Jump to content


Photo
- - - - -

แกะคำทำนายประเทศ "เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา" คือรัฐไทยใหม่หรือ?


  • Please log in to reply
58 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

    หน้าตาดี มีอุดมการณ์

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 21,670 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:05

เนื่องจากคำทำนายปริศนานี้แม่นมากๆ ผมลองกลับมาอ่านอีกที ก็พบประโยคน่าสะดุดใจ

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว
ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง
สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ



ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม
หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป
เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา


คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น
แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา
ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ


จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป
เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา



หมายถึงอะไรง่ะครับ? รัฐไทยใหม่จริงๆหรือ?
เพราะพวกเสื้อแดงชอบอ้าง"มหาชน"ตลอด ว่าจะถึงเวลาที่ประชาชนเป็นใหญ่
แล้วยังมีเรื่องย้ายเมืองหลวงอีก ก็เข้ากับ"เปลี่ยนเมืองใหม่"พอดี




นี่ถ้าคำทำนายไม่ตรงมาตลอดขนาดนี้ จะไม่กังวลนะนี่
gladiator 1.jpg

 

 

 

 

 

 


#2 เกลียดแดง

เกลียดแดง

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 188 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:10

คำทำนายอันนี้ไม่มีมาแต่แรกแล้วละครับ เอาไว้หลอกพวกควายแดงเท่านั้นแหละ

#3 PHOENiiX

PHOENiiX

    ปู 4ssโกงชาวนา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,226 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:12

จะผ่องอำไพได้ ต้องมาจากธรรม

ทักษิณหล่อเลี้ยงมวลชน ด้วยคำลวง

และความชั่ว ย่อมไม่ใช่แน่นอน

#4 เพลิงสีนิล

เพลิงสีนิล

    สมาชิก ชั้น 7 โฟร์ซีซั่น

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,629 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:19

แสดงว่า ท่านประชา จะได้เป็นนายกครับ

[color=#0000ff;][font="Tahoma, sans-serif;"]เราจะรู้.....รสชาติของความสุข[/color][font="Tahoma, sans-serif;"]ก็ต่อเมื่อ     เราผ่านความทุกข์มาก่อน[/font][/font]


#5 จอมมารบูล

จอมมารบูล

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 10 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:06

เราว่าไอ้คำทำนายแบบนี้ก็มีมาบ่อยๆ ตั้งแต่เสื้อแดงชุมนุมปี 52 -53 เสื้อแดงบอกอะไรเขาก็เชื่อไปหมด แม้กระทั่งทักษิณกลับชาติมาทวงบัลลังค์คืนเขายังเชื่อ นับประสาอะไรกับชุดคำหลอกลวงแบบนี้..เขาเลี้ยงคนด้วยเงินและความหวัง

#6 ท่าษายติณหัก

ท่าษายติณหัก

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 859 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:15

มหาชนคือ 45 ล้านเสียงและจะกระทืบ15ล้านควายแดงจมดินครับ :lol: :lol: :lol:
ท่าษายติณหัก= ท่า สาย ติน หักมาเล่นผวนคำกันไหม

#7 ทัชชี่

ทัชชี่

    ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,784 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:18

มหาชนคือ 45 ล้านเสียงและจะกระทืบ15ล้านควายแดงจมดินครับ :lol: :lol: :lol:


50 ครับ ไม่ใช่แค่ 45

ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ


#8 คนไปทั่ว

คนไปทั่ว

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 845 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:41

ก็แค่ประโยคแต่งต่อจากคำทำนาย ไปสนอกสนใจอะไรกะมันมากหล่ะครับ

#9 ไทยทรนง

ไทยทรนง

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,006 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:47

น่าจะเป็น บริษัท มหาชน ในเครือ ชิน ซะมั้ง

รัฐประหาร ปกป้องชีวิตไทย พอกันที ประชาธิปไตย ด้วย M79   


#10 SpeedDeVa

SpeedDeVa

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,246 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:22

ผมว่ามันจะเป็น New World Order มากกว่า....


อิอิอิ

#11 ลายน้ำ

ลายน้ำ

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 193 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:45

คือดิฉันก็ไม่อยากจะคิดอะไรแบบนี้นะ
แต่สิ่งที่ทักษิณเล่นนั้นคือ ความเชื่อและความศรัทธา
โดยใช้เงินเป็นตัวล่อ ทำให้คนหลงเชื่อว่าทักษิณนี้
เป็นเทพเจ้ามาเกิด อีกทั้งด้วยอุปนิสัยเหล่าคนเสื้อแดง
ทั้งหลาย(ไม่ได้ดูถูกแต่สิ่งที่พวกแดงทำมันชัดว่ะ) ที่ชอบ
แบมือเป็นง่อยไม่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองและรักสบาย
จึงไม่แปลกที่เขาจะชอบทักษิณ
ถ้าพวกคุณเคยได้ยินข่าวที่หมู่บ้านแทบอีสาน
โดยล่อลวงล้วงเงินได้กระเป๋าโดนกันทั้งหมู่บ้าน
เพราะคนคิดว่าแค่ลงทุนไม่กี่บาทก็ได้เงินบานแล้ว
อันนี้มันสิ่งที่ทักษิณเอามาเล่น รักสบายสุดท้ายก็แทบหมดตัว
ดิฉันอยากจะลองยกอีกเคส ถ้าให้เขาลงทุนขายของทุนมันประมาณพันกว่าบาท
กับต้องขายนาขายบ้านเพื่อไปเหมือนนอก คุณที่ว่าเขาจะเลือกอะไร
ส่วนใหญ่ก็เลือกอันหลัง ถูกไหม
ฉะนั้นอะไรมันจะเกิดขึ้นก็ตาม ดิฉันคิดว่ามันหนักเอาการสำหรับกลยุทธ
ของคนๆนี้ เรายังใช้หลักวิชาการหลักอะไรซักอย่างที่เมื่อเอาไปพูดให้
พวกเสื้อแดงฟัง เขากลับไม่เชื่อ มันก็ต้องทำเหมือนทักษิณ สร้างความเชื่อ
และความศรัทธาขึ้นมาใหม่ แต่ต้องไม่เหมือนกัน ให้มันลงลึกถึงก้นบึ่งของใจ
ถึงตอนนั้นเมื่อไร เข็มการเมืองก็เบนไปในทางที่ดีขึ้นได้
(ศาสตร์พระราชาเท่านั้น ที่จะทำให้ประเทศดีขึ้น)

#12 applemeow

applemeow

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 44 posts

ตอบ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:34

เรื่องคำทำนายนี้เป็นของพระอาจารย์ลำไย แต่ "ต้นฉบับ" จริงๆ ถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่า มันยาวเท่าไหน-และ หรือ จะมีใครเสริมเติมแต่งเข้าไปหรือเปล่า แต่ต้นประโยคน่ะ ฟังๆ เติมๆ กันมาแน่นอน เพราะไม่ใช่ของท่านพระอาจารย์ฤาษีลิงดำแต่งแน่ ท่านแค่นำมาเทศน์เล่าต่อเป็น กุศโลบายเท่านั้น

เอาจริงๆ สมมติว่า คำทำนายนี้เป็น "ของจริง" ทั้งหมดไม่มีใครเติมแต่งเข้าไป

ตราบใดที่คนชั่วคือ "ทักษิณ"

"ยุคมหาชน" ไม่ใช่ 15 ล้านเสียงที่มีท่อน้ำเลี้ยงส่งตรงจากดูไบแน่นอน "เมืองใหม่" ก็ไม่ใช่รัฐไทยใหม่ด้วยเช่นกัน

ไม่เกิน "10ปี" นี้หรอก เพราะก้อนหินมันกลิ้งลงจากเนินเขามานานแล้ว

#13 ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

    หน้าตาดี มีอุดมการณ์

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 21,670 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:49

แสดงว่า ท่านประชา จะได้เป็นนายกครับ


เหงอะ
เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลยคร้าบ :lol:
gladiator 1.jpg

 

 

 

 

 

 


#14 ริวมะคุง

ริวมะคุง

    ห้ามให้อาหารสัตว์

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,577 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 07:53

ถ้าแกะแต่ท่อนนี้มาพูดสมัยกรุงศรีแล้วละก็ คงโดนตัดหัวแน่นอนข้อหากบฎ
Posted Image

#15 อาวุโสโอเค

อาวุโสโอเค

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,790 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 08:02


แสดงว่า ท่านประชา จะได้เป็นนายกครับ


เหงอะ
เล่นเอาผมไปไม่เป็นเลยคร้าบ :lol:


ท่าจะจริงวุ๊ย ^_^
การเมืองไม่ใช่เพื่อกลุ่มใด แต่เพื่อทุกคนในประเทศ

#16 MI 6

MI 6

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 330 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:23

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น

แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา

ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา

ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ

แล้วกลอนบทนี้ละจะทำให้สบายใจขี้นมั้ย ในสุดท้ายคนชั่วต้องโดนปราบหมด

#17 ศรอรชุน

ศรอรชุน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,103 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 09:41

ผมเฝ้าติดตามคำทำนาย “ถิ่นกาขาว” มาอย่างต่อเนื่อง อ่านครั้งแรกก็ช่วงก่อนการเลือกตั้งปี 49 หลังจากที่ทักษิณยุบสภาหนีการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่ในห้วงเวลานั้นก็รับทราบมาว่า คำทำนายนี้มีมาก่อนค่อนข้างจะนานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน เพราะฉะนั้นผมขอสรุปตามที่ผมได้รับทราบคือ คำทำนายนี้มีมาไม่น้อยกว่า 6 ปี
ผมเฝ้ามองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นจริงตามคำทำนาย ครั้งแล้วครั้งเล่า แล้ววิเคราะห์ตามข้อมูลความเป็นจริง ซึ่งถ้าจะว่ากันละเอียดคงต้องใช้เวลานาน แต่ขอสรุปตามความคิดของผมว่า คงใกล้ถึงบทสุดท้ายของคำทำนายแล้วละครับ แต่อย่าได้หวาดวิตกเลย สุดท้ายธรรมมะ ย่อมชนะ อธรรม ในที่สุด... ตามนี้ …..

