนะครับ
เช่น คนเขาคุยกันว่าให้หมอนี่เข้าบ้านมาดีไหม? กำลังเถียงกันอยู่
แล้วคุณมาถามว่าถ้าไม่ใช่หมอนี่ล่ะ เป็นหมอนั่นแทนจะให้เข้าไหม?
ซึ่งมันคนละเรื่องเลยครับ หมอนี่มันจ่ออยู่หน้าประตู ไม่ต้องไปสมมุติถึงใครอีกแล้ว
ความรู้สึกน่ารำคาญไม่เข้าท่ามันจึงเกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่ได้เป็นสาระอะไรเลยคุณก็เปลืองตัวถูกรำคาญเสียเปล่าๆ
ผมชอบคุณในโหมดที่แสดงความเห็นออกมาแบบตรงไปตรงมามากกว่านะครับ
เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่าไป
ไม่ชอบโหมดชักใบให้เรือเสียครับ กระทู้มันจะเละ
ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามกระทู้นี้ และกระทู้อื่นๆ ที่เป็นกระทู้ข้อมูล
ผมมักจะอ่านก่อน แล้วถ้าเป็นเรื่องที่พอเข้าใจบ้างพอสมควร จึงจะคอมเม้นไป
แต่หลายครั้งผมกลับไม่คอมเม้นในสิ่งที่เป็นข้อมูลเกี่ยวข้อง เหมือนกับที่ชาวบ้านเค้าทำกัน
เนื่องจาก ผมไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเพียงพอประการหนึ่ง หรือ มีเพื่อนสมาชิกแลกเปลี่ยนไปในสิ่งที่ผมคิดแล้วประการหนึ่ง
เหตุที่ผมมักตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชป มุมมองท่านจะเปลี่ยนไปหรือไม่นั้น ผมไม่ได้อยากให้ชักใบให้เรือเสียครับ
แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นประเด็นสำคัญ ที่เป็นรากเหง้าของปัญหาการเมืองของบ้านเรา
หลายกรณีเป็นเรื่องดี นโยบายดี แต่นำเสนอโดยพรรคที่เลว ก็กลายเป็นเรื่องที่เลว นโยบายที่เลว ไปด้วย
สุดท้ายแล้วประชาชนเสียประโยชน์ ประเทศชาติเสียประโยชน์
สำหรับกรณีนาซ่านี้ ผมไม่มีความรู้จริงๆครับ แต่ก็ได้มารู้บ้างหลังจากได้อ่านบอร์ดนี่หละ
ที่ผมเห็นอย่างหนึ่ง อคติมันบังตาหลายท่านเกินไป มองอะไรเป็นประเด็นการเมืองไปหมด
ซึ่งจริงๆแล้วเพื่อไทย อาจมีนัยยะแอบแฝงที่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อันนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องจีนก็สำคัญ ต้องระมัดระวังความสัมพันธ์ไว้ให้มาก
แต่สิ่งที่ไม่ค่อยพูดถึงกัน คือเรื่อง Climate ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ว่าจะของชาติใดทั้งสิ้น
เราตั้งข้อสังเกตกันได้ ว่าถ้าเป็นเรื่องการทหาร การเมือง ผลประโยชน์ วีซ่า แล้วจะ ......
แต่ทำไมเราไม่ตั้งข้อสังเกต หรือถกเถียงกันในเรื่องของประโยชน์ที่จะได้รับให้มากกว่านี้
ผมความรู้น้อย ไม่รู้จะนำเสนอข้อมูลอะไร ประกอบกับเห็นว่ามีหลายท่านที่น่าจะมีความรู้มากพอสมควร
ผมเลยตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชปล่ะ คุณจะมองอย่างไร เพื่ออยากจะเห็นมุมมองที่แตกต่างบ้าง
เผื่อจะได้เห็นประโยชน์ ในมุมที่ยังไม่ได้เห็น ก็แค่นั้นครับ
ต้องขออภัยที่ทำให้คุณคลำปมและเพื่อนสมาชิกรำคาญใจครับ
เอาง่าย ถ้าคุณมาแบบสมมุติ ผมก็จะตอบแบบสมมุตินะ
ถ้าเรื่องนี้ ปชป.เป็นรัฐบาล เรื่องนี้ก็จะได้เอาไปถกกันในที่ประชุมรัฐสภาแน่นอน เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีผู้นำรัฐบาลที่ไม่เคยโดดประชุมสภา
แต่สิ่งที่จะเกิดตามมาคืออะไรรู้ไหม เรื่องนี้จะผ่านสภาไปแบบฉลุยโดยที่ประชาชนไม่ได้รับรู้กันอย่างกว้างขวางลึกซึ้ง ถึงที่มาที่ไปผลได้ผลเสียของเรื่องนี้ เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะว่าถ้า ปชป.เป็นรัฐบาล แล้วเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน สติปัญญาของฝ่ายค้านระดับเพื่อไทย มันไม่ได้มาประชุมสภากันเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่มันมาประชุมสภากันเพื่อช่วยทักษินให้พ้นผิดทุกวิถีทางเท่าที่มันจะทำได้ และดังนั้นเรื่องนี้จะผ่านสภาไปด้วยเสียงโหวตเป็นเอกฉันท์หลังจากอภิปรายกันพอหอมปากหอมคอสิบถึงสิบห้านาทีทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#41
Posted 26 June 2012 - 09:03
พฤติกรรมที่ผ่านมาของสหรัฐอเมริกา และพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยชุดนี้ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนระแวงสงสัยค่ะ - เมื่อได้อ่านบทความที่นำมาเสนอ เราเองไม่ได้เชื่อทันที แต่ได้ตามไปเสาะหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และพบบทความเกี่ยวกับงานวิจัยทางการทหารหลายชิ้นที่ระบุว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธของอเมริการ รวมทั้งประสิทธิภาพของการใช้ขีปนาวุธของอเมริกาต่อประเทศอื่น มีอุปสรรคสำคัญคือ สภาพลมฟ้าอากาศที่แปรปรวน และ ก้อนเมฆ และเขากำลังหาวิธีแก้ไขในเรื่องนี้ - นี่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับบทความชิ้นนี้ แต่เพื่อไม่ให้เกิดอคติ เราก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ NASA Climate Survey ด้วย ก้พบว่าโครงการวิจัยนี้มีอยู่จริง และมีบทความที่เขียนเกี่ยวกับความกังวลของอเมริกา เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นแหล่งอาหารของโลก ซึ่งทำให้อเมริกาเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร - นี่ก็ทำให้เราเชื่อว่าโครงการวิจัยของนาซ่า น่าจะต้องการศึกษาส่วนนี้จริง ๆ ด้วย แต่ก็อาจมีวัตถุประสงค์อื่นพ่วงมาด้วย เพราะผลวิจัยที่ได้มาก็สามารถนำไปใช้ได้ในหลายทางครับ
ถึงคุณ TFEX นะครับ
ผมชื่นชมในความสุภาพของคุณเสมอมา
แต่ในบางเรื่องผมขอติงคุณหน่อยนะครับ
บางกระทู้มันเป็นกระทู้ข้อมูล ที่มีการโต้แย้งกัน ว่าใช่/ไม่ใช่
สิ่งใดควรเป็นทางออกของประเทศ
ทำแล้วเหมาะสมก็เสนอ+แย้งกันไปมา
ซึ่งหากคุณไม่ได้มีความคิดเห็นตรงนั้น ไม่ต้องการคุยเรื่องข้อมูล
(ที่คุณอาจรู้ หรือรู้บางแง่มุม)
การที่คุณมาถามเปลี่ยนประเด็นไปนี่บางทีมันก็น่ารำคาญนะครับ
เช่น คนเขาคุยกันว่าให้หมอนี่เข้าบ้านมาดีไหม? กำลังเถียงกันอยู่
แล้วคุณมาถามว่าถ้าไม่ใช่หมอนี่ล่ะ เป็นหมอนั่นแทนจะให้เข้าไหม?
ซึ่งมันคนละเรื่องเลยครับ หมอนี่มันจ่ออยู่หน้าประตู ไม่ต้องไปสมมุติถึงใครอีกแล้ว
ความรู้สึกน่ารำคาญไม่เข้าท่ามันจึงเกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่ได้เป็นสาระอะไรเลยคุณก็เปลืองตัวถูกรำคาญเสียเปล่าๆ
ผมชอบคุณในโหมดที่แสดงความเห็นออกมาแบบตรงไปตรงมามากกว่านะครับ
เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่าไป
ไม่ชอบโหมดชักใบให้เรือเสียครับ กระทู้มันจะเละ
ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามกระทู้นี้ และกระทู้อื่นๆ ที่เป็นกระทู้ข้อมูล
ผมมักจะอ่านก่อน แล้วถ้าเป็นเรื่องที่พอเข้าใจบ้างพอสมควร จึงจะคอมเม้นไป
แต่หลายครั้งผมกลับไม่คอมเม้นในสิ่งที่เป็นข้อมูลเกี่ยวข้อง เหมือนกับที่ชาวบ้านเค้าทำกัน
เนื่องจาก ผมไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเพียงพอประการหนึ่ง หรือ มีเพื่อนสมาชิกแลกเปลี่ยนไปในสิ่งที่ผมคิดแล้วประการหนึ่ง
เหตุที่ผมมักตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชป มุมมองท่านจะเปลี่ยนไปหรือไม่นั้น ผมไม่ได้อยากให้ชักใบให้เรือเสียครับ
แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นประเด็นสำคัญ ที่เป็นรากเหง้าของปัญหาการเมืองของบ้านเรา
หลายกรณีเป็นเรื่องดี นโยบายดี แต่นำเสนอโดยพรรคที่เลว ก็กลายเป็นเรื่องที่เลว นโยบายที่เลว ไปด้วย
สุดท้ายแล้วประชาชนเสียประโยชน์ ประเทศชาติเสียประโยชน์
สำหรับกรณีนาซ่านี้ ผมไม่มีความรู้จริงๆครับ แต่ก็ได้มารู้บ้างหลังจากได้อ่านบอร์ดนี่หละ
ที่ผมเห็นอย่างหนึ่ง อคติมันบังตาหลายท่านเกินไป มองอะไรเป็นประเด็นการเมืองไปหมด
ซึ่งจริงๆแล้วเพื่อไทย อาจมีนัยยะแอบแฝงที่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อันนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องจีนก็สำคัญ ต้องระมัดระวังความสัมพันธ์ไว้ให้มาก
แต่สิ่งที่ไม่ค่อยพูดถึงกัน คือเรื่อง Climate ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ว่าจะของชาติใดทั้งสิ้น
เราตั้งข้อสังเกตกันได้ ว่าถ้าเป็นเรื่องการทหาร การเมือง ผลประโยชน์ วีซ่า แล้วจะ ......
แต่ทำไมเราไม่ตั้งข้อสังเกต หรือถกเถียงกันในเรื่องของประโยชน์ที่จะได้รับให้มากกว่านี้
ผมความรู้น้อย ไม่รู้จะนำเสนอข้อมูลอะไร ประกอบกับเห็นว่ามีหลายท่านที่น่าจะมีความรู้มากพอสมควร
ผมเลยตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชปล่ะ คุณจะมองอย่างไร เพื่ออยากจะเห็นมุมมองที่แตกต่างบ้าง
เผื่อจะได้เห็นประโยชน์ ในมุมที่ยังไม่ได้เห็น ก็แค่นั้นครับ
ต้องขออภัยที่ทำให้คุณคลำปมและเพื่อนสมาชิกรำคาญใจครับ
แต่ประเด็นสำคัญคือ การเข้ามาในเวลานี้ ที่จีนกำลังแผ่อิทธิพล และพม่ากำลังเปิดประเทศ มันทำให้น่าสงสัย ประกอบกับท่าทีลับ ๆ ล่อ ๆ ของรัฐบาลไทย - ที่จะดันเข้าครม.ลูกเดียว ไม่ยอมเอาเข้าสภาฯ ตามระเบียบ เพื่อให้มีการซักถามและสาธารณชนได้รับทราบข้อมูล -ขนาดคนออกมาถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายขนาดนี้ ยังไม่ยอมออกมาชี้แจงว่า ข้อตกลงมีอะไรบ้าง อนุญาตให้อเมริกาทำอะไรได้แค่ไหน ไทยมีข้อผูกมัดอะไรบ้าง มิหนำซ้า ยังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น ไปย้ำว่านาซ่าเป็นเอกชนไม่ใช่รัฐบาล เรื่องนี้เป็นเรื่องวิชาการเพียว ๆ ไทยจะได้ประโยชน์ - ใครขวางคือผู้ถ่วงความเจริญของชาติ - ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ Naive ทั้งหลายออกมาหนุนรัฐบาล และประนามคนคัดค้านว่าเป็นพวกบ้าการเมืองไม่ลืมหูลืมตาม เหมือนที่เกิดขึ้นในบอร์ดพันทิพ - อันนี้ต่างหาก ที่ทำให้ยิ่งน่าสงสัย - นี่ยังไม่นับเรื่องให้ทหารอเมริกามาประจำอยู่ RED HORSE ที่อู่ตะเพา เพื่อใช้เป็นฐานช่วยผู้ประสบภัยพิบัติในภูมิภาคนี้ที่รัฐบาลไม่พยายามพูดถึง เพราะแถได้ยากกว่เรื่องนาซ่านะคะ
หากมีคำอธิบาย ก็ยินดีรับฟังค่ะ
Now! Restart Thailand
#42
Posted 26 June 2012 - 09:46
