ผลพวงการบริหารยุครัฐบาลอำมาตย์ มีเยาวชนสองแสนคนติดยา
#1
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:10
เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (19 ก.ย.) ที่โรงแรมซี.เอส.ปัตตานี นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาศักยภาพการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดในชุมชน มีผู้นำศาสนา อิหม่าม ร่วมกว่า 500 คน ทั้งนี้ เพื่อพัฒนามัสยิดเป็นศูนย์สงเคราะห์ฟื้นฟูสมรรถภาพและบำบัดผู้ติดยาเสพติดประจำอำเภอ และเป็นศูนย์ใกล้บ้านใกล้ใจ เป็นทางเลือกหนึ่งให้ผู้เสพยาเสพติด เข้าสู่กระบวนการบำบัดมากยิ่งขึ้น โดยตั้งชื่อว่า “มัสยิดศูนย์ส่องทางสู่ชีวิตใหม่” หรือ “ปูซัดเกอฮีดูปันบารู” โดยมีรูปแบบการบำบัดฟื้นฟูที่สอดคล้องกับหลักศาสนา โดยให้ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วม
ขณะนี้มีมัสยิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์บำบัดแล้ว 13 แห่ง มีเยาวชนเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู 757 คน หลังบำบัดประสบผลสำเร็จสูงมาก พบว่า ร้อยละ 93 ไม่กลับไปใช้ยาและสารเสพติดซ้ำอีก ตั้งเป้าภายในปี 2555 จะขยายผลให้มัสยิดทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดได้ครอบคลุม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากการสำรวจว่ามีเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 2 แสนรายที่ติดยาเสพติด ส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานบำบัดของภาครัฐ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นเรื่องการบำบัด
ฉะนั้น การเข้าถึงเยาวชนเพื่อให้ได้รับการบำบัดต้องใช้ผู้นำศาสนาและการเข้าถึงทางมัสยิดในพื้นที่ จึงต้องขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันอย่างเต็มที่ ทั้งการบำบัดผู้เสพยาเสพติด การกันเยาวชนอย่าให้หลงผิดมั่วสุ่มยาเสพติด เพราะจะช่วยให้ปัญหายาเสพติดลดลงและหายไปในที่สุด
http://www.manager.c...D=9540000119214
#2
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:12
#3
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:14
#4
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:15
- RiDKuN_user likes this
#5
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:17
#6
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:17
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#7
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:19
v
v
ขณะนี้มีมัสยิดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับการพัฒนาเป็นศูนย์บำบัดแล้ว 13 แห่ง มีเยาวชนเข้ารับการบำบัดฟื้นฟู 757 คน หลังบำบัดประสบผลสำเร็จสูงมาก พบว่า ร้อยละ 93 ไม่กลับไปใช้ยาและสารเสพติดซ้ำอีก ตั้งเป้าภายในปี 2555 จะขยายผลให้มัสยิดทุกอำเภอในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติดได้ครอบคลุม
#8
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:21
สงสัยจะกลัวกันสุดขีดละมั่งตอนนี้ต้องดิสเครดิตการรัฐประหารกันสุดๆขนาดนี้
น่าจะพาดว่าเพราะ
"เหตุการณ์ตากไบ นำไปสู่ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ยากต่อการควบคุมยาเสพติดในภาคใต้" มากกว่านะ
#9
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:24
ปรากฎว่าสมัยไอ้หน้าเหลี่ยมเป็นนายก อาชญากรรมกินขาดสมัยสุรยุทธ์ อภิสิทธิ์ว่ะ
แม่งโคตรเมพ
#10
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:27
#11
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:40
#12
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:40
แต่
อึดอัดด้วยเหตุผลอื่น
ประชากร
นราธิวาส มี 730 000 คน
ปัตตานี 650 000 คน
ยะลา 480 000 คน
รวมประชากร 3 จังหวัด ราวๆ 1 800 000 คน
ติดยา 200 000 คน
10 % ของประชากรทั้งหมด...............เป็นไปได้หรือ?
ผมสัมผัสได้ว่าปัจจุบันยาเสฟติดกำลังกลายเป็นตัวแทนใหม่ของปัญหาชายแดนใต้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันไม่น่าจะใช่ หากกลุ่มโจรใต้ค้ายาจริง
ถามเล็กน้อย กลุ่มยาเสฟติดมีกำลังติดอาวุธ.........บ้านเมืองอยู่ไง แบบพม่าหรือ?