.......
ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
“คนที่ดี” จะก้มหน้าสุดระทม ส่วน “คนชั่ว” หัวร่อร่าทำท่าดัง
จะมีหนึ่ง “นารีขี่ม้าขาว” ควง “คฑา” มุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
“ผู้ปกครองจะเป็นหญิง” พึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
“คนชั่ว” จะ “ถูกปราบ” ราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วย “ศรัทธา” ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ...

ข้อสรุป (อย่างย่อเพื่อไม่รบกวนเนื้อที่มากครับ)
๑. ในคำทำนายกล่าวถึงคน “คนชั่ว” ๒ ครั้ง ครั้งแรก “คนที่ดี” จะก้มหน้าสุดระทม ส่วน “คนชั่ว” หัวร่อร่าทำท่าดัง เพื่อนๆลองหลับตาแล้วใช้สามัญสำนึกซิครับ แล้วเห็นหน้าใคร สำหรับผม เห็นหน้า ทักษิณ ไอ้ใจ ตู่ เต้น เหวง และทีมงาน

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒
ชั่ว - เลว, ทราม, ร้าย, ไม่ดีเพราะจงใจฝ่าฝืนศีลธรรม หรือ จารีตประเพณี เป็นต้น เช่น “คนชั่ว”

๒. จะมีหนึ่ง “นารีขี่ม้าขาว” --- ไม่ใช่นางยก “ปู” แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์

๓. ควง “คฑา” มุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง -- ธงชัยเฉลิมพล และ คทาจอมทัพ เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ที่แสดงถึงความสง่างามแห่งพระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะ “จอมทัพไทย”

๔. “ผู้ปกครองจะเป็นหญิง” พึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ – อันนี้ละใช่ นางยก “ปู” กำลังดำน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมอยู่ในปัจจุบัน

๕. “คนชั่ว” จะ “ถูกปราบ” ราบคาบสิ้น อันนี้ “คนชั่ว” อีกแล้ว
ปราบ - ทําให้ราบ, ทําให้อยู่ในอํานาจ
ราบคาบ - อาการที่ยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข เช่น ยอมแพ้อย่างราบคาบ;เรียบร้อยปราศจากเสี้ยนหนามหรือความกระด้างกระเดื่อง เช่น บ้านเมืองสงบราบคาบ

๖. ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วย “ศรัทธา” --- วรรคท้ายของคำทำนายนี่แหละ ที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุด เป็นพิมพ์เขียวในการแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติของเรา (คงต้องว่ากันอีกทีเพราะน่าจะยาวครับ)

ศรัทธา - ความเชื่อ, ความเลื่อมใส, เช่น สิ้นศรัทธา, ฉันมีศรัทธาในความดีของเขา (เป็นลักษณะเชิงความดี ถ้าเชื่อ เลื่อมใส ในสิ่งที่เลว ไม่เรียกศรัทธา)

เพราะฉะนั้น ผมสรุปตามความเชื่อของผมว่า ชัยชนะในครั้งนี้ไม่ใช่ของ “ขบวนการแดง” และ “จักรวรรดิทักษิณ” แน่นอน

"ควาย" ในความหมายของผม คือ คนที่มีความคิด เล่นเน็ตเป็น แต่แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด ไม่ได้  

              มิได้หมายถึง ชาวรากหญ้า ที่เป็นเหยื่อในสงครามทางความคิดครั้งนี้

 

"คนชั่ว" จะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา... อยากให้ถึงวรรคท้ายของคำทำนาย ไวๆ ว่ะ...


#18 จีรนุช

จีรนุช

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,934 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:04

กลอนบทนี้เขาพิสุจน์เเล้วนี่นาว่าหลอกลวง ก็ไม่ต้องไปหาอะไรจากเรื่องหลอกลวงนะ

รำคาญสลิ่มเที่ยมที่เข้ามาปล่อยสารพิษเรียกร้องความรุนเเรงเสดงออกถึงความคลั่งสงครามกลางเมืองยุเเยงสร้างภาพชั่วๆ

เอียนวะ   เห็นคนเเถวนี้ไอคิวต่ำกว่า 90 หรือไง


#19 SpeedDeVa

SpeedDeVa

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,246 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:11

ผมเข้าใจเอาเองว่ากลอนบทนี้เกินขึ้นในสมัยคอมมิวนิส จะทำให้ตีความกลอนบทนี้ง่ายขึ้น

#20 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:41

แวะมาร่วมแกะด้วยคนค่ะ

คำทำนายอันลือลั่น เริ่มต้นที่ใด ใครเป็นผู้แต่งไม่ปรากฏหลักฐาน แต่เริ่มเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก
ในช่วงปลายปี คศ. 2008 เท่าที่สืบเสาะหาข้อมูล พบว่ามีการอ้างอิงเมื่อวันที่ 07 มิย. 2008 ก็
ประมาณปี 2551 พร้อมทั้งโยงลิงค์ไปยังอีกบอร์ดหนึ่ง ซึ่งคลิ๊กเพื่อค้นหาข้อมูลต่อ ปรากฏว่าหน้า
นั้นหายสาบสูญ

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น สอดรู้สอดเห็น อันเป็นวิสัยที่ไม่ค่อยจะดีนัก ทำให้เข้าเว็บโน้นออกเว็บนี้
อ่านเล่มนั้นเล่มนี้ ก็พอจะสรุปได้ว่า

“ บทกลอนนี้เป็นการรวมความคำบรรยายเรื่อง "อนาคตของประเทศชาติ ของพระมหาวีระ ถาวโร
(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) เมื่อวันที่ เมื่อวันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๘ ซึ่งวัดท่าซุงได้พิมพ์เผยแพร่อยู่ใน
"หนังสือธัมมวิโมกข์" ปีที่ ๒๙ ฉบับที่ ๓๒๐ ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐ หน้า ๔๓-๕๒
"ธรรมกถา"

http://www.watthasun...ead.php?tid=680

ดังนั้น บทกลอนไม่น่าจะเกิดขึ้นก่อน 2519 (2518 ตัดทิ้งไปเลย) และไม่น่าจะใช่ 2520 - 2524 เพราะ

ในคำบรรยายเรื่องดังกล่าว ตอนหนึ่งหลวงพ่อได้เล่าให้ฟัง ความว่า

“ประเทศชาติบ้านเมืองของเราจะไม่ตกเป็นทาสของใคร อาตมาขอถวายชีวิตเป็นประกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ความเยือกเย็นจะเริ่มปรากฏ ความมั่งคั่ง
สมบูรณ์จะมีขึ้นแก่ประเทศชาติและประชาชน แต่จะยังไม่ปรากฏชัดนัก แต่เราจะมองเห็นได้ชัดๆ ก็ต้องปี
พ.ศ. ๒๕๒๔ เปรียบเหมือนอรุณได้ขึ้นดีแล้วและเริ่มฉายแสงให้เห็นความมืดหมดไป”

และถ้าจะมองว่า บทกลอนนี้น่าจะมีจุดเริ่มต้นจาก พฤศจิกาย 2550 ในช่วงที่หนังสือธัมมวิโมกช์ เผยแพร่
คำบรรยายของหลวงปู่ ก็น่าจะมีความเป็นไปได้สูง ด้วยความเข้าใจของผู้นำเสนอเอง เพราะกระทู้ที่มีการ
นำเสนอครั้งแรกเท่าที่พอจะหาได้ ก็คือ 07 มิย. 2551 จุดสังเกตอีกจุดหนึ่งก็คือ...บทเริ่มต้นของบทกลอน
บทที่ 2 อ้างอิงมาจากส่วนหนึ่งของคำบรรยายของหลวงปู่ ความว่า

“ในเมืองไทยเรามีมากมาย น้ำมันที่ใช้อยู่ในโลกขณะนี้มีไม่ถึงหนึ่งในสามที่มีในเมืองไทยเรา ที่อาตมาพูด
เช่นนี้มิได้กล่าวเกินความจริง แต่เป็นการกล่าวที่เกิดจากประสบการณ์ที่พอเชื่อถือได้”

ดังจะเห็นได้ว่า ทั้งบทกลอนมีการกล่าวถึง “น้ำมัน” โดยที่ไม่กล่าวถึงทรัพยากรอื่น ๆ รวมทั้งผลผลิตทาง
การเกษตร ด้วยข้อมูลข้างต้น จึงพอจะยืนยันได้ว่า บทกลอนนั้นมิใช่คำทำนายของหลวงปู่ แต่มีผู้เรียบเรียง
ขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และขอยกย่องผู้เรียบเรียง เพราะ ท่านต้องเป็นผู้มีความสันทัดในเรื่องกาพย์โคลงกลอน+
เป็นอย่างดี และท่านยังต้องมีความเชียวชาญด้านโหราศาสตร์ชั้นครู ท่านหนึ่งของประเทศ

หลายท่านคงเคยได้อ่านผ่านสายตามาแล้ว มีหลายท่านที่ได้กรุณาให้ความหมายบทกลอนคำทำนายไว้ใน
มุมมองและการพิจารณาวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลของแต่ละท่าน โดยภาพรวมก็คงไม่ต่างกันเท่าใดนัก...

ยกเว้น 3 บทสุดท้ายเท่านั้นที่ความคิดเห็นค่อนข้างจะต่างกันไป แล้วแต่ว่า ฝ่ายใดจะเป็นผู้ให้ความหมาย

ครั้งนี้ขออนุญาตนำเสนอมุมมองในความเข้าใจของผู้นำเสนอเอง พร้อมทั้งขอยืนยันว่า มิได้ต้องการกล่าวร้าย
พาดพิงให้ท่านใด กลุ่มใดได้รับความเสียหายแต่ประการใด เป็นเพียงความคิดเห็นโดยส่วนตัวตามสิทธิขั้น
พื้นฐานอันพึงมี ความว่า

(1) คำทำนายที่เคยมีมาช้านานนัก…………………..เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย………………….เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา

บทนี้ ไม่มีความแปล เพราะน่าจะเป็นบทเกริ่นนำ ว่าคำกล่าวต่อไปนี้เป็นคำทำนายของหลวงปู่ ที่ทำนายไว้ใน
ช่วงปลายปีคือวันที่ หลวงปู่ได้บรรยายเรื่อง “อนาคตของประเทศชาติ” วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๑๘ ให้แก่ทหาร
ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา ดังนั้น “ปลายรัชกาล” ในที่นี่น่าจะมีความหมายถึง ช่วงปลายปี

(2) ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง.................น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา.........................เป็นประชาชนเต็มพระนคร

บทนี่น่าจะเรียบเรียงจากส่วนหนึ่งของคำบรรยายที่ว่า “ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๐ เป็นต้นไป ประเทศไทยจะ

เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ความเยือกเย็นจะเริ่มปรากฏ ความมั่งคั่งสมบูรณ์จะมีขึ้นแก่ประเทศชาติและประชาชน แต่จะ
ยังไม่ปรากฏชัดนัก แต่เราจะมองเห็นได้ชัดๆ ก็ต้องปี พ.ศ. ๒๕๒๔ เปรียบเหมือนอรุณได้ขึ้นดีแล้วและเริ่ม
ฉายแสงให้เห็นความมืดหมดไป”

และบางส่วนที่หลวงพ่อได้เล่าเรื่องเกียวกับการขุดพบน้ำมันในประเทศ ความว่า
" ในเมืองไทยเรามีมากมาย น้ำมันที่ใช้อยู่ในโลกขณะนี้มีไม่ถึงหนึ่งในสามที่มีในเมืองไทยเรา ที่อาตมาพูด

เช่นนี้มิได้กล่าวเกินความจริง แต่เป็นการกล่าวที่เกิดจากประสบการณ์ที่พอเชื่อถือได้” ซึ่งก็ได้มีการขุดพบ
แหล่งน้ำมันจริงในหลาย ๆ จังหวัด แต่มากน้อยเพียงใดยังไม่มีข้อพิสุจน์

สำหรับ “พวกกาขาว” ในบทนี้ มีความน่าจะเป็นว่าหมายถึงเหล่าบรรดาต่างชาติที่เริ่มเข้ามาลงทุนในประเทศ
มิใช่ กาดำ ที่พยายามฟอกตัวให้มีสีขาว ที่ปรากฏอยู่ในคำทำนายจากสมุดข่อยของหลวงพ่อพุทธโฆษาจารย์
(ลำไย) ที่ได้ทำนายไว้ 10 ยุค (หากมีโอกาสจะนำมาเรียบเรียง)

(3) ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน.............ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร...............องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน


บทนี้..น่าจะรวบความมาจาก ช่วงปีที่มีพระราชพิธี 60 ปีทรงครองราชย์ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงวันที่ 8 -13 มิย.2549
ในราชพิธีครั้งนั้น มีองค์พระมหากษัตริย์และผู้แทนพระองค์จารราชวงศ์ทั่วโลกที่ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย
อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมูข รวม 25 ประเทศ ซึ่งถือเป้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของประเทศ

(4) ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส..................แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน................เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา


บทนี้..ในช่วงปี 2549 ประชาชนทั้งประเทศมีความสุขเพราะเป็นปีมหามงคล แต่ถึงกระนั้นความเป็นอยู่ของ
ประชาชน และความขัดแย้งทางการเมืองก็เริ่มก่อตัวขึ้น อีกทั้งเรื่องการทุจริตคอร์รับชั่นที่แฝงอยุ่ เริ่มเผยโฉม
ให้เห็น เปรียบดังต้นกาฝาก ที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้ใหญ่

(5) จะมีการต่อตีกันกลางเมือง.................ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา..............ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร


บทนี้..น่าจะหมายถึงเหตุการณ์ม๊อบ กับมวลชน ที่ปะทะกันอยู่เนื่อง ๆ ทั้งก่อนและหลัง 19 กันยา 49 ไม่ว่าจะ
เป็นช่วงรัฐบาลนอมินี 1และเหตุการณ์ 7 ตุลา 51 และผลของการทุจริตทางนโยบายหลาย ๆ อย่างที่ทำให้
ฐานะการเงินของประเทศแทบจะหมดตัว หากแต่ภายนอกยังดูเหมือนประเทศยังมีเงินอยู่ เสมือนปลวกที่กัด
กินไม้อยู่ข้างใน โดยที่มองจากภายนอกจะไม่มีทางรู้เลยว่าบ้านกำลังจะพัง

(6) ข้าราชการตงฉินถูกประณาม.............สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป............โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี


บทนี้...ไม่ต้องอธิบายมากน่าจะเป็นช่วง 2552 ซึ่งเป็นช่วงที่อภิสิทธิ์เป็นผู้นำรัฐบาล โดยชนะโหวตจากใน
สภา แต่บางกลุ่มที่ไม่ยอมรับ กลับกล่าวหาว่ามีอำนาจพิเศษ มีมือที่มองไม่เห็น หรือค่ายทหารบางหล่ะ โดย
ให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนกับประชาชน และเริ่มมีมวลชนจัดตั้ง โดยใช้สัญลักษณ์ เดียวกับระบบเผด็จการ

(7) ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว...............ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี...............เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน


บทนี้..เป็นผลมาจากบทที่ผ่านมา การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ข้อมูลที่เป็นเท็จ ปั้นน้ำเป็นตัวทำให้ผู้รัข่าวสาร
สับสนเข้าใจผิด ในขณะเดียวกันหากกลุ่มใดมีความเห็นแย้ง ก็ใช้กฎหมู่เข้าตัดสิน..ทำให้หลาย ๆ คน ไม่กล้า
ที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้

(8) พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ................มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน..........พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย


บทที่...ในช่วงต่อมา เริ่มมีการทำพิธีทางไสยศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นคว่ำบาตรหงายบาตร หรื่อแม้แต่หล่อองค์
พระเป็นสีแดง ซึ่งผิดธรรมเนียมประเพณี หรือการเทเลือดตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และหน้าพระแม่ธรณี

(9) แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก.........เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย...................เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน


บทนี้..แสดงให้เห็นถึงการแตกความสามัคคีของคนในชาติอย่างสุดขั้ว การปิดถนนย่านธุรกิจหรือสร้างบังเกอร์
ใจกลางเมืองหลวง ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่น่าเศร้า 10 เมย.53 และการกระชับวงล้อม พค.53 นายทหาร
ผู้กล้าและผู้บริสุทธิ์ล้มตายอย่างไร้ซึ่งเหตุผล เพียงเพื่อสนองตัณหาใครบ้างคน ที่ต้องการจุดกระแสสงคราม
กลางเมือง

(10) ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช................ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล..............................จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม


บทนี้..ภายหลังเหตุการณ์ที่น่าเศร้า คณะรัฐบาลในขณะนั้นโดนกล่าวหาจากมวลชนบางกลุ่มโดยใช้คำที่รุนแรง
มีการจัดตั้งมวลชนเข้ากดดันองค์กรต่าง ๆ เพื่อเรียกร้องในสิ่งที่กลุ่มตนต้องการ แม้นผู้ต้องหายังได้รับการดูแล
อย่างดี ที่บ้านพักตากอากาศ หรือ เจ้าหน้าที่โดนปลดอาวุธบริเวณโรงแรมเลียบทางด่วน

(11) ความระทมจะถมทับนับเทวศ.......................ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม............................ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง


บทนี้...น่าจะหมายถึงการเลือกตั้งเมื่อ กค.54 พรรคสีฟ้าพ่ายแพ้ ฝ่ายชนะก็กร่างทั่วเมือง คงไม่ต้องบรรยายให้
มากความ

(12) จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว..............................ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง..................สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ


บทนี้..สำคัญนัก ทำไมต้องเป็นคุณน้องปู เพราะบทกลอนบทนี้ ทำให้แจ๊คพ๊อตลงที่น้องปู จำได้ว่า..เคยอ่าน
พบคำทำนายของหลวงพ่อท่านหนึ่ง ทำนายไว้ว่า ดวงเมืองพระนครเมื่อครั้งสร้างเสาหลักเมือง เป็นดวงของ
บุรุษ ดังนั้นหากเมื่อใดก็ตามที่ผุ้นำมิใช่บุรุษประเทศจะพบภัยพิบัติ...หากโอกาสอำนวยจะค้นหาคำทำนายดัง
กล่าวมานำเสนอ สถานการณ์ก็เป็นดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน..

(13) ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม........................หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป..........................เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา


บทนี้...ที่มีความเห็นต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดมีอุดมการณ์อย่างใด แต่เท่าที่ฟังจากผู้ใหญ่ท่านเล่า
ให้ฟัง..พอสรุปได้ว่า ภายหลังเหตุการณ์ร้าย ๆ ความสงบสุขจะเกิดขึ้น

“มหาชน” ในที่นี้มิได้มีความหมายในเชิงลบ แต่เป็นเหล่าองค์กรจิตอาสาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศพบภัยพิบัติ
ได้ร่วมกันนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากสถานการณ์รุนแรงและเดินหน้าไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพารัดบานและ รมต
ซึ่งทุกท่านก็ได้เห็นบทพิสูจน์แล้ว

(14) คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น.........................แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา..................ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ.


บทนี้..สรุปได้ว่า สุดท้ายเหล่าบรรดาคนชั่ว ต้องได้รับกรรมที่กระทำไว้อย่างสาสม แผ่นดินจะกลับมาสงบสุข
เหมื่อนเมื่อครั้งที่เป็น “สยามเมืองยิ้ม” และเป็นต้นแบบการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นพระประมุขสืบต่อไป...

คำทำนายที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศ มีเผยแพร่อยู่ทั่วไป มีอาจารย์หลาย ๆ ท่านได้กรุณาทำนายไว้
ทั้งที่เป็นระยะสั้น ระยะยาว แบบรายปี หรือ อนาคตในอีกหลายปีข้างหน้า โดยอาศัยการโคจรของดวงดาวเป็น
ที่ตั้ง ดาวที่สำคัญคือ
ดาวเสาร์ ที่ถือเป็นดาวที่ให้โทษต่อเจ้าชะตา
ดาวพฤหัส ที่ถือเป็นดาวที่ให้คุณต่อเจ้าชะตา..

