เปิดเอกสาร"โครงการนาซา" ประเดิมยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ !!!
#1
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 21:30
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เวลา 11:00:38 น.
1) แถลงการณ์แสดงเจตจำนงร่วม
แถลงการณ์ แสดงเจตจำนงร่วม ลงวันที่ 28 กันยายน 2010 (พ.ศ.2553) ทำขึ้นระหว่าง สทอภ.และนาซา โดยมี นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) สทอภ. เป็นผู้ลงนาม ของฝ่ายไทย และ นายชาร์ลส์ เอฟ. โบลเดน ผู้อำนวยการบริหารองค์การนาซา เป็นผู้ลงนามของฝ่ายสหรัฐ
สาระสำคัญตอนหนึ่งของเอกสารดังกล่าวระบุเอาไว้ว่า
"...เอกสาร นี้มีขึ้นเพื่อจัดตั้งการสื่อสารใกล้ชิดกันระหว่าง 2 ฝ่าย เพื่อจำแนกและบ่งชี้กิจกรรมความร่วมมือใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์พื้นพิภพ (เอิร์ธไซน์ซ) และการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อผลประโยชน์แห่งสังคม และขอบเขตอื่นๆ ที่เป็นผลประโยชน์ร่วม..."
และ
"ความร่วมมือว่าด้วยวิทยา ศาสตร์พื้นพิภพ อันรวมถึงการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายภาคพื้นดิน, การปฏิบัติภารกิจทางอากาศ, และเทคโนโลยีในห้วงอวกาศ สามารถยังประโยชน์ให้เกิดความเข้าใจในระบบโลก พลวัตที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับโลก และผลกระทบต่อกิจกรรมของมนุษยชาติต่อสภาวะแวดล้อมอีกด้วย"
ตอนท้ายของแถลงการณ์แสดงเจตจำนงร่วม ระบุเอาไว้ดังนี้
"...การ กระทำใด อันเป็นผลสืบเนื่องจากแถลงการณ์แสดงเจตจำนงร่วมนี้ จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคลากร เงินทุน และทรัพยากรอื่นๆ และจะดำเนินการให้เป็นไปในทางปฏิบัติผ่านกลไกระหว่างประเทศที่เหมาะสมต่อไป"
2) บันทึกทางการทูต
ต่อ มาเมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2554 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ส่งบันทึกทางการทูตเลขที่ 2011-371 ถึงกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ร้องขอให้มีการพบหารือกันระหว่างสถานทูต, เจ้าหน้าที่นาซาที่เดินทางจากสหรัฐ กับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกระทรวงอื่นที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเสนอให้มีตัวแทนของกองทัพเรือเข้าร่วมหารือด้วย ในวันที่ 21 มีนาคม 2554
วัตถุประสงค์ของการหารือ "เกี่ยวเนื่องกับโครงการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่นาซาเสนอเพื่อร่วมมือกับไทยในปี 2012 (พ.ศ.2555)"
3) บันทึกทางการทูต
ต่อ มาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ทำบันทึกทางการทูต เลขที่ 2011-1986 ถึงกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ อ้างถึงการประชุมร่วมกับฝ่ายไทยเมื่อวันที่ 25 มีนาคม (2554)
พร้อมบันทึกดังกล่าว ได้มีการแนบเอกสารรายละเอียดของโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ที่เป็นข้อเสนอขององค์การนาซามาให้ตามคำร้องขอ ตอนหนึ่งของบันทึกทางการทูตฉบับนี้ ระบุเอาไว้ว่า
"ทางเราขอยื่นข้อ เสนอนี้เพื่อการพิจารณาอย่างเป็นทางการ ตามคำร้องขอของทางกระทรวงการต่างประเทศ และคาดหวังว่าจะได้หารือเพิ่มเติมกันในอนาคตอันใกล้"
บันทึกพร้อม เอกสารแนบดังกล่าว ยังทำสำเนาถึงกระทรวงกลาโหม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยอีกด้วย
4) จดหมายจากกระทรวงต่างประเทศ
วัน ที่ 1 กรกฎาคม 2554 กระทรวงการต่างประเทศส่งจดหมายเลขที่ 1102/626 ถึงสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ในจดหมายดังกล่าวอ้างถึงบันทึกทางการทูตเลขที่ 2011-1986 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2011 (พ.ศ.2554) และการพบหารือกับ ดร.ฮัล มาริ่ง นักวิทยาศาสตร์จากองค์การนาซา ที่เป็นผู้จัดการโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส กับกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2011 กับการพบหารือระหว่าง ดร.มาริ่ง กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของไทย เมื่อ 27 มิถุนายน 2011 เกี่ยวกับโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส
หลังจาก นั้นได้ร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งประกอบด้วยผลลัพธ์ของการดำเนินโครงการแบบเดียวกันในภูมิภาคอเมริกาใต้, รวมทั้งความร่วมมือระหว่างนาซากับแต่ละประเทศ และอุปสรรคที่พบ ผลกระทบในเชิงการเมือง ผลกระทบในเชิงความมั่นคงในระหว่างช่วงเวลาของปฏิบัติการ รวมทั้งผลประโยชน์ซึ่งประเทศเหล่านั้นได้รับ
ถัดมา กระทรวงการต่างประเทศร้องขอรับทราบชนิดของข้อมูลที่ได้จากโครงการที่เคย ปฏิบัติการแล้วเสร็จมาก่อนหน้านี้ และรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์ และเทคนิคที่ใช้ในโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส
สุดท้าย กระทรวงการต่างประเทศของไทยแจ้งให้ทราบว่า การหารือเกี่ยวเนื่องกับกรณีนี้กับประเทศเพื่อนบ้านของไทยจะถูกนำมาใช้ในการ พิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินการตามโครงการนี้ด้วย
5) จดหมายจากกระทรวงการต่างประเทศ
ต่อ มาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 กระทรวงการต่างประเทศส่งจดหมาย เลขที่ 1102/179 ถึงสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย แสดงความขอบคุณต่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้รับก่อนหน้านี้ อันเป็น "เงื่อนไขก่อนการพิจารณาให้ความเห็นชอบ" พร้อมกันนั้นก็ร้องขอเพิ่มเติม ดังนี้
ขอให้สหรัฐ "หารือ" กับประเทศเพื่อนบ้านของไทย และประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเครื่องบินที่ใช้ในโครงการซีซีโฟร์อาร์เอสจะบินผ่านหรือบินเหนือน่านฟ้า ของประเทศเหล่านั้น เพื่อแสวงหาความตกลงในโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ด้วยการแจ้งให้ทราบว่า โครงการนี้เป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์และจะเป็นผลประโยชน์ร่วมต่อประเทศเหล่า นั้นและต่อทั้งภูมิภาค โดยย้ำว่าการไม่แสดงท่าทีคัดค้านใดในโครงการนี้ "จำเป็นต่อการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไทย"
ข้อมูลในรายละเอียดว่าด้วย ศักยภาพของเครื่องบินและวัสดุอุปกรณ์, กระบวนการตรวจวัด, รูปแบบของข้อมูล, กระบวนการดำเนินการ, ซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูล, ความแม่นยำของข้อมูล, ผลที่คาดว่าจะได้รับ และความคืบหน้าขณะที่องค์การนาซาอยู่ระหว่างการเตรียมการ
สุดท้าย ฝ่ายไทยร้องขอถ้อยแถลงจากฝ่ายสหรัฐว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการนี้จะนำไปใช้ในทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น โดยไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการทหาร, ด้านความมั่นคง และการค้าใดๆ
ข้อมูลตามที่ร้องขอดังกล่าวนั้น เป็นไปเพื่อ "จัดการกับบางประเด็นที่ยังคงเป็นข้อวิตกและต้องได้รับการจัดการ"
6) บันทึกทางการทูต
ทาง สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศ ไทย ส่งบันทึกทางการทูตเลขที่ 1354 ลงวันที่ 17 เมษายน 2012 (พ.ศ.2555) ถึงกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการซีซีโฟร์อาร์เอสเป็นไปเพื่อทำความเข้าใจภาวะ อากาศของภูมิภาค การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของภูมิอากาศ และคุณภาพของอากาศ โดยจะใช้เครื่องบินบินเหนือน่านฟ้าไทยและสิงคโปร์ รวมทั้งพื้นที่น่านน้ำสากลโดยรอบ ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของหอควบคุมการจราจรทางอากาศของไทยและสิงคโปร์
บันทึก ฉบับนี้ย้ำว่า รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความเห็นชอบกับโครงการนี้แล้ว และทางการสหรัฐได้บรรยายสรุปภารกิจครั้งนี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้านของไทยใน ภูมิภาคแล้วโดยที่ไม่มีประเทศใดคัดค้าน
พร้อมกันนั้นได้แนบถ้อยแถลง ของนาซายืนยันว่าผลลัพธ์ที่ได้ของโครงการนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น, แผนที่แสดงพื้นที่ซึ่งนาซาและสำนักงานโครงการฝนหลวงวางแผนว่าจะบินเครื่อง บินเพื่อการศึกษาวิจัยของตน พร้อมทั้งรายละเอียดของวัสดุอุปกรณ์ที่นาซาเตรียมติดตั้งใช้งานในเครื่องบิน ปฏิบัติการ
7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
8) บันทึกทางการทูต
ต่อมาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ส่งบันทึกทางการทูตถึง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์
