http://www.flightradar24.com/
Edited by ทองเปลว, 5 July 2012 - 23:55.
Posted 5 July 2012 - 23:49
Edited by ทองเปลว, 5 July 2012 - 23:55.
Posted 6 July 2012 - 00:14
วิธีการยุติระบอบทักษิณ
ก็แค่เพียงทำให้คนไทยส่วนใหญ่ "ฉลาด"
Posted 6 July 2012 - 00:23
Posted 6 July 2012 - 00:39
Posted 6 July 2012 - 00:52
Posted 6 July 2012 - 00:55
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
Posted 6 July 2012 - 01:07
“ตอนทะเ[xxx]้.ยยึดอำนาจ....มันปล่อยน้ำท่วมแช่รอบสนามบินอยู่นาน....และปีที่แล้วน้ำท่วมหนักแม้ไม่ท่วมสนามบิน....แต่บริเวณโดยรอบๆมันท่วมยันอก....เมื่อน้ำลดไหลออกพวกทรายและดินที่มีขนาดเล็กละลายตามน้ำออกไป....ทำให่เกิดโพรงใต้ดินไปโดยทั่วสำหรับบริเวณที่เคยท่วมรวมถึงบริเวณรอบๆที่อาจจะไม่ท่วม..............ก็เกิดโพรงยุบตัวหรือตลิ่งพัง.....อย่างที่เป็นข่าวเห็นกันหลายวันนี้”
!!!!!
โดย mario เมื่อ ศุกร์, 06/07/2012 - 00:50.
“Live as if you were to die tomorrow. Learn as if you were to live forever.” - Mahatma Gandhi
สนใจบ้านพักคนชราเสรีไทย (FB Secret Group) ติดต่อ (PM) เว็บบอร์ด
Posted 6 July 2012 - 01:08
แดงจริงว่าซ้อมแผนฉุกเฉิน ไม่รู้เข้าไปดูที่ flightradar24 หรือเปล่า
http://www.prachatal...ื่องบินลงไม่ได้
Posted 6 July 2012 - 04:06
โกงได้ แต่ขอให้ทำงาน
![]()
![]()
รันเวย์ยุบนิดหน่อยทำบ่น ดีกว่าแมงสาปสร้างไม่เสร็จ![]()
![]()
Posted 6 July 2012 - 07:20
ดูข่าวช่อง 5 แผ่นดินยุบหลายจังหวัด สิ่่งที่ไม่เคยเกิด ก็มาเกิดในสมัยที่ประเทศไทยมีนายกหญิงเป็นคนแรก
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
Posted 6 July 2012 - 07:23
แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ทั้งกษัตริย์ยังทรงคุณธรรมอันสูงส่ง
จำคำนี้ไว้ไปบอกยมบาลเวลาเจ้าลงนรกก็แล้วกัน
Posted 6 July 2012 - 11:27
Posted 6 July 2012 - 12:17
Posted 6 July 2012 - 12:58
ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน
Posted 6 July 2012 - 13:34

Posted 6 July 2012 - 13:50
Posted 6 July 2012 - 13:57
แต่เดิมที่ตรงนั้นมันคือหนองน้ำ ชื่อเดิมคือหนองงูเห่า
ผมว่าตามตรงแล้วถ้าจะตำหนิควรตำหนิคนเริ่มโครงการเมื่อ 30-40 ปีก่อนโน่นเลยครับว่าคิดยังไงไปเอาที่ตรงนั้น
อีกคนที่ควรตำหนิคือคนที่ไปเร่งงานทำให้งานเสร็จแบบไม่มีคุณภาพจนเป็นปัญหาถึงทุกวันนี้ นี่ก็ควรตำหนิเช่นกัน
Edited by ควันหลง, 6 July 2012 - 13:57.
