จดหมายจากนิวัติ กองเพียร
#1
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 03:24

POPULAR
1567
บ้านพักพิง หัวหิน ๘๘ บ่อนไก่
เชิงเขาหินเหล็กไฟ
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔
เพื่อนรัก
วันนี้ครบรอบหนึ่งเดือนตั้งแต่น้ำท่วมบ้าน หนึ่งอาทิตย์ที่จมอยู่กับน้ำจนสู้ไม่ไหวต้องอพยพออกจากบ้านมาเร่ร่อนหาที่พักพิงหลายแห่ง กว่าจะมาหยุดอยู่ที่หัวหิน หนึ่งอาทิตย์ที่คอนโดถนนแจ้งวัฒนะ หนึ่งวันที่คอนโดประชาชื่นของลูกชาย
ไม่ได้ไปทำงานเพราะเส้นทางถูกตัดขาด และที่ทำงานวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ก็ถูกน้ำเข้าล้อมรอบทั้งมหาวิทยาลัยมหิดล ดร.สุกรี เจริญสุข เจ้านายก็อนุญาตให้ได้หลบภัยน้ำมาอยู่ที่หัวหิน ตัวอาจารย์เองก็เป็นแม่ทัพพาเพื่อนร่วมงานฝ่าวิกฤติอย่างเข้มแข็ง คิดว่าน่าจะปกป้องวิทยาลัยและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานได้ เพราะได้ให้วิทยาลัยดุริยางคศิลป์เป็นศูนย์พักพิงด้วย
หนึ่งเดือนที่เร่ร่อนได้รู้ว่า ชีวิตนี้ต้องพึ่งตัวเองเป็นสำคัญ เพื่อนคือผู้คอยช่วยเหลือที่ดีที่สุด เพื่อนทุกคนที่เป็นเพื่อน ไม่มีใครเลยที่นิ่งดูดาย แม้ตัวเองจะประสบกับปัญหาไม่แพ้กัน แต่เพื่อนก็หยิบยื่นน้ำใจให้แก่กันอย่างสุดหัวใจ มีเพื่อนหลายคนที่มิได้รับตอบเพราะมันมากเกินกว่าจะรับได้ มันเกินกำลังของเราที่จะรับน้ำใจอันประเสริฐได้ จึงเพียงรับเอาจากเพื่อนที่พอรับได้ มิได้รังเกียจหรือไม่อยากรับ แต่รู้สึกมันมากเกินความพอดีพอเพียง
๒๐ กว่าวันที่หัวหินก็พอมีสติและได้ใช้ปัญญาอยู่บ้าง เพราะที่บ้านพักพิงมีหนังสือให้อ่าน หนังสือคือเพื่อนที่ดีที่สุดในเวลานี้ การอ่านหนังสือในขณะที่น้ำเข้าท่วมหนังสือที่บ้านตัวเองเสียหายมากมายเกินจะทำใจได้นั้น เป็นการทำใจให้รู้ว่ายังมีหนังสืออีกมากมายในโลกนี้ที่ยังรอดเหลือไว้ให้อ่านได้ ที่สูญเสียแม้บางเล่มจะหาใหม่ไม่ได้ ก็ยังพอหาที่ทดแทนกันได้ แต่ถ้าไม่มีหนังสือเหลืออยู่เลยในโลกนี้ เราก็คงอยู่ไม่ได้
วันนี้ฝนตกปรอยปรอยตั้งแต่เช้าตรู่ อากาศหนาวเย็นบอกให้รู้ว่าหน้าหนาวมาแล้ว ลมจากทะเลพัดเข้าหาภูเขาเย็นชื่นใจ หนังสือที่วางอยู่ตรงหน้าเรียกให้หยิบขึ้นอ่านเสียก่อนที่ความคิดจะปั่นป่วนหวนระลึกถึงบ้าน
เมื่อวานลูกหลานมากันเต็มบ้าน รื่นเริงสนุกสนานจนถึงเวลาต้องลาจากกัน ความสงบวังเวงก็เกิดขึ้นกับสองตายาย กอดลูกหลานร่ำลากันด้วยอาวรณ์ แม้บางครอบครัวจะมิใช่สายเลือด แต่เขาก็รักเราดุจสายเลือดเดียวกัน ด้วยเวลาด้วยมิตรภาพอันแสนงดงามที่ลูกลูกผูกกันมา ส่งผลมาถึงพ่อแม่ปู่และย่าตายกับยาย
เสียงสรวลเสเฮฮาหายไปดั่งคลื่นที่สงบนิ่ง เพลงอะไรเล่าจะน่าฟังเท่าเพลงคลื่นหรือเพลงลมทีแผ่วผ่านเข้ามาให้ได้ยิน ธรรมชาติกำลังกล่อมเกลาจิตใจให้นิ่งสงบ
ผมนอนหลับสนิทมากเมื่อคืน เพราะก่อนนอนได้พูดในรายการวิทยุของผมเองที่ทำมายาวนานเกือบห้าปีแล้ว เป็นรายการวิทยุของคลื่นความคิด เอฟเอ็ม ๙๖.๕ ทุกวันเสาร์ เวลาสามทุ่มถึงห้าทุ่ม กับเพื่อนรักคนหนึ่ง ชื่อเล่นว่าหมอ แต่ไม่ได้เป็นหมอ เป็นการ์ตูนิสท์ที่เขียนอยู่ในบางกอกโพสท์กับกรุงเทพธุรกิจ หมอมีชื่อจริงว่า ทิววัฒน์ ภัทรกุลวณิชย์ ใครไม่เคยฟังลองเปิดฟังนะครับ
เมื่อคืนผมพูดถึงผู้บริหารประเทศที่มาจากกรรมการผู้จัดการบริษัททางธุรกิจ ที่ไม่มีประสบการณ์ในชีวิตนอกเหนือจากงานที่ทำอยู่เลย การพูดต่อหน้าสาธารณะบอกให้ผมรู้ว่าเธอไม่อ่านหนังสือ ท่าทางการแสดงออกบอกให้รู้ว่าเธอไม่ดูหนัง เสียงของเธอไม่น่าฟังแสดงว่าเธอไม่ฟังเพลง คนคนหนึ่งคนใดจะเข้ามาบริหารประเทศด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะเป็นคนไหนก็ได้ เริ่มต้นตั้งแต่การต้องรู้จักตัวเองว่า จะทำงานนี้ได้ไหม และงานต้องทำอะไร การบริหารประเทศไม่ใช่การฝึกงานหรือมาทำแทนใครได้
มันเป็นความผิดมหันต์นะครับที่มารับหน้าที่ที่ตัวเองไม่สามารถทำได้ มันจะเป็นอนุสาวรีย์ขายความอายต่อชาติตระกูลที่แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว มันทำร้ายประชาชนทั้งประเทศให้เจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส เธอไม่มีสิทธิที่จะพูดว่าประชาชนเลือกเธอมา และไม่น่าจะมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีได้ถ้าเธอรู้จักตัวเอง
ผมพูดอะไรออกไปอีกมากมายเหมือนคนเก็บกด เพราะมันเก็บกดจริงจริงครับ ผมไม่อยากเห็นเธอในจอทีวี ไม่อยากได้ยินเสียงเธอ ที่จริงผมเป็นคนที่ชอบผู้หญิงมากมาก โดยเฉพาะผู้หญิงเก่ง ฉลาด และจะยกย่องเชิดชูผู้หญิงเสมอเมื่อมีโอกาส เพื่อนคู่ชีวิตผมบอกผมว่า เธอรู้สึกเสียใจและอับอายที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาทำให้ความเป็นผู้หญิงเสียหายได้ถึงเพียงนี้
เช้านี้ผมเขียนได้เท่านี้ แล้วจะเขียนมาอีกครับ
รักและคิดถึงผู้อ่านครับ
นิวัติ กองเพียร
#2
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 03:49
แกเป็นคนที่เจ๋งคนนึงในประเทศไทยเลย
"ประชาชนไม่ควรกลัวรัฐบาลของตนเอง รัฐบาลต่างหากที่ควรกลัวประชาชน”
"กลุ่มชาวพุทธหูรุนแรง"
#3
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 04:51
http://niwatkongpien...atletter001.php
นิวัติ กองเพียร เกจินู้ด เวอร์ชั่นออนไลน์
บรรยากาศในงานเปิดตัวเว็บไซต์ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล และแสงทอง เกตุอู่ทอง ร่วมซักถามบนเวที
#4
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 06:51

แจ่ม!