ท่านใดใคร่อยากลองทำนาย อนาคต หรือ ทดลองย้อนสถานการณ์ในอดีต ลองหาหนังสือการโคจรของดวงดาว
มาอ่านดู แล้วเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่ผ่าน ๆ มาว่าจริงเท็จประการใด

สุดท้าย คงละไว้ให้ทุกท่านได้วิเคราะห์ และโปรดใช้วิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลที่นำเสนอข้างต้นด้วยสติ...
ขอย้ำอีกครั้ง...ว่านั้นเป็นความเห็นโดยส่วนตัวเท่านั้น

#21 bmp1

bmp1

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 264 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:52

Posted Image


ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง .. . น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า


พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา .. . เป็นประชาชนเต็มพระนคร


ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน .. .ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร


ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร .. . องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน


ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส .. . แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น


จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน .. .เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา


จะมีการต่อตีกันกลางเมือง .. . ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า


คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา .. .ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร


ข้าราชการตงฉินถูกประณาม .. .สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้


เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป .. . โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี


ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว .. . ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี


ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี .. . เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน


พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ .. .มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ


เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน .. .พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย


แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก .. .เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย


เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย .. .เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน


ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช .. .ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น


ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล .. .จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม


ความระทมจะถมทับนับเทวศ .. .ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม


คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม .. .ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง


จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว .. .ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง


ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง .. . สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ <(น้ำท่วมใหญ่วันนี้)



ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม .. .หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้


จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป .. .เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา


คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น .. .แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา


ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา .. .ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ





"น้ำเงิน" คือ เกิดมาแล้ว และชัดเจน
"แดง" คือ เกิดมาไม่นานนี้ และชัดเจน
"แดง" ขีดเส้นใต้ คือ กำลังเกิด ณ.เวลานี้
"ตัวเอียง" คือ ความคิดเห็นส่วนตัว หรือ ส่วนอธิบายประกอบ


คำทำนายนี้ มีคนพยายามบอกว่าไม่ใช่เป็น ของหลวงพ่อฤษีลิงดำ
ใช่หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็น... ถ้าไม่ใช่ ก็ขอเดาว่าเป็น ของอาจารย์ของหลวงพ่อฤษีลิงดำ เป็นแน่
ประเด็นคือ คำทำนายนี้ แม่นมากๆ น่าทึ่ง...คำทำนายนิรนามนี้ มีมาก่อน ที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ...เหตุการณ์ต่างๆ เริ่มทะยอยเกิดขึ้นจริงตามคำำทำนาย เป๊ะๆ อย่างน่าทึ่ง!! ... จนมี อำนาจ ฝ่ายหนึ่ง เกิดความวิตกเป็นอย่างมาก





ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม...เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา ?.... (ประชา = ประชาชน อำนาจสูงสุด จะตกเป็นของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง)

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น .. .แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา ?....


ถ้าดูกันแบบ กลางๆ คำทำนายนั้นบอกไว้ชัดเจนแล้ว เด้อออ ...!

...E=mc2 เข้าใจสูตร 3บรรทัดอย่างแตกฉาน

ย่อมรอบรู้กว่า...

...การอ่านตำราหมดทั้งหอสมุด แต่อ่านไปเรื่อยแบบไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจห่าอะไรเลย...


#22 Bourne

Bourne

    สายลับ ๆ ล่อ ๆ หัดเกรียน

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,471 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 10:58

ผมว่าลุง yen ทำนายแม่นกว่านะ (http://webboard.seri...นแด่ยิ่งลักษณ์/) เค้าว่าไว้แบบนี้

----------------------------

จะมีหนึ่งนารีแดงขี่แบล็กฮอว์ก ควงลูกกระจ๊อกออกแรงสร้างความหวัง
ผู้ปกครองไฮโซหญิงซื่อบื้อจัง ฝายน้ำพังกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังนารีงามล้มครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนนำพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา
คนชั่วเผาเมืองจะถูกปราบราบคาบสิ้น ให้แผ่นดินสูงขึ้นไปไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยพระปรีชา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ.

ภาระกิจหลักของผมบนบอร์ดเสรีไทย คือ ด่าควายครับ เรื่องคิดต่างผมรับได้ แต่เรื่องคิดชั่วผมรับไม่ไหวครัช

#23 SpeedDeVa

SpeedDeVa

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,246 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:06

ผมว่าน่าจะถึงแค่ตรงนี้มากกว่านะ


พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ .. .มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ


เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน .. .พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย



ส่วนอันนี้น่าจะยัง

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก .. .เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย


เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย .. .เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน


ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช .. .ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น


ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล .. .จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม


ความระทมจะถมทับนับเทวศ .. .ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม


คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม .. .ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง


จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว .. .ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง


ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง .. . สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ


ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม .. .หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้


จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป .. .เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา


คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น .. .แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา


ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา .. .ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่อง



#24 asawinee

asawinee

    ปฏิรูป ก่อน เลือกตั้ง

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,003 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:16

เห็นด้วยกับที่คุณ bird ให้ความเห็นไว้ค่ะ

ขอเสริมนิดนึงว่า

(13) ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม........................หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป..........................เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

พวดเสื้อแดงมักอ้างว่า ศิวิไลซ์คือประชาธิปไตย (แบบแดงๆ)

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ทำไมในบทกลอนจึงไม่ใช่ ประชาธิปไตยจะบังเกิดในสยาม กันเล่า

ศิวิไลซ์ เป็นคำที่มีการถกเถียงถึงความหมายกันอย่างมากมาย ในยุคแรกๆ คำๆนี้จะหมายถึงความเจริญด้านวัตถุ ต่อมาก็มีนิยามใหม่ว่า ศิวิไลซ์ ตรงข้ามกับ barbarian จากนั้นก็ใช้ตรงข้ามกับคำว่า primitive ,ในยุคปัจจุบัน ใช้ในความหมายใกล้เคียงกับ culture

เราเชื่อว่า ขณะนี้ ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม.ได้เกิดขึ้นแล้ว

น้ำท่วม คนไทยมีจิตอาสาช่วยบริจาค ช่วยออกสนาม ช่วยแพ็คของ ช่วยกรอกทราย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ช่วยเหลือผู้ป่วย ช่วยเหลือสัตว์ ......นี่ใช่ ศิวิไลซ์หรือไม่

คนที่ขับรถกระบะยกสูง รถโฟร์วีล จะไปในเส้นทางน้ำท่วม แวะจอดถามคนแปลกหน้าว่าใครต้องการติดรถไปบ้าง .......นี่ใช่ ศิวิไลซ์หรือไม่

ทหาร ออกมาช่วยประชาชน แม้จะออกประจำการแล้วก็ยังยินดีมาช่วยโดยไม่ยอมรับเงิน.....นี่ใช่ ศิวิไลซ์หรือไม่

คนที่เห็นความไม่ชอบมาพากลในการดำเนินงานของ ศปภ. นำคลิปมาแฉโดยไม่เกรงกลัวอันตรายกับตนเอง........นี่ใช่ ศิวิไลซ์หรือไม่

ผู้ที่ยืนหยัดอยู่กับความถูกต้อง กล้าออกมาแสดงพลังมากขึ้น(ยกตัวอย่างเช่น จั๊ด. กลุ่ม สยามสามัคคี).......นี่ใช่ ศิวิไลซ์หรือไม่

แน่นอนว่า ศิวิไลซ์ ยังแค่บังเกิด ยังไม่แพร่กระจายไปทั่วหน้า

ต่อจากนี้ เราต้องมาคอยจับตาดู หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้

เราคนไทยคงต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่อีกครั้ง

#25 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 11:29

คุณคิดว่ามีคนที่ทำนายอนาคตได้จริงเหรอครับ :D
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#26 SPDZ

SPDZ

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,672 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:39

ทำไมต้อง civilized ใช้คำหรูจัง
มนุษย์เงินเดือนจนๆที่ไม่พอใจรัฐบาลเสื้อแดงที่แสนชั่วจะทำอะไรได้มากกว่าวาดการ์ตูนระบายความคับแค้นใจhttp://webboard.seri...ยเว็บบอร์ดการ์/ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ดการ์ตูน

#27 ทัชชี่

ทัชชี่

    ดีใจจัง ค้นแล้วเจอเลย

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,784 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:46

บทกลอนนี้...ทางวัดท่าซุงปฏิเสธแล้วนี่ครับว่าไม่ใช่ของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ดังนั้น คนแต่ง ต้องไม่ใช่หลวงพ่อแน่นอน

ประชาธิปไตยแบบแดง: 1. ไม่ใช่แดง เป็นประชาธิปไตยไม่ได้ 2. เสียงส่วนใหญ่ คือเสียงถูกต้อง 3. กฎพวกพ้องต้องเหนือกฎหมาย 4. เบื้องสูงมีไว้เหยียบย่ำ 5. ใครทำก็ผิด แต่แดงต้องไม่ผิด 6. คิดร้ายต่อทักษิณย่อมชั่ว 7. มั่วบิดเบือนหลอกพวกเดียวกัน 8. ปั้นน้ำเป็นตัวแล้วแถ


#28 phat21

phat21

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,969 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 12:51

ถ้ารู้แล้ว ว่ามันจะทําแบบนี้มาร์คมีวิสัยทัศน์?ไรในการ สกัดมั่ง หา ผมว่ามาร์คไม่มีแล้วก็อ้างว่าแดงโตแตกแยกมากเราต้องปรองดองสันติไว้นี่คือสิ่งที่มาณืคและสาวก พูดปาวๆ ทั้งๆที่สิ่งที่มาร์คมันปาวๆพิอสูจน์แล้วว่าแพ้แม้วกราวรูด มาตลอด จนไม่อยากจะเชื่อมันอีกแล้วจะจัดกหารมันต้องใช้ยาแรงและวิธีขั้นเด็ดขาดลูกเดียว
Posted Image Posted Image Posted ImagePosted Image Posted Image Posted Image Posted Imageไอ้สนธิบังเละ ไอ้ขิงเน่า+ไอ้มาร์คไอ้เทพเทือกคือตัวการให้ระบอบทักษิณยังลอยนวล

#29 Kaizer

Kaizer

    Warlord

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,317 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:09

อ่านมามีแต่คนออกความเห็น กำลังเพลินๆ

เจอเกรียนมา เสีย'รมณ์หมดเลย

สละชีพเพื่อหลักธรรมคือคำขวัญ

 

ฆ่าคนเพื่อชิงอำนาจคือวิธีการ

 

ส่วนลิ่วล้อที่ส่งไปตายก็คือตัวหมากแห่งคุณธรรม


#30 ศรอรชุน

ศรอรชุน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,103 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:15

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว .. .ควง "คทา" มุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง... ยังไงยังไง ก็ไม่ใช่ "ปูแดง"


“คฑา” จอมพล

คทาจอมพล เริ่มใช้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังการปรับปรุงกิจการทหารเป็นแบบสากล คทาจอมพลแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ
ประเภทที่ ๑ เป็นคทาเครื่องต้นของพระมหากษัตริย์
ประเภทที่ ๒เป็นคทาสำหรับพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งดำรงพระยศเป็นจอมพล
ประเภทที่ ๓ เป็นพระคทาสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งเป็นจอมพล โดยทั่วไปของทั้งสามเหล่าทัพ คือ กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

สำหรับคทาจอมพลซึ่งเป็นพระคทาเครื่องต้นของพระมหากษัตริย์มี ๔ องค์ คือ

พระคทาองค์แรก ข้าราชการกรมทหารบกได้สร้างคทาขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานองค์จอมทัพไทย เนื่องในพระราชพิธีทวีธาภิเษกสมโภช เมื่อวันที่ ๑ต พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๔๖ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
พระคทาจอมพลองค์แรกนี้มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอก ยาว ๓๕ เซนติเมตร ยอดคทาเป็นรูปหัวช้างสามเศียรลงยาสีขาว เหนือหัวช้างเป็นรูปพระเกี้ยว ตอนท้ายคทาเป็นรูปทรงกระบอกตัด องค์พระคทาทำด้วยทองคำหนัก ๔๐ บาท ใต้หัวช้างลงมาเป็นลายนูน รูปหม้อกลศ ซึ่งหมายถึง การทูลเกล้าฯถวายเนื่องในพระราชพิธีทวีธาภิเษก พระคทาองค์นี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นประจำตลอดรัชกาล

พระคทาองค์ที่สอง ข้าราชการกรมยุทธนาธิการได้จัดสร้างขึ้นทูลเกล้าฯ ควายพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะองค์จอมทัพไทย เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๕๓ พระคทาองค์ที่สองนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระคทาองค์แรกมากต่างกันที่ตรงยอดพระคทาซึ่งเป็นมงกุฎและมีลายเฟื่องอยู่ที่แถบกลางใต้ฐานของยอดมงกุฎโดยรอบเท่านั้น

พระคทาองค์ที่สาม ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงได้พระราชทานแบบคทาจอมพลขึ้นใหม่ ทำด้วยทองคำเกลี้ยง มีลักษณะป่องตรงกลางและคอดเรียวไปทางด้านยอดและด้านปลาย ยอดพระคทาทำเป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ลงยาตามแบบพระราชลัญจกรประจำแผ่นดิน ใต้พระยาครุฑทำเป็นลูกแก้วรองฐานบัวหงายลงยาราชาวดี ส่วนด้านปลายมีลูกแก้ว และบัวกลุ่มสี่ชั้น ลงยาราชาวดีเช่นกัน
พระคทาจอมพลองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้ตลอดรัชกาลต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงใช้ พระคทาองค์นี้สืบมา

พระคทาองค์ที่สี่ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้น ครองราชย์สมบัติพระองค์ทรงใช้คทาจอมพลองค์ที่สาม ซึ่งนายกรัฐมนตรีและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงกระกลาโหมได้ทูลเกล้าฯทวาย พร้อมเครื่องยศจอมพล เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เนื่องในโอกาสที่พระองค์เสด็จนิวัตสู่ประเทศไทย
ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ ข้าราชการกระทรวงกลาโหม เห็นว่า พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ สำหรับประเทศชาติทั้งภายในและภายนอกอย่างมากมาย ทำให้กิจการต่างๆบรรลุผล สำเร็จเสมอ พระบารมีของพระองค์แผ่ไพศาล ก่อให้เกิดความสามัคคีกลมเกลียว และความสงบสุขในหมู่ประชาชน สภากลาโหมจึงมีมติเมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๐๙ ให้สร้างคทาจอมพลขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเก็บเงินสร้างคทานี้จากนายทหารชั้นนายพลประจำการทุกนาย และในวันที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๙ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายพระคทาจอมพลองค์นี้แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เนื่องในโอกาสที่พระองค์ทรงเจริญพระชนพรรษา ๔๐ พรรษา เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งความจงรักภักดีของข้าราชการทหารทุกนาย และได้ขอพระบรมราชานุญาต ขนานนามพระคทาองค์นี้ให้เป็นพิเศษว่า “พระคทาจอมทัพภูมิพล”
พระคทาองค์ที่สี่ มีลักษณะทั่วไปเหมือนพระคทาองค์ที่สาม องค์พระคทาทำด้วยทองคำหนัก ๔๓๐ กรัม แกนกลางป่อง เรียวไปทางยอดและปลาย ประกอบด้วยเครื่องมงคลแปด ด้านยอดคงมีพระครุฑพ่าห์ลงยา และลูกแก้วรองฐานบัวหงายลงยาราชาวดี ด้านปลายมีลุกแก้วและยอดบัวกลุ่มสี่ชั้นลงยาราชาวดี เช่นเดียวกับพระคทาองค์ที่สาม ส่วนที่ต่างกันคือ เหนือพระยาครุฑมีพระปรมาภิไธยย่อ “ ภปร”ฝังเพชรอยู่ในกรอบรูปไข่ และมีรูปพระมหาพิชัยมงกุฎทองฝังเพชรอยู่ เบื้องบนตอนปลายพระคทา ต่อจากเครื่องหมายแปดมงคล มีเครื่องหมายกระทรวงกลาโหม
จากเวบไซด์ของ กองพันทหารสื่อสารที่ ๒๔
http://www.signal24....hp?article_id=4

"ควาย" ในความหมายของผม คือ คนที่มีความคิด เล่นเน็ตเป็น แต่แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด ไม่ได้  

              มิได้หมายถึง ชาวรากหญ้า ที่เป็นเหยื่อในสงครามทางความคิดครั้งนี้

 

"คนชั่ว" จะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา... อยากให้ถึงวรรคท้ายของคำทำนาย ไวๆ ว่ะ...


#31 Sittitat

Sittitat

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 602 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:44

เท่าที่ผมคิดจะคำทำนายไหนก็ไม่สำคัญหรอก เพราะเราเป็นคนทำให้เกิดเป็นจริงตามคำทำนาย ไม่ใช่คำทำนายทำให้เกิดเป็นจริง

#32 bmp1

bmp1

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 264 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:50

เท่าที่ผมคิดจะคำทำนายไหนก็ไม่สำคัญหรอก เพราะเราเป็นคนทำให้เกิดเป็นจริงตามคำทำนาย ไม่ใช่คำทำนายทำให้เกิดเป็นจริง


รวมถึง ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ด้วยหรอ?

เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน .. .พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ


...E=mc2 เข้าใจสูตร 3บรรทัดอย่างแตกฉาน

ย่อมรอบรู้กว่า...

...การอ่านตำราหมดทั้งหอสมุด แต่อ่านไปเรื่อยแบบไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจห่าอะไรเลย...


#33 hinotori

hinotori

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,899 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 13:54

ถ้ารู้แล้ว ว่ามันจะทําแบบนี้มาร์คมีวิสัยทัศน์?ไรในการ สกัดมั่ง หา ผมว่ามาร์คไม่มีแล้วก็อ้างว่าแดงโตแตกแยกมากเราต้องปรองดองสันติไว้นี่คือสิ่งที่มาณืคและสาวก พูดปาวๆ ทั้งๆที่สิ่งที่มาร์คมันปาวๆพิอสูจน์แล้วว่าแพ้แม้วกราวรูด มาตลอด จนไม่อยากจะเชื่อมันอีกแล้วจะจัดกหารมันต้องใช้ยาแรงและวิธีขั้นเด็ดขาดลูกเดียว


ผิดกระทู้แล้ว ไอ้แดงแอ๊บเหลือง

ปล. สงสารเอ็งจริงๆเลยว่ะ ตะเกียกตะกายด่าจนพิมพ์ถูกพิมพ์ผิด เฮ้อ..

#34 phat21

phat21

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,969 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:28


ถ้ารู้แล้ว ว่ามันจะทําแบบนี้มาร์คมีวิสัยทัศน์?ไรในการ สกัดมั่ง หา ผมว่ามาร์คไม่มีแล้วก็อ้างว่าแดงโตแตกแยกมากเราต้องปรองดองสันติไว้นี่คือสิ่งที่มาณืคและสาวก พูดปาวๆ ทั้งๆที่สิ่งที่มาร์คมันปาวๆพิอสูจน์แล้วว่าแพ้แม้วกราวรูด มาตลอด จนไม่อยากจะเชื่อมันอีกแล้วจะจัดกหารมันต้องใช้ยาแรงและวิธีขั้นเด็ดขาดลูกเดียว


ผิดกระทู้แล้ว ไอ้แดงแอ๊บเหลือง

ปล. สงสารเอ็งจริงๆเลยว่ะ ตะเกียกตะกายด่าจนพิมพ์ถูกพิมพ์ผิด เฮ้อ..