ผมยอมรับเรื่องความรุนแรงของยาเสฟติดในพื้นที่ แต่การพูดเกินจริงมาจากอะไร แนวคิดโจรใต้ไหม?
ผมไม่เห็นด้วยนะกับอะไรที่เกินพอดี และบอกตรงๆเรื่องนี้เกินไป
- นายตัวเกร็ง and orogaros like this
#14
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:47
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าว
"ยาแก้ไอเด็กซ์โต ผสมน้ำอัดลม สารเสพติดสูตรใหม่วัยรุ่นใต้ฮิต"
ตามที่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม 2546 เกี่ยวกับการนำยาแก้ไอเด็กซ์โต (dexto) ผสมน้ำอัดลม หรือน้ำร้อนครั้งละ 5-10 เม็ด ซึ่งจะทำให้ไม่ง่วง แต่มึนเบลอ นอกจากนั้นยังพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นบางกลุ่ม นิยมนำเด็กซ์โตกินผสมกับยาแก้แพ้ยี่ห้อโพโคดิล ซึ่งมีรสหวานคล้ายๆ ยาแก้ไอ บรรจุขวดขนาด 100 ซีซี ราคา 80 บาท ซึ่งมีราคาถูกกว่ายาแก้ไอผสมโคเดอีน และ พบว่ามีการใช้ยา 2 ตัวนี้ กินพร้อมกับยาโซแรม (xoram) หรือยาคลายเครียด ด้วย
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น เป็นการนำยาที่ใช้ในการรักษาทางการแพทย์มาใช้ในทางที่ผิด คือ ยาเด็กซ์โต (dexto) และยาแก้แพ้ยี่ห้อโพโคดิล จัดเป็นยาอันตราย ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาแผนปัจจุบันทั่วไป ส่วนยาโซแรม (xoram) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ที่ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกร และมีใบสั่งแพทย์ เท่านั้น
ดังนั้น กองควบคุมวัตถุเสพติด ขอชี้แจงข้อเท็จจริง เกี่ยวกับยาทั้ง 3 ตัว ดังนี้
1. ยาเด็กซ์โต (dexto) มีชื่อสามัญทางยาว่า dextromethorphan เป็นยาลดอาการไอที่แพทย์นิยมสั่งให้ผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด และมีอาการไอร่วมด้วย dextromethorphan ในปริมาณที่แพทย์สั่งจ่าย จัดเป็นยาที่มีความปลอดภัย สามารถกดอาการไออย่างได้ผล และมีผลข้างเคียงน้อย แต่ถ้าได้รับยาในปริมาณสูง สามารถก่อให้เกิดอาการเคลิ้มเป็นสุขได้ (euphoric effects)
กลไกการออกฤทธิ์
dextromethorphan เป็น dextro isomer ของ levorphanol ซึ่งเป็น analog ของ codeine สามารถลดอาการไอโดยออกฤทธิ์ที่ศูนย์ควบคุมการไอในสมองส่วนเมดุลลา (medulla) โดยเพิ่ม threshold ศูนย์ควบคุมการไอ (ออกฤทธิ์กระตุ้นที่ opiate s-receptors) แต่ไม่มีฤทธิ์อื่นๆ ของอนุพันธ์ฝิ่น เช่น ระงับปวด กดการหายใจ และ ไม่ทำให้เสพติด ในขนาดที่แนะนำให้ใช้ ยาถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ดี ระยะเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ประมาณ 15-30 นาที และมีช่วงระยะการออกฤทธิ์นาน 5-6 ชั่วโมง
อันตรายจากการใช้ยา
โดยปกติ dextromethorphan เป็นยาที่ปลอดภัยในขนาดที่ให้ใช้คือ 15-30 มก. แต่ผู้ที่ใช้ในทางที่ผิด มักใช้ในปริมาณที่สูง โดยมักใช้มากกว่า 360 มก. ซึ่งจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอน และมีอาการเหมือนได้รับ phencyclidine หรือ ketamine และยาจะมีฤทธิ์อยู่ประมาณ 6 ชม. ผู้ใช้ยาอาจทำอันตรายแก่ตนเองและผู้อื่นได้ เนื่องจากผลของยาที่ทำให้เกิดภาพหรือการรับรู้หลอน
พิษเฉียบพลันจากการได้รับ dextromethorphan เกินขนาด ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ง่วงงุน กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน พูดไม่ชัด ม่านตาขยาย เคลิบเคลิ้ม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะไม่ออก มึนงง ประสาทหลอน กระวนกระวาย สั่น ชัก ปวดศีรษะ เซลสมองถูกทำลายถาวร หมดสติ และอาจถึงแก่ชีวิตได้
รูปแบบเภสัชภัณฑ์
- ชนิดเม็ด มีทั้งสูตรยาเดี่ยว เช่น romilar® , dextramet® ขนาดความแรง 15 มก./เม็ด และสูตรยาผสมมักผสมร่วมกับยาลดน้ำมูก เช่น dextromine®
- ชนิดน้ำส่วนใหญ่เป็นสูตรยาผสม เช่น robitussin dm® , dextro osoth®
การควบคุมตามกฎหมาย
จัดเป็นยาอันตราย ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
2. ยาแก้แพ้ยี่ห้อโพโคดิล (procodyl® syrup) ประกอบด้วยตัวยาสำคัญคือ promethazine hydrochloride มีข้อบ่งใช้คือ บรรเทาอาการแพ้ ป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ
promethazine เป็น h1- antihistamine เป็นสารเคมีพวก amine อยู่ในกลุ่มphenothiazines มีฤทธิ์ทำให้ง่วงมาก จึงอาจนำมาใช้ช่วยให้นอนหลับ ใช้ป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน ( เนื่องจากการ เปลี่ยนแปลงความเร็วและสถานที่ได้ผลดีมาก เช่นเดียวกับ dimenhydrinate ) และมีฤทธิ์คล้าย atropine ยาในกลุ่มนี้อาจกดการหายใจ และทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวลดลง (agranulocytosis)
ข้อควรระวังในการใช้ยา
1. ห้ามใช้กับผู้ที่หมดสติหรือมีอาการซึมเซามาก
2. ควรระมัดระวังในการใช้กับผู้ที่เป็นโรคตับ หรือโรคหัวใจ
3. อาจทำให้หยุดหายใจ
รูปแบบเภสัชภัณฑ์
เป็นยาน้ำเชื่อมใส สีน้ำตาล รสหวาน ที่มีจำหน่ายในท้องตลาด บรรจุขนาด 100 ซีซี ขนาดรับประทาน 5 มก./5 มล.
การควบคุมตามกฎหมาย
จัดเป็นยาอันตราย ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510
3. ยาโซแรม (xoram) หรือ alprazolam เป็นยากลุ่ม benzodiazepine ที่ออกฤทธิ์สั้น หรือนานปานกลาง เช่นเดียวกับ lorazepam มีชื่อทางการค้า เช่น zolam® , xanax® เป็นต้น ใช้สำหรับ
รักษาอาการวิตกกังวล มีการดูดซึมยา ( t max) ภายใน 1-2 ชั่วโมง จับกับโปรตีนในพลาสมาได้ 67-72 % มีค่า ครึ่งชีวิต 11.1 - 19 ชั่วโมง
ขนาดและวิธีใช้ : ผู้ใหญ่รับประทานครั้งละ1/2 - 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หรือตามแพทย์สั่ง ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยหนัก ควรลดขนาดยาลง
การติดยา การใช้ยา benzodiazepines ในขนาดสูงติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการติดยาทั้งทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งถ้าหยุดยาทันทีจะเกิดอาการขาดยาหรือถอนยา เช่น คลื่นไส้ นอนไม่หลับ มือสั่น หัวใจเต้นเร็ว ซึมเศร้า เป็นโรคจิต หรืออาจถึงกับชักได้
การควบคุมตามกฎหมาย ยาโซแรม หรือ alprazolam จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ตาม พ.ร.บ. วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 การขายต้องมีใบสั่งแพทย์ โดยมีเภสัชกรควบคุม การจำหน่าย
ขอให้พวกเรา ชาวหลากสี และพันธมิตร จงมีชีวิตรอด จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ฝีมือปูนา ไปตลอดรอดฝั่งด้วยครับ
PEMDAS ย่อมาจาก ลำดับการคำนวณ Parentheses , Exponentials , Multiply , Divide , Add , Subtract
FWGHSO ย่อมาจาก ลำดับการประเมินผลของ query FROM, WHERE, GROUP BY, HAVING, SELECT, ORDER BY
#15
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:49
ถึงต้องไปเอาข่าวตั้งแต่ 19 กันยามาแปะ
#16
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:03
Do I have to take drugs too?
