ผมเป็นศิษย์เก่า มธ.
เมื่อเห็นข่าวของสถาบันราชภัฎ พร้อมเหตุผลของเขา
บอกตรงๆ ผมรู้สึกหน้าชา คิดว่า เออ จริงของเขาว่ะ
Edited by ชามู, 21 August 2012 - 09:01.
Posted 21 August 2012 - 09:00
Edited by ชามู, 21 August 2012 - 09:01.
Posted 21 August 2012 - 09:12
If you try hard enough, you can be whatever you want to be.
Posted 21 August 2012 - 09:42
Posted 21 August 2012 - 11:06
Posted 21 August 2012 - 11:12
ຂ້ານ້ອຍຮູ້ສຶກເຫັນນຳມະຫາໄລຮາດຊະພັດ ເພາະວ່າມັນຕ້ອງຮູ້ຄຳວ່າ ກາລະ ເທສະ ຄືຕ້ອງຄຶດວ່າສິ່ງໃດຄວນຫຼືບໍຄວນ
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
Posted 21 August 2012 - 11:31
Posted 21 August 2012 - 11:37
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
Posted 21 August 2012 - 12:06
Edited by อู๋ ฮานามิ, 21 August 2012 - 12:07.
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
Posted 21 August 2012 - 12:09
What is a rebel? - A man who says NO! _ Albert Camus
Posted 21 August 2012 - 12:12
ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ
อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด
Posted 22 August 2012 - 06:54
Edited by Solidus, 22 August 2012 - 06:54.
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
Posted 22 August 2012 - 07:14
Posted 22 August 2012 - 07:36
Posted 22 August 2012 - 08:18
Edited by นักเรียนตลอดชีพ, 22 August 2012 - 08:19.
.. เห็นได้ชัด ประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ ไม่ได้ทำให้ได้มา ซึ่งผู้นำที่เก่ง และ ฉลาด ..
ที่นำความอยู่ดี กินดี มาให้ประชาชนได้ แล้วคุณยังจะอ้างประชาธิปไตยเสียงส่วนใหญ่ทำไม
Posted 22 August 2012 - 09:21
ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ
Posted 22 August 2012 - 10:17
หลักการ กฏระเบียบ เขามีไว้ให้คนหมู่มากปฎิบัติร่วมกัน ...
สิทธิส่วนบุคคล ควรไปทำลายกฎระเบียบ หรือไม่ อย่าลืมว่าการทำลายกฎระเบียบ นำมาซึ่งความวุ่นวายไม่รู้จบ ...
แต่ผมว่า เป็นเรื่องไร้สาระมาก ..คนที่อยากแต่งหญิงไม่แต่งหญิงวันนี้วันเดียว มันจะตายไหม นะ ..
Posted 22 August 2012 - 10:48
การทำตัวอยู่ในวินัยแค่วันเดียว มันจะตายเลยเหรอ
หลักการ กฏระเบียบ เขามีไว้ให้คนหมู่มากปฎิบัติร่วมกัน ...
สิทธิส่วนบุคคล ควรไปทำลายกฎระเบียบ หรือไม่ อย่าลืมว่าการทำลายกฎระเบียบ นำมาซึ่งความวุ่นวายไม่รู้จบ ...
แต่ผมว่า เป็นเรื่องไร้สาระมาก ..คนที่อยากแต่งหญิงไม่แต่งหญิงวันนี้วันเดียว มันจะตายไหม นะ ..