Posted 6 July 2012 - 14:05
แต่เดิมที่ตรงนั้นมันคือหนองน้ำ ชื่อเดิมคือหนองงูเห่า
ผมว่าตามตรงแล้วถ้าจะตำหนิควรตำหนิคนเริ่มโครงการเมื่อ 30-40 ปีก่อนโน่นเลยครับว่าคิดยังไงไปเอาที่ตรงนั้น
อีกคนที่ควรตำหนิคือคนที่ไปเร่งงานทำให้งานเสร็จแบบไม่มีคุณภาพจนเป็นปัญหาถึงทุกวันนี้ นี่ก็ควรตำหนิเช่นกัน
วิศวกรรม ทำได้ครับ ต่อให้สร้างสนามบินในปลักโคลน มันก็สร้างได้ เป็นไปได้ทั้งนั้น ดังนั้นมันจึงไม่เกี่ยวกับสภาพพื้นที่เลย เพราะวิศวกร & วิศวกรรม เกิดขึ้นมาเพื่อทำสิ่งนี้ครับ
กฎหมายมันก็แค่สิงที่สร้างมาอย่างมีเป้าหมาย แต่หาก เอาแต่บอกว่ากฎหมายเป็นแบบนี้ แบบนั้น โดยไม่สนใจว่าเป้าหมายจริงๆ นันคืออะไร ก็คงไม่ใช่
Posted 6 July 2012 - 14:17
Posted 6 July 2012 - 14:19
Edited by zeedzaad, 6 July 2012 - 15:11.
Posted 6 July 2012 - 14:34
Posted 6 July 2012 - 14:43
“วิศวะ จุฬาฯ” ย้อนตำนานฉาวหนองงูเห่า – เชื่อวันเปิดวุ่นแน่!
“วิศวะ จุฬาฯ” เปิดตำนานโกงหนองงูเห่า ฉาวโฉ่ทั่วโลก ตั้งแต่ถมทรายยันซีทีเอ็กซ์ พิลึก จ่ายค่าโง่จ้างผู้ออกแบบมาอ่านแบบให้ใหม่นับ 100 ล้านบาท ซ้ำออกแบบจงใจให้ใช้งบฯ สูง รวมเบ็ดเสร็จผลาญงบประมาณไปชาติกว่า 1.5 แสนล้าน ถึงวันเปิดระบบขนส่งกลับยังไม่คลอด ส่อโกลาหล ตัวแทนสภาอุตฯ แฉซ้ำ กระสันเป็นศูนย์กลางลอจิสติกส์ แต่ไร้กึ๋นวางยุทธศาสตร์ ไม่พร้อมสักด้าน
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 ก.ย.ที่อาคารเจริญวิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชมรมนักเรียนทุนอานันทมหิดล ได้จัดเสวนาเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี หัวข้อ “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในมุมมองวิศวกรไทย”
นายปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ กล่าวว่า บทเรียนจากโครงการสนามบินสุวรรณภูมิได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งจากวิศวกรและสถาปนิก ว่า เป็นโครงการที่ค่อนข้างแพง และมีความไม่เหมาะสมหลายประการ เช่น การใช้ช่วงอาคารที่ยาวถึงช่วงละ 120 เมตร ซึ่งถือเป็นความห่างระหว่างช่วงเสาที่ยาวมาก แบบที่วิศวกรที่อื่นไม่ทำกันและตนก็ไม่เคยเห็น โดยอาจจะยาวที่สุดในโลกก็ได้ การออกแบบเช่นนี้ทำให้ค่าการก่อสร้างแพงมาก ทั้งที่สามารถก่อสร้างแบบช่วงสั้นได้แต่ก็ไม่ทำ
นอกจากนี้ ยังมีการใช้วัสดุที่ทำจากกระจกจำนวนมาก วัสดุเหล่านี้ทำให้ค่าก่อสร้างแพง และยังก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกมาก เช่น การสิ้นเปลืองพลังงาน มีเสียงก้อง ผู้ที่ออกแบบได้คิดการแก้ไขปัญหาไว้หรือไม่ หากมีการแก้ไขคนที่ออกแบบจะคิดค่าปรับปรุงเพิ่มหรือไม่ รวมทั้งกรณีการติดตั้งเครื่องตรวจจับระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 มากถึง 26 เครื่อง ก็ไม่เหมาะสม เพราะอากาศยานใหญ่ๆ ในสหรัฐฯ ก็ไม่ใช้ถึงขนาดนี้
“โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังมีเรื่องอื้อฉาวมากในเรื่องคอร์รัปชัน ตั้งแต่การถมทราย การเสียค่าโง่ในการจ้างผู้ออกแบบมาช่วยอ่านแบบในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกที่จ้างผู้ออกแบบให้แล้วยังต้องจ้างให้มาอ่านแบบที่ต้องเสียเงินจ้างกว่า 100 ล้านบาทให้ระหว่างก่อสร้างอีก” นายปณิธาน กล่าว
นักวิชาการผู้นี้ กล่าวอีกว่า โครงการสนามบินสุวรรณภูมิ ได้วางแผนในการก่อสร้างในยุคฟองสบู่ คณะกรรมการจึงเน้นการก่อสร้างที่ใช้วัสดุหรูหรา ดังนั้น ขั้นตอนการออกแบบจึงไม่คำนึงถึงความประหยัด ทั้งที่สถาปนิกที่เป็นคณะกรรมการหลายคน ก็ทักท้วงว่า เราสามารถสร้างให้ประหยัดได้ แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าเราสามารถทำให้คุ้มทุนได้โดยการเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน
“ขณะนี้สนามบินยังไม่มีระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องไขข้อกระจ่างนี้ให้กับประชาชนที่จะเป็นผู้ใช้บริการ และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน ว่าวิธีการปฏิบัติในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างไร เพราะความปลอดภัยไม่ได้เกิดขึ้นจากการทดสอบเพียงครั้งเดียว แต่ต้องทำตามมาตรฐานของการบินนานาชาติ ถ้าเปิดเผยความจริงก็จะเป็นประโยชน์ต่อโครงการ และต่อสายตาของชาวต่างชาติ” นายปณิธาน กล่าว
ขณะที่ นายอนุกัลย์ อิศรเสนา ณ อยุธยา หัวหน้าสาขาวิศวกรรมขนส่งและจราจร ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีขนาดใหญ่กว่าท่าอากาศยานดอนเมืองกว่า 6 เท่า และเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณสูงมากที่สุดในประวัติการณ์ ถึง 1.5 แสนล้านบาท และใช้เวลาดำเนินการถึง 45 ปี และจะมีการเปิดใช้ในวันที่ 28 กันยายนนี้ แต่ก็ยังมีปัญหาอีกหลายด้านที่ยังไม่มีการแก้ไข อาทิ การออกแบบที่เป็นอาคารเดี่ยวขนาดมหึมา ระยะทางในการสัญจรมีระยะยาว หากวัดจากปลายอาคารเทียบเครื่องทิศเหนือถึงปลายอาคารเทียบเครื่องทิศใต้ มีระยะประมาณ 3 กิโลเมตร หากผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนเครื่องผู้โดยสารจะต้องเดินทางประมาณ 800 เมตร - 1 กิโลเมตร การแก้ไขปัญหานี้ควรมีรถไว้บริการเพื่อขนถ่ายผู้โดยสารเพื่อความรวดเร็ว
นายอนุกัลย์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังทราบว่า รัฐบาลได้วางแผนว่าจะสร้างรถไฟลอยฟ้าจากสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อวิ่งเข้ากรุงเทพฯ ใช้งบประมาณกว่า 4 พันล้านบาท แต่เคยมีผู้ศึกษาวิจัยแนวทางโดยสารที่ประหยัดกว่า คือ การใช้รถรางแบบสปรินเตอร์ที่มีต้นทางอยู่สนามบินสุวรรณภูมิ และมีปลายทางอยู่ที่มักกะสัน ที่ใช้เวลาเพียง 20 นาที และใช้งบประมาณเพียง 100 ล้านบาทเท่านั้น ทั้งนี้ ยังมีปัญหาการขนส่งสาธารณะประเภทต่างๆ ที่สถานีเทียบรถประเภทนี้อยู่ห่างไกลจากอาคารที่พักผู้โดยสารหลายร้อยเมตร ดังนั้น การให้บริการรถประเภทนี้ก็ต้องใช้รถขนถ่ายผู้โดยสาร (Shuttle Bus) ไปยังจุดหมายตามที่ผู้โดยสารต้องการ คาดว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์โกลาหลและวุ่นวายพอสมควร
นอกจากนี้ ยังมีความไม่พร้อมในด้านระบบความปลอดภัย ความสะดวกสบาย จากการลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสาร, ห้องน้ำที่ยังไม่เพียงพอ และถือว่าด้อยกว่าสนามบินดอนเมือง และสนามบินคู่แข่งอื่นๆ การบริการที่ไม่ฉับไว อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับผู้โดยสารได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้อาจจะนำพาความไม่น่าเชื่อถือมาสู่สนามบินได้
“สนามบินสุวรรณภูมิมีหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก คือ สูงถึง 132.2 เมตร และเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ไม่สามารถให้บริการได้เต็มที่ เพราะในบริเวณเขตทางร่อนขึ้น-ลง มีสิ่งกีดขวางยื่นเข้ามา ถึงแม้ไม่มีผลถึงขั้นคอขาดบาดตายต่อความปลอดภัย แต่ก็มีผลในระดับหนึ่ง เพราะทำให้เครื่องต้องปรับมุมร่อนขึ้นและลงให้ชันขึ้น ในทางปฏิบัติเป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน และความสบายของผู้โดยสาร หากนักบินที่ไม่คุ้นเคยกับสนามบินก็ต้องระมัดระวังพอสมควร” หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการขนส่งและจราจร จุฬาฯ กล่าว
นายอนุกัลย์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ หากผู้บริหารต้องการแก้ไข เพราะเดินมาถึงจุดนี้แล้ว เงินทองค่าก่อสร้างก็เสียไปแล้ว ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมองย้อนกลับไปในอดีตที่ยุ่งเหยิง สับสน แม้ความเป็นมาของสนามบินจะเต็มไปด้วยข่าวฉาวโฉ่ทางด้านการทุจริต ฉ้อฉล แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เราจะทำอย่างไรที่จะให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเชิงพาณิชย์ได้ แม้วันที่ 28 กันยายนนี้ สนามบินอาจจะยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
ทางด้าน นายสมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์ คณะทำงานด้านคมนาคมขนส่งและลอจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามหลักการแล้วการจะเป็นศูนย์กลางจะต้องมีวิธีการดำเนินการแบบ Transit หากใช้วิธีนี้ก็จะประสบปัญหา เพราะการขนส่งตามวิธีนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางบก แต่ถ้าจะดำเนินตามวิธี Gateway ที่เป็นประตูทางผ่านของการขนส่งทางอากาศให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รอบประเทศไทย ประเทศเราก็จะไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร และแนวทาง Transshipment ที่เป็นการดำเนินการรองรับสินค้าเปลี่ยนถ่ายลำเชื่อมโยงการขนส่งสินค้ากับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก หากต้องการใช้วิธีนี้ปัจจัยภายในประเทศก็ยังไม่ถึง โดยต้องยอมรับว่า ขณะนี้ประเทศทางเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางอยู่ก่อนแล้ว ส่วนอีกหนึ่งแนวทาง คือ การเป็นศูนย์กลางในฐานะที่เป็นศูนย์กระจายสินค้ากลาง โดยนำสินค้าจากประเทศที่เป็นผู้ผลิตสินค้าให้บริการพักสินค้าชั่วคราว รวมถึงบริการเพิ่มมูลค่าต่างๆ ก่อนที่จะกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า หากจะเป็นศูนย์กลางในฐานะที่เป็นเพียงทางผ่าน หรือจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า จะส่งผลให้เกิดการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่มากนัก อาจก่อให้เกิดประโยชน์ในแง่ของการจ้างงานบ้าง และให้ค่าบริการขนส่งที่เข้าสู่ หรือออกจากประเทศลดลง หากใช้แนวทางนี้อย่างเดียวโดยไม่มียุทธศาสตร์ด้านการผลิต การค้า และการพัฒนาเศรษฐกิจที่เหมาะสมเพื่อรองรับอาจจะไม่สามารถก่อให้เกิดผลด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้างตามที่คาดหวัง
ผลประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการเป็นศูนย์กลาง หากต้องการเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าจะให้ประโยชน์มากกว่า เพราะจะสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศ เกิดการสร้างงานและดึงดูดให้นักธุรกิจต่างชาติเข้ามาลงทุนและจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย
“ตอนนี้ผมงงมาก ว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะพัฒนาเป็นสนามบินเชิงพาณิชย์ และจะเป็นศูนย์กลางลอจิสติกส์ได้อย่างไร เพราะรัฐบาลยังไม่ได้เสนอแนวทางที่ชัดเจน หากจะเป็นฮับเราจะต้องมีปัจจัยหลายอย่างที่น่าสนใจ ทั้งความสะดวก ค่าใช้จ่ายที่โปร่งใสเปิดเผยได้ เครื่องบินลำเลียงสินค้า แต่ที่กล่าวมาไทยยังไม่พร้อม ซึ่งถือว่าเสียเปรียบประเทศสิงคโปร์ที่เป็นศูนย์กลางระบบลอจิสติกส์แบบบูรณาการในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก” คณะทำงานด้านลอจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรม กล่าว
Posted 6 July 2012 - 14:43
Posted 6 July 2012 - 15:23
Posted 6 July 2012 - 17:22
0 members, 1 guests, 0 anonymous users