ผมว่า ปชปแดงแอ๊บเหลือง ต่างหาก พวก ปชปไม่เคยจัดการไรแม้วได้โดยไม่พึ่งพันธมิตรสักหน วันๆเอาแต่ใส่ร้ายพันธมิตร สมเพช ปชป จอมใส่ร้ายแบบเลื่อนลอยจริงๆ
Posted Image Posted Image Posted ImagePosted Image Posted Image Posted Image Posted Imageไอ้สนธิบังเละ ไอ้ขิงเน่า+ไอ้มาร์คไอ้เทพเทือกคือตัวการให้ระบอบทักษิณยังลอยนวล

#35 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:43

คฑา...ในบทกลอนข้างต้น...น่าจะมีความหมายในเชิงโหรศาสตร์
เพราะเป็นบทกลอนที่กล่าวถึงคำทำนายเป็นหลัก

จากที่สืบค้นและสอบถามนักพยากรณ์หลายท่าน ได้รับคำตอบ
ที่ตรงกันพอสรุปความหมายของ " คฑา " ในเชิงโหรศาสตร์ได้ว่า

หมายถึง อำนาจ, การสั่งการ, หรือ การบังคับบัญชา

ประโยค

" จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว .. .ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง

ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง .. . สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ "


จะมีสตรี ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บังคับบัญชา ด้วยสร้างความหวัง
ว่าทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่ต้องการ...

ขอย้ำ...บทกลอนข้างต้นนั้น มิใช่คำทำนายของหลวงปู่แน่นอน...
แต่ผู้เรียบเรียง..น่าจะมีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์พอตัวที่เดียว...

#36 ศรอรชุน

ศรอรชุน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,103 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:06

คฑา...ในบทกลอนข้างต้น...น่าจะมีความหมายในเชิงโหรศาสตร์ เพราะเป็นบทกลอนที่กล่าวถึงคำทำนายเป็นหลัก จากที่สืบค้นและสอบถามนักพยากรณ์หลายท่าน ได้รับคำตอบ ที่ตรงกันพอสรุปความหมายของ " คฑา " ในเชิงโหรศาสตร์ได้ว่า หมายถึง อำนาจ, การสั่งการ, หรือ การบังคับบัญชา ประโยค " จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว .. .ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง .. . สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ " จะมีสตรี ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บังคับบัญชา ด้วยสร้างความหวัง ว่าทุกสิ่งจะเป็นไปตามที่ต้องการ... ขอย้ำ...บทกลอนข้างต้นนั้น มิใช่คำทำนายของหลวงปู่แน่นอน... แต่ผู้เรียบเรียง..น่าจะมีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์พอตัวที่เดียว...


ส่วนใหญ่ผมมองมุมเดียวกับคุณ bird แต่ต่างกันนิดนึงครับ คือคำว่า "หนึ่งนารีขี่ม้าขาว" กับคำว่า "ผู้ปกครองเป็นหญิง" ผมว่าเป็นคนละคนกัน มิเช่นนั้นหลังจากที่นางยกปูขึ้นมาบริหารแล้ว ประเทศไทยจะต้องสงบ เรียบร้อย ซึ่งผมว่ามีโอกาสเป็นไปได้ยากมาก

การทำนายอนาคต ส่วนใหญ่จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือระลึกรู้ด้วยตัวเอง เช่น นอสตราดามุส เป็นต้น หรือการ นั่งวิปัสนา จนได้ ฌาณ ที่จะหยั่งรู้อนาคต กับการพยากรณ์ตามหลักโหราศาสตร์ หรือวิชาอื่นๆ ที่นี้การเห็นภาพในอนาคต หรือการพยากรณ์ ที่มีผู้รับมาถ่ายทอด (ผู้แต่งบทกลอนนี้) อาจคลาดเคลื่อน เข้าใจผิด จากต้นฉบับ เรื่องเงื่อนเวลา หรือลำดับเหตุการณ์ ครับ

ปล.1 บทกลอนนี้ถ้าดูตามลักษณะการใช้คำผมว่าน่าจะอยู่ในห้วง 2510 -2520 ห้วงที่ไทยมีภัยคุกคามเกี่ยวกับระบอบคอมมิวนิสต์ แล้วก็เป็นไปไม่ได้ที่คอมมิวนิสต์ จะเป็นคนแต่ง หรือแม้แต่พรรคพวกทักษิณ จะแต่งขึ้นมา

ปล.2 ทั้งหมดเขียนด้วยความรู้สึกล้วนๆ โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน...

"ควาย" ในความหมายของผม คือ คนที่มีความคิด เล่นเน็ตเป็น แต่แยกแยะ ดี ชั่ว ถูก ผิด ไม่ได้  

              มิได้หมายถึง ชาวรากหญ้า ที่เป็นเหยื่อในสงครามทางความคิดครั้งนี้

 

"คนชั่ว" จะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา... อยากให้ถึงวรรคท้ายของคำทำนาย ไวๆ ว่ะ...


#37 oneclick999

oneclick999

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,783 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:20

คำทำนายนี้ไม่ใช่ของหลวงพ่อฤาษีครับ เป็นการเอาคำทำนาย 10 ยุคมาดัดเแปลงเพื่อผลทางการเมือง

ทางวัดท่าซุงมีแถลงการอย่างเป็นทางการที่เว็บแล้วว่า ไม่ใช่คำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ และคำทำนาย 10 ยุคที่ถูกต้องหาอ่านได้ที่เว็บท่าซุงนั่นแหล่ะ และที่สำคัญมีเทปเสียงหลวงพ่อตอนท่านเทศน์เกี่ยวกับคำทำนายนี้อยู่ด้วย

จึงฟันธงได้ว่า คำทำนายที่ จขกท. นำมานั้นเป็นของปลอมครับ แต่ไม่ได้ว่า จขกท.มีเจตนาไม่บริสุทธินะ มันมีคนเอาไปโฆษณาอยู่ทั่วไปในเน็ท

ลิ้งค์อยู่นี่ http://www.watthasun...ead.php?tid=680

ช่วยเอาไปบอกต่ออย่างถูกต้องด้วยครับ

#38 Huligan

Huligan

    ดาวพยศนภา

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,880 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:31

รัฐไทยใหม่(ที่ถูกกล่าวว่า ศิวิไลซ์ ในกลอนนั้น) หากจะบังเกิดขึ้นมาจริง ก็ไม่น่าใช่"สาธารณรัฐควายแดงแห่งสยามแน่นอน"
เพราะมวลชนถ่อยสถุลแบบนั้น จะเรียกว่าศิวิไลซ์คงไม่ได้
ด้วยสันดานปล้นชิง โอหังสามหาว อวดอ้างว่าพวกตัวเป็นเจ้าของประเทศฝ่ายเดียว

*อ้อ...คนที่ออกมาต่อต้านการโกงของไอ้เหลี่ยม รวมถึงปกป้องสถาบันหลัก...ไม่ใช่"คนชั่ว"แน่นอน
แล้วไอ้พวกที่ชอบบิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสีสารพัด ก็ไม่มีทางสร้างความศิวิไลซ์ได้แน่นอนโว้ย!!!
ทฤษฎีของ เดล คาเนกี ใช้กับเหิ้ยหางแดงไม่ได้*สิ่งที่มองไม่เห็นใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง แต่สิ่งที่มองเห็นได้นั้นน่าเชื่อถือมากกว่า*

#39 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:32

12) จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว..............................ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง..................สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ

บทนี้..สำคัญนัก ทำไมต้องเป็นคุณน้องปู เพราะบทกลอนบทนี้ ทำให้แจ๊คพ๊อตลงที่น้องปู จำได้ว่า..เคยอ่าน
พบคำทำนายของหลวงพ่อท่านหนึ่ง ทำนายไว้ว่า ดวงเมืองพระนครเมื่อครั้งสร้างเสาหลักเมือง เป็นดวงของ
บุรุษ ดังนั้นหากเมื่อใดก็ตามที่ผุ้นำมิใช่บุรุษประเทศจะพบภัยพิบัติ...หากโอกาสอำนวยจะค้นหาคำทำนายดัง
กล่าวมานำเสนอ สถานการณ์ก็เป็นดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน...

แต่สำหรับ bird คิดว่า กลอนทั้ง 2 บรรทัดนี้ เป็นบทเดียวกัน น่าจะมีความหมายเกี่ยวเนื่องกัน
นารีที่ควงคฑา สร้างความฝันและความหวัง (มหาประชานิยม) ขึ้นมาเป็นผู้ปกครอง (ด้านการบริหาร)
จำต้องระวัง จะเกิดอาเพท ในช่วงประโยคสุดท้าย

สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยว...อันนี้ยิ่งเป็นข้อบ่งชี่ชัด..นารีคนนี้..คือ..นอมินีคนที่ 3 ที่กำลังโชว์ระดับสติปัญญา
อยู่ในทุกวันนี้....

ไม่ได้งมงายน่ะค่ะ...แต่วิเคราะห์ด้วยหลักความน่าจะเป็น บวกกับ คำบอกเล่าจากผู้ใหญ๋
และ ผู้เชียวชาญด้านโหราศาสตร์ กับ อาจารย์สอนภาษาไทยค่ะ :)

ปล. โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน...เหมือนกันค่ะ... :wub:

ยืนยันอีกครั้ง...บทกลอนนี้ มิใช่ คำทำนายของหลวงปู่ค่ะ

#40 Huligan

Huligan

    ดาวพยศนภา

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,880 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:11

บางส่วนในกลอนนี้ ที่คล้ายกันกับคำกล่าวต้นฉบับของหลวงพ่อฤาษีฯ คือ > ถิ่นกาขาว B)
ซึ่งผมเห็นด้วยกับบางท่าน(ในบอร์ดนี้)ที่เคยกล่าวมาว่า > กาขาวไม่น่าใช่ฝรั่ง

Posted Image
ทฤษฎีของ เดล คาเนกี ใช้กับเหิ้ยหางแดงไม่ได้*สิ่งที่มองไม่เห็นใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง แต่สิ่งที่มองเห็นได้นั้นน่าเชื่อถือมากกว่า*

#41 applemeow

applemeow

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 44 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:29

ขอตอบในฐานะคนที่ชอบอ่านเรื่องนี้

บททำนายนี้เป็นของพระอรหันต์ลำไย ที่เขียนไว้ช่วงสมัยรัตนโกสินทร์

ตามนี้

------คำทำนายของพระพุทธโฆษาจารย์

(ยกมาจาก --- http://www.watthasun...ead.php?tid=875)

------ในประการแรกอาตมาได้พบและได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นสมุดข่อย ซึ่งพระอรหันต์ในอดีตนามว่า พระพุทธโฆษาจารย์ (ลำใย) เขียนไว้ ทำนายชะตาบ้านเมืองก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเสียอิสรภาพแก่พม่า ก่อนที่กรุงเทพฯ ยังไม่ปรากฏ

โดยท่านได้เขียนทำนายไว้ว่า

“กรุงศรีอยุธยาจะต้องถูกข้าศึกตีแตก แจ่จะเสียอิสรภาพไม่นานนัก จะมีคนดีของกรุงศรี
อยุธยามากู้ชาติ แต่เมื่อกู้ชาติได้แล้วจะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ใหม่”

และเหตุการณ์ต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยาก็ได้เป็นจริงตามคำทำนายทุกอย่าง

ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้ง ๑๐ รัชกาล

ในสมุดข่อยเล่มเดียวกันนี้ พระพุทธโฆษาจารย์ได้กล่าวทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงใหม่ ในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแต่ละรัชกาลดังนี้

รัชกาลที่ ๑. ทำนายว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์
รัชกาลที่ ๒. ทำนายว่า รู้จักธรรม
รัชกาลที่ ๓. ทำนายว่า จำต้องคิด
รัชกาลที่ ๔. ทำนายว่า สนิทธรรม
รัชกาลที่ ๕. ทำนายว่า จำแขนขาด
รัชกาลที่ ๖. ทำนายว่า ราษฎร์ราชาโจร
รัชกาลที่ ๗. ทำนายว่า นั่งทนทุกข์
รัชกาลที่ ๘. ทำนายว่า ยุคทมิฬ
รัชกาลที่ ๙. ทำนายว่า ถิ่นกาขาว
รัชกาลที่ ๑๐. ทำนายว่า ชาววิไล

และต่อด้วยกลอนหนึ่งนารีขี่ม้าขาว


ซึ่งบททำนาย 2 ชุดนี้เป็นชุดเดียวกันที่อยู่ในสมุดข่อย ของพระอาจารย์ลำไย และพระอาจารย์ฤาษีลิงดำไปพบเข้า จึงนำมาเผยแพร่
ถ้าอนุมานอายุกลอนชุดนี้ก็น่าจะได้ 200 ปี+



คำเตือน นี่เป็นการวิเคราะห์บทคำทำนายด้วย "ความเห็นส่วนตัว"

๐ คำทำนายที่เคยมีมาช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา

(ถ้าสมมติว่าปลายรัชกาลคือยุคนี้)

ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร

(ประเทศไทยมีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ 22 แห่ง ผลิตเองได้ 2.2 แสนบาร์เรล ส่วนเรื่องกาขาว จากคำทำนาย 10 รัชกาล เขาว่าเป็นฝรั่งกัน อันนี้โนคอมเมนต์ ไม่มีความเห็น)

ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน

(ปีฉลองฯ ปีที่คนไทยพร้อมใจกันไปลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม)

ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา

(ประชาชนมีความสุขกับเรื่องของพระองค์ท่าน แต่ในใจต้องเจ็บปวด เพราะการคอรัปชั่นของรัฐบาลยุคนั้น)

จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร

(ต่อจากด้านบนเริ่มยุคเสื้อเหลือง และลัทธิทักกี้ จนสุดท้ายก็รัฐประหาร)

ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี

(ในใจมี 1 คน เป็นนายกจากรัฐบาล คดีเรื่องที่ดิน)

ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน

(ไม่ต้องแปล ตามนั้น)

พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

(จานบินเข้ายุคเฟื่องฟู พร้อมกับภัยธรรมชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยรุนแรงขึ้น และถี่ขึ้น)

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน

(เริ่มสงครามเสื้อแดง-เสื้อเหลือง ยุคที่ถ้ามีคนหนึ่งแสดงความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับอีกคนหนึ่ง จะถูกกล่าวหาว่าเป็นสีตรงข้ามทันที + การปราบจราจลในยุคแดงเผาเมือง)

ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง

(4 ท่อนนี้ต่อกัน เป็นช่วงเวลาที่สูญเสียบุคคลสำคัญและเชื้อพระวงศ์และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเยอะมาก ทั้งหลวงตาบัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณนี ฯลฯ)

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ

(ตามนั้น)

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ


(สีส้มคือยังไม่เกิด)

#42 asawinee

asawinee

    ปฏิรูป ก่อน เลือกตั้ง

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,003 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:40

ขอตอบในฐานะคนที่ชอบอ่านเรื่องนี้

บททำนายนี้เป็นของพระอรหันต์ลำไย ที่เขียนไว้ช่วงสมัยรัตนโกสินทร์

ตามนี้

------คำทำนายของพระพุทธโฆษาจารย์

(ยกมาจาก --- http://www.watthasun...ead.php?tid=875)

------ในประการแรกอาตมาได้พบและได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งเป็นสมุดข่อย ซึ่งพระอรหันต์ในอดีตนามว่า พระพุทธโฆษาจารย์ (ลำใย) เขียนไว้ ทำนายชะตาบ้านเมืองก่อนที่กรุงศรีอยุธยาจะแตกเสียอิสรภาพแก่พม่า ก่อนที่กรุงเทพฯ ยังไม่ปรากฏ

โดยท่านได้เขียนทำนายไว้ว่า

“กรุงศรีอยุธยาจะต้องถูกข้าศึกตีแตก แจ่จะเสียอิสรภาพไม่นานนัก จะมีคนดีของกรุงศรี
อยุธยามากู้ชาติ แต่เมื่อกู้ชาติได้แล้วจะต้องไปตั้งเมืองหลวงอยู่ใหม่”

และเหตุการณ์ต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยาก็ได้เป็นจริงตามคำทำนายทุกอย่าง

ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้ง ๑๐ รัชกาล

ในสมุดข่อยเล่มเดียวกันนี้ พระพุทธโฆษาจารย์ได้กล่าวทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแก่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงใหม่ ในวันข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแต่ละรัชกาลดังนี้

รัชกาลที่ ๑. ทำนายว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์
รัชกาลที่ ๒. ทำนายว่า รู้จักธรรม
รัชกาลที่ ๓. ทำนายว่า จำต้องคิด
รัชกาลที่ ๔. ทำนายว่า สนิทธรรม
รัชกาลที่ ๕. ทำนายว่า จำแขนขาด
รัชกาลที่ ๖. ทำนายว่า ราษฎร์ราชาโจร
รัชกาลที่ ๗. ทำนายว่า นั่งทนทุกข์
รัชกาลที่ ๘. ทำนายว่า ยุคทมิฬ
รัชกาลที่ ๙. ทำนายว่า ถิ่นกาขาว
รัชกาลที่ ๑๐. ทำนายว่า ชาววิไล

และต่อด้วยกลอนหนึ่งนารีขี่ม้าขาว


ซึ่งบททำนาย 2 ชุดนี้เป็นชุดเดียวกันที่อยู่ในสมุดข่อย ของพระอาจารย์ลำไย และพระอาจารย์ฤาษีลิงดำไปพบเข้า จึงนำมาเผยแพร่
ถ้าอนุมานอายุกลอนชุดนี้ก็น่าจะได้ 200 ปี+



คำเตือน นี่เป็นการวิเคราะห์บทคำทำนายด้วย "ความเห็นส่วนตัว"

๐ คำทำนายที่เคยมีมาช้านานนัก เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา

(ถ้าสมมติว่าปลายรัชกาลคือยุคนี้)

ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา เป็นประชาชนเต็มพระนคร

(ประเทศไทยมีแหล่งผลิตน้ำมันดิบ 22 แห่ง ผลิตเองได้ 2.2 แสนบาร์เรล ส่วนเรื่องกาขาว จากคำทำนาย 10 รัชกาล เขาว่าเป็นฝรั่งกัน อันนี้โนคอมเมนต์ ไม่มีความเห็น)

ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน

(ปีฉลองฯ ปีที่คนไทยพร้อมใจกันไปลานหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม)

ชาวประชาจะปีติยิ้มสดใส แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา

(ประชาชนมีความสุขกับเรื่องของพระองค์ท่าน แต่ในใจต้องเจ็บปวด เพราะการคอรัปชั่นของรัฐบาลยุคนั้น)

จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร

(ต่อจากด้านบนเริ่มยุคเสื้อเหลือง และลัทธิทักกี้ จนสุดท้ายก็รัฐประหาร)

ข้าราชการตงฉินถูกประณาม สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี

(ในใจมี 1 คน เป็นนายกจากรัฐบาล คดีเรื่องที่ดิน)

ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว ถ้วนทุกทั่วจะมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน

(ไม่ต้องแปล ตามนั้น)

พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

(จานบินเข้ายุคเฟื่องฟู พร้อมกับภัยธรรมชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยรุนแรงขึ้น และถี่ขึ้น)

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน

(เริ่มสงครามเสื้อแดง-เสื้อเหลือง ยุคที่ถ้ามีคนหนึ่งแสดงความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับอีกคนหนึ่ง จะถูกกล่าวหาว่าเป็นสีตรงข้ามทันที + การปราบจราจลในยุคแดงเผาเมือง)

ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาจารย์ลือระบิล จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม
ความระทมจะถมทับนับเทวศ ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม ส่วนคนชั่วหัวร่อทำท่าดัง

(4 ท่อนนี้ต่อกัน เป็นช่วงเวลาที่สูญเสียบุคคลสำคัญและเชื้อพระวงศ์และพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเยอะมาก ทั้งหลวงตาบัว และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณนี ฯลฯ)

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ

(ตามนั้น)

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา ยามเมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ


(สีส้มคือยังไม่เกิด)


จะมีการต่อตีกันกลางเมือง ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร

สมัยอยุธยา มีคำว่า คอรรัปชั่นแล้วหรือคะ

#43 วิท

วิท

    ขาแพง

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,333 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:45