ชัย กุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินการและวัตถุ ประสงค์ของโครงการ พร้อมทั้งกรอบเวลาที่ต้องดำเนินการคือในหน้ามรสุม ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2012 (พ.ศ.2555) ระบุถึงหน่วยงานร่วมปฏิบัติการทั้งจากทางฝ่ายไทยและสหรัฐในเอกสารชิ้นนี้ ระบุไว้ด้วยว่า นาซาจัดสรรงบประมาณจำนวนประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ (ราว 930 ล้านบาท) เพื่อใช้ในการขนย้ายอุปกรณ์ตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอสและการเตรียมการเพื่อ ติดตั้ง กับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการภาคสนามกับการวิเคราะห์ข้อมูลหลังดำเนินการด้วย โดยไม่จำเป็นที่ฝ่ายไทยและรัฐบาลอื่นใดในภูมิภาคต้องจัดสรรงบประมาณเพิ่ม เติม
- antiseptic, ชาวสวน and nnnn43 like this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#2
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 21:44
17 กุมภาพันธ์ 2555 ให้สหรัฐ "หารือ" กับประเทศเพื่อนบ้านของไทย และประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเครื่องบินที่ใช้ในโครงการซีซีโฟร์อาร์เอสจะบินผ่านหรือบินเหนือน่านฟ้าของประเทศเหล่านั้น
17 เมษายน 2555 สิงคโปร์อนุญาตประเทศเดียว ขณะประเทศอื่นเป็นแค่การกล่าวอ้างของสหรัฐ
10 พฤษภาคม 2555 กัมพูชาอนุญาตเพิ่มขึ้นอีกประเทศ ขณะประเทศที่เหลือยังไม่เห็นหลักฐานการอนุญาต
งานนี้ความผิดใครหว่า ตั้งหลายเดือนมีประเทศที่อนุญาตแค่ 2 ประเทศ
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#3
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 21:56
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#4
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:18
มาเริ่มชัดเจนในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ต้องคุยกันระดับคณะรัฐมนตรี สภา และได้รับการรับรองจากประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์รับรองไป ก็สามารถบินสำรวจได้แค่ไทย กัมพูชา สิงค์โปร์
ยังไม่สามารถบินผ่านน่านฟ้าของมาเลเซีย เวียดนาม
และอาจจะรวมถึง พม่า ฟิลิปปินน์ อินโดนีเซีย ถ้ามีการบินไปถึง
Edited by Majestic, 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:19.
#5
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:22
#6
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:31

พื้นที่การสำรวจเรียกได้ว่าครอบคลุมทุกประเทศในอาเซียน แต่กลับมีประเทศที่อนุญาตชัดเจนแค่ 2 ประเทศ วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 มีหนังสือจากสถานทูตส่งตรงถึง รมต ต่างประเทศไทย อันนี้น่ายืนยันได้ชัดว่าไม่ใช่แค่ระดับหน่วยงานแล้ว ขณะครั้งที่ผ่าน ๆ มายังส่งให้หน่วยงานก่อน แต่หนังสือนี้ก็ไม่กำหนดเส้นตาย พอมาวันที่ 21 มิถุนายน 2555 กลับมากำหนดเส้นตายว่าถ้าไม่อนุมัติให้ภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2555 ก็จะยกเลิกโครงการนี้
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#8
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:44
#9
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 22:54
- nnnn43 likes this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#10
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:03
แต่ประเทศอื่นเค้าเค้าต้องคิดกันหนักเพราะเค้าต่างก็มีพรมแดนยาวเหยียด
- nhum likes this
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#11
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:11
7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
อ่านยังไง ก็เข้าม.190 ต้องผ่านสภา ทำไมไม่เอาเข้าสภา ...
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#12
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:17
เอาเข้าสภาก็เผยรายละเอียดหมดสิครับ ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ 9 ประเทศที่เหลือน่าตอบรับชัดเจนมาแล้ว7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
อ่านยังไง ก็เข้าม.190 ต้องผ่านสภา ทำไมไม่เอาเข้าสภา ...
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#13
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:20
ทำให้ไทยต้องสูญเสียโอกาสทางวิทยาศาสตร์ ครับ
#14
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:33
สงสัย ประเทศไทยได้ปรโยชน์มากมายขนาดไหนกันเทียว ครับ ...
