สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย...การเลือกตั้งเชิง"คุณภาพ"
#1
Posted 23 September 2012 - 18:38
ผมในฐานะหนึ่งคนไทยอยากขอนำเสนอหนึ่งความคิดเห็นสำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ไม่รู้ว่าจะเสนอได้ทางใดและให้กับใครจึงขอรบกวนพื้นที่ของเว็บบอร์ดเสรีไทยในการนี้
ทางออกของปัญหาที่ผมอยากนำเสนอ...ผมขออนุญาตตั้งชื่อตามหลักวิชาสถิติเช่นกันว่า...การเลือกตั้งเชิง"คุณภาพ"ครับ
เป้าหมายของการเลือกตั้งแบบนี้คือทำอย่างไรไม่ให้ปริมาณของผู้มีสิทธิ์มีเสียงในกลุ้มใดกลุ่มหนึ่งสามารถผูกขาดการเลือกรัฐบาลได้ และหนึ่งในวิธีการที่ผมพอจะคิดได้ก็คือ...การแบ่งประชากรเป็นกลุ่มตามวิชาชีพ เช่นกลุ่มชาวนา กลุ่มเกษตรกรอื่นๆ กลุ่มพ่อค้า กลุ่มนักวิชาการ เป็นต้น และให้นับเสียงในแต่กลุ่มเป็นเพียงหนึ่งโหวตเท่าๆกัน
โดยการเลือกตั้งแบบใหม่นี้อาจทำเป็นแบบสองหน หนแรกคือการเลือกส.ส.แบบเก่า และหลังจากรู้ผลนับคะแนนคร่าวๆแล้วในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมาก็ให้มาเลือกกันอีกครั้งโดยให้มีแค่สองพรรคที่มีเสียงมากที่สุดจากกลุ่มส.ส.มาเป็นตัวเลือกให้กับแต่ละกลุ่มอาชีพเลือกอีกครั้ง(เลือกตรงๆโดยไม่ต้องผ่านตัวแทนเพราะจะซื้อเสียงยากกว่า)แล้วนับการแพ้ชนะของแต่ละกลุ่มอาชีพเป็นหนึ่งโหวต และผู้ที่ชนะจากหนนี้ก็ได้เป็นรัฐบาล (แน่นอนว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปรับสมดุลอำนาจระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติใหม่)
ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของวิธีนี้ก็คือนโยบายของส.ส.ที่ใช้ในการหาเสียงจะเป็นแบบเพื่อท้องถิ่นมากขึ้น ขณะที่นโยบายพรรคก็จะมีการแข่งขันกันอย่างรอบด้านแท้จริง (ไม่ใช่มุ่งเน้นแต่ประชานิยมด้านใดด้านหนึ่งเพื่อเอาใจกลุ่มที่มีปริมาณมากที่สุดเพียงกลุ่มเดียว) นอกจากนี้ฐานข้อมูลของประชากรตามกลุ่มอาชีพยังอาจสามารถนำมาใช้สำหรับการเลือกตั้งส.ว. ซึ่งควรจะมีบทบาทมากขึ้นในการผ่านร่างกฏหมายต่างๆด้วย
จึงอยากนำเสนอไว้ให้พิจารณา...ขอบคุณครับ
- กาลามสูตร likes this
#2
Posted 23 September 2012 - 19:38
่มันจะคล้ายๆ การเลือก สว. นะครับ ในการคัดคนแต่ละสาขาอาชีพ
แล้วการแบ่งสาขาอาชีพ เราจะจัดอาชีพใด อยู่หมวดใด มันจะ "ยาก" นะครับ
เพราะ ปชช. ส่วนใหญ่จะ ประกอบอาชีพ "รับจ้าง" เพราะมันคลอบคลุมไปหลายอาชีพ
แล้ว อาชีพ ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อย จะให้ไปรวมกัน แต่ละสาขาอาชีพ ก็จะไม่ยอมอีก
คิดได้นะครับ แต่ทำ "ยาก" ครับ.................ด้วยความเคารพครับ
- โจโฉ นายกตลอดกาล and IFai like this
ขอเทิดทูนศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด
...แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี
โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี
...ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย
#3