เหตุการ์ณของไทยในปัจจุบัน มันเหมือนเรื่องในชาดก ที่ในเรื่องจะมีพระราชาทรงธรรม(พระโพธิสัตว์) มีขุนนางสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งดีอีกฝ่ายหนึ่งชั่ว ฝ่ายชั่วใช้เลห์กลทุกอย่างเพื่อทำลายฝ่ายธรรมะ ปั้นเรื่องโกหกแยกประชาชนเป็นสอง ส่วนฝ่ายธรรมะก็แสนดีเป็นฝ่ายตั้งรับไม่ใช้กลอุบายชั่วๆ

ผมก็หวังให้ตอนจบมันจะเหมือนในชาดก ที่ฝ่ายพระโพธิสัตว์จะชนะ ฝ่ายคนชั่วพ่ายแพ้ และพากันไปชดใช้กรรมในนรก

#44 applemeow

applemeow

    น้องใหม่

  • Members
  • Pip
  • 44 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:15

ตอบคุณ asawinee

อย่างที่บอกไป คำทำนายนี้ ว่ากันว่าเป็นของพระโฆษาจารย์ลำไย เขียนในสมัยอยุธยา พูดถึง "ปลายรัชสมัย" แต่ในต้นฉบับก็ไม่ได้บอกว่า รัชสมัยไหนกันแน่ แต่เท่าที่อ่านดูพระอาจารย์ฤาษีลิงท่านนำมาเผยแพร่ในรัชสมัยนี้

คำที่คุณสงสัยนั้น ส่วนตัวอ่านครั้งแรกก็สงสัยเช่นกัน เพราะคอรัปชั่นคือคำสมัยใหม่ ไม่มีในสมัยอยุธยาแน่นอน ก็พยายามหาข้อมูลมากกว่านี้ แต่ก็มืดแปดด้าน

สมมติ ความเป็นไปได้มีอยู่ 2 กรณี

1. คำทำนายนี้เป็นเป็นของจริง แม่นยำมาก (ถึงขนาดใช้คำที่ไม่เคยมีมาก่อน)
2. คำทำนายนี้เป็นของปลอม แต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมือง

ถ้าว่ากันตามหลักการใบมีดโกนของออคคัม คำตอบที่ดูสมเหตุสมผลและมีความเป็นไปได้มากที่สุด หากเอาประเด็นเรื่องการใช้คำแปลกก็คงจะเป็นข้อ 2 คือ คำทำนายนี้เป็นของปลอม แต่งขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมือง

อย่างไรก็ตามบทกลอนนี้จะจริงหรือจะปลอม เป็นเรื่องที่ถกกันมานานแล้ว และคงมีแต่พระอาจารย์ฤาษีลิงดำที่รู้

:)

Edit: แก้คำผิด

#45 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:33

ตามที่สืบค้นข้อมูล...ผนวกกับคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ และ ท่านอาจารย์หลาย ๆ ท่าน
คำทำนายที่กล่าวขานกันมีด้วยกัน 2 ชุด...

ชุดแรก....บอกเล่ากันว่าเป็นของ พระพุทธโฆษาจารย์ (ลำไย ) ความว่า

" มหากาฬผ่านมหายักษ์..รู้จักธรรม..จำต้องคิด .สนิทธรรม จำแขนขาด ราษฎร์ราชาโจร นั่งทนทุกข์
ยุคทมิฬ ถิ่นกาขาว ชาววิไล "

ชุดที่ 2...บอกเล่าสืบต่อกันว่าเป็นของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ความว่า

" มหากาฬ พาลยักษ์ รักมิตร สนิทธรรม จำแขนขาด ราษฎร์จน ชนร้องทุกข์ ยุคทมิฬ ถิ่นกาขาว ชาววิไล "

นอกจากนี้ยังมีคำทำนายที่เพิ่มเติมขึ้นมา ซึ่งยังไม่ปรากฎว่า ท่านใดเป็นผู้ทำนาย หรือ เกิดขึ้นในยุคใด

" ไทยมหารัฐ และ จักรพรรดิราช " ผู้ใหญ่ท่านก็ไม่ทราบที่มาที่ไปเช่นกันค่ะ

นอกจากนี้ยังมีคำทำนายที่เล่าสืบต่อกันมาว่าเกิดขึ้นในช่วงก่อน กรุงศรีจะแตก
และ คำทำนายในยุคธนบุรี ที่กล่าวถึงอาเพทต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

หากมีโอกาสจะลองนำมาให้ได้อ่านกันค่ะ...ขอเวลาค้นสักเล็กน้อย...ไม่ทราบกว่าเก็บไว้ที่ไหนค่ะ

เพิ่มเติมค่ะ...

ยังมีชุดคำทำนายอีกชุด ที่แบ่งเป็นช่วงรัชสมัย โดยมีกำหนดช่วงเวลาปี พ.ศ กำกับไว้ด้วย
ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นของ อ. พูลหลวง..แต่ไม่ขอยืนยันน่ะค่ะ กำลังหาข้อมูลอยู่ค่

1. ยุคกาลี ตรงกับช่วง พ.ศ.2482-2492
2. มิตรมาเยือน ตรงกับช่วง พ.ศ.2492-2502
3. เฉือนดินแดน ตรงกับช่วง พ.ศ.2502-2512
4. แสนแค้นกลางเขาควาย ตรงกับช่วง พ.ศ.2512-2522
5. ลายเสือครองเมือง ตรงกับช่วง พ.ศ.2522-2532
6. ฟูเฟื่องชาวสังคม ตรงกับช่วง พ.ศ.2532-2542
7. ชมบุญทรราชย์ ตรงกับช่วง พ.ศ.2542-2552
8. ชาติวิปโยค ตรงกับช่วง พ.ศ.2552-2562
9. โรคคลาย ตรงกับช่วง พ.ศ.2562-2572
10.หายกังวล ตรงกับช่วง พ.ศ.2572-2582

#46 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:50

มาครบ ทั้งศิวิไลซ์ คอรัปชัน
200 ปีก่อนมีคำพวกนี้แล้วเหรอ :D
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#47 saopao

saopao

    Moderator

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,093 posts

ตอบ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 23:53

คำว่า ศิวิไลซ์ ก็ไม่ใช่คำไทยนะครับ มาจาก Civilize สมัยอยุธยาใช้คำนี้แล้วเหรอ
Posted Image

#48 saopao

saopao

    Moderator

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,093 posts

ตอบ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:03

ส่วนที่บอกว่า ชาววิไล ต้องดูด้วยว่า จริงๆ วิไล หรือ วิลัย

ถ้า วิไล แปลว่าสวยงาม แต่ถ้า วิลัย แปลว่าย่อยยับ

ส่วนตัวผมว่า คำทำนาย อ.พลูหลวง ที่บอก ว่า

- ชมบุญทรราชย์ ตรงกับช่วง พ.ศ.2542-2552
- ชาติวิปโยค ตรงกับช่วง พ.ศ.2552-2562

นี่มันตรงสุดๆ

ซึ่งกว่าโรคจะคลาย ก็อีก 8 ปี ทนๆกันไป
Posted Image

#49 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:05

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว จัดให้อีกหนึ่งชุดค่ะ

บทกลอนนี้มีการกล่าวอ้างว่า

" เมื่อท่านสมเด็จโตมรณภาพ มีพระลูกศิษย์เข้าไปทำความสะอาดกุฏิของท่าน แล้วพบกระดาษอยู่ใต้หมอน
ซึ่งข้อเท็จจริง ยังไม่มีใครฟันธงว่าจริงหรือไม่ แต่ก็มีคนอ้างและนำไปลงบันทึกไว้ในหนังสือประวัติของท่าน
ซึ่งข้อความเป็นดังข้างล่างนี้

ดังได้สดับมาว่า.......
ตามนุษย์ ย่อมจะเห็น เช่นดั่งนั้น
แต่สวรรค์ ลิขิต ผิดจากเห็น
เทพกับมาร รบกัน คนลำเค็ญ
สวรรค์เห็น สงสาร จึงสานกรรม

ส่งนารี ขี่ม้า ลงมาปราบ
ถอนคำสาป ชนร้องทุกข์ มิสุกใส
ให้พวกมัน ได้ที่พิง อิงจิตใจ
ฝันหวานได้ รื่นรมย์ สมอุรา

เมื่อได้หยุด หายใจ ได้สักพัก
จะประจักษ์ ความจริง สิ่งตรงหน้า
บุรุษเหล็ก ขับรถถัง ตามหลังมา
แล้วผลักพา คำสาป ไปสู่ชน

ยุคทมิฬ หินชาติ รอกำเนิด
คนประเสริฐ หนีตาย ต่างหายหน้า
ปล่อยคนชั่ว ใช้กรรม ที่ทำมา
เข้ารบลา ฆ่าฟัน กันบรรลัย

ต่อจากนั้น ยุคใหม่ จึงมาถึง
มนุษย์ซึ้ง ศีลห้า พาใจใส
ชนมุ่งสู่ ถิ่นตาขาว ชาววิไลย์
ไม่ว่าใคร ดั่งตำรา พุฒาจารย์

และจากการค้นหาจากหนังสือประวัติของท่านจากหลายแห่ง

ก็ยังไม่พบหลักฐาน หรือ ถ้อยคำข้างต้นปรากฎอยู่แต่อย่างใด
มาถึงตอนนี้ ก็อ่านประวัติท่านไปสัก 5-6 เล่มแล้วค่ะ

หมายเหตุ...โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่านและวิเคราะห์ค่ะ

#50 bird

bird

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,191 posts

ตอบ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 00:09

ส่วนที่บอกว่า ชาววิไล ต้องดูด้วยว่า จริงๆ วิไล หรือ วิลัย

ถ้า วิไล แปลว่าสวยงาม แต่ถ้า วิลัย แปลว่าย่อยยับ


ค่ะ..ประเด็นนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถียง โต้แย้งกันอยู่ สุดท้ายก็สรุปไม่ได้ว่า
ต้นฉบับเขียนไว้อย่างไร จะเป็น

วิไล ที่แปลว่า สวยงาม
วิลัย ที่แปลว่า ย่อยยับ..




ผู้ใช้ 2 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 2 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน