“ อนุดิษฐ์" สวน “บุญยอด” มั่วข้อมูล ยัน มีศูนย์ซ่อมครบตามสัญญา ยอมรับ ภาพที่เอามาแฉเป็นบริษัทเสิ่นเจิ้นในไทย แต่ไม่เกี่ยวกับศูนย์ซ่อมเป็นแค่ศูนย์ประสานงาน ไม่กระทบความน่าเชื่อถือของ เสิ่นเจิ้นสโคป อึกอัก ถูกบี้ถาม ใช้อาชีวะศึกษาซ่อมแทน อ้าง แค่ดูแลเบื้องต้นก่อนส่งศูนย์ หากเครื่องเสียมีเครื่องใหม่เปลี่ยนทันทีภายใน 5 วัน แต่มีสำรองแค่โรงเรียนละ 2 เครื่อง แจง แจกแท็บเล็ต ตาก ไร้ไฟฟ้า ไม่ทำให้เป็นเศษเหล็ก แต่เป็นแรงกระตุ้นให้จังหวัดเร่งจัดไฟฟ้าให้โรงเรียน เชื่อแก้ปัญหาได้ภายในเทอมนี้
นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวตำหนิ เรื่องมีศูนย์ซ่อมบำรุงแท็บเล็ต 30 จุด ที่ยังไม่มีความพร้อม และไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์บางศูนย์นั้นว่า การที่ส.ส.ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะใช้ข้อมูลในการอภิปรายในสภา ควรมีการกลั่นกรองตรวจสอบข้อมูลให้เกิดความมั่นใจก่อนว่าข้อมูลที่เอามาพูดเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะข้อมูลที่ปรากฏน่าจะขัดแย้งกับที่นายบุญยอด เอามากล่าวในเรื่องศูนย์ซ่อมแท็บเล็ตในประเทศไทย เพราะในสัญญามีการระบุเอาไว้ชัดว่าในส่วนของผู้ที่ได้รับสัญญา หลังมีการส่งมอบจะต้องมีการดำเนินการเรื่องศูนย์ซ่อมได้ไม่น้อยกว่า 30 แห่ง ภายใน90 วัน ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทได้ดำเนินการไปเสร็จสิ้นแล้ว และร่วมกับบริษัทในประเทศไทย ซึ่งในส่วนของบริษัทที่เข้ามาร่วม เป็นบริษัทร่วมค้ากับเรื่องการดูแลศูนย์ซ่อม ไม่เพียงแต่จะมีแค่ 30 ศูนย์ แต่มีมากถึง114 แห่ง และเรื่องดังกล่าวเคยเป็นข่าวไปแล้ว
“ การที่ออกมาพูดแล้ว ไม่พูดข้อเท็จจริงทั้งหมด เป็นการระบุเพียงสถานที่ บางสถานที่ดูเหมือน จะทำให้การนำเสนอข้อมูลในลักษณะนี้ หากว่าข้อมูลข้อเท็จจริงปรากฏภายหลัง การปรากฏออกไปคิดว่าความน่าเชื่อถือของฝ่ายค้านที่ยังทำหน้าที่กันแบบนี้ก็คงจะไม้ไดรับการเชื่อถือต่อไป” นายอนุดิษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่าขั้นตอนการส่งซ่อมสามารถส่งไปยังศูนย์ที่ระบุว่ามี 114 แห่งได้เลยหรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า ถูกต้อง เพราะกระบวนการนี้แต่ละโรงเรียนจะทำความเข้าใจกับผู้ที่ได้รับและดูแลเครื่อง หลังจากที่มีปัญหาและอยู่ในเงื่อนไขการรับประกัน หรือแม่้ว่าจะไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันก็สามารถส่งไปตามสำนักงานเขตการศึกษาจะเป็นผู้รับนำส่งไปยังศูนย์ซ่อมเพื่อเข้าสู่กระบวนการซ่อมต่อไป นอกจากนั้นในระหว่างเครื่องเข้าสุ่กระบวนการซ่อมจะมีเครื่องทดแทนให้ทันทีภายใน 5 วันทำการ เป็นเครื่องใหม่สำรองไปทดแทนได้โดยไม่ขาดช่วงในการใช้งาน
ส่วนภาพของบริษัทเสิ่นเจิ้นในไทยที่ดูไม่น่าเชื่อถือจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทเสิ่นเจิ้น สโคปในจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตแท็บเล็ตให้กับกระทรวงไอซีทีหรือไม่นั้น นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ กล่าวว่า เป็นคนละประเด็นโดยสิ้นเชิง เพราะเรากำลังพูดถึงศูนย์ซ่อมและปรากฏว่ามีการร่วมค้ากับบริษัทที่มีชื่อเสียงไปแล้ว ดังนั้นการจะดำเนินการประสานงานในส่วนศูนย์ดังกล่าวเป็นศูนย์ประสานงานทั่วไปจะมีหน้าตาเป็นแบบใด เป็นคนละประเด็นกับการซ่อม ไม่กระทบกับความน่าเชื่อถือของบริษัทเสิ่นเจิ้น แต่ควรเอาประเด็นเรื่องศูนย์ซ่อม คำตอบคือเขาทำตามสัญญาที่กำหนดวันที่ 9 สิงหาคม 2555 ต้องมีศูนย์ซ่อมได้แล้ว
