อ่านข้อความ ศศิน เฉลิมลภา แล้วพบเบาะแสอะไรบ้าง?
#1
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:20
"พรุ่งนี้ผมมีภารกิจสำคัญ ที่เป็นแรงขับดันให้ชีวิตมายุ่งกับน้ำท่วมแบบงง จนถึงบัดนี้... ผมจะพาแม่กลับไปบ้านที่อยุธยา บ้านผมอยู่ในเมืองแห้งแล้วครับ เรื่องราวจากที่บ้านยุดยาผมน้ำท่วมผ่านมาเดือนกว่าๆ ทำให้ได้เรียนรู้ร่วมกันเรื่องน้ำท่วมมากมาย ผมได้รู้เรื่องไม่รู้อีกมาก เรื่องน้ำท่วมนี้ยังไม่จบ.. เรื่องใหญ่กว่านั้นรอเราอยู่แน่ๆ สำหรับน้ำท่วมครั้งนี้ ผมก็ยังยืนยันความคิดตัวเองอยู่หลายเรื่อง ผมอยากให้ประเทศไทยเชื่อว่าน้ำมีโอกาสท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม ผมเชื่อว่ากรุงเทพฯ สามารถเป็นเมืองผ่านน้ำที่มีน้ำใสในคลองสวยได้ ผมเชื่อว่าถ้าเรากั้นคันสองชั้นดีๆ มีน้ำดันน้ำ เราจะไม่ท่วมเข้ามาแบบนี้ ถ้าเราเปิดคลองให้น้ำท่วมบ้างให้น้ำใสไหลผ่านท่วมนิดหน่อย เราจะได้เฉลี่ยทุกข์สุขตามสมควรกับคนต่างจังหวัด ถ้าเราทำความเข้าใจกับคนนอกกรุงเทพฯ ชั้นในดีๆ และเตรียมการทางผังเมืองไว้มากกว่านี้ป่านนี้น้ำเกือบหมดแล้ว ถ้าเรารู้จักการเตือนภัยให้คนตระหนักไม่ตระหนก ก็จะลดความเสียหายได้ ถ้าเรารู้ธรรมชาติน้ำท่วมเราก็ไม่ต้องจอดรถบนสะพานลอยหลายแห่ง ผมเชื่อว่าคนกรมชลฯ และกทม. ที่ระบายน้ำเก่งพอที่จะรู้ว่าทำอย่างไรดีที่สุดแต่ไม่ได้รับโอกาส แต่อย่างไรผมว่าคนหน้างานก็หนักและเต็มที่ ทำทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำได้ตามกรอบคิด และกรอบรู้เต็มที่แล้ว แต่แสดงให้เห็นว่ากรอบความชัดในการจัดการกับผู้คน ช่วยเหลือ และดูแลอย่างมีวิชาการ ให้เกียรติ ห่วงใยอย่างถูกต้องเรายังขาดอีกเยอะ...แน่นอนว่าคนพูดย่อมง่ายกว่าคนทำ แต่ผมก็เชื่อว่าที่ผมบอกมามันควรทำ โดยคนที่สมัครมาทำ"
และ
"ก่อนนอนนะครับ ผมทบทวนความเชื่อของตัวเองว่า ผมคิดว่ากรุงเทพฯ น่าไม่รอดด้วยปริมาณน้ำขนาดนั้น และประมาทฝีมือคนทำงาน แต่เอาจริงๆ แล้วเขาลึกล้ำกว่าเรา แม่นยำเทคนิคข้อมูลกว่าเรามาก คนทำงานหน้างานมีความรู้พอ ที่จะทำอย่างไรให้วิกฤตลดลงตามกรอบคิดของกรมชลฯ ได้มากกว่าที่เราคิดแบบชั้นเดียว คือการนำน้ำผ่านเมืองตามคลองบางส่วน ออกทุ่งตะวันออกมากๆ แต่ต้องทำความเข้าใจและเร่งจัดการอุปสรรคเช่นมอเตอร์เวย์ กับ บางนาตราด ผ่านมันให้เร็วก่อนท่วมสุวรรณภูมิ อะไรงี้ กั้นคันสองชั้น ถ้าไม่ไหวเอาถนนสูงๆ มาสำรองเช่นแจ้งวัฒนะ แต่คนทำงานเขารู้มากกว่ามาก เขาเอาน้ำไปแขวนไว้รังสิตตามคลองต่างๆ สำเร็จ และไม่รู้ว่ารู้ได้ไงว่าน้ำจะมาบวมทางตะวันตกมากกว่า เบี่ยงน้ำที่จะโจมตีคันหลักหกและลำลูกกาอย่างอยู่หมัด แต่พอพลาดที่พหลโยธินเข้ามาพลักๆ ก็ใช้บิ๊กแบ็ค ทัน อะไรแบบนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดือนที่เราพูดอะไรไม่ฉลาดมากไปหรือเปล่า..แต่ก็เชื่อว่าคนหน้างานเขาหนักและหวังดีจริงๆ พรุ่งนี้จะสำรวจยุดยามาเล่าให้ฟังครับ"
มติชน
#2
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:21
#4
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:41
ที่ศศินบอกว่าสื่อต้องพูดให้ตระหนัก ไม่ใช่ตระหนกน่ะ
ผมเห็นเพื่อน ๆ ที่ฟังศศินแต่ละคน ไม่ได้แสดงอาการของคนตระหนักเลย มีแต่ตระหนกทั้งนั้น
ศศินควรจะทำคลิปขอโทษบ้างมั้ย ที่เคยให้ข้อมูลแบบโอเว่อร์ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่ผู้รู้จริงเรื่องน้ำ
จนสุดท้ายพอน้ำไม่ได้ท่วมเยอะอย่างที่พูดไว้ ก็ต้องออกมาแก้เกี้ยวแบบนี้
ศศินพึ่งรู้เหรอว่าตัวเองไม่ได้รู้มากเท่าคนที่ทำงานด้านน้ำ
ศศินควรจะประมาณตัวเองตั้งแต่วันแรกที่คิดจะทำคลิปแล้ว
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
#5
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:13
ผมลูกกรมชล ที่บ้านทำกรมชลทั้งบ้าน
ผมคุยให้เพื่อนทุกคนฟังได้เต็มปากเลยว่า ถ้าเป็นเรื่องน้ำ ในประเทศไทยไม่มีใครรู้ดีเท่าคนของกรมชลประทาน!!!
- ปกติทำแต่งาน likes this
#6
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:24
"ก่อนนอนนะครับ ผม ทบทวนความเชื่อของตัวเองว่า ผมคิดว่ากรุงเทพฯ น่าไม่รอดด้วยปริมาณน้ำขนาดนั้น และประมาทฝีมือคนทำงาน แต่เอาจริงๆ แล้วเขาลึกล้ำกว่าเรา แม่นยำเทคนิคข้อมูลกว่าเรามาก คนทำงานหน้างานมีความรู้พอ ที่จะทำอย่างไรให้วิกฤตลดลงตามกรอบคิดของกรมชลฯ ได้มากกว่าที่เราคิดแบบชั้นเดียว คือการนำน้ำผ่านเมืองตามคลองบางส่วน ออกทุ่งตะวันออกมากๆ แต่ต้องทำความเข้าใจและเร่งจัดการอุปสรรคเช่นมอเตอร์เวย์ กับ บางนาตราด ผ่านมันให้เร็วก่อนท่วมสุวรรณภูมิ อะไรงี้ กั้นคันสองชั้น ถ้าไม่ไหวเอาถนนสูงๆ มาสำรองเช่นแจ้งวัฒนะ แต่คนทำงานเขารู้มากกว่ามาก เขาเอาน้ำไปแขวนไว้รังสิตตามคลองต่างๆ สำเร็จ และไม่รู้ว่ารู้ได้ไงว่าน้ำจะมาบวมทางตะวันตกมากกว่า เบี่ยงน้ำที่จะโจมตีคันหลักหกและลำลูกกาอย่างอยู่หมัด แต่พอพลาดที่พหลโยธินเข้ามาพลักๆ ก็ใช้บิ๊กแบ็ค ทัน อะไรแบบนี้ ผมรู้สึกว่าเป็นหนึ่งเดือนที่เราพูดอะไรไม่ฉลาดมากไปหรือเปล่า..แต่ก็เชื่อว่าคนหน้างานเขาหนักและหวังดีจริงๆ พรุ่งนี้จะสำรวจยุดยามาเล่าให้ฟังครับ"
นี่ก็เป็นสิ่งยืนยันอีกครั้ง ว่าน้ำไม่ได้ผันไปทุ่งตะวันออกเท่าที่ควร