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
#15
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:35
สหรัฐเพิ่งยื่นข้อเสนอให้พิจารณาอย่างเป็นทางการหลังยุบสภาแล้ว ถ้าโครงการนี้เข้า ม.190 ก็ไม่ใช่หน้าที่ของ ปชป ที่ต้องนำเข้าสภาเพราะอยู่ระหว่างยุบสภา ต้องรอสภาใหม่ทำหน้าที่ ส่วนเรื่องก่อนหน้านั้นอย่างมากก็แค่รับทราบเพราะทางสหรัฐก็ยังไม่ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป้นทางการ เพิ่งมาตอนหลังยุบสภา1 มีนาคม 2554 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐร้องขอให้มีการพบหารือกัน
25 มีนาคม 2554 มีการประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานของสหรัฐกับไทย
10 พฤษภาคม 2554 ยุบสภา
27 พฤษภาคม 2554 สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐยื่นข้อเสนอให้แก่กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศเพื่อการพิจารณาอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งส่งสำเนาถึงกระทรวงกลาโหม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#16
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:37
นักวิทยาศาสตร์ตีโพยตีพายแบบนี้ คราวหลังเวลาเตรียมทำโปรเจคกับคนพวกนี้ก็เตรียมแค่ 25% ก็เริ่มโปรเจคได้เลยกระมังเห็นนักวิทยาศาสตร์ ออกมาตีโพยตีพาย รัฐบาลออกมาร้องงอแง ...
สงสัย ประเทศไทยได้ปรโยชน์มากมายขนาดไหนกันเทียว ครับ ...
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#17
ตอบ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 23:39
Now! Restart Thailand
#19
ตอบ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 05:15
ไอ้ 9 ประเทสที่ไม่ให้ความร่วมมือนาซ่า นี่ต้องเอา เอฟ 16 ไปถล่มเลย
หนอย อยากทำให้เมืองไทยน้ำท่วม
เดี๋ยวนี้เราใช้กริฟเพ่นแล้วครับ
มันผู้ได สนับสนุนการนิรโทษกรรม ไม่ลากคอไอ้ฆาตกรชั่วใจสัตว์ โหดอำมหิต ผู้บงการฆ่าพี่น้องเสื้อแดงของกู 91 ศพ และพี่น้อง กปปส.ของกูอีก 20 ศพ มาลงโทษลงทัณฑ์ตามกบิลเมือง กูขอสาปแช่งให้มันและทุกๆคนที่มันรัก จงประสพกับความวิบัติฉิบหายในชาตินี้ และต่อๆไปทุกภพทุกชาติ จนกว่าจะสิ้นกาล
#20
ตอบ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 07:25
ไอ้ 9 ประเทสที่ไม่ให้ความร่วมมือนาซ่า นี่ต้องเอา เอฟ 16 ไปถล่มเลย
หนอย อยากทำให้เมืองไทยน้ำท่วม
เดี๋ยวนี้เราใช้กริฟเพ่นแล้วครับ
เอาโดรนดีกว่าพี่เช
หากฝั่งมันสอยก็เสียแต่ของ ไม่เสียคน
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#21
ตอบ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 07:31
เอาเข้าสภาก็เผยรายละเอียดหมดสิครับ ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ 9 ประเทศที่เหลือน่าตอบรับชัดเจนมาแล้ว
7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
อ่านยังไง ก็เข้าม.190 ต้องผ่านสภา ทำไมไม่เอาเข้าสภา ...![]()
![]()
ก็เค้าบอกให้ไทยไปคุยเองไง..ถ้าไทยโอเค...เดี๋ยวประเทศอื่นก็โอเคเองแหละ...มันง่ายขนาดนั้นเลย
นอกจากนี้ในการประชุมครั้งดังกล่าวตัวแทนของ NASA ยังไม่สามารถนำหลักฐานความเห็นชอบจากประเทสเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว บังคลาเทศ เนปาล และพม่า หรือแม้แต่เวียดนาม ในกรณีที่ต้องบินผ่าน และยังขอให้ไทยเป็นฝ่ายไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเอง โดยอ้างว่าหากโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยก็จะทำให้ประเทศ เพื่อนบ้านให้ความเห็นชอบด้วย อีกทั้งการบินส่วนมากจะบินเหนือน่านน้ำสากลและลงจอดในไทย การขออนุญาตประเทศอื่นจึงไม่สำคัญเท่ากับการขออนุญาตจากไทย อย่างไรก็ตาม นายจิระชัย ในฐานะประธาน ไม่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นภาระที่สหรัฐอเมริกาควรจะต้องดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของประเทศไทย[/u]
http://webboard.seri...ห็/#entry315550
#22
ตอบ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 07:40
แบบนี้ก็แสดงว่า 9 ประเทศที่เหลือไม่อนุญาตสิ แต่อเมริเกย์จะให้ไทยอนุมัติก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ถึง 9 ประเทศไม่อนุญาตยังไงก็ได้ใช้สนามบินแล้ว