เมื่อถามว่ามีการสอบถามไปยังคอลเซ็นเตอร์ 1111 กด 8 เจ้าหน้าที่แจ้งว่าการส่งซ่อมไม่ได้ส่งไปยังบริษัท.... ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัทเสิ่นเจิ้น แต่กลายเป็นความรับผิดชอบของอาชีวะศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ ที่จะดูแลซ่อมแซมให้ เท่ากับเอาหน่วยงานรัฐไปรองรับการบริการแทนบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับเสิ่นเจิ้นหรือไม่ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ มีท่าทีอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า คงต้องดูเงื่อนไขว่าการซ่อมดังกล่าวอยู่ในเงื่อนไขที่จะส่งไปยังศูนย์ซ่อมหรือไม่ เพราะต้องดูเบื้องต้นก่อนว่าความเสียหายถึงขั้นต้องส่งศูนย์หรือไม่“ผมไม่คิดว่าจะเป็นการเอาหน่วยงานรัฐไปรองรับแทนบริษัทเอกชน เพราะการซ่อมมีสองลักษณะ หากเป็นการซ่อมที่เกิดจากการชำรุดภายใต้เงื่อนไขการรับประกันก็ต้องส่งศูนย์ซ่อมของบริษัท แต่การชำรุดที่ไม่อยู่ในเงื่อนไขการรับประกันทาง...กระทรวงศึกษาธิการอาจจะวางในส่วนอาชีวะมารองรับก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะมีขีดความสามารถที่จะดูแลได้” รมว.ไอซีทีกล่าว
เมื่อถามว่า เงื่อนไขตามสัญญาระบุว่าให้การซ่อมแล้วเสร็จภายใน 5 วันทำการ แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ได้รับคำชี้แจงว่า เมื่ออาชีวะศึกษาที่ได้รับเครื่องส่งไปยังศูนย์แล้วจะใช้เวลาถึง 15 วันทำการ จะเป็นการผิดเงื่อนไขในสัญญาหรือไม่ รมว.ไอซีที กล่าวว่า การชี้แจงอาจไม่ถูกข้อเท็จจริง เพราะเครื่องจะทดแทนภายใน 5 วัน ไม่ใช่ว่าเครื่องเสียแล้วให้ซ่อมภายใน 5 วัน กระทรวงศึกษาจึงเตรียมเครื่องดี ๆ ให้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเครื่องเสียจะซ่อมนานแค่ไหนไม่เป็นไรแต่จะต้องมีเครื่องดีไปทดแทนภายใน 5 วัน ซึ่งในขณะนี้มีเครื่องสำรองเฉลี่ยอย่างน้อยโรงเรียนละ 2 เครื่อง
ถามต่อว่า หากเสียหายมากกว่าสองเครื่องในโรงเรียนแต่ละแห่งจะใช้เครื่องที่ไหนไปทดแทนให้ได้ภายใน 5 วันตามที่ระบุ นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ กล่าวเลี่ยงว่า ค่าเฉลี่ยที่พูดว่าสองเครื่องไม่ได้หมายความว่ามีสองเครื่องทุกโรงเรียนแต่โรงเรียนใหญ่อาจมีมากกว่านั้น หรือโรงเรียนเล็กอาจไม่มีเครื่องเลย โดยเครื่องจะอยู่ที่สำนักงานเขตการศึกษาในแต่ละพื้นที่ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า บางจังหวัดอย่างเช่น จ.ตาก เด็กนักเรียนได้แท็ปเลตแล้วแต่ไม่มีไฟฟ้าใช้นั้น นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปดูตามข้อเท็จจริงว่า ในส่วนของความพร้อม ของโรงเรียนที่ดำเนินการจะมีอยู่หลายหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ หน่วยงานหลักคือสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) มีโรงเรียนที่ห่างไกล ในส่วนที่ยังมีความไม่พร้อมตรงนั้นก็เป็นเรืองของโครงสร้างพื้นฐาน อาจจะมีได้ ตนถือว่า ตัวแท็บเล็ตที่ไปถึงจะเป็นตัวกระตุ้นในการดำเนินการให้เกิดความพร้อมในเรื่องการมีไฟฟ้าใช้ ซึ่งี้ที่ จ.ตากเองก็มีการแก้ไขแล้ว โดยจะมีการทำในเรื่องระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่จะมาสนับสนุนโครงการแท็บเล็ต ตรงนั้นจะเป็นผลประโยชน์อีกส่วนที่ทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้ใช้แท็บเล็ตเมื่อถามว่าหากแจกแท็บเล็ตไปในช่วงที่โรงเรียนขาดความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไม่มีไฟฟ้ารองรับแท็บเล็ตที่แจกไปจะกลายเป็นเศษเหล็กที่ใช้งานไม่ได้หรือไม่ นาาอากาศเอกอนุดิษฐ กล่าวว่า ไม่ใช่เพราะผู้รับผิดชอบจะดำเนินการให้มีระบบไฟฟ้าให้แท็บเล็ตใช้งานได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานโดยภายในเทอมการศึกษาที่ 1 น่าจะแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จ
Edited by Limmy, 16 August 2012 - 12:13.