กรณีเรื่องนาซ่าวิจัยเรื่องclimateอยู่จริง โดยอาจจะมีการพ่วงการวิจัยที่เกี่ยวกับการทหารด้วยนั้น ผมเห็นด้วยครับพฤติกรรมที่ผ่านมาของสหรัฐอเมริกา และพฤติกรรมที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยชุดนี้ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนระแวงสงสัยค่ะ - เมื่อได้อ่านบทความที่นำมาเสนอ เราเองไม่ได้เชื่อทันที แต่ได้ตามไปเสาะหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต และพบบทความเกี่ยวกับงานวิจัยทางการทหารหลายชิ้นที่ระบุว่า ระบบป้องกันขีปนาวุธของอเมริการ รวมทั้งประสิทธิภาพของการใช้ขีปนาวุธของอเมริกาต่อประเทศอื่น มีอุปสรรคสำคัญคือ สภาพลมฟ้าอากาศที่แปรปรวน และ ก้อนเมฆ และเขากำลังหาวิธีแก้ไขในเรื่องนี้ - นี่เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับบทความชิ้นนี้ แต่เพื่อไม่ให้เกิดอคติ เราก็ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ NASA Climate Survey ด้วย ก้พบว่าโครงการวิจัยนี้มีอยู่จริง และมีบทความที่เขียนเกี่ยวกับความกังวลของอเมริกา เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เป็นแหล่งอาหารของโลก ซึ่งทำให้อเมริกาเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร - นี่ก็ทำให้เราเชื่อว่าโครงการวิจัยของนาซ่า น่าจะต้องการศึกษาส่วนนี้จริง ๆ ด้วย แต่ก็อาจมีวัตถุประสงค์อื่นพ่วงมาด้วย เพราะผลวิจัยที่ได้มาก็สามารถนำไปใช้ได้ในหลายทาง
ครับ
ถึงคุณ TFEX นะครับ
ผมชื่นชมในความสุภาพของคุณเสมอมา
แต่ในบางเรื่องผมขอติงคุณหน่อยนะครับ
บางกระทู้มันเป็นกระทู้ข้อมูล ที่มีการโต้แย้งกัน ว่าใช่/ไม่ใช่
สิ่งใดควรเป็นทางออกของประเทศ
ทำแล้วเหมาะสมก็เสนอ+แย้งกันไปมา
ซึ่งหากคุณไม่ได้มีความคิดเห็นตรงนั้น ไม่ต้องการคุยเรื่องข้อมูล
(ที่คุณอาจรู้ หรือรู้บางแง่มุม)
การที่คุณมาถามเปลี่ยนประเด็นไปนี่บางทีมันก็น่ารำคาญนะครับ
เช่น คนเขาคุยกันว่าให้หมอนี่เข้าบ้านมาดีไหม? กำลังเถียงกันอยู่
แล้วคุณมาถามว่าถ้าไม่ใช่หมอนี่ล่ะ เป็นหมอนั่นแทนจะให้เข้าไหม?
ซึ่งมันคนละเรื่องเลยครับ หมอนี่มันจ่ออยู่หน้าประตู ไม่ต้องไปสมมุติถึงใครอีกแล้ว
ความรู้สึกน่ารำคาญไม่เข้าท่ามันจึงเกิดขึ้น ทั้งที่มันไม่ได้เป็นสาระอะไรเลยคุณก็เปลืองตัวถูกรำคาญเสียเปล่าๆ
ผมชอบคุณในโหมดที่แสดงความเห็นออกมาแบบตรงไปตรงมามากกว่านะครับ
เห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็ว่าไป
ไม่ชอบโหมดชักใบให้เรือเสียครับ กระทู้มันจะเละ
ในเรื่องของการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามกระทู้นี้ และกระทู้อื่นๆ ที่เป็นกระทู้ข้อมูล
ผมมักจะอ่านก่อน แล้วถ้าเป็นเรื่องที่พอเข้าใจบ้างพอสมควร จึงจะคอมเม้นไป
แต่หลายครั้งผมกลับไม่คอมเม้นในสิ่งที่เป็นข้อมูลเกี่ยวข้อง เหมือนกับที่ชาวบ้านเค้าทำกัน
เนื่องจาก ผมไม่มีความรู้ในเรื่องนั้นเพียงพอประการหนึ่ง หรือ มีเพื่อนสมาชิกแลกเปลี่ยนไปในสิ่งที่ผมคิดแล้วประการหนึ่ง
เหตุที่ผมมักตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชป มุมมองท่านจะเปลี่ยนไปหรือไม่นั้น ผมไม่ได้อยากให้ชักใบให้เรือเสียครับ
แต่ผมกลับเห็นว่ามันเป็นประเด็นสำคัญ ที่เป็นรากเหง้าของปัญหาการเมืองของบ้านเรา
หลายกรณีเป็นเรื่องดี นโยบายดี แต่นำเสนอโดยพรรคที่เลว ก็กลายเป็นเรื่องที่เลว นโยบายที่เลว ไปด้วย
สุดท้ายแล้วประชาชนเสียประโยชน์ ประเทศชาติเสียประโยชน์
สำหรับกรณีนาซ่านี้ ผมไม่มีความรู้จริงๆครับ แต่ก็ได้มารู้บ้างหลังจากได้อ่านบอร์ดนี่หละ
ที่ผมเห็นอย่างหนึ่ง อคติมันบังตาหลายท่านเกินไป มองอะไรเป็นประเด็นการเมืองไปหมด
ซึ่งจริงๆแล้วเพื่อไทย อาจมีนัยยะแอบแฝงที่เลวร้ายอย่างที่คิดก็ได้ อันนี้ผมเห็นด้วย
เรื่องจีนก็สำคัญ ต้องระมัดระวังความสัมพันธ์ไว้ให้มาก
แต่สิ่งที่ไม่ค่อยพูดถึงกัน คือเรื่อง Climate ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากกว่าเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ว่าจะของชาติใดทั้งสิ้น
เราตั้งข้อสังเกตกันได้ ว่าถ้าเป็นเรื่องการทหาร การเมือง ผลประโยชน์ วีซ่า แล้วจะ ......