Posted 23 September 2012 - 19:40
#5
Posted 23 September 2012 - 20:12
ถึงไม่ใช่ผมก็จะขอพูดกระทบแป๊ะในความเห็นนี้อยู่ดี
รากเหงาของปัญหามันอยู่ที่แป๊ะ ไม่มีแป๊ะ ก็ไม่มีนักเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยแบบทุกวันนี้ ถ้าแป๊ะใช้กติกาทางกฎหมายโดยไม่ใช้มวลชนกดดัน และถ้าทหารไม่ออกมาปฏิวัติ เรื่องมันสมควรจะจบลงได้ตั้งแต่ปีห้าหนึ่งแล้ว
สรุปว่าไปเก็บบัญชีกับแป๊ะและหัวหน้าคณะปฏิวัติในคราวนั้นกันเอาเองนะ
เพราะจะออกแบบการเลือกตั้งมาแบบไหนก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ถ้ายังไม่รู้จักการประสานรอยร้าว
...คงเป็นเพราะ นักการเมืองมืออาชีพเล่นเกมการเมืองเพื่อหวังผลทางการเมืองมากไปมั้ง ไอ้ที่จะปรองดองเลยปรองดองไม่ได้ซักที
#6
Posted 24 September 2012 - 09:18
ขอบคุณสำหรับคำกล่าวที่มันเป็น"ความคิดที่ดี"นะครับ
เรื่องการแบ่งกลุ่มอาชีพผมคิดไว้คร่าวๆดังนี้
1.กลุ่มชาวนา
2.กลุ่มเกษตรกรและกสิกรรมอื่นๆที่ไม่ใช่ชาวนา
3.กลุ่มกรรมาชีพ ลูกจ้างรายวัน และหาบเร่แผงลอย
4.กลุ่มอาจารย์และนักวิชาการ
5.กลุ่มทหาร(เพื่อการแสดงออกถึงพลังทางการเมืองได้โดยไม่ต้องปฏิวัติ)
6.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่
7.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและเล็ก(SME)
8.กลุ่มมนุษย์เงินเดือนทั้งข้าราชการและเอกชน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
9.กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อายุครบเกณฑ์เลือกตั้ง
ทั้งนี้ให้อาศัยข้อมูลจากกรมสรรพากรเป็นหลัก และภรรยาที่ไม่ได้ประกอบอาชีพให้ถือเป็นอาชีพเดียวกับสามี
อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงหนึ่งความคิดความเห็นนะครับ สาระสำคัญที่สุดสำหรับผมคืออยากให้มีการเลือกตั้งเชิงคุณภาพเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำตามการแบ่งกลุ่มอาชีพเหล่านี้ก็ได้ถ้าหากว่ามีวิธีการอื่นๆ
และแน่นอนว่า...ด้วยสภาพปัจจุบันมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากเสนอความคิดนี้ทิ้งไว้ให้กับคนแถวนี้ได้ลองขบคิดกันดู(อย่างน้อยก็เล่นๆ)ครับ
#7
Posted 24 September 2012 - 10:02
รากเหงาของปัญหามันอยู่ที่แป๊ะ ไม่มีแป๊ะ ก็ไม่มีนักเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยแบบทุกวันนี้ ถ้าแป๊ะใช้กติกาทางกฎหมายโดยไม่ใช้มวลชนกดดัน และถ้าทหารไม่ออกมาปฏิวัติ เรื่องมันสมควรจะจบลงได้ตั้งแต่ปีห้าหนึ่งแล้ว
สรุปว่าไปเก็บบัญชีกับแป๊ะและหัวหน้าคณะปฏิวัติในคราวนั้นกันเอาเองนะ
เพราะจะออกแบบการเลือกตั้งมาแบบไหนก็ไม่มีประโยชน์แล้ว ถ้ายังไม่รู้จักการประสานรอยร้าว
ผมเห็นด้วยนะ... เพราะก่อนหน้า ท่านแป๊ะ... เราก็อยู่กันดีๆ... เป็นการเมืองแบบไทยๆมานาน...
แป๊ะมาทำให้ การชุมนุม และมวลชน ที่ อ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน... มีอำนาจ เมื่อ บวกกับ ความอ่อนแอของกฏหมายและระบบยุติธรรม เฉพาะ ผู้บังคับใช้....