เอาเข้าสภาก็เผยรายละเอียดหมดสิครับ ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ 9 ประเทศที่เหลือน่าตอบรับชัดเจนมาแล้ว
7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
อ่านยังไง ก็เข้าม.190 ต้องผ่านสภา ทำไมไม่เอาเข้าสภา ...![]()
![]()
ก็เค้าบอกให้ไทยไปคุยเองไง..ถ้าไทยโอเค...เดี๋ยวประเทศอื่นก็โอเคเองแหละ...มันง่ายขนาดนั้นเลยhttp://webboard.seri...ห็/#entry315550นอกจากนี้ในการประชุมครั้งดังกล่าวตัวแทนของ NASA ยังไม่สามารถนำหลักฐานความเห็นชอบจากประเทสเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว บังคลาเทศ เนปาล และพม่า หรือแม้แต่เวียดนาม ในกรณีที่ต้องบินผ่าน และยังขอให้ไทยเป็นฝ่ายไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเอง โดยอ้างว่าหากโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยก็จะทำให้ประเทศ เพื่อนบ้านให้ความเห็นชอบด้วย อีกทั้งการบินส่วนมากจะบินเหนือน่านน้ำสากลและลงจอดในไทย การขออนุญาตประเทศอื่นจึงไม่สำคัญเท่ากับการขออนุญาตจากไทย อย่างไรก็ตาม นายจิระชัย ในฐานะประธาน ไม่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นภาระที่สหรัฐอเมริกาควรจะต้องดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของประเทศไทย[/u]
![]()
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#23
ตอบ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 08:04
วันที่ 25 มิถุนายน 2555 17:34

"รศ.ดร.เสริม"ชี้แจงรายละเอียดโครงการของนาซ่าในประเทศไทย
รองศาสตราจารย์ ดร.เสริม จันทร์ฉาย ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไขข้อข้องใจโครงการของนาซ่าในประเทศไทย
ตามที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติหรือนาซ่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ขอใช้สนามบินอู่ตะเภา เพื่อศึกษาวิจัยสภาวะของบรรยากาศภายใต้โครงการชื่อ Southeast Asia Composition, Cloud, Climate Coupling Regional Study (SEAC4RS) ซึ่งมีกระแสข่าวทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจากฝ่ายการเมือง ประชาชนและสื่อมวลชนนั้น ผู้เขียนในฐานะผู้ประสานงานระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากรกับองค์การนาซ่าใน โครงการดังกล่าวใคร่ขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับโครงการดังนี้
1.ความเป็นมา
องค์การ นาซ่ามีความสนใจที่จะศึกษาสภาวะของบรรยากาศแบบร้อนชื้นของเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ซึ่งมีลักษณะพิเศษ กล่าวคือมีส่วนที่เป็นแผ่นดิน และหมู่เกาะต่างๆ ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลมรสุมและสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบริเวณที่มีการเผาไหม้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และมีไฟไหม้ป่าที่หนาแน่น นอกจากนี้ชุมชนเมืองยังมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว สภาวะเช่นนี้จะส่งผลกระทบ ไม่เพียงแต่สภาพภูมิอากาศในบริเวณนี้เท่านั้น แต่อาจส่งผลถึงระบบบรรยากาศโลกด้วย ดังนั้นองค์การ นาซ่าจึงจัดตั้งโครงการศึกษาวิจัยสภาวะบรรยากาศในเขตนี้ขึ้น โดยมีชื่อเรียกว่า 7-SEAS ในปี พ.ศ. 2548 และได้เชิญนักวิชาการจากประเทศต่างๆ 7 ประเทศที่อยู่ในบริเวณนี้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน โดยจัดการประชุมประจำปีครั้งแรกที่ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 2548 ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไต้หวัน ครั้งที่ 3 ที่ประเทศสิงคโปร์ ครั้งที่ 4 ที่ประเทศไต้หวัน และครั้งที่ 5 ที่ประเทศเวียดนาม เนื่องจากกลุ่มวิจัยของผู้เขียนทำการศึกษาด้านรังสีดวงอาทิตย์และมีเครือ ข่ายการวัดรังสีดวงอาทิตย์ และฝุ่นละอองในบรรยากาศในประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้าน องค์การนาซ่าจึงได้เชิญผู้เขียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และได้ร่วมการวิจัยต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