การแต่งกายตามสภาพจิตใจตัวเองโดยไม่ผิดกฎหมาย ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ถ้าจะไปบังคับจิตใจที่ผิดปกติของเขาด้วยกฎระเบียบ มันก็ไม่น่าจะใช่
ผมจึงกลับมองว่ากรณีนี้ กฎระเบียบเป็นฝ่ายทำลายสิทธิส่วนบุคคล
บางท่านอาจมองในมุมว่า เรื่องกฎระเบียบแค่นี้ ถ้าทำไม่ได้แล้วจะใช้ชีวิตในสังคมได้ยังไง ใช้ชีวิตตามกฎหมายได้ยังไง
ผมก็คิดว่า ตรงนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจ เรื่องความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน
มันคงไม่ใช่ว่าถ้าตรงนี้ปฎิบัติไม่ได้แล้ววันหน้าจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ได้
พวกเพศที่ 3 เขาคือกลุ่มคนที่มีความผิดปกติ มีปมด้อยกับชีวิตที่เป็นแบบนั้น จึงย่อมมีปัญหาทางด้านสภาพจิตใจ
คนที่เกิดมาปกติ คือคนที่โชคดีกว่าเขา ก็ควรให้โอกาสเขา และในการรับปริญญาบัตร ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
ถ้าเขาได้เป็นตัวของตัวเองในวันนั้น ก็น่าจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นกับชีวิตที่มีปมของเขาขึ้นมาบ้าง
สรุปมุมมองของผมต่อกรณีนี้คือ มันเป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ
พวกเขาคือคนไม่ปกติ มีปมด้อย ถ้าตรงไหนที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้ แล้วไม่ทำให้เราเดือดร้อน ก็น่าจะตามใจเขาครับ
Posted 22 August 2012 - 10:55
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
Posted 22 August 2012 - 10:57
การทำตัวอยู่ในวินัยแค่วันเดียว มันจะตายเลยเหรอ
หลักการ กฏระเบียบ เขามีไว้ให้คนหมู่มากปฎิบัติร่วมกัน ...
สิทธิส่วนบุคคล ควรไปทำลายกฎระเบียบ หรือไม่ อย่าลืมว่าการทำลายกฎระเบียบ นำมาซึ่งความวุ่นวายไม่รู้จบ ...
แต่ผมว่า เป็นเรื่องไร้สาระมาก ..คนที่อยากแต่งหญิงไม่แต่งหญิงวันนี้วันเดียว มันจะตายไหม นะ ..
การแต่งกายตามสภาพจิตใจตัวเองโดยไม่ผิดกฎหมาย ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ถ้าจะไปบังคับจิตใจที่ผิดปกติของเขาด้วยกฎระเบียบ มันก็ไม่น่าจะใช่
ผมจึงกลับมองว่ากรณีนี้ กฎระเบียบเป็นฝ่ายทำลายสิทธิส่วนบุคคล
บางท่านอาจมองในมุมว่า เรื่องกฎระเบียบแค่นี้ ถ้าทำไม่ได้แล้วจะใช้ชีวิตในสังคมได้ยังไง ใช้ชีวิตตามกฎหมายได้ยังไง
ผมก็คิดว่า ตรงนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจ เรื่องความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน
มันคงไม่ใช่ว่าถ้าตรงนี้ปฎิบัติไม่ได้แล้ววันหน้าจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ได้
พวกเพศที่ 3 เขาคือกลุ่มคนที่มีความผิดปกติ มีปมด้อยกับชีวิตที่เป็นแบบนั้น จึงย่อมมีปัญหาทางด้านสภาพจิตใจ
คนที่เกิดมาปกติ คือคนที่โชคดีกว่าเขา ก็ควรให้โอกาสเขา และในการรับปริญญาบัตร ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
ถ้าเขาได้เป็นตัวของตัวเองในวันนั้น ก็น่าจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นกับชีวิตที่มีปมของเขาขึ้นมาบ้าง
สรุปมุมมองของผมต่อกรณีนี้คือ มันเป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ
พวกเขาคือคนไม่ปกติ มีปมด้อย ถ้าตรงไหนที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้ แล้วไม่ทำให้เราเดือดร้อน ก็น่าจะตามใจเขาครับ
ขนาดรด.ตุ๊ด ยังต้องทำตามวินัยเพื่อให้เรียนจบ
ยิ่งอ่านความเห็นคุณยิ่งทำให้คิดว่า พวกลักเพศเป็นโรคจิต
Posted 22 August 2012 - 11:09
การทำตัวอยู่ในวินัยแค่วันเดียว มันจะตายเลยเหรอ
หลักการ กฏระเบียบ เขามีไว้ให้คนหมู่มากปฎิบัติร่วมกัน ...
สิทธิส่วนบุคคล ควรไปทำลายกฎระเบียบ หรือไม่ อย่าลืมว่าการทำลายกฎระเบียบ นำมาซึ่งความวุ่นวายไม่รู้จบ ...
แต่ผมว่า เป็นเรื่องไร้สาระมาก ..คนที่อยากแต่งหญิงไม่แต่งหญิงวันนี้วันเดียว มันจะตายไหม นะ ..
การแต่งกายตามสภาพจิตใจตัวเองโดยไม่ผิดกฎหมาย ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล
ถ้าจะไปบังคับจิตใจที่ผิดปกติของเขาด้วยกฎระเบียบ มันก็ไม่น่าจะใช่
ผมจึงกลับมองว่ากรณีนี้ กฎระเบียบเป็นฝ่ายทำลายสิทธิส่วนบุคคล
บางท่านอาจมองในมุมว่า เรื่องกฎระเบียบแค่นี้ ถ้าทำไม่ได้แล้วจะใช้ชีวิตในสังคมได้ยังไง ใช้ชีวิตตามกฎหมายได้ยังไง
ผมก็คิดว่า ตรงนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจ เรื่องความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน
มันคงไม่ใช่ว่าถ้าตรงนี้ปฎิบัติไม่ได้แล้ววันหน้าจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎหมายไม่ได้
พวกเพศที่ 3 เขาคือกลุ่มคนที่มีความผิดปกติ มีปมด้อยกับชีวิตที่เป็นแบบนั้น จึงย่อมมีปัญหาทางด้านสภาพจิตใจ
คนที่เกิดมาปกติ คือคนที่โชคดีกว่าเขา ก็ควรให้โอกาสเขา และในการรับปริญญาบัตร ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
ถ้าเขาได้เป็นตัวของตัวเองในวันนั้น ก็น่าจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นกับชีวิตที่มีปมของเขาขึ้นมาบ้าง
สรุปมุมมองของผมต่อกรณีนี้คือ มันเป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจ
พวกเขาคือคนไม่ปกติ มีปมด้อย ถ้าตรงไหนที่ทำให้พวกเขามีความสุขได้ แล้วไม่ทำให้เราเดือดร้อน ก็น่าจะตามใจเขาครับ
ขนาดรด.ตุ๊ด ยังต้องทำตามวินัยเพื่อให้เรียนจบ
ยิ่งอ่านความเห็นคุณยิ่งทำให้คิดว่า พวกลักเพศเป็นโรคจิต
ว่าแล้ว อุตส่าห์ออกตัวแล้วนะ
แค่คำว่าลักเพศโรคจิตของคุณ แสดงให้เห็นแล้วว่าคุณมองคนกลุ่มนี้ไม่เหมือนผมมอง
ก็เลยไม่แปลกใจที่คุณไม่เข้าใจที่ผมพยายามสื่อ
Posted 22 August 2012 - 11:09
Posted 22 August 2012 - 11:10
คนไม่ปกติก็ควรจะเข้าใจคนปกติบ้างนะ
ว่าเขาก็ต้องลำบากใจเหมือนกันน่ะ
Posted 22 August 2012 - 11:43
Edited by shinethai, 22 August 2012 - 11:44.
Posted 22 August 2012 - 11:44
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
Posted 22 August 2012 - 11:45
Posted 22 August 2012 - 11:52
Posted 22 August 2012 - 12:02
คนไม่ปกติก็ควรจะเข้าใจคนปกติบ้างนะ
ว่าเขาก็ต้องลำบากใจเหมือนกันน่ะ
ผมก็คนปกติ แต่ผมไม่ลำบากใจ ก็เลยอยากรู้ว่าคุณลำบากใจตรงไหน ช่วยชี้ให้เห็นหน่อย จะได้นำมาพิจารณา

Posted 22 August 2012 - 15:40
คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม คือ ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
คุณธรรมที่พร้ำสอน ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา ส่วน ประชาธิปไตยน่ะรึ เอาเข้าจริงๆ สำคัญอันใด??