เราเลยมี การเมืองที่ มีฐานมาจาก... กลุ่มมวลชน.... เพราะ เมื่อเหลืองทำได้... อีกฝ่ายก็คิดได้ว่า... ทำไมเราจะทำไม่ได้...
ผมเชื่อว่า ไม่ทีทางที่จะออกแบบ การเลือกตัง หรือ รธณ อะไรเพื่อ แก้ได้..
เพราะ สุดท้าย... ตราบใดเรายังมี... หัวหน้าผู้รักษากฏหมาย แบบ "มีวันนี้เพราะพี่ให้" สิ่งที่ออกแบบจะไม่เป็นจริง...
ลองคิดถึง โรงเรียนมีกฏ.. ห้ามไว้ผมยาว.. แต่ ฝ่ายปกครอง..ไม่สนใจจะตรวจและลงโทษ.... ไม่ว่าเหตุผลในการตั้งกฏนี้จะดีอย่างไร.. มันก็เหมือนไม่มี...
ถ้าตำรวจเราดีกว่านี้... กฏหมายเลือกตั้ง บังคับใช้ได้... คนซื้อเสียง โดนจับปรับติดคุกภายใน 10 วัน...
ไม่ต้องหาวิธีเลือกตั้งใหม่หรอกครับ...
ยกเว้น ตั้งธงไว้ก่อนว่า อยากจะให้ บางพรรคชนะ... แบบนี้ ต้องคิดยากหน่อย...
"คนโง่มักจะชอบว่าคนอื่นว่าโง่"
"ถ้าคนเราคิดเหมือนกันหมด ก็ไม่มีเลือกตั้งซิครับ"
"ผมไม่พูด เรื่อง 112 แล้ว นะครับ กรุณาอย่าถาม (17 พค 2012)"
#8
Posted 24 September 2012 - 10:08
ผมเห็นด้วยนะ... เพราะก่อนหน้า ท่านแป๊ะ... เราก็อยู่กันดีๆ... เป็นการเมืองแบบไทยๆมานาน...
แป๊ะมาทำให้ การชุมนุม และมวลชน ที่ อ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน... มีอำนาจ เมื่อ บวกกับ ความอ่อนแอของกฏหมายและระบบยุติธรรม เฉพาะ ผู้บังคับใช้....
เราเลยมี การเมืองที่ มีฐานมาจาก... กลุ่มมวลชน.... เพราะ เมื่อเหลืองทำได้... อีกฝ่ายก็คิดได้ว่า... ทำไมเราจะทำไม่ได้...
ผมเชื่อว่า ไม่ทีทางที่จะออกแบบ การเลือกตัง หรือ รธณ อะไรเพื่อ แก้ได้..
เพราะ สุดท้าย... ตราบใดเรายังมี... หัวหน้าผู้รักษากฏหมาย แบบ "มีวันนี้เพราะพี่ให้" สิ่งที่ออกแบบจะไม่เป็นจริง...
ลองคิดถึง โรงเรียนมีกฏ.. ห้ามไว้ผมยาว.. แต่ ฝ่ายปกครอง..ไม่สนใจจะตรวจและลงโทษ.... ไม่ว่าเหตุผลในการตั้งกฏนี้จะดีอย่างไร.. มันก็เหมือนไม่มี...
ถ้าตำรวจเราดีกว่านี้... กฏหมายเลือกตั้ง บังคับใช้ได้... คนซื้อเสียง โดนจับปรับติดคุกภายใน 10 วัน...
ไม่ต้องหาวิธีเลือกตั้งใหม่หรอกครับ...
ยกเว้น ตั้งธงไว้ก่อนว่า อยากจะให้ บางพรรคชนะ... แบบนี้ ต้องคิดยากหน่อย...