หมายถึง 2 นางแบบ ไม่ใช่ลุงนิวัติ เป็นสาวสองพันปีไปแล้วสำหรับสองคนนี้
สำหรับยิ่งลัก ชอบที่ลุงบอกว่า เธอเป็นคนไม่อ่านหนังสือ
มันสะท้อนอย่างนั้นจริงๆ ความรู้รอบตัวน้อยมาก จึงไม่มีเซ้นส์เวลาทีมงานเขียนโพยมาให้อ่าน
พูดคำง่ายๆผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ท่าทีดู "คล่อก" ทำทีว่าพูดคล่อง ไม่ว่าจะพูดไทยหรือฝรั่ง
ทักษิณดูแคลนคนไทยและประเทศไทยที่ส่งนอมินีรายนี้มา
- Apichai likes this
AMAZING coup d'etat , THAILAND ONLY ..
#5
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:11
แต่คิดถึงแสงทอง เกตุอู่ทองจัง
#7
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:07
ส่วนที่ไม่ชอบคือ ในฐานะคนเขียนหนังสือบางครั้งตัวอักษรแกไม่งดงาม คือรุนแรงและผ่าซาก ไม่น่าอ่าน
ส่วนที่ชอบคือ ไอ้ที่แกเขียนน่ะ มันจริง!!
#8
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:25
"มันเป็นความผิดมหันต์นะครับที่มารับหน้าที่ที่ตัวเองไม่สามารถทำได้ มันจะเป็นอนุสาวรีย์ขายความอาย
ต่อชาติตระกูลที่แทบจะไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว มันทำร้ายประชาชนทั้งประเทศให้เจ็บปวดรวดร้าว
แสนสาหัส
เธอไม่มีสิทธิที่จะพูดว่าประชาชนเลือกเธอมา และไม่น่าจะมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีได้ถ้าเธอรู้จักตัวเอง "
ความเท็จแม้นเร้นได้ในปัจจุบัน แต่ก็เหมือนซ่อนสุริยันไว้หลังเมฆ
อย่านึกถึงแต่ความผิดพลาด จงระลึกถึงต้นเหตุของความผิดพลาด
#11
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:03
อยากให้เธอคนนั้นได้อ่านจริงๆ
“People shouldn't be afraid of their government. Governments should be afraid of their people.”
#12
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:10
จะเหลือเรอะ เสื้อแดงกลัวดังไม่พอต้องช่วยกัน ประจานแม่ปู ฮิฮิ
เธอไม่มีสิทธิที่จะพูดว่าประชาชนเลือกเธอมา และไม่น่าจะมีสิทธิเป็นนายกรัฐมนตรีได้ถ้าเธอรู้จักตัวเอง
แร้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
เรามาเดากันเถิดว่า..ป๋านิวัติจะเป็นรายต่อไปที่ถูกกระบือแดงไล่ล่าอาฆาตมาดร้ายอีกหรือไม่
#13
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:20
"การพูดต่อหน้าสาธารณะบอกให้ผมรู้ว่าเธอไม่อ่านหนังสือ ท่าทางการแสดงออกบอกให้รู้ว่าเธอไม่ดูหนัง เสียงของเธอไม่น่าฟังแสดงว่าเธอไม่ฟังเพลง คนคนหนึ่งคนใดจะเข้ามาบริหารประเทศด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะเป็นคนไหนก็ได้ เริ่มต้นตั้งแต่การต้องรู้จักตัวเองว่า จะทำงานนี้ได้ไหม และงานต้องทำอะไร การบริหารประเทศไม่ใช่การฝึกงานหรือมาทำแทนใครได้ "
ความหมายที่ซุกซ่อนไว้ในประโยคนี้คือ "โง่ .... แคบ .... และหยาบช้า"
- anntracite and คุณฉงน like this
