
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อบ่ายวานนี้เตือนทหารทุกเหล่าทัพให้ระวังนักการ เมืองปฏิวัติในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤศจิกายนนี้ แฉมีการเอากำลังติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างไม่หยุดยั้ง มุ่งหมายต่อต้านทหารและจัดการกับผู้นำทหาร
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าในขณะที่นักการเมืองและลิ่วล้อตลอดจนสื่อมวลชนและนักวิชาการในเครือ ข่ายพยายามสร้างความเกลียดชังในกองทัพว่าจ้องจะปฏิวัตินั้นเป็นเพียงมายาภาพ แต่แท้จริงแล้วนักการเมืองต้องการยึดอำนาจจากทหาร ต้องการปลดผู้นำทหารเพื่อเอากองทัพมาอยู่ใต้กระโปรง จึงได้ทำการหลายอย่าง เช่น ในทางสื่อมวลชนก็ดิสเครดิตทหาร มาจนกระทั่งสั่งไม่ให้สื่อมวลชนของรัฐเสนอข่าวของทหารที่ช่วยเหลือประชาชน ในขณะเดียวกันก็เข้าแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายและคิดจะยึดอำนาจการแต่งตั้ง โยกย้ายทหาร เพื่อให้ทหารหลุดออกจากความเป็นทหารของพระมหากษัตริย์และประชาชน ให้กลายเป็นทหารของนักการเมือง รวมทั้งการใช้งบประมาณจ้างวานหลอกล่อให้นายทหารบางคนยอมตนสวามิภักดิ์ และทำถึงขนาดมุ่งร้ายทำลายกองทัพอากาศ โดยการเปิดน้ำให้เข้าท่วมสนามบินดอนเมืองซึ่งเป็นฐานทัพอากาศของประเทศไทย ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมเลยตลอดระยะเวลาร้อยปีมานี้
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่านักการเมืองได้ปรับบทบาทของตำรวจเพื่อเข้าแทนที่ทหารมากขึ้น และตนยังทราบว่าขณะนี้มีแผนการที่จะจัดตั้งหน่วยยานเกราะให้กับตำรวจตามแนว ความคิดเดิมของพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ เพื่อจะใช้ตำรวจเป็นเครื่องมือในการยึดอำนาจหรือต่อต้านการปฏิวัติ รวมทั้งการปราบปรามประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาล
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าตนได้ทราบค่อนข้างชัดเจนว่าหลังวันที่ 16 พฤศจิกายน ศกนี้ จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อเผด็จอำนาจและเกรงว่าจะถูกขัดขวางจากทหาร ที่มีอำนาจในกองทัพในขณะนี้ ดังนั้นจึงมีแผนการถ่วงดุลข่มขวัญกระทั่งมุ่งเข้าจัดการกับผู้นำเหล่าทัพและ ผู้นำทหารจำนวนหนึ่ง ซึ่งนักการเมืองระแวงว่าจะยึดอำนาจ ดังนั้นจึงใช้อำนาจและฉวยโอกาสน้ำท่วมระดมกำลังตำรวจติดอาวุธสงครามเข้ามาใน พื้นที่กรุงเทพฯ กว่า 2,000 คน มีการระดมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ติดอาวุธเข้ากรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง และมีการซ่องสุมทหารรับจ้างต่างด้าวไว้ที่จังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้งสมุทรปราการ อีกหลายพันคน และยังเตรียมกำลังคนชุดดำที่เคยเคลื่อนไหวในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ซึ่งตนกำลังติดตามอีกเรื่องหนึ่งคือการเบิกใช้อาวุธปืนสแน็ปเปอร์ เพราะมีข่าวว่าอาจต้องกำจัดนายทหารบางคนด้วยวิธีการลอบสังหาร และยังมีข่าวที่จะกระทำต่อบุคคลสำคัญของประเทศอีกด้วย
พลเรือเอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าความเคลื่อนไหวในลักษณะนี้ อดีตนายทหารรุ่นเดียวกับตนได้ประเมินสถานการณ์ว่ามีเป้าหมาย 2 ขั้นตอน คือการเผด็จอำนาจทหารโดยแต่งตั้งปลดย้ายทหารที่ไม่เป็นที่ไว้วางใจออกจาก ตำแหน่ง แล้วเอาพวกของตนเข้าดำรงตำแหน่งแทน โดยใช้ปฏิบัติการแบบสายฟ้าแลบ ซึ่งแนวทางนี้จะใช้กองกำลังที่เตรียมไว้เพียงเพื่อถ่วงดุลและคานอำนาจไม่ให้ นายทหารที่มีอำนาจขยับเขยื้อน หรืออีกแนวทางหนึ่งก็จะเป็นแนวทางยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยส่งกำลังเข้าควบคุมและปลดนายทหารที่มีอำนาจ โดยใช้อำนาจพิเศษ หลังจากนั้นก็เข้าควบคุมกองทัพ และยึดประเทศไทยอย่างสมบูรณ์
พลเรือ เอก บรรณวิทย์ เก่งเรียน กล่าวว่าในขณะนี้กำลังมีการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองทั้งในเรื่องการอภัยโทษ ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพื่อจะได้เดินทางกลับประเทศในปลายปีนี้ การเผด็จอำนาจโดยนักการเมืองที่เข้าควบคุมกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จเพื่อใช้เป็น เครื่องมือเปลี่ยนการปกครองเป็นรัฐไทยใหม่ รวมทั้งความพยายามที่จะเอาเงินสำรองของประเทศมาใช้สอยเพื่อทำให้ทุกภาคส่วน อ่อนแอและพวกนักการเมืองพวกเดียวที่มีความเข้มแข็งอยู่ได้ ตนเชื่อว่าความเคลื่อนไหวทุกเรื่องกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาและใกล้ถึงจุดที่จะ ปฏิบัติการเต็มทีแล้ว จึงอยากเตือนทหารรุ่นน้อง ๆ ให้ระมัดระวังเรื่องนี้.
http://www.banawit.c...cat01&Itemid=37
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่แสดงให้เห็นว่าทำไม ศปภ. จึงไม่มีสมาธิหรือความจริงใจในการแก้ปัญหาน้ำท่วมแม้แต่น้อย แต่ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านและพิจารณาข่าวนี้นะครับ