แต่ทำไมเราไม่ตั้งข้อสังเกต หรือถกเถียงกันในเรื่องของประโยชน์ที่จะได้รับให้มากกว่านี้
ผมความรู้น้อย ไม่รู้จะนำเสนอข้อมูลอะไร ประกอบกับเห็นว่ามีหลายท่านที่น่าจะมีความรู้มากพอสมควร
ผมเลยตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นปชปล่ะ คุณจะมองอย่างไร เพื่ออยากจะเห็นมุมมองที่แตกต่างบ้าง
เผื่อจะได้เห็นประโยชน์ ในมุมที่ยังไม่ได้เห็น ก็แค่นั้นครับ
ต้องขออภัยที่ทำให้คุณคลำปมและเพื่อนสมาชิกรำคาญใจครับ
แต่ประเด็นสำคัญคือ การเข้ามาในเวลานี้ ที่จีนกำลังแผ่อิทธิพล และพม่ากำลังเปิดประเทศ มันทำให้น่าสงสัย ประกอบกับท่าทีลับ ๆ ล่อ ๆ ของรัฐบาลไทย - ที่จะดันเข้าครม.ลูกเดียว ไม่ยอมเอาเข้าสภาฯ ตามระเบียบ เพื่อให้มีการซักถามและสาธารณชนได้รับทราบข้อมูล -ขนาดคนออกมาถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายขนาดนี้ ยังไม่ยอมออกมาชี้แจงว่า ข้อตกลงมีอะไรบ้าง อนุญาตให้อเมริกาทำอะไรได้แค่ไหน ไทยมีข้อผูกมัดอะไรบ้าง มิหนำซ้า ยังพยายามเบี่ยงเบนประเด็น ไปย้ำว่านาซ่าเป็นเอกชนไม่ใช่รัฐบาล เรื่องนี้เป็นเรื่องวิชาการเพียว ๆ ไทยจะได้ประโยชน์ - ใครขวางคือผู้ถ่วงความเจริญของชาติ - ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ Naive ทั้งหลายออกมาหนุนรัฐบาล และประนามคนคัดค้านว่าเป็นพวกบ้าการเมืองไม่ลืมหูลืมตาม เหมือนที่เกิดขึ้นในบอร์ดพันทิพ - อันนี้ต่างหาก ที่ทำให้ยิ่งน่าสงสัย - นี่ยังไม่นับเรื่องให้ทหารอเมริกามาประจำอยู่ RED HORSE ที่อู่ตะเพา เพื่อใช้เป็นฐานช่วยผู้ประสบภัยพิบัติในภูมิภาคนี้ที่รัฐบาลไม่พยายามพูดถึง เพราะแถได้ยากกว่เรื่องนาซ่านะคะ
หากมีคำอธิบาย ก็ยินดีรับฟังค่ะ
ดังนั้นเราควรจะนำประเด็นเรื่องการวิจัยclimateมาพูดด้วย ไม่ใช่พูดแต่เรื่องการเมือง ผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผมเคยไปฟังบิล คลินตัน ปาฐกถาที่ทำเนียบเรื่องclimate เค้าบอกว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมนี้ผลักดันกันมานานมาก โดยที่ไม่รู้ว่าจะสำเร็จเมื่อไหร่
เพราะหลายประเทศไม่ได้ปฏิบัติตามกรอบข้อตกลงเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ยังมุ่งแต่พัฒนาเศรษฐกิจ
หลายวันก่อน มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศเปิดเผยงานวิจัยว่า จุดสิ้นสุดทางสิ่งแวดล้อมอาจจะอยู่ไม่ไกลอย่างที่คิดกันไว้ ว่าอีกหลายร้อยปีข้างหน้า
แต่มันอาจจะร่นระยะเวลามาเป็นต้นศตวรรษใหม่นี้ ซึ่งถ้าเป็นตามนั้นจริง ตัวเราอาจไม่เดือดร้อน แต่ลูกหลานเราคงต้องลำบากกันมาก
ถ้าให้ชั่งน้ำหนักระหว่าง ประโยชน์ส่วนรวมของโลก คือ ได้ศึกษาวิจัยclimate เพื่อนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดผลประโยชน์แก่คนทั้งโลก กับ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไทยกับจีน (ในกรณีที่หากให้ใช้อู่ตะเภา แล้วจีนจะไม่พอใจเราจริงๆ)
ส่วนตัวผมเห็นว่า ควรให้ใช้ โดยต้องสามารถหาทางตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ และสามารถหาวิธีเคลียร์ความสัมพันธ์กับจีน ให้ได้ด้วย ซึ่งนั้นเป็นงานของรัฐบาล
การตรวจสอบความโปร่งใสหรือความจริง ว่าโครงการนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษาclimateจริงหรือไม่ รัฐบาลไทยสามารถกำหนดกรอบความร่วมมือกับนาซ่า เช่น ขอความร่วมมือให้มีนักวิทยาศาสตร์ไทย (ที่เป็นที่ยอมรับ เช่น อาจารย์มหาลัย นักวิจัยจากกระทรวงต่างๆ เป็นต้น) ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในการศึกษาclimateด้วย, ขอรายงานอย่างเป็นทางการให้กับรัฐบาลเป็นรายไตรมาศ หรือรายปี เพื่อให้รัฐบาลนำไปประเมินความคืบหน้าของการวิจัย
ทั้งสองตัวอย่างในวรรคก่อน เมื่อทางไทยเราได้รับข้อมูลจากนาซ่าแล้ว ก็นำมาปรึกษาหารือกัน ว่าการให้ใช้อู่ตะเภามาเป็นระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้ แล้วมีความคืบหน้าไปแค่ไหนอย่างไร นำไปประเมินความคืบหน้าของการวิจัย ชั่งน้ำหนักว่าจะให้ใช้ต่อไปหรือจะยกเลิกการไม่ให้ใช้ต่อ
ส่วนกรณีความสัมพันธ์กับจีน มันขึ้นอยู่กับภาพที่ไทยจะฉายออกไปให้เค้าได้เห็นด้วย กระทรวงต่างประเทศไม่ได้มีแต่รัฐมนตรีโง่ๆอย่างเดียว ยังมีขรก ลูกหม้อที่มีประสบการณ์ทางการฑูต และมีสายสัมพันธ์กับผู้นำระดับสูงของจีนหลายๆท่าน อีกทั้งสมเด็จพระเทพท่านได้มีความสัมพันธ์ เป็นที่ประทับใจของคนจีนมากมาย
รวมถึงนักธุรกิจระดับโลกของไทยในจีน ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นเกินกว่าที่เราจะเข้าใจ
ดังนั้นผมยังมองไม่เห็นภาพเลวร้ายถึงขนาดที่ไทยกับจีนจะเสียสัมพันธ์กันเพราะเรื่องอู่ตะเภา ไม่ถึงขนาดเสียตัวเลขการค้าการลงทุน หรือจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นล้านๆ
ถ้าถึงขนาดที่จีนจะบอยคอร์ดไทย จนประกาศห้ามนักท่องเที่ยวเข้ามา ห้ามพ่อค้า นักลงทุนเข้ามา ผมว่าโลกก็คงจะบอยคอร์ดจีน จนต้องปิดประเทศกลับไปอยู่แบบเดิม
แต่เห็นด้วยว่าอาจจะมีการเคืองใจกันบ้าง แต่อย่างที่บอก มันอยู่ที่วิธีการของเราด้วยครับ จะทำให้เค้าโกรธมาก โกรธน้อย หรือไม่โกรธเลย