Posted 22 August 2012 - 16:12
ลองคิดเล่นๆ ผมเป็นผู้ชาย ถ้าจะมาบังคับให้ผมแต่งเป็นหญิง ก็คงอึดอัด แถมทุเรศตัวเองด้วย
คนที่ร่างกายเป็นชาย แต่จิตใจเป็นหญิง เขาก็ย่อมอยากแต่งเป็นหญิง เพราะจิตใจเขาเป็นผู้หญิง
เพศที่ 3 เขาไม่ปกติ และแน่นอนว่าเขาย่อมมีความทุกข์ใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
ก็เลยคิดว่า คนที่เกิดมาโชคดีเป็นปกติ ก็จะน่าเห็นใจเขา
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป กฎระเบียบใดๆที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น ผมคิดว่าก็น่าจะยืดหยุ่นกันได้
ปล.ผมไม่ได้เป็นกระเทยนะ
Posted 22 August 2012 - 16:27
Posted 22 August 2012 - 16:31
งั้นเข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อคนี่ไม่ใส่ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนผู้อื่น ก็น่าจะยืดหยุ่นได้นะ ระเบียบเขียนไว้ไม่พอใจก็เรียกร้อง ไม่พอใจก็ไม่ต้องเข้ารับง่ายๆเองลองคิดเล่นๆ ผมเป็นผู้ชาย ถ้าจะมาบังคับให้ผมแต่งเป็นหญิง ก็คงอึดอัด แถมทุเรศตัวเองด้วย
คนที่ร่างกายเป็นชาย แต่จิตใจเป็นหญิง เขาก็ย่อมอยากแต่งเป็นหญิง เพราะจิตใจเขาเป็นผู้หญิง
เพศที่ 3 เขาไม่ปกติ และแน่นอนว่าเขาย่อมมีความทุกข์ใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
ก็เลยคิดว่า คนที่เกิดมาโชคดีเป็นปกติ ก็จะน่าเห็นใจเขา
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป กฎระเบียบใดๆที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น ผมคิดว่าก็น่าจะยืดหยุ่นกันได้
ปล.ผมไม่ได้เป็นกระเทยนะ
Posted 22 August 2012 - 16:32
ผมมองว่า ต้องจำแนกกันเป็นรายบุคคล
หากกระเทยที่แปลงเพศแล้ว ทำนมแล้ว การให้แต่งชายทั้งที่นมตั้งเต้าโทนโท่
ก็ออกจะดูน่าเกลียด แต่หากเป็นกระเทยปกติ ที่ยังคงลักษณะชาย
ผมก็ไม่เห็นด้วยที่จะให้อิสระในการแต่งกายตามใจจนเกินควรครับ
ชื่อยของคุณยังเป็นนาย ลักษณะทางร่ายกายยังเป็นชาย
ผมมองว่า หากแต่งหญิง จะแลดูเป็นการไม่ให้เกียรติสถาบัน รวมถึงผู้มอบ
(ไม่ว่าจะเป็นการพระราชทาน หรือมอบโดยอธิการบดี)
เพราะการรับปริญญาบัตร สำหรับผม ผมว่ามันเป็นพิธีที่ศักดิสิทธิ์นะ
มันไม่ใช่เรื่องของสิทธิ เสรีภาพแต่อย่างเดียว แต่อาจหมายถึงความควร ไม่ควร
ผมมีเพื่อนเป็นเกย์ เป็นกระเทยเยอะแยะครับ เป็นทอมก็มี
แต่เมื่อถึงเวลา แม้จะรับเพียงกับอธิการบดี ก็ยังทำตามเพศตัวเองกันทั้งนั้น
สงสารพ่อแม่ด้วยครับ ที่ต้องมาถ่ายรูปกับลูกชายในงานรับปริญาในชุดกระโปรงและรองเท้าส่้นสูง
แต่ถ้าถึงขั้นแปลงเพศแล้ว นั่นคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่น่าจะยอมรับได้ไปนานแล้ว
Posted 22 August 2012 - 16:57
ปกติผึ้งไม่มีปัญหากับพวกนี้เลยนะ แต่พักหลังๆ นี่มันชักจะเกินไป จะเปลี่ยนคำนำหน้ามั่งล่ะ จะเอาผ่าแปลงเพศเข้าเป็นประกันสุขภาพบ้างล่ะ มันเริ่มจะเอาเปรียบคนทั่วไปซะแล้ว เลยเริ่มชักจะไม่ชอบขึ้นมา
Posted 22 August 2012 - 17:54
Edited by ดาร์ค สวอน, 22 August 2012 - 17:55.