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากการสำรวจว่ามีเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 2 แสนรายที่ติดยาเสพติด ส่วนใหญ่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานบำบัดของภาครัฐ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะเน้นเรื่องการบำบัด
Kids, you always have a choice.
Remember that.
- Bookmarks likes this
#17
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:24
ผมอึดอัดข่าวยาเสพติดนะ
แต่
อึดอัดด้วยเหตุผลอื่น
ประชากร
นราธิวาส มี 730 000 คน
ปัตตานี 650 000 คน
ยะลา 480 000 คน
รวมประชากร 3 จังหวัด ราวๆ 1 800 000 คน
ติดยา 200 000 คน
10 % ของประชากรทั้งหมด...............เป็นไปได้หรือ?
ผมสัมผัสได้ว่าปัจจุบันยาเสฟติดกำลังกลายเป็นตัวแทนใหม่ของปัญหาชายแดนใต้ ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันไม่น่าจะใช่ หากกลุ่มโจรใต้ค้ายาจริง
ถามเล็กน้อย กลุ่มยาเสฟติดมีกำลังติดอาวุธ.........บ้านเมืองอยู่ไง แบบพม่าหรือ?
ผมยอมรับเรื่องความรุนแรงของยาเสฟติดในพื้นที่ แต่การพูดเกินจริงมาจากอะไร แนวคิดโจรใต้ไหม?
ผมไม่เห็นด้วยนะกับอะไรที่เกินพอดี และบอกตรงๆเรื่องนี้เกินไป
ผมเห็นด้วยกับพี่ Sigree นะถ้าร้อยละ ๑๐ ของคนในพื้นที่ติดยาจริงมันน่ากลัวมาก
และทั้งพี่ Sigree และบังก็อยู่ในพื้นที่ (รึปล่าว) น่าจะรู้สถานการณ์ได้มากกว่าใคร
ว่ามันจริงหรือไม่ หรือเป็นแค่สิ่งที่ประโคมให้ชายแดนใต้น่ากลัวกว่าที่เป็น หรือหาความชอบธรรม
ในการปราบปราม อ้างว่าเพราะติดยา? แล้วอย่างนี้เมื่อใหร่มันจะสงบ?
เขียนเรื่องการเมือง : ดราม่า ,เขียนเรื่องสังคม : ดราม่า เขียนเรื่องบันเทิง : ดราม่า
แต่พอโพสเรื่องหื่น : มีความเห็นเป็นไปทางเดียวกันเสมอ >3<
#18
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:53
<li>เก่าโคตร ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ</li>
</ul>
#19
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:55
#20
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:59
พอดีในข่าวพูดไม่ละเอียดนะครับ
#21
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:02
ข้อมูลไม่ชัดเจนครับ ว่า 2 แสนคนนั้นติดยามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไอ้บัง มันยกเรื่องนี้มากล่าวโทษรัฐบาลที่แล้วเลย เรื่องข้อมูลไม่เคลียร์เนี่ย รู้สึกไอ้บังมันชอบเล่นใส่ร้ายเค้าแบบหน้าไม่อายผมไม่ค่อยเข้าใจนะครับ ว่า 200,000 คนนี่เพิ่งติดยาเสพติดเมื่อสองปีที่แล้วในสมัยคุณอภิสิทธิหรอกครับ รึว่าติดมาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนหนึ่ง แล้วเพิ่มมาอีกเป็น 200,000 ในปัจจุบันถ้าแบบนั้นจะมาโทษ รัฐบาลที่แล้วชุดเดียวก็คงไม่ถูกนะครับ เพราะก่อนหน้านี้ก็คุณสมชายกับคุณสมัคร นะครับ
พอดีในข่าวพูดไม่ละเอียดนะครับ
#22
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:06
ที่รัฐบาลนี้กำลังทำสมควรแล้วหรือ..จขกท คิดว่าไง??