2.ทำไมต้องทำการวัดโดยใช้เครื่องบินในประเทศไทย
ใน การวิจัยสภาวะของบรรยากาศจะมีวิธีการที่เรียกว่า การรณรงค์โดยประสานเครื่องมือวัดชนิดต่างๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ภาคสนาม (campaign) ซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติทั่วไปในการวิจัยสาขานี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลภาคสนามครบถ้วนมากที่สุด หลังจากนั้นจะนำมาเข้าแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อศึกษาสภาวะทั่วไปและแนว โน้มของบรรยากาศ ดังนั้นหลังจากที่ได้ทำงานวิจัยในโครงการ 7-SEAS มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว นาซ่าจึงตัดสินใจที่จะทำcampaign เพื่อศึกษาสภาวะของบรรยากาศในเขตนี้เชิงลึกอย่างเป็นระบบ โดยการใช้เครื่องบิน การวัดภาคพื้นดินและการสังเกตการณ์จากดาวเทียมในช่วงเวลาที่มีควันไฟจากการ เผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และไฟไหม้ป่าในบริเวณเขตร้อนชื้นของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งจะมีการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในบรรยากาศตามกระแสลมเข้าสู่ประเทศไทย ลาว เวียดนาม และไต้หวัน ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2555
โดยได้ ประชุมเตรียมการที่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 12-16 พฤศจิกายน 2555 โดยผู้เขียนและทีมงานเข้าร่วมประชุมดังกล่าวโดยกำหนดให้ประเทศไทยเป็นศูนย์ กลาง ทั้งนี้เพราะเป็นเส้นทางที่ฝุ่นละอองจากการเผาไหม้ในมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผ่าน นอกจากนี้ ประเทศไทยมีความพร้อมด้านสนามบินและหน่วยงานอื่นๆ ที่สามารถสนับสนุนการทำงานได้เหมาะสมกว่าประเทศอื่นๆ
โดยในเบื้อง ต้นกำหนดที่จะใช้สนามบินสุราษฎร์ธานี เป็นศูนย์กลางในการบินสำรวจ แต่หลังจากที่ได้ส่งทีมงานไปสำรวจแล้วพบว่า ทางขึ้นลงของเครื่องบินมีขนาดสั้นไม่เหมาะกับเครื่องบินที่จะนำมาใช้ในการ สำรวจ นอกจากนี้พบว่า เป็นสนามบินเล็กที่ไม่มีโรงเรือนสำหรับเก็บอุปกรณ์การวัดต่างๆ นาซ่าจึงได้หาสนามบินอื่นและพบว่า สนามบินอู่ตะเภามี ความเหมาะสมที่สุดเพราะมีรันเวย์ยาวและมีความพร้อมด้านอาคารสถานที่ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กรุงเทพฯ สะดวกต่อการประสานงาน ซึ่งในโครงการดังกล่าวจะมีนักวิทยาศาสตร์จากนาซ่ามาร่วมงานกว่า 100 คน พร้อมทั้งอุปกรณ์จำนวนมาก
3.นาซ่านำเครื่องมืออะไรมาสำรวจ
การ campaign ระยะสั้น โดยทั่วไปจะต้องใช้การวัดประสานกัน 3 ส่วน ได้แก่ ดาวเทียม เครื่องบิน และเครื่องวัดภาคพื้นดิน ในส่วนของดาวเทียมนาซ่ามีดาวเทียมที่เรียกว่า A-Trianประกอบด้วยดาวเทียมจำนวน 10 ดวง ซึ่งโคจรเป็นขบวน ทำการวัดสภาวะของบรรยากาศในงามุมต่างๆ ที่สำคัญได้แก่ ดาวเทียม CloudSatทำการวัดเมฆ ดาวเทียม MODIS วัดฝุ่นละอองและไอน้ำ ดาวเทียม CALIPSO วัดโปรไฟล์ของฝุ่นละออง และดาวเทียม AURA วัดโอโซน เป็นต้น สำหรับกรณีเครื่องมือที่ติดตั้งในเครื่องบินจะประกอบด้วย เครื่องวัดความเข้มแสงที่ความยาวคลื่นต่างๆ เครื่องมือเก็บตัวอย่างอากาศ และเครื่องรับสัญญาณจากดาวเทียม เครื่องมือส่วนใหญ่จะเก็บในตู้ container และนำเข้าไปใส่ในเครื่องบินทั้ง container
กรณีของเครื่องมือวัด ภาคพื้นดิน จะทำการติดตั้งเครื่องวัดแสงอาทิตย์ที่ความยาวคลื่นต่างๆ เครื่องวัดฝุ่นละออง และเครื่องเก็บตัวอย่างอากาศ กระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วทั้งภูมิภาคนี้ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรรับผิดชอบด้านการวัดแสงอาทิตย์และวัดฝุ่นละอองใน ประเทศไทย ลาว และพม่า ซึ่งผู้เขียนได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตั้งอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว
ในด้านการ บินสำรวจจะบินขนานกัน 3 ลำ ที่ระดับความสูงต่างๆ และบางลำทำการบินในลักษณะของการเปลี่ยนระดับการบินเป็นคลื่น เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงสภาวะบรรยากาศในแนวดิ่ง และทำการบินทั้งเป็นรัศมีจากสนามบินอู่ตะเภาเป็นระยะทางประมาณด้านละ 100-5,000 กิโลเมตร จนถึงประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย โดยส่วนใหญ่จะอยู่เหนือน่านน้ำสากล
4.ประเทศไทยได้อะไรจากการสำรวจนี้
สภาวะ บรรยากาศของประเทศไทยมีความซับซ้อน เนื่องจากมีฝุ่นละอองจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ไฟไหม้ป่า และฝุ่นละอองจากชุมชนเมืองขึ้นสู่บรรยากาศจำนวนมาก อีกทั้งยังอยู่ในแนวลมมรสุม และอิทธิพลจากปรากฏการณ์ ENSO จากการไหลเวียนของน้ำทะเลจากมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งมีอิทธิพลต่อการเกิดฝนและ ความแห้งแล้ง เนื่องจากฝุ่นละอองมีอิทธิพลต่อการเกิดเมฆและในตลอดจนเสถียรภาพของบรรยากาศ ซึ่งมีผลต่อการเกิดพายุ อีกทั้งในปัจจุบันความสามารถทางเครื่องมือของนักวิชาการไทยยังไม่สูงมากนัก ดังนั้นการศึกษาสภาวะบรรยากาศกับนาซ่าจะทำให้เรามีองค์ความรู้เกี่ยวกับ บรรยากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองได้ขัดเจนขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การทำนายสภาวะบรรยากาศตลอดจนการเกิดฝน และภายุหมุนต่างๆ ทั้งนี้เพื่อออกมาตรการในการเตรียมรับและป้องกันที่อาจะเกขึ้นในอนาคต
ใน ด้านของความมั่นคงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งในเครื่องบินเป็นเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตรวจสอบได้ และเครื่องบินที่นำมาใช้ ถึงแม้บางเครื่องจะดัดแปลงจากเครื่องบินทางทหารและเครื่องบินพานิชก็สามารถ ทำการตรวจสอบได้ และการบินส่วนใหญ่จะอยู่เหนือน่านน้ำ สำหรับการบินเหนือพื้นดิน ฝ่ายความมั่นคงสามารถกำหนดเขตให้บินได้ จึงไม่น่าจะมีปัญหาด้านความมั่นคงของประเทศ ดังนั้นการทำงานของนาซ่าร่วมกับนักวิชาการไทยในครั้งนี้จะนำประโยชน์มาสู่ ประเทศไทยโดยตรง ทั้งทางด้านวิชาการและการเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่อไป
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#24
ตอบ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555 - 09:54
แบบนี้ก็แสดงว่า 9 ประเทศที่เหลือไม่อนุญาตสิ แต่อเมริเกย์จะให้ไทยอนุมัติก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ถึง 9 ประเทศไม่อนุญาตยังไงก็ได้ใช้สนามบินแล้ว
เอาเข้าสภาก็เผยรายละเอียดหมดสิครับ ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ 9 ประเทศที่เหลือน่าตอบรับชัดเจนมาแล้ว
7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
อ่านยังไง ก็เข้าม.190 ต้องผ่านสภา ทำไมไม่เอาเข้าสภา ...![]()
![]()
ก็เค้าบอกให้ไทยไปคุยเองไง..ถ้าไทยโอเค...เดี๋ยวประเทศอื่นก็โอเคเองแหละ...มันง่ายขนาดนั้นเลยhttp://webboard.seri...ห็/#entry315550นอกจากนี้ในการประชุมครั้งดังกล่าวตัวแทนของ NASA ยังไม่สามารถนำหลักฐานความเห็นชอบจากประเทสเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว บังคลาเทศ เนปาล และพม่า หรือแม้แต่เวียดนาม ในกรณีที่ต้องบินผ่าน และยังขอให้ไทยเป็นฝ่ายไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเอง โดยอ้างว่าหากโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยก็จะทำให้ประเทศ เพื่อนบ้านให้ความเห็นชอบด้วย อีกทั้งการบินส่วนมากจะบินเหนือน่านน้ำสากลและลงจอดในไทย การขออนุญาตประเทศอื่นจึงไม่สำคัญเท่ากับการขออนุญาตจากไทย อย่างไรก็ตาม นายจิระชัย ในฐานะประธาน ไม่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นภาระที่สหรัฐอเมริกาควรจะต้องดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของประเทศไทย[/u]
![]()
![]()
![]()
แหง๋ซิคะ
ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ
อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด
#25
ตอบ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 11:42
แบบนี้ก็แสดงว่า 9 ประเทศที่เหลือไม่อนุญาตสิ แต่อเมริเกย์จะให้ไทยอนุมัติก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ถึง 9 ประเทศไม่อนุญาตยังไงก็ได้ใช้สนามบินแล้ว
เอาเข้าสภาก็เผยรายละเอียดหมดสิครับ ถ้าไม่มีอะไรในกอไผ่ 9 ประเทศที่เหลือน่าตอบรับชัดเจนมาแล้ว
7) บันทึกทางการทูต
ในบันทึกลง วันที่ 10 พฤษภาคม 2012 (พ.ศ.2555) สถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทยแสดงความคาดหวังว่าจะได้รับ "อนุญาตให้ขึ้นบิน" เพื่อปฏิบัติภารกิจศึกษาวิจัยตามโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ซึ่ง "กำลังอยู่ระหว่างการให้ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี" และได้แนบบันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
อ่านยังไง ก็เข้าม.190 ต้องผ่านสภา ทำไมไม่เอาเข้าสภา ...![]()
![]()
ก็เค้าบอกให้ไทยไปคุยเองไง..ถ้าไทยโอเค...เดี๋ยวประเทศอื่นก็โอเคเองแหละ...มันง่ายขนาดนั้นเลยhttp://webboard.seri...ห็/#entry315550นอกจากนี้ในการประชุมครั้งดังกล่าวตัวแทนของ NASA ยังไม่สามารถนำหลักฐานความเห็นชอบจากประเทสเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว บังคลาเทศ เนปาล และพม่า หรือแม้แต่เวียดนาม ในกรณีที่ต้องบินผ่าน และยังขอให้ไทยเป็นฝ่ายไปเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเอง โดยอ้างว่าหากโครงการนี้ได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลไทยก็จะทำให้ประเทศ เพื่อนบ้านให้ความเห็นชอบด้วย อีกทั้งการบินส่วนมากจะบินเหนือน่านน้ำสากลและลงจอดในไทย การขออนุญาตประเทศอื่นจึงไม่สำคัญเท่ากับการขออนุญาตจากไทย อย่างไรก็ตาม นายจิระชัย ในฐานะประธาน ไม่เห็นด้วยและคิดว่าเป็นภาระที่สหรัฐอเมริกาควรจะต้องดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของประเทศไทย[/u]
![]()
![]()
![]()
มีแหล่งข่าวมั้ยครับ ที่บอกว่าอนุญาตแค่สองประเทศคือกัมพูชากับสิงคโปร์เท่านั้น ประเทศอื่นไม่ให้ใช้น่านฟ้า
อยากเก็บเอาไว้เป็นข้อมูลน่ะครับ
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#26
ตอบ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 11:49
ลองอ่านเนื้อหาหัวกระทู้ดูครับมีแหล่งข่าวมั้ยครับ ที่บอกว่าอนุญาตแค่สองประเทศคือกัมพูชากับสิงคโปร์เท่านั้น ประเทศอื่นไม่ให้ใช้น่านฟ้า
อยากเก็บเอาไว้เป็นข้อมูลน่ะครับ
5) จดหมายจากกระทรวงการต่างประเทศ
ขอให้สหรัฐ "หารือ" กับประเทศเพื่อนบ้านของไทย และประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งเครื่องบินที่ใช้ในโครงการซีซีโฟร์อาร์เอสจะบินผ่านหรือบินเหนือน่านฟ้า ของประเทศเหล่านั้น เพื่อแสวงหาความตกลงในโครงการซีซีโฟร์อาร์เอส ด้วยการแจ้งให้ทราบว่า โครงการนี้เป็นโครงการทางวิทยาศาสตร์และจะเป็นผลประโยชน์ร่วมต่อประเทศเหล่า นั้นและต่อทั้งภูมิภาค โดยย้ำว่าการไม่แสดงท่าทีคัดค้านใดในโครงการนี้ "จำเป็นต่อการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไทย"
6) บันทึกทางการทูต
รัฐบาลสิงคโปร์ให้ความเห็นชอบกับโครงการนี้แล้ว และทางการสหรัฐได้บรรยายสรุปภารกิจครั้งนี้ให้กับประเทศเพื่อนบ้านของไทยในภูมิภาคแล้วโดยที่ไม่มีประเทศใดคัดค้าน
7) บันทึกทางการทูต
บันทึกทางการทูต จากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ไปยังสถานทูตสหรัฐในกรุงพนมเปญ รับทราบและมีความประสงค์จะเข้าร่วมในโครงการนี้
จากข้อ 6 ถ้าอนุญาตกันทุกประเทศแล้วทำไมข้อ 7 ถึงยังมีการรับทราบกันอีก สรุปคือมีที่อนุญาตอย่างเป็นทางการแค่สิงคโปรกับกัมพูชา
Edited by Solidus, 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 11:49.
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#27
ตอบ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 12:42
#28
ตอบ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 13:18
แต่เล่นรัฐบาลแรงซะแล้ว
อิอิ
Charoen Wattanasin
RT
Edited by ssa, 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 13:30.
#29
ตอบ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 19:05

โอ้ สำนักเลขาเพิ่งส่งไปถามกองทัพเมื่อวันที่ 22
- Gop likes this
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#30
ตอบ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 - 19:34
ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ
อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