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
Posted 22 August 2012 - 18:56
ประเด็นนี้มันก็มีความคิดเห็นหลายมุมมอง ซึ่งผมก็ยอมรับหลายๆ ความเห็น แต่ก็จะขอพูดอีกว่า
มหาวิทยาลัย "มีสิทธิ" ที่จะบังคับเรื่องการแต่งกายที่เห็นว่าเหมาะสม ในการรับปริญญาของนิสิตนักศึกษา เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามและถูกกาละเทศะ
นิสิตนักศึกษา "มีหน้าที่" ที่จะต้องทำตามกฏระเบียบที่มหาวิทยาลัยบังคับใช้ ตราบเท่าที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แม้จะเป็นวันสุดท้ายก็ตาม
คำถามว่า ทำไมถึงต้องอยากชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย
มันเป็น "เสรีภาพ" หรือ "ความเอาแต่ใจ"
Posted 22 August 2012 - 19:18
ประเด็นนี้มันก็มีความคิดเห็นหลายมุมมอง ซึ่งผมก็ยอมรับหลายๆ ความเห็น แต่ก็จะขอพูดอีกว่า
มหาวิทยาลัย "มีสิทธิ" ที่จะบังคับเรื่องการแต่งกายที่เห็นว่าเหมาะสม ในการรับปริญญาของนิสิตนักศึกษา เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามและถูกกาละเทศะ
นิสิตนักศึกษา "มีหน้าที่" ที่จะต้องทำตามกฏระเบียบที่มหาวิทยาลัยบังคับใช้ ตราบเท่าที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แม้จะเป็นวันสุดท้ายก็ตาม
คำถามว่า ทำไมถึงต้องอยากชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย
มันเป็น "เสรีภาพ" หรือ "ความเอาแต่ใจ"
อยากให้นักศึกษา ของ มธ. ที่ต้องการแต่งตัวตามที่ตัวเองต้องการ
เข้ามาอ่านความเห็นนี้จริงๆ
สังคมปัจจุบันยังแยกคำว่า "สิทธิ" กับ "หน้าที่" ไม่ได้
เรื่องมันก็เลยยุ่งอย่างที่เห็นนี่แหละครับ

Edited by David_GinoLa, 22 August 2012 - 19:22.
Posted 22 August 2012 - 20:20
ลองคิดเล่นๆ ผมเป็นผู้ชาย ถ้าจะมาบังคับให้ผมแต่งเป็นหญิง ก็คงอึดอัด แถมทุเรศตัวเองด้วย
คนที่ร่างกายเป็นชาย แต่จิตใจเป็นหญิง เขาก็ย่อมอยากแต่งเป็นหญิง เพราะจิตใจเขาเป็นผู้หญิง
เพศที่ 3 เขาไม่ปกติ และแน่นอนว่าเขาย่อมมีความทุกข์ใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
ก็เลยคิดว่า คนที่เกิดมาโชคดีเป็นปกติ ก็จะน่าเห็นใจเขา
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป กฎระเบียบใดๆที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น ผมคิดว่าก็น่าจะยืดหยุ่นกันได้
ปล.ผมไม่ได้เป็นกระเทยนะ
เพศที่ 3 ไม่ใช่ความผิดปกติครับ มันเป็นความชอบส่วนบุคคล ไม่มีอะไรต้องเห็นใจกันหรอกครับ
แต่ถ้าอ้างแบบนั้น ก็อ้างไปได้เรื่อย ไม่ชอบชุด ชุดมันคับ รุ่มร่าม อึดอัด ก็อ้างความชอบส่วนตัวได้ครับ
จริงๆ แล้วการแต่งตัวให้ตรงกับเพศสภาพของร่างกาย ผมคิดว่าไม่มีใครรังเกียจขนาดนั้น
เพราะในชีวิตจริงก็ต้องเคยแต่งกันมาอยู่แล้ว
อีกอย่าง ถ้าไม่เข้าร่วมงาน ก็ไม่มีใครบังคับครับ
Posted 22 August 2012 - 20:36
งั้นเข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อคนี่ไม่ใส่ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนผู้อื่น ก็น่าจะยืดหยุ่นได้นะ ระเบียบเขียนไว้ไม่พอใจก็เรียกร้อง ไม่พอใจก็ไม่ต้องเข้ารับง่ายๆเอง
ลองคิดเล่นๆ ผมเป็นผู้ชาย ถ้าจะมาบังคับให้ผมแต่งเป็นหญิง ก็คงอึดอัด แถมทุเรศตัวเองด้วย
คนที่ร่างกายเป็นชาย แต่จิตใจเป็นหญิง เขาก็ย่อมอยากแต่งเป็นหญิง เพราะจิตใจเขาเป็นผู้หญิง
เพศที่ 3 เขาไม่ปกติ และแน่นอนว่าเขาย่อมมีความทุกข์ใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
ก็เลยคิดว่า คนที่เกิดมาโชคดีเป็นปกติ ก็จะน่าเห็นใจเขา
ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป กฎระเบียบใดๆที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้อื่น ผมคิดว่าก็น่าจะยืดหยุ่นกันได้
ปล.ผมไม่ได้เป็นกระเทยนะ
Posted 22 August 2012 - 21:14
ประเด็นนี้มันก็มีความคิดเห็นหลายมุมมอง ซึ่งผมก็ยอมรับหลายๆ ความเห็น แต่ก็จะขอพูดอีกว่า
มหาวิทยาลัย "มีสิทธิ" ที่จะบังคับเรื่องการแต่งกายที่เห็นว่าเหมาะสม ในการรับปริญญาของนิสิตนักศึกษา เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงามและถูกกาละเทศะ
นิสิตนักศึกษา "มีหน้าที่" ที่จะต้องทำตามกฏระเบียบที่มหาวิทยาลัยบังคับใช้ ตราบเท่าที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ แม้จะเป็นวันสุดท้ายก็ตาม
คำถามว่า ทำไมถึงต้องอยากชายแต่งหญิง หญิงแต่งชาย
มันเป็น "เสรีภาพ" หรือ "ความเอาแต่ใจ"
อยากให้นักศึกษา ของ มธ. ที่ต้องการแต่งตัวตามที่ตัวเองต้องการ
เข้ามาอ่านความเห็นนี้จริงๆ
สังคมปัจจุบันยังแยกคำว่า "สิทธิ" กับ "หน้าที่" ไม่ได้
เรื่องมันก็เลยยุ่งอย่างที่เห็นนี่แหละครับ
ที่จริงที่มธ เวลาเรียนทั่วไปตามปกติ นักศึกษาสามารถแต่งกายโดยไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนศ.ไปเรียนได้ครับ (ยกเว้นการเรียนบางวิชาเช่นวิชาแล็ป,วิชาฝึกงานของวิศวะ ฯลฯ)
ถ้าจำไม่ผิด วันที่ต้องใส่ชุด นศ. คือวันสอบ วันพิธีการสำคัญๆของมหาวิทยาลัย และเวลาไปติดต่อราชการมั้งครับ
แต่หลังๆนี่ชักมีพวกจะเอาใหญ่ อย่างภาพนี้ (ผมไม่แน่ใจนะว่ากระดาษแผ่นนี้มีเจตนาแค่เพียงล่อเป้าหรือเปล่า???)
ที่มา:
http://www.facebook....&type=1
ถ้าอยากได้ความเท่าเทียม
ก็ปีนป่ายขึ้นไปให้อยู่เทียบเท่ากับคนอื่นเค้า
อย่าได้กระชากฉุดให้คนอื่นเขาลงมาตกต่ำเท่ากับตน
0 members, 1 guests, 0 anonymous users