#14
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:20
#15
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:38
แล้วเธอทำอะไรบ้าง
สงสัยเธอคงทำอย่างที่เธอบอกประชาชนเรื่องน้ำท่วมอยู่บ่อยๆ
"เอาอยู่ค่ะ"
#16
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:18
มันส่ง signal ว่า ดำเนินชีวิตแบบโง่ ๆ~ตอนเล็ก ๆ ไม่เรียนหนังสือ โตขึ้นมาได้เป็นนายก~
ไม่ต้องทำอะไรมาเลยในชีวิต ไม่ต้องรู้อะไรมาก
แต่ สามารถที่จะเป็นผู้นำ คนอื่นได้
#17
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:31
- nornoo likes this
#18
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:02
รำคาญสลิ่มเที่ยมที่เข้ามาปล่อยสารพิษเรียกร้องความรุนเเรงเสดงออกถึงความคลั่งสงครามกลางเมืองยุเเยงสร้างภาพชั่วๆ
เอียนวะ เห็นคนเเถวนี้ไอคิวต่ำกว่า 90 หรือไง
#19
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:32
ยิ่งแสดงให้เห็นความโง่ในสมองของควายแดง 15 ล้านตัวได้เป็นอย่างดี ที่เลือกมันมามันส่ง signal ว่า ดำเนินชีวิตแบบโง่ ๆ
~ตอนเล็ก ๆ ไม่เรียนหนังสือ โตขึ้นมาได้เป็นนายก~
ไม่ต้องทำอะไรมาเลยในชีวิต ไม่ต้องรู้อะไรมาก
แต่ สามารถที่จะเป็นผู้นำ คนอื่นได้
![]()
![]()
#20
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:05
กับ "ไพร่แดง" ที่อ่านไม่เกินวันละ 3 บรรทัด...
จดหมายนี้ก็เป็นได้แค่เพียง...
"เศษขี้ตะไคร่ที่ลอยไปกับสายน้ำ" ...
#21
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:15
คนแรกก็คือสรกล อดุลยานนท์ หรืออีกนามปากกาก็ืคือหนุ่มเมืองจันท์ เรื่อง "เสรีภาพของน้ำตา"
(http://www.matichon....pid=no&catid=no)
คนที่สองก็คือ นฤตย์ เสกธีระ เรื่อง "น้ำตายิ่งลักษณ์"
(http://www.matichon....2&subcatid=0207)
เชลียร์กันสุดลิ่มทิ่มประตูไปเลย และรู้สึกผิดหวังกับหนุ่มเมืองจันท์มากๆ เคยชอบอ่านคอลัมน์ฟาสฟู้ดส์ธุรกิจ
ก็มีความคิดดีๆ แต่ถ้าเป็นทางการเมือง ทำไมมันผิดกันเป็นคนละคน เหมือนฝ่ามือพลิกเป็นฝ่าเท้าเลย
#22
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:16
ตายห่าน นายกฯ ตูเป็นคนไม่อ่านหนังสือ
ความภูมิใจของแดงถ่อยเขาล่ะ ชาบู ชาบู
#23
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:17
#24
ตอบ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:50
เธอไม่อ่านหนังสือ ดังนั้น สำนวนภาษาที่เธอใช้ จึงเป็นภาษาพูดที่ขาดซึ่งความสระสลวย
ขาดซึ่งเนื้อหาในเชิงอารมณ์ ในเชิงการแสดงความรู้สึกนึกคิด
และที่สำคัญ คือขาดในเรื่องความเข้าใจในแก่นแกนของเรื่องที่พูด
มันทำให้เรารู้ว่าเธอไม่เคยอ่าน แม้สคริปท์ที่เธอกำลังจะอ่านออกอากาศ
คำพูด “ในส่วนของ” เป็นศัพท์คำนึง ที่คนประเภทเซลล์ มักใช้พูดเพื่ออธิบาย
คำนี้ พูดเพื่อให้คำพูด คำอธิบายดูดีมีหลักการ
แต่คนที่ติดคำพูดนี้ จะพูดคำนี้บ่อย หลายคนบ่อยจนเยอะแยะไปหมด
เธอก็เป็นคนเช่นนั้น ชอบพูดคำนั้น เพื่อต้องการให้คำพูดดูดีมีหลักการ
แต่... มันไม่ใช่คำพูดของนายกครับ
ลองดูเฉลิม ดูกรณ์ ดูอภิสิทธิ์ หรือแม้แต่ชูวิชย์ ที่การพูดแต่ละครั้ง แทบไม่ต้องอ่านโพย
บางครั้ง การพูดโดยไม่ต้องอ่านโพย แสดงถึงการเข้าถึงเนื้อหาสาระ
เข้าใจ หรือมีส่วนร่วม เหมือนให้คุณเล่าเรื่องชีวิต เราเรื่องความรักของคุณเอง
คุณย่อมเข้าใจ ไม่ต้องจด ไม่ต้องอ่าน
แม้บางครั้ง คุณอาจไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ มีส่วนร่วม
แต่คุณต้องทำความเข้าใจ (หากเพียงแต่จะสามารถเข้าถึงและเข้าใจในข้อมูลนั้นๆ)
ส่วนการฟังเพลง
เรารู้มาว่า การพูดในจังหวะเนิบ น้ำเสียงเท่ากัน มันฟังดูน่าเบื่อ ไม่กระตุ้น
ดังที่เราเคยฟังท่านผู้ว่าพูด ท่านเป็นคนพูดเนิบ เสียงน้ำหนักเดียวตลอด
ฟังทีไร ก็พาลจะง่วงมา
แต่ยิ่งลักษณ์ ซึ่งน่าจะพยายามทำการบ้านเรื่องนี้มา
วิธีพูดในแต่ละประโยค จึงไม่เคยใช้น้ำหนักเสียงเท่ากัน
โดยจะเริ่มจากเสียงเบาและเร่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีคำพูดแบบสรุปท้าย
เธอมักต้องใช้เสียงสูงยาวเสมอ ดังคำว่า “เอามั๊ยค้าาาา ดีมั๊ยค้าาา”
แต่ด้วยการทำตามสูตรจนเกินไป เสียงพูดจะเหมือนลอนลูกคลื่น
ที่มีจังหวะซ้ำๆ กันไป สูง-ต่ำ-สูง-ต่ำ
คนแบบนี้ คือคนที่ไม่มีดนตรีในหัวครับ เพราะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการใช้น้ำเสียงเลย
เพียงทำตามสูตรสำเร็จไป โดยไม่รู้จักพลิก
เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องขนมสำหรับคนทั่วไป
หากเราจะเคยฟังโต้คารมมัธยมศึกษา เราจะเห็นว่า เด็กๆ เหล่านั้น สามารถทำได้ดี
ดีกว่าที่นายกของเราจะทำเป็นเสียด้วยซ้ำ (ผมใช้คำว่า “ทำเป็น” นะครับ)
หากเรื่องแค่นี้ คนเป็นนายกยังทำไม่เป็น
ไม่พักต้องไปถามหาเรื่องอื่น ไม่พักต้องถามเธอว่าเธอรู้จักตัวเองหรือไม่
ผมว่า.. เธอไม่รู้ด้วยซ้ำไปครับ ว่าเธอน่ะโง่ ว่าเธอไม่รู้ เธอไม่เข้าใจ และเธอไม่เป็น
เะอจึงไม่เคยคิด ว่าเธอไม่ได้มีความเหมาะสมแม้แต่สักเสี้ยวเปอร์เซ็นต์ ที่จะดำลงค์ตำแหน่งผู้บริหาร
ที่แม้แต่บริษัทของตัวเอง ผมยังไม่เห็นศักยภาพอะไรของเธอเลย
ไม่ต้องนับตำแหน่งระดับนายกของประเทศไทย
เธอเป็นได้แค่เพียงเซลล์หรือแม่ค้าแก่ๆ คนนึง ที่ไม่ประสบความรุ่งเรืองสำเร็จอะไรในชีวิต
เท่านั้น
- Apichai likes this
ข อ ใ ห้ โ ช ค ดี ต่ อ ค ว า ม เ ชื่ อ ค รั บ
เราอยู่ด้วยกัน ยืนข้างกัน เดินไปด้วยกัน ด้วยเพราะเรามีมุมมองและเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
จนกว่าจะถึงวันที่เราพบว่า เรามีจุดหมายปลายทางคนละตำแหน่งกัน
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