สมกับเป็นผู้ที่มีความเห็นตรงไปตรงมาที่สุดในสามโลก
ขอคารวะหนึ่งจอก
#9
Posted 24 September 2012 - 10:08
คนโง่มีมากกว่าคนฉลาด เราจึงต้องใส่ใจคนโง่ด้วย
แค่กาให้ถูกช่องยังจะกาไม่ถูกเลย แล้วออกแบบเลือกตั้งซับซ้อนขนาดนั้น
คนส่วนใหญ่จะเข้าใจได้ยังไงครับ
- พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน likes this
~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~
#10
Posted 24 September 2012 - 10:13
ทำไงได้ล่ะครับท่านโจโฉ คนชั่วออกมาประท้วงขับไล่คนดี
ผมเห็นด้วยนะ... เพราะก่อนหน้า ท่านแป๊ะ... เราก็อยู่กันดีๆ... เป็นการเมืองแบบไทยๆมานาน...
แป๊ะมาทำให้ การชุมนุม และมวลชน ที่ อ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน... มีอำนาจ เมื่อ บวกกับ ความอ่อนแอของกฏหมายและระบบยุติธรรม เฉพาะ ผู้บังคับใช้....
เราเลยมี การเมืองที่ มีฐานมาจาก... กลุ่มมวลชน.... เพราะ เมื่อเหลืองทำได้... อีกฝ่ายก็คิดได้ว่า... ทำไมเราจะทำไม่ได้...
ผมเชื่อว่า ไม่ทีทางที่จะออกแบบ การเลือกตัง หรือ รธณ อะไรเพื่อ แก้ได้..
เพราะ สุดท้าย... ตราบใดเรายังมี... หัวหน้าผู้รักษากฏหมาย แบบ "มีวันนี้เพราะพี่ให้" สิ่งที่ออกแบบจะไม่เป็นจริง...
ลองคิดถึง โรงเรียนมีกฏ.. ห้ามไว้ผมยาว.. แต่ ฝ่ายปกครอง..ไม่สนใจจะตรวจและลงโทษ.... ไม่ว่าเหตุผลในการตั้งกฏนี้จะดีอย่างไร.. มันก็เหมือนไม่มี...
ถ้าตำรวจเราดีกว่านี้... กฏหมายเลือกตั้ง บังคับใช้ได้... คนซื้อเสียง โดนจับปรับติดคุกภายใน 10 วัน...
ไม่ต้องหาวิธีเลือกตั้งใหม่หรอกครับ...
ยกเว้น ตั้งธงไว้ก่อนว่า อยากจะให้ บางพรรคชนะ... แบบนี้ ต้องคิดยากหน่อย...
สมกับเป็นผู้ที่มีความเห็นตรงไปตรงมาที่สุดในสามโลก
ขอคารวะหนึ่งจอก![]()
ยังมี คนบ้า มาบอกเราว่า งั้นต้องกีดกันคนดีออกไปเพื่อป้องกันพวกชั่วมาประท้วง
ประเทศเรามีไอ้พวก หน้าด้าน ตรรกะวิบัติแบบนี้เยอะครับ เลยย่ำอยู่แค่นี้
นึกแล้วสังเวชใจควายแดง
#11
Posted 24 September 2012 - 10:44
ตอบคุณRaRaขอบคุณสำหรับคำกล่าวที่มันเป็น"ความคิดที่ดี"นะครับ
เรื่องการแบ่งกลุ่มอาชีพผมคิดไว้คร่าวๆดังนี้
1.กลุ่มชาวนา
2.กลุ่มเกษตรกรและกสิกรรมอื่นๆที่ไม่ใช่ชาวนา
3.กลุ่มกรรมาชีพ ลูกจ้างรายวัน และหาบเร่แผงลอย
4.กลุ่มอาจารย์และนักวิชาการ
5.กลุ่มทหาร(เพื่อการแสดงออกถึงพลังทางการเมืองได้โดยไม่ต้องปฏิวัติ)
6.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่
7.กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและเล็ก(SME)
8.กลุ่มมนุษย์เงินเดือนทั้งข้าราชการและเอกชน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
9.กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่อายุครบเกณฑ์เลือกตั้ง
ทั้งนี้ให้อาศัยข้อมูลจากกรมสรรพากรเป็นหลัก และภรรยาที่ไม่ได้ประกอบอาชีพให้ถือเป็นอาชีพเดียวกับสามีอย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงหนึ่งความคิดความเห็นนะครับ สาระสำคัญที่สุดสำหรับผมคืออยากให้มีการเลือกตั้งเชิงคุณภาพเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำตามการแบ่งกลุ่มอาชีพเหล่านี้ก็ได้ถ้าหากว่ามีวิธีการอื่นๆและแน่นอนว่า...ด้วยสภาพปัจจุบันมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากเสนอความคิดนี้ทิ้งไว้ให้กับคนแถวนี้ได้ลองขบคิดกันดู(อย่างน้อยก็เล่นๆ)ครับ
เอ่อ .... คือให้แบ่งตามอาชีพอย่างนี้ ผมก็ยังไม่เห็นว่าจะมีกลุ่มไหนไม่เลือก พท. เลยครับ อาจจะมีกลุ่ม 4 5 ที่อาจจะพลิกได้บ้างก็เท่านั้น! แล้วตำรวจกับกลุ่มกระบวนการยุติธรรมอื่นๆอยู่ตรงไหนดีครับเนี่ย?
ด้วยค่านิยมแบบคนไทย พท.ยังไงก็นอนมาอยู่ดีครับ
Edited by HWD, 24 September 2012 - 10:52.
#12
Posted 24 September 2012 - 10:50
แต่คะแนนความเป็นไปได้ ให้ตก อ่ะ 55555555555
ให้มีการเลือกตามปกติก่อนแล้วเอาที่หนึ่งที่สองมาให้กลุ่มสมมุติ 9 กลุ่มเลือกอีกที
ตรงนี้ก็มีปัญหาแว้ว เพราะกลุ่มที่เลือกมาก่อนจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองทันที เพราะ
เลือกแล้วยังมีคนมาเลือกอีก แสดงว่าตรู โง่ นี่หว่า 5555 ยิ่งถ้ากลุ่มสมมุติ 9 กลุ่มไปเลือก
เอาพรรคที่ได้คะแนนเสียงน้อยกว่าไปเป็นรัฐบาลด้วยแล้ว ถามว่า จะทำงานได้ป่ะ เสนออะไร
ก็ไม่ผ่าน ตายคาสภาแน่ แล้วพลเมืองชั้นสองที่เลือกมาก่อนจะยอมอ๊ะป่ะ
กลุ่มอาชีพ กับ คนทั่วไป สามารถแยกแยะได้จริงหรือเปล่า เช่นแม่บ้านไม่ได้ทำงานทำการอะไร
เวลากรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ เห็นใส่ อาชีพแม่บ้านเฉยเลย อย่างนี้เป็นกลุ่มอาชีพป่ะ แถมตอนนี้
บทบาททางการเมืองสูงมาก รัฐบาลพยายามเอาใจทุ่มงบประมาณให้เฉพาะกลุ่มด้วยซ้ำ แล้วคิดว่า
กลุ่มนี้อิสระไม๊ กลุ่มข้าราชการที่ถูกอิทธิพลทางการเมืองครอบงำ คิดว่าอิสระไม๊ กลุ่มเกษตรกรที่
นิยม ประชานิยม อิสระไม๊ ดูไปดูมาแล้วประเทศไทยไม่น่ามีใครเป็นอิสระในการเลือกตั้งหรอก
ยังไงมันก็ต้องผูกพันธ์อยู่กับคนที่ตนเองชอบนั่นแหละ ส่วนจะชอบเหมือนมนุษย์คนอื่นหรือไม่มันก็
เป็นสิทธิของเขา เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งโดยวิธีนี้ คงไม่น่าแตกต่างกับวิธีที่ใช้อยู่หรอก
555555555
#13
Posted 24 September 2012 - 11:07
สามารถใช้เพื่อเป็นข้ออ้างการกระทำเลวๆ ไปได้จนชั่วกัลปาวสานเลยทีเดียวนะครับ
ผมจำได้ว่า ช่วงกำเนิดคนเสื้อแดงมาใหม่ๆ หลายคนก่นด่าการกระทำของเสื้อเหลืองเสียมากมาย
ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน ท่องกันเสียจนเป็นสรณะ
แต่นอกจากคำว่า “ยึดทำเนียบ ปิดสนามบิน” แล้ว
ผมยังได้ยินคำว่า “ประชาธิปไตย” อีกด้วย
“ประชาธิปไตย” คือ *คุณ*ทำได้ กูก็ต้องทำให้ยิ่งกว่าหรือครับ
หรือว่า เมื่อมองว่าเค้าทำผิด เค้าทำไม่ดี ฉันต้องทำให้ยิ่งกว่าและตลอดไป
อย่างนั้นหรือ
คุณบอกว่า การกระทำของพันธมิตร เป็นการลุกล้ำประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง
แต่การปิดถนน ปิดราชประสงค์ หรือเผาบ้านเผาเมือง
มันหาใช่การลุกล้ำประชาธิปไตยของผู้อื่นหรือไรครับ
นี่คือคำถามที่คนเสื้อแดงไม่เคยคิดจะตอบ
ไม่เคยสนใจจะตอบ
และไม่เคยมองเห็นคำตอบ
ทั้งที่ ผมไม่ใช่คนแรกที่ถามคำถามนี้
- Somebody likes this
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
#14
Posted 24 September 2012 - 11:08
ถ้าไม่ได้ก็เอาที่ 1 กับ 2 มาเลือกกันใหม่ ได้เท่าไหร่ถือเป็นที่สุด วิธีนี้จะได้ สส.ที่มาจากเสียงเกินครึ่งของประชาชนผู้มาเลือกตั้ง
แต่ นักเลือกตั้งทั้งสภาในปัจจุบันคงไม่เอาหรอก แล้วกฏหมายก็ต้องผ่านโดยนักเลือกตั้งพวกนี้ด้วย สรุปว่า ไม่มีทาง
ต่อไปเสียงข้างมากฆ่าคนตายก็ไม่ผิด ตามสบายเลย ยุบได้ทุกศาล ต่อไปให้มีศาลประชาชนไปเลย ถ้าจำเลยฆ่าคนตายก็เอาเสียงข้างมากโหวตกันว่า คนนี้ไม่ต้องรับโทษเพราะเป็นพวกเสียงข้างมากสุดแล้วแต่..วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์
#15
Posted 24 September 2012 - 11:20
#16
Posted 24 September 2012 - 11:37
ออกกฏหมายใหม่มาสักข้อ เช่น กู้เงินมา เพื่อ สร้างเขื่อนให้นิคมอุสหกรรม ไม่ว่าจะออกทั้งหมด หรือ 1ใน3 ทางนิคมอุตสหกรรม ต้องเป็นผู้ ชำระเงินกู้นั้นๆ
โครงการรับจำนำข้าว ถ้าใช้เงินรัฐบาลอุดหนุน (ซึ่งก็มาจากเงินภาษีประชาชน หรือ อาจจะมาจากเงินกู้ที่ ยังไงก็ต้องใช้เงินภาษีประชาชน ไปชำระ) ชาวนาก็ต้องรับผิดชอบ ในเงินจำนวนนั้น
เงินภาษีประชาชน น่าจะนำไป พัฒนาระบบสาธารณะ ไปสนับสนุนทางด้านเกี่ยวกับ สาธารณะ
ปล.ใครมีข้อแย้ง ก็ เสนอได้นะครับ จะได้ วิเคราะห์กันต่อไป เพราะผมก็มั่นใจว่า มันยังมี สิ่งที่ ผมคาดคิดไม่ถึงอยู่
Edited by ฟังทั้งสองฝ่าย, 24 September 2012 - 11:37.
#17
Posted 24 September 2012 - 11:38
อย่างถ้าเป็นวิศวกร เขามีเกรณ์ไหมคะ ว่าต้องจบจากเเถวไหน ถึงให้เลือกตั้งได้
รำคาญสลิ่มเที่ยมที่เข้ามาปล่อยสารพิษเรียกร้องความรุนเเรงเสดงออกถึงความคลั่งสงครามกลางเมืองยุเเยงสร้างภาพชั่วๆ
เอียนวะ เห็นคนเเถวนี้ไอคิวต่ำกว่า 90 หรือไง
#18
Posted 24 September 2012 - 12:08
1.การคัดเลือกนายก...ตัวท่านนายกจะต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองใดๆเลย ไม่ต้องเป็น สส ....และประชาชนเลือกนายกที่เป็นผู้บริหารสูงสุดได้โดยตรง...โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แก้ปัญหาการล็อบบี้ของพรรคการเมือง ในการเลือกตัวคณะรัฐมนตรี (ฝ่ายเสียงข้างน้อยเป็น รมต.ก็ได้และข้างมากก็เป็นรมต.ได้ โดยร่วมกันทำงานมีนายกบริหารสูงสุด)
2.ยกเลิกระบบปาร์ตี้ลิส...เพื่อกัน สส.ชั้นสวะ ที่ทำงานแค่พรรคการเมืองพอใจ แต่ทำเพื่อประชาชนห่วยแตก กลับมานั่งหน้าแหลม..วนเวียนซ้ำซาก
3.คะแนนเสียงของประชาชนไม่ได้มี 1เสียงเท่ากัน บางคนอาจจะมีสิทธินับเป็น2-3เสียงได้ ขึ้นอยู่ที่คุณวุฒิ+การศึกษา+คุณงามความดีกับสังคม เพื่อถ่วงดุลอำนาจเสียงกันและป้องกันการซื้อเสียงได้อีกทางหนึ่ง (อาจจะต้องมีคะแนนโวตเสียงจากสภามหาวิทยาลัยหรือองค์กรทางสังคมวิชาชีพอื่นๆที่ได้รับการยอมรับ...มาร่วมนับเป็นคะแนนด้วย คล้ายๆป๊อบปูล่าโวตในอเมริกา)
4.ต้องมีการออกสื่อดีเบตประชัน(ทั้งท้องถิ่นในทุกจังหวัดและส่วนกลาง) แสดงความคิดวิสัยทัศน์ และประวัติการทำงาน +คุณงามความดีทางสังคม โดยบังคับเป็นกฏหมายเลือกตั้ง
ตอนนี้คิดออก..แบบหยาบๆแค่นี้ครับ
ผมลองจินตนาการด้วยความรู้สึกส่วนตัวครับ...เพราะเบื่อการเมืองน้ำเน่าหน้าเดิมๆ
สมาชิกท่านใดจะคอมเมนต์หรือมีความคิดเห็นต่างที่เป็นประโยชน์ก็ขอเชิญครับ...ขอบคุณครับ
#19
Posted 24 September 2012 - 19:19
ผมเชื่อว่าในเสรีไทยนี้มีคนที่รักประเทศไทยอย่างจริงใจอยู่มาก ยังไงผมขอเป็นกำลังใจให้พวกท่านนะครับ(และหวังว่าท่านก็จะเป็นกำลังใจให้ผมเช่นกัน) วันหนึ่งประเทศไทยของเราต้องหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ที่กำลังเผชิญอยู่ได้แน่นอน ไม่ว่าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
อย่ายอมแพ้กันนะครับ
- กาลามสูตร likes this
#20
Posted 24 September 2012 - 19:26
ซึ่งแน่นอนว่า ต้องเริ่มจากครอบครัว .... และโรงเรียน ... ครอบครัวจะปลูกฝังอย่างไร แต่อิทธิพลที่เด็กจะได้รับผมว่าน่าจะอยู่ที่โรงเรียน (เพราะเด็กมันชอบแอนตี้พ่อแม่ ฮิฮิ) ตามมาด้วย มหาวิทยาลัย
นั่นก็คือ ประชาชนไทยควรจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับประชาธิปไตย และ รวมถึงจริยธรรม คุณธรรม ที่เป็นส่วนสำคัญของนักการเมือง เพื่อให้เข้ามาบริหารประเทศ
ทุกวันนี้ โรงเรียนประถมไม่รู้เขาสอนกันหรือเปล่า โรงเรียนมัธยมผมก็เห็นเด็กเคร่งในเรื่องการเรียนพิเศษ ส่วนมหาลัย ถ้าใครอยู่โซน อาจารย์เป็นพวกล้มเจ้าก็น่าสงสารอนาคตของชาติ
แต่ถ้าหาก รัฐบาล ยังคงไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และมุ่งสร้างแต่ผลประโยชน์ส่วนตนนั้น ก็ยาก นะครับ เพราะสื่อก็มีความสำคัญมากๆเช่นกัน
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users











