น้ำท่วมเริ่มพ่นพิษทางการเมืองแล้ว ไม่ใช่เป็นความขัดแย้งระหว่างพรรคฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน แต่เป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทยโดยแท้ เมื่อมีรายงานข่าว พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไม่พอใจการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีบางคน อ้างว่าให้ข้อมูล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผิดพลาด ทำให้นายกรัฐมนตรีผู้เป็นน้องสาวเสียท่า จึงเตรียมปรับปรุงคณะรัฐมนตรีใหม่ หลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.รายจ่ายประจำปีผ่านรัฐสภา
รัฐมนตรีผู้ตกเป็นข่าวว่าอาจถูกปรับเปลี่ยน ได้แก่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีอันดับหนึ่ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ผ่านมาไม่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ คนที่ 2 ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่วนคนที่3 คือ นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลเรื่องน้ำผิดพลาดมาโดยตลอด
ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทางสังคมที่ดังมากขึ้นทุกขณะ เกี่ยวกับความด้อยประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาน้ำท่วม นายก-รัฐมนตรีได้ตั้งแต่งคณะกรรมการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบภัยขึ้นมาใหม่ 4 คณะ มีรองนายกรัฐมนตรียงยุทธ (เจ้าเก่า) เป็นหัวเรือใหญ่ เป็นภาพสะท้อนถึงการบริหารภาวะวิกฤติของนายกรัฐมนตรี เมื่อคณะกรรมการชุดหนึ่งล้มเหลว ก็จะมีคณะกรรมการชุดใหญ่ขึ้นมาเรื่อยไป
แต่เมื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมประสบความล้มเหลว นายกรัฐมนตรีก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องขาดภาวะผู้นำ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน การที่จะโทษรัฐมนตรีฝ่ายเดียวคงจะไม่เป็นธรรม เพราะรัฐบาลบริหารโดยคณะรัฐมนตรี จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน
ทั้งคณะ รวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ถูกวิจารณ์ว่าขาดภาวะผู้นำ แต่เป็นผู้ตามมากกว่า
ถ้าหากนายกรัฐมนตรีขาดภาวะผู้นำและขาดความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ในการบริหารประเทศจริง ก็ต้องแสดงความเห็นอกเห็นใจ เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยผ่านการบริหารประเทศมาก่อน เพียงแต่เคยเป็นผู้บริหารธุรกิจของครอบครัวที่มั่นคงแล้ว และเพิ่งจะเข้าสู่การเมืองเพียง 47 วัน ก็ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารสูงสุดของประเทศ
แต่เราจะโทษนายกรัฐมนตรีคนเดียวคงจะไม่เป็นธรรม ต้องโทษผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการผลักดัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้ก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่รู้ดีว่าขาดประสบการณ์ทางการเมืองและบริหารประเทศ จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นนายกฯหุ่นมาตั้งแต่ต้น ขาดอำนาจที่แท้จริง แม้แต่ในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีก็ไม่มีใครวิ่งเต้นกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับเองว่ารับโทรศัพท์จากคนที่เป็นรัฐมนตรีไม่ไหว
นายกรัฐมนตรีจึงไม่มีอำนาจที่แท้จริงมาตั้งแต่ต้น มีแต่เพียงอำนาจตามกฎหมาย แต่ขาดอำนาจบารมีทางการเมือง การบริหารประเทศจึงสะท้อนถึงการขาดภาวะผู้นำ ขาดเอกภาพ และไร้ประสิทธิภาพ ถึงเวลาหรือยัง? ที่ต้องทบทวนกันว่า นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มีความสามารถอันหนักอึ้งได้หรือไม่? และคนไทยจะมอบชะตากรรมในภาวะวิกฤติของประเทศให้ได้หรือไม่?
บทบรรณาธิการไทยรัฐ
8 พ.ย. 2554
http://www.thairath.co.th/column/pol/editor/214800