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#7
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:32
ถ้ารัฐบาลให้ความใส่ใจแต่ต้นๆ ไม่เล่นการเมืองจนเกินเหตุ และเห็นประโยชน์ต่อส่วนรวมเป็นหลัก
มีหลายจุดน้ำควรผันไปตามระบบ แต่กลับไม่ผันไป
ทำให้เกิดปัญหาตามมาในจุดอื่นๆ แทน ที่ส่งผลเสียหายร้ายแรงกว่า
#8
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:38
แต่ก็ไม่แคล้วโดนบางฝ่ายหยิบยกไปเป็นเครดิตให้ตัวเองครับ
ท่านเลยออกมาเฉลยสะให้หน้าแตกกันไปหลังจากดีใจมาได้วันนึง อิอิ
วันก่อนผมดูTPBS ที่ไปสัมภาษณ์หัวหน้าหน่วยสูบน้ำคลองบางซื่อตรงถนนวิภาวดีครับ
ท่านดูเป็นชาวบ้านธรรมดาๆ ไม่ได้ใส่สูทผูกไท แต่สามารถอธิบายถึงแผนการในการสูบน้ำ ณ จุดนั้นได้เข้าใจง่ายกว่า ศปภ อีกครับ
รู้ว่าต้องสูบเท่าไหร่ พักเมื่อไหร่ ซ่อมยังไง ต้องการอะไรเพิ่ม และก็สามารถยันน้ำอยู่ที่จุดนั้นได้ด้วยแต่ไม่มีใครเคยไปชมคนเหล่านั้น
มีแต่ ศปภ มาแถลงข่าวชมตัวเอง จริงๆ ศปภ น่าจะกล่าวชมเชยคนหน้างานเหล่านั้นบ้างนะครับ
#9
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:10
การไม่ระบายน้ำตามเหตุการณ์ที่ควรจะเป็น มาจากจุดไหนบ้าง ค่อยๆไล่เรียงไปคงเห็นความผิดปกติแน่นอน
#11
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:22
#12
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:28
[color=#ff0000;]สำหรับผมคงเลิกเล่นบอร์ดนี้ไว้เพียงเท่านี้ ถ้าไอดีนี้ยังมีบุคคลอื่นที่ใครบางคนคิดว่าเป็นตัวจริงอยู่จริง เขาก็เข้ามาใช้บอร์ดนี้ต่อเองแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน[/color]
ลาก่อน สวัสดีครับ 17 มกราคม 2556
#14
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:37
น้ำเจตนาถูกเบี่ยงไปทาง ตะวันตก อย่างจงใจ ............
ตะวันออก มี อดีต ที่ดินของ นครสุวรรณภูมิขวางอยู่ และ ปัจจุบันมี สนามบินสุวรรณภูมิ
นอนขวางใหญ่กว่าปลาไหล สุพรรณอีกเหอะ ใครจะไปกล้า $$$$
#15
ตอบ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:55
ถึงบอกว่าพวกนักวิชาการ ไม่เคยวิพากษ์เรื่องการเตรียมระบายน้ำไปฝั่งตะวันออกตั้งแต่เนิ่น ๆ
ผันน้ำออกไปเท่าที่ความสามารถระบายได้ ก็จะไม่เกิดการขังน้ำที่ทุ่งรังสิต
แต่ดันมาจับเอาปลายเหตุ คือต้องให้น้ำผ่านกทม. ผมคิดว่าคนพวกนี้คิดไม่เป็น
สุดท้ายก็โยนความผิดให้คนกรุงเทพ กับผู้ว่า
คนกรุงเทพตีนเปียกไม่เป็น เห็นแก่ตัว บลา ๆ ๆ ๆ
ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน












