เหอๆๆ...เสิร์ชไปเจอบทความเก่า เกียวกับอำมาตย์เต้นในเรื่องนี้เข้าอ่านแล้ว ยิ่งได้รู้อะไรๆมากขึ้น เกี่ยวกับความสามารถของพระเอก "สภาโจ๊ก" ตนนี้...
.... อำมาตย์เต้นแสดงเอง !!! บริหารแบบฉบับสภาโจ๊ก เอามัน เข้าว่า ทำได้.. ไม่ได้อีกเรื่อง ....

.... อำมาตย์เต้นแสดงเอง !!! บริหารแบบฉบับสภาโจ๊ก "เอามัน" เข้าว่า ทำได้.. ไม่ได้อีกเรื่อง ....
วันนี้ ขอนำเสนอผลงานตระการตา ของไพร่แดงที่แปลงร่างมาเป็นอำมาตย์เรียบร้อยไปแล้ว
ความสามารถประการสำคัญของ อดีตไพร่แดงสภาโจ๊ก ผู้ไต่เต้าขึ้นจนเป็นแกนนำนปช. และ กระทั่งมานั่งเก้าอี้อำมาตย์ผู้นี้
ก็คือ การปลุกระดมสร้างความเกลียดชัง
วาทกรรมไพร่ กับอำมาตย์ ก็มาจากคนคนนี้
การกล่าวโจมตี สร้างความเกลียดชัง ต่ออำมาตย์ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ ก็คนนี้
แม้กระทั่ง การประกาศชัดถ้อยกระทงความให้ “เผาเลย ผมรับผิดชอบเอง” ก็อำมาตย์คนนี้
การบริหารงานนั้น มันไม่ง่ายเหมือนที่เล่นกันตามสภาโจ๊ก ยิ่งไม่ใช่การขึ้นเวทีด่าคนอื่น
สี่เดือนเศษ ที่ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอำมาตย์ ไพร่แดงคนนี้ ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไปแล้วบ้าง
เมื่อวานนี้ มีข่าวในข่าวสด ที่เป็นประกาศ “ความสำเร็จ” ของณัฐวุฒิคนนี้ เมื่อมีพาดหัวว่าฉะ'เต้น'ดันราคายางเหลว
โดยมีเนื้อข่าวตอนหนึ่งระบุว่า
“....นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) เปิดเผยว่า นโยบายผลักดันราคายางในประเทศขึ้นไปที่กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 120 บาท ตามที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ประกาศไว้เมื่อครั้งมารับตำแหน่งในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้รวมเป็นเวลา 4 เดือนแล้ว ราคายางในประเทศยังไม่ถึงเป้าหมายที่ประกาศไว้ ทั้งที่ตั้งแต่ปลายเดือนม.ค.ของทุกปี เป็นช่วงปิดกรีดยาง ปริมาณยางในตลาดมีน้อย ราคาจะเพิ่มขึ้นสูงโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว...”
สำหรับราคายางพารานั้น “...เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ยางแผ่นดิบก.ก.ละ 108.79 บาท (เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า) 149.39 บาท ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ก.ก.ละ 113.59 บาท (เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า) 156.87 บาท .."
สรุป ก็คือ ปู้ดได้ แต่ทำไม่เป็น
ยังครับ ผลงานเพียงแค่นี้ ยังเด็กๆ ระดับสภาโจ๊กอย่างอำมาตย์เต้นแล้ว ต้องมีทีเด็ดกว่านี้
ที่เห็นเป็นข่าวการบรรยายที่พิษณุโลก ซึ่งรมช.คนนี้ ก็พูดถึงเรื่อง ยางพาราอีกว่า
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า ด้วยภาพรวมของการปลูกยางพาราในประเทศไทยมีถึง 18 ล้านไร่ มากที่สุดอยู่ที่ภาคใต้ รองลงมาคือภาคเหนือและอีสาน ทุกปียางพาราทำเงินรายได้เข้าประเทศมากถึง 680,000 ล้านบาท ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานด้านยางพารา ตนได้นำเรื่องเสนอผ่านคณะรัฐมนตรีในการอนุมัติงบประมาณ จำนวน 16,000 ล้านบาท ให้เกษตรกรกู้เพื่อลงทุนขยายพื้นที่ แก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ โดยจะเริ่มรับซื้อยางแผ่นดิบชั้น 3 จากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 120 บาท สามารถรับซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 ควบคู่กับการออกกฎหมาย พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย โดยจะผลักดันเป้าหมายการส่งออกยางพาราในปี 2556 ให้มีมูลค่าเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาทให้ได้ และหากทำไม่ได้ตนจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการทำหน้าที่ผลักดันจนกว่าจะสำเร็จตามเป้าหมายดังกล่าว
ประเด็นระดับสภาโจ๊กของอำมาตย์ดีแต่โม้คนนี้ มีอยู่สองจุด คือ
จุดแรก ที่บอกว่าจะเพิ่มยอดส่งออกของยางพาราจากที่เป็นอยู่ 680,000 ล้านบาท ให้เป็น 1,000,000 ล้านบาท ในปี 2556
เด็กมัธยม ที่พอคิดเลขเป็น เห็นตัวเลขนี้แล้วทุกคน ก็คงมองหน้าเจ้าเต้น แล้วบอกว่า “ไอ้ขี้โม้”
เทวดาที่ไหน ก็ไม่มีทางเพิ่มยอดส่งออกถึงเกือบร้อยละห้าสิบ ได้ในเวลาเพียงปีเศษ
ข้อนี้ แสดงว่า ณัฐวุฒิของเรา คิดเลขไม่เป็น ระดับอ่อนเลข หรือ ตกเลข .. ชัวร์
จุดที่สอง ที่เป็นแบบฉบับของสภาโจ๊กจริงๆ ก็ตรงที่ ไพร่แดงคนนี้ แสดงความรับผิดชอบ ในการที่จะผลักดันเป้าหมายส่งออกนี้ โดยบอกว่า
“...หากทำไม่ได้ตนจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการทำหน้าที่ผลักดันจนกว่าจะสำเร็จตามเป้าหมายดังกล่าว..”
ข้อนี้ แสดงว่า หมอนี่ ไม่มียาง (อาย) เอาเสียเลย
ทำได้..ไม่ได้ ข้าก็จะขออยู่ทำมันไปเรื่อยๆ
ไ อ้ ขี้ โ ม้
โดยประยูร
http://www.oknation....t.php?id=800161
กลับไปเล่นตลกอีกก็ยังได้น่ะ ทั่นอำมาตย์... 
Edited by Suraphan07, 7 August 2012 - 17:03.