ช่วยกันคิดตรงนี้ด้วยก็ดีนะครับว่าทำไงให้ความสัมพันธ์มันยังดีอยู่
#43
Posted 26 June 2012 - 09:51
ถ้าจะมองประโยชน์ในเรื่องความสัมพันธ์กับจีน ว่ามีความสำคัญกว่าเรื่องclimate แล้วเรื่องความสัมพันธ์กับอเมริกาล่ะครับ ไม่ค่อยเห็นพูดถึงกัน
ถ้าไม่ให้เค้าใช้ เค้าจะโกรธเรามั้ย จะเสียตัวเลขการค้าการลงทุน นักท่องเที่ยว จากเค้าบ้างมั้ย
#44
Posted 26 June 2012 - 09:59
เพิ่มเติมเม้นเมื่อกี๊อีกนิดครับ
ถ้าจะมองประโยชน์ในเรื่องความสัมพันธ์กับจีน ว่ามีความสำคัญกว่าเรื่องclimate แล้วเรื่องความสัมพันธ์กับอเมริกาล่ะครับ ไม่ค่อยเห็นพูดถึงกัน
ถ้าไม่ให้เค้าใช้ เค้าจะโกรธเรามั้ย จะเสียตัวเลขการค้าการลงทุน นักท่องเที่ยว จากเค้าบ้างมั้ย
ไม่ต้องห่วงครับ เพราะ เรากับเมกามีความสนิทแนบแน่น เค้ารักเราจะตาย... เพราะเรายอมหักหน้ารัสเซีย ประเคน วิกเตอร์ บูท ไปให้
เมกา ตัดสิน จำคุกเรียบร้อย...
ตอนนั้นไม่เห็นสนใจเลยว่ารัสเซียจะคิดอย่างไร....
ใครๆก็รู้ว่าทำไม....
เพราะสมัยนั้น.... เทพประทานเป็น รัฐบาล...
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#45
Posted 26 June 2012 - 10:09
#46
Posted 26 June 2012 - 10:09
ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ นางนริศรา ทองบุญชู อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ความเห็นกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ นาซา ยื่นขออนุญาตใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อเป็นสถานีวิจัยศึกษาเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ ระหว่างการเสวนาเรื่อง “นาซ่าจะมาทำอะไรที่อู่ตะเภา”ว่า นาซาต้องการสำรวจชั้นบรรยากาศมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอย่างไร เพื่อที่เข้าใจกระบวนการทั้งหมด ถ้านาซานำเครื่องบินและอุปกรณ์มาปฏิบัติการจะทำให้คำนวณการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศได้มากขึ้น ทำให้ทราบว่ามีผลอย่างไรต่อสภาพอากาศ การเกิดเมฆและฝน และนำข้อมูลมาทำนายสภาพอากาศ เพื่อใช้ป้องกันปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้งและมลพิษทางอากาศ
นางนริศรา กล่าวต่อว่า มีโอกาสร่วมงานกับนาซาในโครงการศึกษาสภาวะอากาศที่สหรัฐอเมริกา โดยโครงการหนึ่งมีมูลค่า 900 ล้านบาท ส่วนกรณีที่ไม่สามารถบอกกำหนดการบินได้ล่วงหน้าเพราะสภาพอากาศแน่นอน รวมถึงเครื่องบินที่ใช้ในการปฏิบัติการภายในมีแต่อุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยเท่านั้น และได้รับความรู้จากการร่วมงานครั้งนี้มาก
“ในการศึกษาที่ประเทศไทยครั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาจะเผยแพร่ให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปแน่นอนแต่ไม่ทันทีเพราะต้องมีการประมวลผลข้อมูลก่อน หลังจากนั้นใครก็สามารถหยิบข้อมูลมาใช้ได้เลย ส่วนกรณีที่นาซาต้องการคำตอบของไทยภายในวันที่ 26มิถุนายน เป็นเพราะทำเรื่องมานานแล้วแต่กระบวนการล่าช้าในช่วงการพิจารณาของกระทรวงต่างประเทศ ทำให้มีเวลาเตรียมโครงการน้อย"นางนริศรากล่าว
ด้านนางบุศราศิริ ธนะ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สาเหตุที่นาซ่าเลือกเข้ามาศึกษาในช่วงนี้เพราะไทยได้รับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พอดีซึ่งเป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมกับการตรวจฝุ่นควันในอากาศหรือ ละอองลอย ที่เคลื่อนที่ไปในอากาศหลายๆแห่งของโลกจะทำให้การคาดการณ์โลกร้อนใกล้เคียงกับความจริงที่สุด
นางบุศราศิริกล่าวว่าปัจจุบันไทยมีข้อมูลภาคพื้นดินจากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดิน และในชั้นบรรยากาศที่ได้ข้อมูลจากดาวเทียม แต่ยังขาดข้อมูลที่ต้องใช้เครื่องบินเก็บตัวอย่าง
นายเสริม จันทร์ฉาย อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ความเห็นว่าก่อนหน้านี้นาซามีความสนใจศึกษาสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือมีไฟป่าที่หนาแน่นและชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของโลก และทำให้พายุรุนแรงมากขึ้น จึงเป็นต้นกำเนิดของโครงการ 7-SEAS ที่ต้องใช้ดาวเทียม, เครื่องบินและเครื่องวัดภาคพื้นดิน ในการปฏิบัติการ[/font]
นายเสริมกล่าวว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เพราะปัจจุบันความสามารถทางเครื่องมือของนักวิชาการไทยยังไม่สูงมากนักดังนั้นการศึกษาของนาซาจะทำให้ไทยมีองค์ความรู้ด้านบรรยากาศมากขึ้นแต่ยังไม่เห็นมีข้อเสียใดๆเลย ในขณะที่เลือกใช้อู่ตะเภาเพราะมีรันเวย์ที่ยาว มีความพร้อมด้านอาคารและสถานที่ อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร และประสานงานง่าย
นักวิทยาศาสตร์ไทย วอน นักการเมือง ยุติ ขัดขวางโครงการนาซา
นักวิทยาศาสตร์ไทย วอน นักการเมือง ยุติ ขัดขวางโครงการนาซา ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ศึกษาชั้นบรรยากาศ ยัน มีประโยชน์ต่อประเทศมาก
วันที่ 25 มิ.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอัญมณี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเสริม จันทร์ฉาย อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ ม.ศิลปากร พร้อมด้วย นางนริศรา ทองบุญชู อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะผู้ประสานงานโครงการวิจัยสภาวะบรรยากาศแบบร้อนชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAC4RS) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา ) ในประเทศไทย เปิดเวที ชี้แจงสื่อมวลชน ถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมมือ เปิดสนามบินอู่ตะเภาให้นาซาเข้าดำเนินการโครงการ SEAC4RS ว่า นาซาได้ติดตามศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศแบบร้อนชื้นของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือ มีไฟป่าที่หนาแน่น และชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของโลก และทำให้พายุรุนแรงมากขึ้น มานานตั้งแต่ปี พ.ศ.2548
ซึ่งร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จาก 7 ประเทศ คือ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน และการเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการวิจัยภาคพื้นดินที่สนามบินอู่ตะเภานั้น ก็เพื่อศึกษาสภาวะอากาศเชิงลึกอย่างเป็นระบบ เพื่อทำเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในชั้นบรรยากาศที่มีอิทธิพลต่อการการเกิดเมฆและฝนในภูมิภาคนี้ และนำข้อมูลมาทำนายสภาพอากาศ เพื่อใช้ป้องกันปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้งและมลพิษทางอากาศ
นางนริศรา กล่าวอีกว่า ข้อมูลและองค์ความรู้ที่จะได้นาซา ในการดำเนินการโครงการ SEAC4RS ในประเทศไทยครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักวิทศาสตร์ไทยอย่างมาก เพราะปัจจุบันความสามารถทางเครื่องมือวิทยาศาสตร์ไทย ยังมีสิทธิภาพไม่สูงมากนัก
ดังนั้น การศึกษาของนาซา จะทำให้ไทยมีองค์ความรู้ด้านบรรยากาศมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นมีข้อเสียใดๆเลย ในขณะที่เลือกใช้อู่ตะเภาเพราะมีรันเวย์ที่ยาว มีความพร้อมด้านอาคารและสถานที่ อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร และประสานงานง่าย ดังนั้น จึงอยากให้นักการเมืองหยุดการนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นทางการเมือง จนทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องนี้ไป.
เอานักวิทย์ต่างชาติบ้าง...
Dr.Hal Maring นักวิทยาศาสตร์นาซ่า ให้สัมภาษณ์กรณีองค์การนาซ่า จะมาใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ไม่เกี่ยวกับทหาร
นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่า 35 คนได้ประชุมด่วนกับ ดร.นริศรา ทองบุญชู และ ดร.ปรีสาร รักวาทิน จากจิสด้า เป็นสองนักวิทยาศาสตร์ไทย ที่ได้ร่วมงานกับนาซ่า
นาซ่ายืนยันว่าโครงการดังกล่าวนี้เป็นศึกษาองค์ประกอบของอากาศ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดเมฆและอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพยากรณ์สภาวะอากาศ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการใช้ข้อมูลนี้เพื่อการตัดสินใจในระดับสูง
เหตุที่มาใช้ไทยเพราะมีสัมพันธ์ที่ดีกับนักวิทยาศาสตร์ไทย และนักวิทยาศาสตร์ไทยนี้เก่งมาก อีกทั้งที่เลือกอุ่ตะเภา เพราะสามารถขึ้นลงเครื่องบิน มีสถานีเติมน้ำมันเพียงพ อ ดร.ฮาว ยืนยันว่าการบินทุกจุดต้องรายงานให้ไทยและทุกประเทศเกี่ยวเนื่องทราบแผนที่การบินทั้งหมด และยืนยันไม่ได้บินเข้าน่านฟ้าจีน
ถ้าเชื่อจินตนาการไปว่า ซานต้าอยู่ขั้วโลก... เพราะมี "หลักฐาน" จากนิทาน ความเชื่อ และ บทความหลายเรื่อง...
เราคงสำรวจมันไม่ได้เพราะกลัวไม่ได้ของขวัญ....
Edited by hentai, 26 June 2012 - 10:13.
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#47
Posted 26 June 2012 - 10:19
ยิ่งอ่านแล้ว ยิ่งปวดหัวใจ คิดไปได้ ขนาดเด็กบ้านเราได้รางวัลเหรียญทองฟิสิก เคมี ไม่รู้กี่เหรียญ กลับมายังช่วย Ha ประเทศอะไรไม่ได้เลย ก็ยังต้องซื้อ ต้องอุปโภคของต่างชาติ เก่งแต่เรียน ทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีประโยชน์
ประเทศเรา นะ มีนักวิชาการเก่งมาก รู้หมด ดวงจันทร์ มีกี่หลุม มีกี่เนิน แต่ไม่มียานอวกาศไป กำจริงๆ เก่งมากๆๆๆ เหมือนคนจน เล่าเรื่องความร่ำรวย
Edited by raksthaban, 26 June 2012 - 10:21.
#48
Posted 26 June 2012 - 10:24
Former soldier US Army, infantry. MOS: 11B1P *Graduate of the US Army Infantry School at Ft. Benning, Georgia. *Graduate US Army Airborne School, Ft. Benning, Georgia. *Studied Ethics at Phoenix College. Religion at Grand Canyon University, Phoenix, Arizona Author: "Digital Espionage are you at risk" and "Social Networking sites and the military". See profile on facebook, Twitter LinkedIn and stumbleupon contact information: [email protected]
แปลเอาเองนะครับ.... และถามตัวเองว่า ไปถามเค้าเรื่อง การวิจัยวิทยาศาสตร์ไม่ว่าเรื่องอะไร... มันจะได้ความเห็นอะไรกลับมา....
นี่ยังไม่นับว่า นาย Robert Tilford ข่าวจาก BangKok Post บ้านเรามา วิแคะ.... บวกกับ background ความรู้ที่มีอย่างมากมายเกี่ยวกับ สภาพอากาศ.. (555)
แล้วสรุปตามที่อ่านได้ว่ามาทำไม..
ซึ่งตรงใจ... เหล่าพวกที่เชื่อว่า ซานต้ามีจริง....
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#49
Posted 26 June 2012 - 10:24
อย่างที่บอกนะคะ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีโครงการวิจัยนี้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่ท่าทีของรัฐบาล และการชี้แจงต่อสาธารณชน หากเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมจริง เชื่อว่าไม่มีใครขัดขวาง รัฐบาลต้องออกมาชี้แจง และเอาเข้าสภาฯ เพื่อตอบข้อซักถาม ถ้าโปร่งใส และมีประโยชน์จริงเชื่อว่าแม้แต่จีนก็จะสนับสนุนเวทีนักวิทยาศาสตร์ แจงยิบนาซามาตั้งฐาน"อู่ตะเภา"มั่นใจไทยได้ข้อมูลปรากฎการณ์ธรรมชาติ
ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ นางนริศรา ทองบุญชู อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ความเห็นกรณีองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือ นาซา ยื่นขออนุญาตใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อเป็นสถานีวิจัยศึกษาเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศ ระหว่างการเสวนาเรื่อง “นาซ่าจะมาทำอะไรที่อู่ตะเภา”ว่า นาซาต้องการสำรวจชั้นบรรยากาศมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอย่างไร เพื่อที่เข้าใจกระบวนการทั้งหมด ถ้านาซานำเครื่องบินและอุปกรณ์มาปฏิบัติการจะทำให้คำนวณการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศได้มากขึ้น ทำให้ทราบว่ามีผลอย่างไรต่อสภาพอากาศ การเกิดเมฆและฝน และนำข้อมูลมาทำนายสภาพอากาศ เพื่อใช้ป้องกันปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้งและมลพิษทางอากาศ
นางนริศรา กล่าวต่อว่า มีโอกาสร่วมงานกับนาซาในโครงการศึกษาสภาวะอากาศที่สหรัฐอเมริกา โดยโครงการหนึ่งมีมูลค่า 900 ล้านบาท ส่วนกรณีที่ไม่สามารถบอกกำหนดการบินได้ล่วงหน้าเพราะสภาพอากาศแน่นอน รวมถึงเครื่องบินที่ใช้ในการปฏิบัติการภายในมีแต่อุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยเท่านั้น และได้รับความรู้จากการร่วมงานครั้งนี้มาก
“ในการศึกษาที่ประเทศไทยครั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาจะเผยแพร่ให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปแน่นอนแต่ไม่ทันทีเพราะต้องมีการประมวลผลข้อมูลก่อน หลังจากนั้นใครก็สามารถหยิบข้อมูลมาใช้ได้เลย ส่วนกรณีที่นาซาต้องการคำตอบของไทยภายในวันที่ 26มิถุนายน เป็นเพราะทำเรื่องมานานแล้วแต่กระบวนการล่าช้าในช่วงการพิจารณาของกระทรวงต่างประเทศ ทำให้มีเวลาเตรียมโครงการน้อย"นางนริศรากล่าว
ด้านนางบุศราศิริ ธนะ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สาเหตุที่นาซ่าเลือกเข้ามาศึกษาในช่วงนี้เพราะไทยได้รับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พอดีซึ่งเป็นสภาพอากาศที่เหมาะสมกับการตรวจฝุ่นควันในอากาศหรือ ละอองลอย ที่เคลื่อนที่ไปในอากาศหลายๆแห่งของโลกจะทำให้การคาดการณ์โลกร้อนใกล้เคียงกับความจริงที่สุด
นางบุศราศิริกล่าวว่าปัจจุบันไทยมีข้อมูลภาคพื้นดินจากสถานีตรวจวัดภาคพื้นดิน และในชั้นบรรยากาศที่ได้ข้อมูลจากดาวเทียม แต่ยังขาดข้อมูลที่ต้องใช้เครื่องบินเก็บตัวอย่าง
นายเสริม จันทร์ฉาย อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ความเห็นว่าก่อนหน้านี้นาซามีความสนใจศึกษาสภาพอากาศแบบร้อนชื้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือมีไฟป่าที่หนาแน่นและชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของโลก และทำให้พายุรุนแรงมากขึ้น จึงเป็นต้นกำเนิดของโครงการ 7-SEAS ที่ต้องใช้ดาวเทียม, เครื่องบินและเครื่องวัดภาคพื้นดิน ในการปฏิบัติการ[/font]
นายเสริมกล่าวว่า ประเทศไทยจะได้ประโยชน์เพราะปัจจุบันความสามารถทางเครื่องมือของนักวิชาการไทยยังไม่สูงมากนักดังนั้นการศึกษาของนาซาจะทำให้ไทยมีองค์ความรู้ด้านบรรยากาศมากขึ้นแต่ยังไม่เห็นมีข้อเสียใดๆเลย ในขณะที่เลือกใช้อู่ตะเภาเพราะมีรันเวย์ที่ยาว มีความพร้อมด้านอาคารและสถานที่ อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร และประสานงานง่าย
นักวิทยาศาสตร์ไทย วอน นักการเมือง ยุติ ขัดขวางโครงการนาซา
นักวิทยาศาสตร์ไทย วอน นักการเมือง ยุติ ขัดขวางโครงการนาซา ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา ศึกษาชั้นบรรยากาศ ยัน มีประโยชน์ต่อประเทศมาก
วันที่ 25 มิ.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารอัญมณี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเสริม จันทร์ฉาย อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ ม.ศิลปากร พร้อมด้วย นางนริศรา ทองบุญชู อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในฐานะผู้ประสานงานโครงการวิจัยสภาวะบรรยากาศแบบร้อนชื้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAC4RS) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา ) ในประเทศไทย เปิดเวที ชี้แจงสื่อมวลชน ถึงความจำเป็นที่ต้องร่วมมือ เปิดสนามบินอู่ตะเภาให้นาซาเข้าดำเนินการโครงการ SEAC4RS ว่า นาซาได้ติดตามศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพบรรยากาศแบบร้อนชื้นของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีลักษณะพิเศษ คือ มีไฟป่าที่หนาแน่น และชุมชนขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของโลก และทำให้พายุรุนแรงมากขึ้น มานานตั้งแต่ปี พ.ศ.2548
ซึ่งร่วมมือกับนักวิทยาศาสตร์จาก 7 ประเทศ คือ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน และการเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการวิจัยภาคพื้นดินที่สนามบินอู่ตะเภานั้น ก็เพื่อศึกษาสภาวะอากาศเชิงลึกอย่างเป็นระบบ เพื่อทำเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในชั้นบรรยากาศที่มีอิทธิพลต่อการการเกิดเมฆและฝนในภูมิภาคนี้ และนำข้อมูลมาทำนายสภาพอากาศ เพื่อใช้ป้องกันปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้งและมลพิษทางอากาศ
นางนริศรา กล่าวอีกว่า ข้อมูลและองค์ความรู้ที่จะได้นาซา ในการดำเนินการโครงการ SEAC4RS ในประเทศไทยครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับนักวิทศาสตร์ไทยอย่างมาก เพราะปัจจุบันความสามารถทางเครื่องมือวิทยาศาสตร์ไทย ยังมีสิทธิภาพไม่สูงมากนัก
ดังนั้น การศึกษาของนาซา จะทำให้ไทยมีองค์ความรู้ด้านบรรยากาศมากขึ้น แต่ยังไม่เห็นมีข้อเสียใดๆเลย ในขณะที่เลือกใช้อู่ตะเภาเพราะมีรันเวย์ที่ยาว มีความพร้อมด้านอาคารและสถานที่ อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร และประสานงานง่าย ดังนั้น จึงอยากให้นักการเมืองหยุดการนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นทางการเมือง จนทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เรื่องนี้ไป.
เอานักวิทย์ต่างชาติบ้าง...
Dr.Hal Maring นักวิทยาศาสตร์นาซ่า ให้สัมภาษณ์กรณีองค์การนาซ่า จะมาใช้สนามบินอู่ตะเภาเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ไม่เกี่ยวกับทหาร
นักวิทยาศาสตร์ของนาซ่า 35 คนได้ประชุมด่วนกับ ดร.นริศรา ทองบุญชู และ ดร.ปรีสาร รักวาทิน จากจิสด้า เป็นสองนักวิทยาศาสตร์ไทย ที่ได้ร่วมงานกับนาซ่า
นาซ่ายืนยันว่าโครงการดังกล่าวนี้เป็นศึกษาองค์ประกอบของอากาศ ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดเมฆและอากาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพยากรณ์สภาวะอากาศ ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อการใช้ข้อมูลนี้เพื่อการตัดสินใจในระดับสูง
เหตุที่มาใช้ไทยเพราะมีสัมพันธ์ที่ดีกับนักวิทยาศาสตร์ไทย และนักวิทยาศาสตร์ไทยนี้เก่งมาก อีกทั้งที่เลือกอุ่ตะเภา เพราะสามารถขึ้นลงเครื่องบิน มีสถานีเติมน้ำมันเพียงพ อ ดร.ฮาว ยืนยันว่าการบินทุกจุดต้องรายงานให้ไทยและทุกประเทศเกี่ยวเนื่องทราบแผนที่การบินทั้งหมด และยืนยันไม่ได้บินเข้าน่านฟ้าจีน
ถ้าเชื่อจินตนาการไปว่า ซานต้าอยู่ขั้วโลก... เพราะมี "หลักฐาน" จากนิทาน ความเชื่อ และ บทความหลายเรื่อง...
เราคงสำรวจมันไม่ได้เพราะกลัวไม่ได้ของขวัญ....
แล้วอีกประเด็นที่ถามไว้ เรื่องที่ทหารอเมริกาจะต้องเข้ามาตั้งฐานเพื่อช่วยเรื่องภัยพิบัติล่ะคะ ไม่เห็นมีใครออกมาชี้แจง ทำไมเป็นไทย ทำไมไม่เป็นอินโดนีเซียที่ประสบภัยบ่อย มากกว่าเรามาก
อ้อ! แล้วบทความทางวิชาการ และบทวิจัย ที่มีหลักฐานอ้างอิง กับนิทานหลอกเด็กนี่มันคนละเรื่องนะคะ
Now! Restart Thailand
#50
Posted 26 June 2012 - 10:31
นี่ยิ่งแสดงให้เห็นว่า คนเขียนบทความนี้เป็นคนใน และมีความรู้ด้านการทหาร และยุทธวิธีของอเมริกา และบทวิจัยที่พูดถึงก็เป็นบทวิจัยทางการทหารที่มีลมฟ้าอากาศมาเกี่ยวข้อง - การอ้าง Bangkok Post ก็เป็นการอ้าง fact ในเรื่องนี้ ก่อนจะนำไปสู่บทวิเคราะห์ในส่วนที่เขามีความรู้ และประสบการณ์เท่านั้นนะคะ กลับไปอ่านใหม่ให้ละเอียดนะคะเด๋วว่าไม่ตรงประเด็น... มาดูกันดีกว่าว่า นาย Robert Tilford เป็นใคร.
Former soldier US Army, infantry. MOS: 11B1P *Graduate of the US Army Infantry School at Ft. Benning, Georgia. *Graduate US Army Airborne School, Ft. Benning, Georgia. *Studied Ethics at Phoenix College. Religion at Grand Canyon University, Phoenix, Arizona Author: "Digital Espionage are you at risk" and "Social Networking sites and the military". See profile on facebook, Twitter LinkedIn and stumbleupon contact information: [email protected]
แปลเอาเองนะครับ.... และถามตัวเองว่า ไปถามเค้าเรื่อง การวิจัยวิทยาศาสตร์ไม่ว่าเรื่องอะไร... มันจะได้ความเห็นอะไรกลับมา....
นี่ยังไม่นับว่า นาย Robert Tilford ข่าวจาก BangKok Post บ้านเรามา วิแคะ.... บวกกับ background ความรู้ที่มีอย่างมากมายเกี่ยวกับ สภาพอากาศ.. (555)
แล้วสรุปตามที่อ่านได้ว่ามาทำไม..
ซึ่งตรงใจ... เหล่าพวกที่เชื่อว่า ซานต้ามีจริง....
- isa, Novice and เช never die like this
Now! Restart Thailand
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users