#23
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:06
#24
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:08
#25
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:16
#26
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:23
เอาน่ะ ขอให้ด่า ไม่มีเรื่องด่าวันนี้ ขอขุดเรื่องเก่าสมัยพระเจ้าเหามาด่าก็ได้น้ำท่วมชิ้บหายวายวอดไม่เคยจะด่า แต่กลับมาด่าอดีตรัฐบาล ไม่ขุดสมัยพระยามโนมาด่าเลยเล่า
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#27
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:45
#28
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:46
#29
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:25
- ทองเปลว and RiDKuN_user like this
#30
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:43
#31
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:40
รัฐบาลไพร่เลยพิจารณาจะให้รางวัลพ่อค้ายาโดยการอภัยโทษ
และให้โอกาสพ่อค้ายาพวกนี้ออกมาทำยอดให้คนไทยติดยาเพิ่มขึ้น
#35
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:20
ไม่ชมบ้างหรือไง...
ท่านควายแอศิษย์ทรราชเหลี่ยม
#36
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:50
"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"
#37
ตอบ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:56
ตลกว่ะ บัง!!!!
#38
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:12
#39
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:11
ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ลุกลามมา เด็กติดยาก็เป็นผลพวงที่เกิดขึ้นมาด้วย
#40
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:25
คนทั่วไปจะคิดก่อน ไตร่ตรองก่อนกับข่าวที่เสพ
แต่คนเสื้อแดงพร้อมจะลืมสมองไว้ในหลืบและเชื่อทันทีถ้าข่าวนั้นให้โทษกับฝ่ายตรงข้าม
- PHOENiiX likes this
#41
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:37
- joecth2003 likes this
#42
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:51
เก่งแต่ปราบยา แต่โกงกินไม่เคยปราบ ไอ้พวกแม้ว มันปราบยาเอาหน้ากลบเรื่องโกงชาติ ของมัน ถ้าให้ดีปราบโกงกินก่อนดีไหม หา ถ้าปราบโกงประชาชนอยูดีกินดีชาติเจริญ
พัดพูดดี เอาอีกๆๆ
#43
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:35
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2539 ให้เริ่มดำเนินการกองทุนในลักษณะเงินทุนหมุนเวียน ตามนัยมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 กองทุนฯ จึงเริ่มเปิดให้กู้ยืมตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 ด้วยงบประมาณประจำปีจำนวนกว่า 3,652 ล้านบาท และได้รับการจัดสรรงบประมาณสมทบเป็น รายปีตามความจำเป็น โดยมีหลักการพื้นฐานว่า “เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย สำหรับศึกษาต่อตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ) จนถึงระดับปริญญาตรีในประเทศ รวมทั้งการศึกษานอกระบบ ต่อเนื่องจากระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตร และประเภทที่ กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยนักเรียน นักศึกษาจะต้องชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยอัตราต่ำเมื่อจบการศึกษาแล้ว”
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน หรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อเป็นค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างศึกษา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาดำเนินการให้กู้ยืมตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 โดยให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียนนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายสามัญและสายอาชีพ) จนถึงระดับปริญญาตรี กองทุนนับเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาของประเทศ
เพื่อให้เยาวชนไทยได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียมกัน
จากปีการศึกษา 2539 ไม่ใช่รึที่ยาบ้าได้ผลิตเตรียมไว้เต็มอัตรา พอนักเรียนนักศึกษาได้รับเงินกู้ ยาบ้าก็ทะลักเข้าสู่โรงเรียนทุกโรงเรียน มันเตรียมการกันมาก่อนรึเปล่าครับ
#44
ตอบ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 22:01
• เอือมระอากับบรรดาพี่น้องที่หลงทางจริงๆ เห็นต่างกันยังรับได้ครับ แต่เห็นผิดเป็นชอบแบบนี้มันบัดซบจริงๆ •
• หายนะของประเทศไทย ก็คือการที่ "ควายเลือกควาย" เข้ามาทำลายประเทศ •
#45
ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:08
http://www.youtube.com/watch?v=8nIiA9WBUFw
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน










