dekpakdee ขอเขียนเรื่อง " สภาพระ " หน่อย นะครับ
#1
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:38

POPULAR
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=540722
"สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขออนุมัติเบิกเงินกองทุนผู้ประสบภัยอุบัติภัยถวายปัจจัยเป็นค่ารักษาพยาบาลพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวจำนวน 3 รูป ๆละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 90,000 บาท ซึ่งที่ประชุม มส. ได้เห็นชอบ ฯ "
ผมมองว่าสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอเงินจากมหาเถรสมาคม เพื่อเยียวยาพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟใต้เพียงรูปละ 30,000 บาทเองหรือ พระหลวงพ่อหลวงตาที่เสียงชีวิต ปฏิบัติศาสนากิจเพื่อฉลองศรัทธาญาติโยม มีค่าเพียง 30,000 บาทเองหรือ ตัดกลับไปที่กรุงเทพเมืองหลวง พระมหาเถระรูปหนึ่งเตรียมตัวฉลองสมณศักดิ์ที่ได้เลื่อนชั้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะใหม่ ด้วยงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท มันช่างน่าขบขันสำหรับผม แต่จะตลกก็ตลกไม่ออก ชีวิตพระมหาเถระในเมืองกรุงช่างสุขสบายด้วยลาภ ยศ สรรญเสริญ บริวารแวดล้อม แต่พระต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง ท่านต้องเดินท่อมๆไปฏิบัติศาสนากิจ โดยไม่รู้ว่าวันนี้ออกจากวัดแล้วจะได้กลับเข้ามาเหมือนตอนขาไปหรือปล่าว ผมเพิ่งทราบว่า " นิตยภัตร " หรือเงินเดือนพระ ที่กรมการศาสนา และสำนักงานพระพุทธศาสนาจัดถวายเจ้าคณะพระสังฆาธิการนั้น ไม่ได้กระทำแบบระบบข้าราชการคือ ข้าราชการคนนึง มีหลายตำแหน่งก็รับเงินเดือนสูงสุดเพียงอย่าง แต่ของพระนั่น รูปนึงมีกี่ตำแหน่งก็จัดถวายแยกแต่ละตำแหน่งแต่ละสมณศักดิ์ไปทำให้พระมหาเถรานุเถระบางรูปรับเงินนิตยภัตรเดือนๆนึงเกือบแสนบาท แถมหนำซ้ำยังไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ถามว่ารายรับเกือบแสนบาทนี้จะหมดเพียงเท่านี้หรือไม่ ไหนจะกิจนิมนต์ที่ใหญ่ๆอีก ลองนึกภาพตามนะครับหากสมาชิกท่านใดมีลูกชายใกล้ครบบวชเรียน แล้วนำไปอุปสมบทวัดดังๆโดยมีพระอุปัฌาจารย์เป็นพระมหาเถระระดับสมเด็จพระราชาคณะรองสมเด็จพระราชาคณะ ท่านกล้าที่จะใส่ซองถวาย 500 บาท หรือปล่าวครับ อย่างน้อยๆก็หลักหมื่นต้นๆ เดือนนึงบวชนาคให้สัก 10 คน ก็ลองคำนวนดูนะครับ ว่าเป็นเงินมหาศาลมากน้อยขนาดไหน ผมเคยไปร่วมงานบวชลูกชายเพื่อนผู้ปกครอง ที่ต่างจังหวัด ท่านเจ้าภาพนิมนต์เจ้าคณะภาคจากกรุงเทพฯมาบวชให้ ตอนนั้นผมประมาณ ม.6 เป็นงานที่ใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เจ้าคณะภาคเป็นพระอุปัฌาย์ เจ้าคณะจังหวัด,รองเจ้าคณะจังหวัด เป็นพระอนุสาวนาจารย์,พระกรรมวาจาจารย์ พระอันดับนิมนต์เจ้าคณะอำเภอรองเจ้าคณะอำเภอทั้งจังหวัดมา ถวายพระอุปัฌาย์ 100,000 บาท พระอนุสาวนาจารย์,พระกรรมวาจาจารย์ รูปละ 50,000 บาท พระอันดับ 40 รูป รูปละ 10,000 บาท มานึกเอาตอนนี้โอ้ว ช่างน่าสงสารพระในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เสียเหลือเกิน
ในความคิดของ นศ.ปี 3 อย่างผม ผมว่ามหาเถรสมาคม หรือสภาพระ น่าจะมีการระดมทุนจากเจ้าคณะพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะจังหวัดขึ้นไป ตั้งเป็น " กองทุนเยียวยาพระภิกษุสามเณร ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย " โดย พระมหาเถระระดับสมเด็จพระราชาคณะในมหาเถรสมาคม ( ยกเว้นองค์สมเด็จพระสังฆบิดร สมเด็จพระสังฆราช ) มี 9 รูป ( ณ ปัจจุบันมี 8 แต่จะมีสถาปนาในวันที่ 5 ธ.ค. นี้อีก 1 รูป ) บริจาคตั้งกองทุนรูปละ 1 ล้านบาท ก็เป็นเงิน 9 ล้านบาท
พระมหาเถระระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ ในมหาเถรสมาคม มี 9 รูป บริจาครูปละ 500,000 บาท เป็นเงิน 4,500,000 บาท
พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะภาค มหานิกายมี 18 รูป เจ้าคณะภาคธรรมยุต มี 8 รูป บริจาครูปละ 300,000 บาท เป็นเงิน 7,800,000 บาท
พระสังฆาธิการเจ้าคณะจังหวัด มหานิกายมี 77 รูป เจ้าคณะจังหวัดธรรมยุต มี 50 รูป บริจาครูปละ 100,000 บาท เป็นเงิน 12,700,000 บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงินถึง 34,000,000 บาท
ปัจจัยจำนวนนี้ผมว่าจะช่วยบรรเทาความยากลำบากและสร้างขวัญกำลังใจของภิษุหนุ่มสามเณรน้อยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้บ้าง อย่างน้อยท่านเหล่านั้นก็จะได้รับรู้ถึงความเมตตาของพระมหาเถรานุเถระที่เป็นห่วงเป็นใย ไม่ต้องมานั่งปลงอย่างเช่นทุกวันนี้ ผมได้มีโอกาสเข้าไปกราบนมัสการพระมหาเถระในกรุงเทพฯกับผู้ปกครองอยู่หลายครั้ง ทุกครั้งทีไปมองเห็นความโอ่อ่า อัครสถาน แห่งมหากุฏิ ทั้งเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ เฟอร์นิเจอร์ประดับมุก โคมไฟคริสตัล ป้านน้ำชาเบญจรงค์เรือนหมื่น อาสนะหนานุ่มที่น่านั่งดูสวยงามระงับ ส่วนด้านล่างก็เป็นที่จอดรถส่วนตัว รถหรูๆป้ายแดง ป้ายขาว ราคาคันหนึ่งมากกว่าโบสถ์ทั้งหลังของวัดต่างจังหวัดเสียอีก เห็นแล้วน้ำตามันพาลจะไหลเอา พอนึกถึงกุฏิโทรมๆ ศาลาการเปรียญเก่า ของวัดในต่างจังหวัด มันช่างต่างกันราวฟ้ากับดิน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ องค์เอกอัครศาสนูปถัมภ์ ทรงมีพระราชศรัทธาแต่งตั้งพระมหาเถรานุเถระดังกล่าวมานั้น พระองค์ท่านได้ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้ให้พวกท่านได้ดู ท่านลองดูในใบตราตั้งของท่านซิครับ ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระบรมราชโองการว่า “ขอพระคุณเจ้าจงรับเป็นภาระธุระพระศาสนา ช่วยระงับอธิกรณ์..” ดังนั้นการดูแลความเป็นอยู่ของพระภิกษุในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่อันตราย จึงเป็นหน้าที่ของมหาเถรสมาคมและพระเถรานุเถระที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยแท้จริง อย่าปล่อยให้เป็นพระราชภาระในพระองค์ท่านเลยครับ เท่าที่ผมทราบพระในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดถวายอยู่บ่อยๆ หรือแม้กระทั่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ผู้แทนพระองค์จัดภัตตาหารถวาย พระภิกษุที่อยู่วัดที่ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตรได้ ในจังหวัดนราธิวาส,ยะลา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่ามหาเถรสมาคมรับรู้แต่เคยลงไปตรวจเยี่ยม สัมผัสความเป็นอยู่จริงๆจังๆหรือไม่ ผมเคยได้อ่านหนังสือของพระมหาเถระรูปหนึ่ง ท่านเขียนไว้ว่า " วงการคณะสงฆ์ไทย ใครจะขึ้นมาเป็นใหญ่ได้นั้น ต้องอาศัยดวง คือ ด = เด็กใคร ว = วิ่งเส้นไหน ง = เงินถึงหรือปล่าว " ผมถึงไม่แปลกใจเลยที่ตำแหน่งพระฐานานุกรมของพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ ถึงวิ่งขอซื้อกันตำแหน่งละตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆจนถึงหลักล้าน ลองสละบ้างนะครับ ก่อนจะจบผมลองคำนวนเงินนิตยภัตของพระมหาเถรานุเถระ ในมหาเถรสมาคมกันให้ลองดูคร่าวๆนะครับ ว่า แต่ละรูปท่านรับนิตยภัต รุปละเท่าไหร่กันต่อเดือน ( ขอย้ำอีกครั้งว่าผมมิได้มีเจตนาลบหลู่หรือจะประชดประชัน เพราะหลายๆรูปผมและครอบครัวได้ถวายความเคารพและบางรูปอากงอาม่าก็ถวายเป็นโยมอัฏฐากของท่านด้วย )
- -3-, พ่อไอ้ร้อยล็อคอิน, Yasuhiro and 11 others like this
#2
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:41
#3
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:41
- คนสับปะหลี้ likes this
#4
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:45
#5
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:51

สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณมหาเถระ ป.ธ.๙ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก
เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช 30,800 บาท, เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก 23,900 บาท เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท 4,500 บาท รวม 110,500 บาท/เดือน )

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
( ช่วง วรปุญฺโญมหาเถระ ป.ธ.๙ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
แม่กองบาลีสนามหลวง
รองแม่กองงานพระธรรมทูต
เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ 23,900 บาท แม่กองบาลี 17,100 บาท รองแม่กองงานพระธรรมทูต ( นิตยภัตรเทียบเท่ารองเจ้าคณะภาค ) 13,700 บาท เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี 4,100 บาท รวม 110,100 บาท/เดือน )

สมเด็จพระมหาวีรวงศ์
( มานิต ถาวโรมหาเถระ ป.ธ.9 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี 4,100 บาท รวม 55,400 บาท/เดือน )

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์
( อัมพร อมฺพโรมหาเถระ ป.ธ.๖ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
รองแม่กองงานพระธรรมทูต รูปที่ 2
เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,รองแม่กองงานพระธรรมทูต ( นิตยภัตรเทียบเท่ารองเจ้าคณะภาค ) 13,700 บาท เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก 4,800 บาท รวม 69,800 บาท/เดือน )

สมเด็จพระวันรัต
(จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโตมหาเถระ ป.ธ.๙ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย,
แม่กองธรรมสนามหลวง
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,รักษการแทนเจ้าคณะใหญ่ 23,900 บาท,แม่กองธรรม 17,100 บาท ,ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ( นิตยภัตเทียบเท่าพระคณาจารย์เอก ) 4,100 บาท รวม 96,400 บาท/เดือน )

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
(วีระ ภทฺทจารีมหาเถระ ป.ธ.9 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก 4,800 บาท รวม 56,100 บาท/เดือน )

สมเด็จพระธีรญาณมุนี
( สมชาย วรชาโยมหาเถระ ป.ธ.๘ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค 1-2-3-12 และ 13 (ธรรมยุต)
รองแม่กองธรรมสนามหลวง
เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ สมเด็จพระราชาคณะ 27,400 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 1-2-3-12 และ 13 (ธรรมยุต) 17,100 บาท ,รองแม่กองธรรม ( นิตยภัตรเทียบเท่ารองเจ้าคณะภาค ) 13,700 บาท,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท 4,500 บาท รวม 86,600 บาท/เดือน )
#6
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:56
จะทำสังฆเภก เหรอจ๊ะเด็กปากดี พูดอะไรต้องเป็นรายๆ ไม่ใช่ไปเหมารวม แล้วบางพวกไปพูดแยกพระป่า พระเมืองเข้าไปอีก
แค่นจะโชว์พาวด์แต่ก็มั่วแต่หัววัน " สังฆเภก " อะไรแก ที่ถูกต้อง มันต้อง " สังฆเภท " ในอุปาลิสังฆเภทสูตร ท. อํ. (๓๕) พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ดูก่อนอุบาลี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมแสดงสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมว่าเป็นธรรม ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่เป็นธรรมว่าไม่ใช่ธรรม ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ไม่ใช่วินัยว่าเป็นวินัย ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่เป็นวินัยว่าไม่ใช่วินัย ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตไม่ได้กล่าวไว้ ไม่ได้บอกไว้ว่าตถาคตกล่าวไว้บอกไว้ ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตกล่าวไว้ บอกไว้ว่าตถาคตไม่ได้กล่าวไว้บอกไว้ ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตไม่เคยประพฤติมาว่า ตถาคตเคยประพฤติมา ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตประพฤติมา ว่าตถาคตไม่เคยประพฤติมา ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตไม่ได้บัญญัติไว้ ว่าตถาคตเคยบัญญัติไว้ ๑ ย่อมแสดงสิ่งที่ตถาคตบัญญัติไว้ ว่าตถาคตไม่ได้บัญญัติไว้ ๑ ภิกษุเหล่านั้นย่อมทอดทิ้งกันแยกจากกัน ทำสังฆกรรมแยกกัน สวดปาติโมกข์แยกจากกันด้วยสัตถุ ๑๐ ประการนี้ ดูก่อนอุบาลี สงฆ์ จะเป็นผู้แตกกันด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้แล ฯ” ถ้าเข้าใจยาก ก็สรุปง่ายๆนะว่า สังฆเภท หมายถึงการยุยง การขวนขวายให้สงฆ์แตกความสามัคคีกัน ไม่ปรองดองกันจนถึงกับแยกกันทำอุโบสถสังฆกรรม แม้จะมีการห้ามปรามตักเตือนจนสงฆ์ประชุมกันให้เลิกละการกระทำอย่างนั้นเสียก็ยังไม่ปฏิบัติตาม ยังฝืนทำเช่นนั้นอีกไม่เลิกรา เช่นนี้จัดเป็นสังฆกรรม
#7
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:58
ตายมาหลายรายละ เพราะความมั่วและไม่แน่นในข้อมูล
ไปเละๆแถวกระทู้อื่นเหอะคนอื่นอย่างมากก็แค่ด่าไม่เอาไปเผา
- Raja22 likes this
#8
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 14:59
#9
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:01
ไม่แน่นจริงอย่าเข้ามาในกระทู้นี้ดีก่านะ ขี้เกียจไปงานศพอะ ตายมาหลายรายละ เพราะความมั่วและไม่แน่นในข้อมูล ไปเละๆแถวกระทู้อื่นเหอะคนอื่นอย่างมากก็แค่ด่าไม่เอาไปเผา
พวกขี้อวด
#10
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:09
สละชีพเพื่อหลักธรรมคือคำขวัญ
ฆ่าคนเพื่อชิงอำนาจคือวิธีการ
ส่วนลิ่วล้อที่ส่งไปตายก็คือตัวหมากแห่งคุณธรรม
#11
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:11
หรือต้องให้ใช้ "ประชาธิปไตย"จัดการกันเอง
สละชีพเพื่อหลักธรรมคือคำขวัญ
ฆ่าคนเพื่อชิงอำนาจคือวิธีการ
ส่วนลิ่วล้อที่ส่งไปตายก็คือตัวหมากแห่งคุณธรรม
#12
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:12

พระพรหมโมลี
(สมศักดิ์ อุปสโมมหาเถระ ป.ธ.9)
( ว่าที่สมเด็จใหม่ ปี 54 ที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส
เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะใหญ่หนกลาง 23,900 บาท,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท 4,500 บาท ( นิตยภัตรองอธิการบดีไม่ทราบจำนวน ) รวม 72,800 บาท/เดือน )

พระพรหมวชิรญาณ
( ประสิทธิ์ เขมงฺกโรมหาเถระ ป.ธ.3)
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าอาวาสวัดยานนาวา
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี 4,100 บาท รวม 48,500 บาท/เดือน )

พระพรหมเมธาจารย์
( คณิสร์ เขมวํโสมหาเถร ป.ธ.9 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าอาวาสวัดบุรณศิริมาตยาราม
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี ( นิตยภัตเทียบเท่าเลขานุการเจ้าคณะภาค ) 3,400 บาท รวม 47,800 บาท/เดือน )

พระพรหมสุธี
( เสนาะ ปญฺญาวชิโรมหาเถระ ป.ธ.6)
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค ๑๒
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 12 มหานิกาย 17,100 บาท ,ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท ( นิตยภัตเทียบเท่าพระคณาจารย์โท ) 3,800 บาท รวม 65,300 บาท/เดือน )

พระพรหมมุนี
(สุชิน อคฺคโนมหาเถระ ประโยค 1-2)
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค 14-15 ธรรมยุต
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
( นิยภัตประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 14-15 ธรรมยุต 17,100 บาท ,ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก ( นิตยภัตเทียบเท่าพระคณาจารย์เอก ) 4,100 บาท รวม 65,600 บาท/เดือน )

พระพรหมเมธี
(จำนงค์ ธมฺมจารีมหาเถระ น.ธ.เอก)
กรรมการมหาเถรสมาคม,
เจ้าคณะภาค 4-5-6-7
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดวัดสัมพันธวงศ์
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 4-5-6-7 ธรรมยุต 17,100 บาท ,ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี ( นิตยภัตเทียบเท่าเลขานุการเจ้าคณะภาค ) 3,400 บาท รวม 64,900 บาท/เดือน )

พระพรหมเวที
( สนิท ชวนปญฺโญมหาเถระ ป.ธ.9 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค ๘
เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 8 มหานิกาย 17,100 บาท ,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท 4,500 บาท
รวม 66,000 บาท/เดือน )

พระพรหมดิลก
( เอื้อน หาสธมฺโมมหาเถระ ป.ธ.9 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค 14
เจ้าอาวาสวัดสามพระยา
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 8 มหานิกาย 17,100 บาท ,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี 4,100 บาท รวม 65,600 บาท/เดือน )

พระวิสุทธิวงศาจารย์
( วิเชียร อโนมคุโณมหาเถระ ป.ธ.9 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค ๗
รองแม่กองบาลีสนามหลวง
รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ 20,500 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,เจ้าคณะภาค 7 มหานิกาย 17,100 บาท ,รองแม่กองบาลี ( นิตยภัตรเทียบเท่ารองเจ้าคณะภาค ) 13,700 บาท,รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี ( นิตยภัตเทียบเท่าเลขานุการเจ้าคณะภาค ) 3,400 บาท รวม 78,600 บาท/เดือน )

พระธรรมธัชมุนี
( อมร ญาโณทโยมหาเถระ ป.ธ.7 )
กรรมการมหาเถรสมาคม
รองเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต
เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม
( นิยภัตรประจำสมณศักดิ์ พระราชาคณะชั้นธรรม 13,700 บาท,กรรมการมหาเถรสมาคม 23,900 บาท,รองเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต 13,700 บาท ,เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี 4,100 บาท
รวม 55,400 บาท/เดือน )
#13
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:14
ไม่แน่นจริงอย่าเข้ามาในกระทู้นี้ดีก่านะ ขี้เกียจไปงานศพอะ ตายมาหลายรายละ เพราะความมั่วและไม่แน่นในข้อมูล ไปเละๆแถวกระทู้อื่นเหอะคนอื่นอย่างมากก็แค่ด่าไม่เอาไปเผา
พวกขี้อวด
ว่าตัวเองทำไมเนียะ อวด ตลอดเลยเลยนะเรา " สมาชิกหน้าใหม่ " นิสัยเก่า
#14
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:15
ทุกวันนี้ยุไหมละ ต่อให้คน ที่ไม่ใช่พระทำ ก็ลงไปอยู่กับเทวทัตได้
ขยันโชว์โง่ บ่อยแท้ สมาชิกหน้าใหม่ นิสัยเก่า
#15
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:24
#17
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:34
ถ้าไม่รู้หรือสงสัย ใช้การถามจะดีกว่า
ว่าแต่วอนท่านผู้รู้ทั้งหลายอธิบายผมที คำนี้มันคืออะไร "เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ" คือว่าผมไม่เข้าใจความหมายจริงๆ
ว่าเป็นตัวย่อ หรือเป็นคำที่มีความหมายในตัวมันเอง พักหลักเจอคำย่อในประโยคเยอะ ไหวปวดหัวกับภาษาไทย แต่เจือกโง่อังกฤษอีก
จบสิ้นกันละชีวิตนี้
#18
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:35
กรรมมวย ประเสริฐแท้ ชอบยุให้คนตีกันละสนุกเขา แล้วจะไปอ้างความดีอะไร๊ แทนที่จะเอาไปถามที่เถรสมาคม เพราะเป็นคนที่รู้จริง แต่เอามาถามในนี้ เพื่ออะไรจ๊ะ อุอุ
นี่ไงก็เพราะโง่แบบนี้ไง ถึงอ่านอะไรไม่แตก เฮ้อสามสิบจะสี่สิบโพสต์ ของเอ็งไม่ได้ทำให้ดูดีเล้ยยยยยยยยย ไอสมาชิกหน้าใหม่ " นิสัยเก่า "
#19
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:37
กระทู้นี้ขอเสพข้อมูลพอ เพราะข้อมูลของท่านเด็กปากดี แน่นจริงๆ ครับ ถ้าจะแย้งขอให้มีหลักการ และหลักฐานที่ดีพอ
ถ้าไม่รู้หรือสงสัย ใช้การถามจะดีกว่า![]()
![]()
![]()
![]()
ว่าแต่วอนท่านผู้รู้ทั้งหลายอธิบายผมที คำนี้มันคืออะไร "เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ" คือว่าผมไม่เข้าใจความหมายจริงๆ
ว่าเป็นตัวย่อ หรือเป็นคำที่มีความหมายในตัวมันเอง พักหลักเจอคำย่อในประโยคเยอะ ไหวปวดหัวกับภาษาไทย แต่เจือกโง่อังกฤษอีก![]()
![]()
จบสิ้นกันละชีวิตนี้
ผู้ปกครองคณะสงฆ์ภาคเหนือ ทั้งหมดครับ ภาษาพระใช้คำว่า " หน " แทนภาค
- susan_p likes this
#20
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:38
- Bomber_Man likes this
#21
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:39
สงสัยกระทู้นี้จะไม่จบง่ายๆ
คำถามที่ผมอยากจะถามทิ้งไว้ก็คือ
"เงิน"นั้น จำเป็นสำหรับ "พระสงฆ์" จริงเหรอ?????
จำเป็นตอนโดนจับสึก จำเป็นตอนที่ต้องให้คนในครอบครัวไปซื้อหุ้นเก็บไว้
จำเป็นตอนที่ญาติ พ่อ แม่ พี่ น้องตัวเองมารีดไถ่
อันนี้ตอบตามความจริง ปู่ผมเป็นเจ้าอาวาสวัดนึง ตอบแบบไม่อายปากเลยเพราะมันคือความจริง
แต่ท่านไม่ได้โดนสึกนะครับ แต่เรื่องโดนรีดไถ่โดยญาติๆของตัวเองนั้นเรื่องจริง ออกตัวไว้ก่อนว่าผมไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
เพราะผมไม่ได้สุงสิงกับญาติทางฝ่ายพ่อ อยู่กับอากงอาม่ามากกว่า
#23
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:44
กรรมมวย ประเสริฐแท้ ชอบยุให้คนตีกันละสนุกเขา แล้วจะไปอ้างความดีอะไร๊ แทนที่จะเอาไปถามที่เถรสมาคม เพราะเป็นคนที่รู้จริง แต่เอามาถามในนี้ เพื่ออะไรจ๊ะ อุอุ
เอ่อไอหอก นี่กระทู้นี้ของของเมริง ทำไมไม่ไปถาม อภิสิทธิ์หว่ะ มาตั้งหาพระแสงถามในนี้เพื่ออะไร
http://webboard.seri...5407#entry55407
- 10APR10, Lucas Leiva Benitez Rodger and Bomber_Man like this
#24
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:47
#25
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:49
#26
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:57
พระเกษม = เด็กปากดี
จริงไหม ?
ถ้าจะเอาให้แป๊ะพระไตรปิฎก ก็พระเกษมเลย คนดังในคลิป ยิ่งจะถามเรื่อง พระสงฆ์กับเงินทองเอาเลย
คนฉลาด คนนี้มันเก่งจริงๆนะ
กระทู้อภิสิทธิ์ เขาเล่นกันฮาๆ ไม่ได้ต้องจิงจังไรให้มาก
นี่มาเล่นกับพระกับเจ้า อารมณ์โกรธตวัดไปที ก็ต่อสะพานไปนรกอีกคืบนึงแล้ว
#27
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 15:59
กระทู้อภิสิทธิ์ เขาเล่นกันฮาๆ ไม่ได้ต้องจิงจังไรให้มาก
นี่มาเล่นกับพระกับเจ้า อารมณ์โกรธตวัดไปที ก็ต่อสะพานไปนรกอีกคืบนึงแล้ว
ไหนร้องหาความอิสระทางคำพูดไม่ใช่เหรอ การที่คนจะออกมาพูดเกี่ยวกับพระละอ้างนั้นนี้
แต่พอคนไทยรักในหลวงออกมาด่าพวกหมิ่นเจ้ากลับบอก อิสระทางคำพูดและความคิด
ตรรกะ เยี่ยมมากๆ ละกระทู้นี้แค่บอกว่าพระสงฆ์ตำแหน่งต่างๆรับเงินเดือนเดือนละเท่าไร
มันผิดตรงไหน คนทั่วไปไม่มีสิทธิรับรู้ ต้องสงวนไว้ให้กับคนที่ได้ตำแหน่งเท่านั้นเหรอ
#28
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:02
#29
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:04
#30
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:20
ยกตัวอย่าง วัดที่หมู่บ้านเก่าที่ผมเคยอยู่ อาจนอกเรื่องไปซักหน่อยนะครับแต่ผมฝังใจกับวัดนี้พอสมควรเลย
เจ้าอาวาสไม่สนใจเงินเดือนครับ เงินศรัทธาล้วนๆ สิ้นเดือนมาเห็นนั่งนับเงินเป็นปึกๆไม่ต่ำกว่า3ล้านบาท(วัดเล็กๆในชนบทนะครับ) เป็นศรัทธาจาก กทม นี่แหละเหมารถทัวร์กันเข้าไปทำบุญ ท่านเจ้าอาวาสก็ทำธุรกิจในวัดเลย เหมาพระปลอมท่าพระจันทร์มาปลุกเสกขาย จากองค์ละ3-5บาท ขาย199-499 ไม่มีใครมาตรวจสอบเงินวัดน่ะครับทุกวันนี้เลยไม่รู้ท่านเก็บเงินไว้ในเซฟกี่ร้อยล้าน ในนามเงินของวัด แต่ท่านเป็นคนจัดการเป็นคนถือเงินทั้งหมด ภาพรวมของวัดตั้งแต่20ปีก่อนตอนผมเรียนมัธยม-ตอนนี้ วัดยังดูเหมือนเดิมไม่ค่อยมีอะไรพัฒนามากนัก แต่ญาติพี่น้องเจ้าอาวาสฐานะมั่งคั่งกันหมด ทำไร่ทำสวนแต่มีบ้านหลังใหญ่ รถยนต์หลายคัน ยิ่งกว่าเจ้าพ่อยาบ้าอีก แต่เรื่องที่ทำให้ผมเลิกศรัทธาในตัวเจ้าอาวาสคือ มีการเรียกสีกาเข้าไปปรนนิบัติในกุฏิ ทั้งเจ้าอาวาส และพระอีก1 ผมเห็นมากับตา ตอนนั้นกะจะมาเช่าพระที่วัดนั่นแหละ ตอนนั้นยังวัยรุ่นอยู่ไม่รู้ว่าเป็นพระปลอม พระที่ถือกุญแจตู้พระก็ไม่ออกมาจากกุฏิซักที ผมก็นั่งเฝ้าหน้าห้องเลย ก็ได้ยินเสียงพระกับสีกาทำอะไรกันแหละ ผมก็อยากรู้ว่าผู้หญิงเป็นใครเลยแอบอยู่หน้าห้องประมาณเกือบชั่วโมงผู้หญิงก็ออกมา ผู้หญิงที่อยู่ในกุฏิพระออกมาเจอผมแอบอยู่ แล้วดันรู้จักผม เพราะเคยเรียนที่เดียวกัน มันก็กลับเข้าไปฟ้องพระ(ผัวมัน)ว่าผมแอบดูอยู่หน้าห้อง ผัวมันถือมีดวิ่งออกมาผมวิ่งหนีเข้าดงหญ้าคาแทบไม่ทัน โดนหญ้าบาดแสบไปหมด ผมแอบอยู่ดงหญ้านั้นมองเข้าไปในกุฏิ ปรากฏว่าพระตามผมไม่ทันไปเรียกเจ้าอาวาส และผมก็เห็นผู้หญิงออกมาจากห้องเจ้าอาวาสด้วยคนหนึ่ง ผมแอบอยู่ในพงหญ้าเกือบ20นาทีดูว่าไม่มีใครแล้วถึงออกมา ผมกลับไปก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง หลังจากนั้นแม่ผมชวนไปวัดนั้นเพื่อทำบุญปีใหม่ ผมก็ไม่ไป และผ่านไปเกือบ1ปี มีชาวบ้านไปเห็นแบบผมอีก คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่โตทีเดียวแต่พระไม่โดนสึก อ้างว่าสีกามาช่วยเก็บกวาดห้อง ชาวบ้านไม่อยากติดใจ แต่หลังจากนั้นชาวบ้านแถบนั้นก็ไม่ไปวัดนั้นอีกทั้งที่เป็นวัดประจำหมู่บ้าน แต่ไปทำบุญวัดหมู่บ้านข้างๆแทน คงเหลือแต่ศรัทธาใน กทม ที่ไม่รู้เรื่อง ยังนั่งรถทัวร์จาก กทม มาเชียงใหม่ เพื่อมาทำบุญวัดนี้ แต่ละเดือนเยอะซะด้วย
#31
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:23
#32
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:26
#33
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:28
#34
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:33
#35
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:36
ไม่อยากเถียงเพื่อเอาชนะกันในเรื่องธรรม ขอบาย
ถุ้ยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!! เรื่อง ธรรม ไปดูคอมเม้นท์แต่ละคอมเม้นท์ ของตัวเองก่อนนะ ผู้มี " ธรรม "
#36
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:45
ไม่อยากเถียงเพื่อเอาชนะกันในเรื่องธรรม ขอบาย
เรื่องอะไรก็เถียงกันได้นะ ถ้ามีเหตุและผลที่เพียงพอ
คนอ่านก็พร้อมจะรับฟัง
ถ้าไม่อยากเถียงไม่อยากแลกเปลี่ยนกับเขาก็ไม่ควรเข้ามากระทู้เขาแต่แรก
ไปแบบนี้เขาเรียกว่าหมดภูมิครับ......
#37
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 16:47
หรือทำเป็นแบบสาธารณะประโยชน์ต่างๆ มีให้เห็นเยอะ เพราะเคยเจอมา...
ต้องแยกให้ออก...ระหว่างพระกับสมมติสงฆ์
อีกอย่าง พระในกรุงเทพหรือเมืองหลวงก้อมีดีอยู่เยอะ เพียงแต่ท่านซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ท่านอาจจะอยากอยู่สงบๆ
ท่านไม่อยากแสดงตัว ดีไม่ดีเราๆท่านๆก้ออาจจะเดินชนท่านแล้วก้อมี
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นำมาให้อ่านครับ....
ปล.พอดีเคยศึกษาพระธรรมวินัยมาหลายปีก้อพอจะเข้าใจอยู่บ้าง
แต่ก้อสนับสนุนในสิ่งที่นำเสนอ..
เพียงแต่กลัวว่าสมาชิกท่านอื่นอาจจะเข้าใจในบางส่วน แต่อีกบางส่วนอาจจะมองแค่ด้านเรื่อง นิตยภัตร...เท่านั้น
ลูกหลานที่รัก จงจำปฏิปทานี้ไว้ “ถ้ามีความจำเป็นเราต้องเสียสละเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปวงชนชาวไทย แม้แต่ชีวิตก็ต้องยอม”
#39
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:06
เมื่อน้ำค้างหยดหล่นบนดอกไม้
ลมรำเพยระเหยหายเมื่อใกล้สาง
กับชีวิตวันนี้ที่บอบบาง
เหมือนน้ำค้างระเหยหายด้วยสายลม
~¤ สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ¤~
#40
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 17:57
เรื่อง นิตยภัตรของพระ...ถ้าเป็นพระที่ท่านถึงแล้ว ท่านจะไม่ค่อยห่วงเรื่องแบบนี้หรอกครับ ได้มา ท่านก้อยื่นต่อไปให้กับวัดที่อยู่ห่างไกลออกไป
หรือทำเป็นแบบสาธารณะประโยชน์ต่างๆ มีให้เห็นเยอะ เพราะเคยเจอมา...
ต้องแยกให้ออก...ระหว่างพระกับสมมติสงฆ์
อีกอย่าง พระในกรุงเทพหรือเมืองหลวงก้อมีดีอยู่เยอะ เพียงแต่ท่านซ่อนตัวอยู่เท่านั้น ท่านอาจจะอยากอยู่สงบๆ
ท่านไม่อยากแสดงตัว ดีไม่ดีเราๆท่านๆก้ออาจจะเดินชนท่านแล้วก้อมี
ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่นำมาให้อ่านครับ....
ปล.พอดีเคยศึกษาพระธรรมวินัยมาหลายปีก้อพอจะเข้าใจอยู่บ้าง
แต่ก้อสนับสนุนในสิ่งที่นำเสนอ..
เพียงแต่กลัวว่าสมาชิกท่านอื่นอาจจะเข้าใจในบางส่วน แต่อีกบางส่วนอาจจะมองแค่ด้านเรื่อง นิตยภัตร...เท่านั้น
โดยส่วนตัวไม่ค่อยได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมสักเท่าไหร่ อาศัยพออยากรู้ก็ไปค้นคว้าเอา ผมเข้าใจว่าปฏิปทาของ " พระ " และ " สมมติสงฆ์ " ต่างกัน และโดยความเข้าใจของตัวเอง ผมว่า ณ ปัจจุบัน ปัจจัย เข้ามามีบทบาทในวงการคณะสงฆ์ไทยมากแล้วครับ ปัจจัย หรือเงินที่ถวายนั้น ถ้าใช้ ถูก เหมาะ ก็เป็นที่ดี น่าอนุโมทนา ทว่าหากแต่ ถ้านำไปใช้ผิดที่ผิดทาง มันก็ทำให้เกิดความเสื่อมขึ้นมาได้ เราพุทธบริษัท จึงได้แต่เฝ้าระวังอยู่ห่างๆนี่หล่ะครับ เพราะไม่มีใครอยากเปลืองตัวลุกไปมีปัญหากับพระหรอก ผมเชื่ออย่างนั้นนะ
จะแรงไปไหมถ้าผมจะบอกว่า "ผมเกลียดพระในเมือง"
ขออนุญาตเรียนว่า " แรง " สำหรับผมนะครับ เนื่องจาก พระคามวาสี และพระอรัญวาสี ปฏิทาท่าน บางรูป อาจจะไม่เหมือนกัน พระป่าบางรูป ก็ทำเสื่อมเสีย พระเมืองบางรูปก็ทำให้ศรัทธาถอย ดังนั้นพุทธบริษัทอย่างเราๆท่านๆจึงต้องช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในทุกมิติ ทุกด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ศาสนาวัตถุ หากแต่เป็นองค์พระด้วย มุมไหนที่มองแล้วไม่สบายใจ ก็ปรึกษา บอกเล่ากันไป ในเจตนาที่บริสุทธิ์ มันก็เท่านี้หล่ะครับ ผมเชื่อว่า พระที่ " กราบได้ไหว้ลง " มีทั้งในป่าและในเมือง ครั้บ
- dekwat likes this
#41
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:17
เท่าที่รู้ยัง มีเงินใส่ซองทุกเดือน จากวัดจานบิน แถมรถเบนซ์ให้นั่งด้วย อานิสงส์แห่งการทำบุญบริจาคพระผู้ใหญ่นี้ ช่วยให้เป็นชั้นเทพ ในปีนี้แล้ว
บุญบารมี เดี่ยวนี้ซื้อได้ด้วยเงินซะแล้ว ใครเงินเยอะก็ดวงบุญหญ่ายย มีสิทธิไปถวายข้าวพระพุทธเจ้า
ขอให้มีเงินมาทำบุญ ไม่ว่าเงินนั้นจะโกง ทุจริตมา ขอให้มาทำเยอะๆ ทำมากได้มากนะจ๊ะ โยม
#42
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 18:40
- หนึ่ง แยกบริบท ของศาสนจักรพุทธ ออกจากส่วน ราชอาณาจักรไทย และรัฐไทยหรือรัฐบาลไทย ก่อนครับ
- สอง มหาเถรสมาคม อยู่ในหรือเกี่ยวเกาะกับส่วนใดที่แยกออกมา ศาสนจักรพุทธ หรือราชอาณาจักรไทยกับรัฐไทย หากไม่ งั้นก็อยู่ในศาสนาจักรพุทธ
- สาม กรมการศาสนา(ส่วนพุทธ) และสำนักพระพุทธศาสนา เป็นหน่วยงานรัฐและส่วนราชการที่ทำนุบำรุงบริบาลพุทธศาสนา โดยรัฐไทยจัดสรรงบประมาณให้ ส่วนราชอาณาจักรไทยหรือส่วนราชการก็สถาปนายศตำแหน่งให้ โดยเงินตอบแทนยศตำแหน่งเอามาจากส่วนไหนผมไม่ทราบ
- จากข้อถามของเด็กปากดี กรณีที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติขอเงินจากมหาเถรสมาคมนั้น ผมมองว่า สงฆ์หรือคณะสงฆ์ ขอใช้เงินในส่วนของศาสนจักรพุทธ ไม่ได้ขอใช้เงินจากราชอาณาจักรไทยและรัฐไทยหรือรัฐบาลไทย เราเป็นประชาชนไทยในราชอาณาจักรและเป็นพลเมืองแห่งรัฐไทย ไม่สามารถไปท้วงติงการจัดสรรใช้เงินของศาสนจักรพุทธโดยภาพรวม เว้นแต่เราจะวิจารณ์หรือสอบถามในฐานะพุทธศาสนิกชน(พลเมืองแห่งศาสนจักรพุทธ)
- ศาสนสมบัติในศาสนจักรพุทธ เราต้องแยกออก หากถือเป็นสมบัติล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สมบัติของชาติ ของรัฐไทย ของราชอาณาจักรไทย เราอย่าพึ่งถือวิจารณ์
#43
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:40
กระทู้นี้ คุณเด็กปากดี เสนอข้อมูลผิดพลาดค่อนข้างมาก นะครับ
ถ้าอย่างไรเสีย ผมเสนอให้ขอโทษพระสงฆ์ท่านไว้ในกระทู้นี้ด้วย
เพราะดูเหมือนจะใส่ท่านไว้เยอะ
ขึ้นค่านิตยภัตพระ
กว่าพันล.-เงินเดือนสงฆ์ ถวายสังฆราชยันสมภาร
ครม.อนุมัติกว่าพันล้านเพิ่มค่านิตยภัตพระสงฆ์สมณศักดิ์-พระสังฆาธิการทั่วประเทศ ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. หลังไม่ได้ปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 เผยอัตรานิตยภัตสมเด็จพระสังฆราชเพิ่มเป็น 34,200 บาท จากเดิม 29,000 บาท สมเด็จพระราชาคณะเพิ่มเป็น 27,400 บาท จากเดิม 23,400 บาท ส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพิ่มเป็น 30,800 บาท จากเดิม 26,000 บาท ส่วนเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ได้ 1,800 บาท จากเดิม 1,200 บาท
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่พศ.เสนอขอปรับเพิ่มนิตยภัต หรือค่าภัตตาหารที่พระมหากษัตริย์ถวายแด่พระสงฆ์ตามสมณศักดิ์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการประกอบกิจพระศาสนา เนื่องจากเห็นว่า นิตยภัตไม่ได้รับการปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน นานกว่า 5 ปี ประกอบกับช่วยแบ่งเบาภาระของพระสงฆ์ ซึ่งต้องรับภาระค่าสาธารณู ปโภคของวัดด้วย โดยในปีงบประมาณ 2554 จำนวน 195,572,400 บาท จากเดิมได้รับ 930 ล้านบาท รวมเป็น 1,122,572,400 บาท ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมครม.วันเดียวกันนี้ มีมติเห็นชอบเพิ่มนิตยภัตตามที่เสนอแล้ว อาทิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า จากเดิม 32,000 บาท ปรับเป็น 37,700 บาท สมเด็จพระสังฆราช จากเดิม 29,000 บาท ปรับเป็น 34,200 บาท ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จากเดิม 26,300 บาท ปรับเป็น 30,800 บาท สมเด็จพระราชาคณะ จากเดิม 23,400 บาท ปรับเป็น 27,400 บาท กรรมการมหาเถรสมาคม จากเดิม 20,400 บาท ปรับเป็น 23,900 บาท เจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ จากเดิม 20,400 บาท ปรับเป็น 23,900 บาท พระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ จากเดิม 17,500 บาท ปรับเป็น 20,500 บาท เจ้าคณะภาค-แม่กองบาลี-แม่กองธรรม จากเดิม 14,600 บาท ปรับเป็น จำนวน 17,100 บาท รองเจ้าคณะภาค จากเดิม 11,700 บาท ปรับเป็น 13,700 บาท
เจ้าคณะจังหวัด-เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จากเดิม 8,800 บาท ปรับเป็น 10,300 บาท ส่วนระดับชั้นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นสัญญาบัตร-พระราชาคณะชั้นธรรม จากเดิม 11,700 บาท ปรับเป็น 13,700 บาท พระราชาคณะชั้นเทพ-พระราชาคณะเจ้าคณะจังหวัด จากเดิม 8,800 บาท ปรับเป็น 10,300 บาท พระราชาคณะชั้นราช จากเดิม 5,900 บาท ปรับเป็น 6,900 บาท
สำหรับนิตยภัตพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ พระเปรียญธรรม 9 ประโยค และพระสังฆาธิการตำแหน่งอื่น ที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น มีรายละเอียด ดังนี้ พระราชาคณะปลัดขวา-ปลัดซ้าย-ปลัดกลาง-พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.9 จำนวน 5,500 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.7-8 จำนวน 5,200 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.5-6 - เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก 4,800 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.4/ รองเจ้าคณะจังหวัด-เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท 4,500 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.3-พระราชาคณะชั้นสามัญยกฝ่ายวิปัสสนาธุระ-เจ้าคณะอำเภอ-เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี-พระเปรียญธรรม 9 ประโยค(ป.ธ.9)-พระคณาจารย์เอก 4,100 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญยก-พระครูปลัดชั้นเอก ของสมเด็จพระราชาคณะ-พระคณาจารย์โท 3,800 บาท
สำหรับสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรตั้งแต่ พระราชาคณะชั้นสามัญยก/เจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ-พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ 3,800 บาท พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ-พระครูสัญญาบัตรเทียบเท่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ-รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-เลขานุการเจ้าคณะภาค-พระครูปลัดรองสมเด็จพระราชาคณะ 3,400 บาท พระครูสัญญาบัตรระดับเจ้าคณะอำเภอชั้นโท-เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี-รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-พระครูสัญญาบัตรเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-รองเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก-เจ้าคณะตำบลชั้นเอก-เลขา นุการรองเจ้าคณะภาค-เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด -พระครูปลัดของเทียบรองสมเด็จพระราชาคณะ-พระครูฐานานุกรมของสมเด็จพระสังฆราชชั้นเอก 3,100 บาท
พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอชั้นโท-เจ้าคณะตำบลชั้นโท-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-พระครูสัญญาบัตรเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-เจ้าอาวาส วัดราษฎร์ชั้นเอก-รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี-พระครูฐานานุกรมของสมเด็จพระสังฆ ราชชั้นโท-พระครูปลัดของพระราชาคณะชั้นธรรม-เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัด 2,700 บาท พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นตรี-เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท-เจ้าอธิการ 2,500 บาท พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี-เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ 2,200 บาท พระครูสัญญาบัตรรองเจ้าอาวาสวัดราษฎร์-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราษฎร์-เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอ-พระอธิการ 1,800 บาท และเลขานุการเจ้าคณะตำบล 1,200 บาท
สำหรับการปรับขึ้นนิตยภัต ครั้งนี้ มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 อย่างไรก็ตาม สำนักพุทธฯ ได้รายงานให้มหาเถรสมาคม (มส.) ได้รับทราบแล้ว ซึ่งที่ประชุมก็ได้อนุโมทนาสาธุการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านิตยภัตดังกล่าวนี้ พระสงฆ์จะได้รับค่าตอบแทนเพียงตำแหน่งเดียว คือตำแหน่งสูงสุดที่ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เช่น สมเด็จ พระราชาคณะที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชด้วย ก็จะได้รับนิตยภัตในส่วนที่เป็นผู้ปฏิติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น
เมื่อเวลา 16.00 น. นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอปรับปรุงเพิ่มค่านิตยภัตใหม่ โดยให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 นี้เป็นต้นไป เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม มีการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น และเป็นโอกาสรัฐบาลจะได้เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 อย่างไรก็ตามงบประมาณในส่วนที่เพิ่มค่านิตยภัตเป็นงบประมาณ ปี 2554 จำนวน 195,572,400 บาท
ผมขออนุญาตเสนอข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่ทราบนะครับ
เรื่องบางเรื่องที่กล่าวไว้ก็พอเห็นจริงอยู่บ้าง แต่เรื่องที่ท่านรับเงินเดือนซ้ำซ้อนหลายตำแหน่งจนดูว่าได้มาก ถือว่าผิดพลาดนะครับ
ยกตัวอย่างวัดสระเกศฯ ท่านก็จะได้รับ ในตำแหน่ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพียง 30,800 บาท เท่านั้น ครับ
กรณีที่พระท่านจะได้รับเงินซ้ำซ้อน ก็จะมีเพียงตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวกับการปกในวัดหรือในเขตปกครอง เช่น
พระธรรมโกษาจารย์
--- เป็นเจ้าคณะภาค 2
--- เป็นเจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส (พระอารามหลวง)
--- เป็นอธิการบดี มจร. (มหาวิทยาลัยสงฆ์ ฝ่ายมหานิกาย)
--- เป็นราชบัณฑิต
ท่านรูปนี้ จะได้รับนิตยภัต จากสำนักพุทธฯ เพียงแค่ตำแหน่งเจ้าคณะภาค ตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงไม่ได้รับ เพราะกรณีพระสังฆาธิการมีตำแหน่งมากกว่า 1 ตำแหน่ง ในทางปกครอง จะได้รับเงินนิตยภัตรในตำแหน่งที่สูงสุดเพียงตำแหน่งเดยว ครับ
แต่ว่า ท่านจะได้รับเงินเดือนในตำแหน่งทางวิชาการอีกทางหนึ่ง คือ อธิการบดี
ส่วนพระสังฆาธิการระดับล่างทั่วไป จะได้รับ 2 ทาง ก็เฉพาะกรณีที่
สมมุติว่า พระรูปหนึ่งเป็น เจ้าอาวาส ได้รับเงินเดือน จากสำนักพุทธฯ 1,500 บาท
ถ้าท่านรูปนั้น ไปเป็นครูสอนธรรมในโรงเรียน ก็จะได้ค่าพาหนะและค่าสื่อการสอน
จาก กรมการศาสนา อีก 2,000 บาท เป็นต้น
ส่วนตำแหน่งราชบัณฑิตนั้น ก็คงจะมี แต่เป็นอัตราเงินเดือนจากหน่ายงานราชการอื่น ที่เห็นสมควรนิมนต์ท่านไปตำรงตำแหน่ง (ซึ่งแบบท่านรูปนี้ ก็คงมีไม่กี่รูป
ในประเทศไทย อาจจะไม่ถึง 5 รูปด้วยซ้ำ) ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งปกครองทางคณะสงฆ์
นอกจากนี้ รับอัตราเดียว ครับ
ถ้าไม่เชื่อลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ
#44
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:47
โอเค ดีแล้วไม่อยากเถียงเพื่อเอาชนะกันในเรื่องธรรม ขอบาย
แดก สติกนิน แล้วไปนอนซะ
#45
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:49
ขออนุญาตแทรก และขอให้เพื่อนๆชะลอก่อน พิจารณาและสืบค้นต่อแล้วค่อยวิจารณ์ต่อ น่าจะได้ข้อท็จจริงอันควรเสวนา
เอาเบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ หากจะวิจารณ์ในฐานะเป็นผู้ทำบุญบริจาคทาน ในศาสนาพุทธ ก็ควรวิจารณ์แยกแยะ พยายามอย่าให้มาเกี่ยวข้องกับส่วนของรัฐไทยและราชอาณาจักรไทยครับ มันละเอียดอ่อน มันทับซ้อนกันอยู่
- หนึ่ง แยกบริบท ของศาสนจักรพุทธ ออกจากส่วน ราชอาณาจักรไทย และรัฐไทยหรือรัฐบาลไทย ก่อนครับ
- สอง มหาเถรสมาคม อยู่ในหรือเกี่ยวเกาะกับส่วนใดที่แยกออกมา ศาสนจักรพุทธ หรือราชอาณาจักรไทยกับรัฐไทย หากไม่ งั้นก็อยู่ในศาสนาจักรพุทธ
- สาม กรมการศาสนา(ส่วนพุทธ) และสำนักพระพุทธศาสนา เป็นหน่วยงานรัฐและส่วนราชการที่ทำนุบำรุงบริบาลพุทธศาสนา โดยรัฐไทยจัดสรรงบประมาณให้ ส่วนราชอาณาจักรไทยหรือส่วนราชการก็สถาปนายศตำแหน่งให้ โดยเงินตอบแทนยศตำแหน่งเอามาจากส่วนไหนผมไม่ทราบ
- จากข้อถามของเด็กปากดี กรณีที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติขอเงินจากมหาเถรสมาคมนั้น ผมมองว่า สงฆ์หรือคณะสงฆ์ ขอใช้เงินในส่วนของศาสนจักรพุทธ ไม่ได้ขอใช้เงินจากราชอาณาจักรไทยและรัฐไทยหรือรัฐบาลไทย เราเป็นประชาชนไทยในราชอาณาจักรและเป็นพลเมืองแห่งรัฐไทย ไม่สามารถไปท้วงติงการจัดสรรใช้เงินของศาสนจักรพุทธโดยภาพรวม เว้นแต่เราจะวิจารณ์หรือสอบถามในฐานะพุทธศาสนิกชน(พลเมืองแห่งศาสนจักรพุทธ)
- ศาสนสมบัติในศาสนจักรพุทธ เราต้องแยกออก หากถือเป็นสมบัติล้วนแล้วแต่ไม่ใช่สมบัติของชาติ ของรัฐไทย ของราชอาณาจักรไทย เราอย่าพึ่งถือวิจารณ์
ในส่วนกระทู้นี้ผมมิได้พาดไปถึงรัฐบาลครับ เพียงแค่สะท้อนความรู้สึกออกมา
#46
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 19:50
ประสพการณ์จริงเรื่องถวายรถเนี่ย น้องเมียผมทำประจำ
ช่วงนี้ คนเป่านกหวีดเสียงดังกันเยอะ ปีนี้เลยกลายเป็น " ปี แสบ หู "
#47
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:01
กระทู้นี้ คุณเด็กปากดี เสนอข้อมูลผิดพลาดค่อนข้างมาก นะครับ
ถ้าอย่างไรเสีย ผมเสนอให้ขอโทษพระสงฆ์ท่านไว้ในกระทู้นี้ด้วย
เพราะดูเหมือนจะใส่ท่านไว้เยอะ
ขึ้นค่านิตยภัตพระ
กว่าพันล.-เงินเดือนสงฆ์ ถวายสังฆราชยันสมภาร
ครม.อนุมัติกว่าพันล้านเพิ่มค่านิตยภัตพระสงฆ์สมณศักดิ์-พระสังฆาธิการทั่วประเทศ ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. หลังไม่ได้ปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 เผยอัตรานิตยภัตสมเด็จพระสังฆราชเพิ่มเป็น 34,200 บาท จากเดิม 29,000 บาท สมเด็จพระราชาคณะเพิ่มเป็น 27,400 บาท จากเดิม 23,400 บาท ส่วนผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพิ่มเป็น 30,800 บาท จากเดิม 26,000 บาท ส่วนเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ได้ 1,800 บาท จากเดิม 1,200 บาท
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่พศ.เสนอขอปรับเพิ่มนิตยภัต หรือค่าภัตตาหารที่พระมหากษัตริย์ถวายแด่พระสงฆ์ตามสมณศักดิ์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการประกอบกิจพระศาสนา เนื่องจากเห็นว่า นิตยภัตไม่ได้รับการปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน นานกว่า 5 ปี ประกอบกับช่วยแบ่งเบาภาระของพระสงฆ์ ซึ่งต้องรับภาระค่าสาธารณู ปโภคของวัดด้วย โดยในปีงบประมาณ 2554 จำนวน 195,572,400 บาท จากเดิมได้รับ 930 ล้านบาท รวมเป็น 1,122,572,400 บาท ต่อคณะรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมครม.วันเดียวกันนี้ มีมติเห็นชอบเพิ่มนิตยภัตตามที่เสนอแล้ว อาทิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า จากเดิม 32,000 บาท ปรับเป็น 37,700 บาท สมเด็จพระสังฆราช จากเดิม 29,000 บาท ปรับเป็น 34,200 บาท ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จากเดิม 26,300 บาท ปรับเป็น 30,800 บาท สมเด็จพระราชาคณะ จากเดิม 23,400 บาท ปรับเป็น 27,400 บาท กรรมการมหาเถรสมาคม จากเดิม 20,400 บาท ปรับเป็น 23,900 บาท เจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ จากเดิม 20,400 บาท ปรับเป็น 23,900 บาท พระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัณยบัฏ จากเดิม 17,500 บาท ปรับเป็น 20,500 บาท เจ้าคณะภาค-แม่กองบาลี-แม่กองธรรม จากเดิม 14,600 บาท ปรับเป็น จำนวน 17,100 บาท รองเจ้าคณะภาค จากเดิม 11,700 บาท ปรับเป็น 13,700 บาท
เจ้าคณะจังหวัด-เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จากเดิม 8,800 บาท ปรับเป็น 10,300 บาท ส่วนระดับชั้นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นสัญญาบัตร-พระราชาคณะชั้นธรรม จากเดิม 11,700 บาท ปรับเป็น 13,700 บาท พระราชาคณะชั้นเทพ-พระราชาคณะเจ้าคณะจังหวัด จากเดิม 8,800 บาท ปรับเป็น 10,300 บาท พระราชาคณะชั้นราช จากเดิม 5,900 บาท ปรับเป็น 6,900 บาท
สำหรับนิตยภัตพระสังฆาธิการ พระสมณศักดิ์ พระเปรียญธรรม 9 ประโยค และพระสังฆาธิการตำแหน่งอื่น ที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้น มีรายละเอียด ดังนี้ พระราชาคณะปลัดขวา-ปลัดซ้าย-ปลัดกลาง-พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.9 จำนวน 5,500 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.7-8 จำนวน 5,200 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.5-6 - เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก 4,800 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.4/ รองเจ้าคณะจังหวัด-เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท 4,500 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญ ป.ธ.3-พระราชาคณะชั้นสามัญยกฝ่ายวิปัสสนาธุระ-เจ้าคณะอำเภอ-เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี-พระเปรียญธรรม 9 ประโยค(ป.ธ.9)-พระคณาจารย์เอก 4,100 บาท พระราชาคณะชั้นสามัญยก-พระครูปลัดชั้นเอก ของสมเด็จพระราชาคณะ-พระคณาจารย์โท 3,800 บาท
สำหรับสมณศักดิ์พระครูสัญญาบัตรตั้งแต่ พระราชาคณะชั้นสามัญยก/เจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ-พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ 3,800 บาท พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-เจ้าคณะอำเภอชั้นเอก-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ-พระครูสัญญาบัตรเทียบเท่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นพิเศษ-รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-เลขานุการเจ้าคณะภาค-พระครูปลัดรองสมเด็จพระราชาคณะ 3,400 บาท พระครูสัญญาบัตรระดับเจ้าคณะอำเภอชั้นโท-เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี-รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-พระครูสัญญาบัตรเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก-รองเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก-เจ้าคณะตำบลชั้นเอก-เลขา นุการรองเจ้าคณะภาค-เลขานุการเจ้าคณะจังหวัด -พระครูปลัดของเทียบรองสมเด็จพระราชาคณะ-พระครูฐานานุกรมของสมเด็จพระสังฆราชชั้นเอก 3,100 บาท
พระครูสัญญาบัตร รองเจ้าคณะอำเภอชั้นโท-เจ้าคณะตำบลชั้นโท-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-พระครูสัญญาบัตรเทียบเท่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นโท-เจ้าอาวาส วัดราษฎร์ชั้นเอก-รองเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นตรี-พระครูฐานานุกรมของสมเด็จพระสังฆ ราชชั้นโท-พระครูปลัดของพระราชาคณะชั้นธรรม-เลขานุการรองเจ้าคณะจังหวัด 2,700 บาท พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบลชั้นตรี-เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท-เจ้าอธิการ 2,500 บาท พระครูสัญญาบัตรเจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี-เลขานุการเจ้าคณะอำเภอ 2,200 บาท พระครูสัญญาบัตรรองเจ้าอาวาสวัดราษฎร์-ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราษฎร์-เลขานุการรองเจ้าคณะอำเภอ-พระอธิการ 1,800 บาท และเลขานุการเจ้าคณะตำบล 1,200 บาท
สำหรับการปรับขึ้นนิตยภัต ครั้งนี้ มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 อย่างไรก็ตาม สำนักพุทธฯ ได้รายงานให้มหาเถรสมาคม (มส.) ได้รับทราบแล้ว ซึ่งที่ประชุมก็ได้อนุโมทนาสาธุการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านิตยภัตดังกล่าวนี้ พระสงฆ์จะได้รับค่าตอบแทนเพียงตำแหน่งเดียว คือตำแหน่งสูงสุดที่ปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น เช่น สมเด็จ พระราชาคณะที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชด้วย ก็จะได้รับนิตยภัตในส่วนที่เป็นผู้ปฏิติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น
เมื่อเวลา 16.00 น. นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ขอปรับปรุงเพิ่มค่านิตยภัตใหม่ โดยให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2554 นี้เป็นต้นไป เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม มีการเปลี่ยนแปลงภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้น และเป็นโอกาสรัฐบาลจะได้เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 อย่างไรก็ตามงบประมาณในส่วนที่เพิ่มค่านิตยภัตเป็นงบประมาณ ปี 2554 จำนวน 195,572,400 บาท
ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ครั้งหนึ่ง ราวต้นเดือนเมษาปีนี้ ผมและครอบครัว ( อากง อาม่า ) ได้เข้ากราบนมัสการ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณมหาเถระ ) ที่ คณะ 3 วัดสระเกศ ด้วยท่านเป็นพระมหาเถรผู้ใหญ่ที่มีถื่นกำเนิดอยู่ในจังหวัดภาคใต้ และท่านดำรงตำแหน่งประธานสงฆ์สหภูมิทักษิณ ท่านและอากงผมอายุไล่เลี่ยกันไม่มากน้อยนัก ทั้งยังมีชาติกำเนิดในจังหวัดเดียวกันด้วย ครั้งท่านท่านได้มอบเงินช่วยเหลือ ให้กับเจ้าคณะจังหวัดบ้านเกิดท่าน โดยบอกท่านเจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดว่า " นี่เป็นนิตยภัตเจ้าคณะหนที่เก็บไว้ 5 เดือน ขอมอบให้ไปทำบุญช่วยเหลือวัดที่ประสบอุททกภัยน้ำท่วมในจังหวัดด้วย " ผมขออนุญาตถือเอาคำนี้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นเอกฉันท์ครับ ดังนั้นผมจึงคำนวน ตำแหน่งและนิตยภัต จากตำแหน่งของท่าน ขออนุญาตเรียนเป็นของสังเกตุนะครับว่า ตามเนื้อข่าวที่ยกมา บอกว่า ได้รับนิตยภัตสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว แต่อย่าลืมว่า สมณศักดิ์ ไม่ใช่ " ตำแหน่ง " นะครับ อย่างข้าราชการ ยังมี ว. มี. ชช. เลย ครับ
#48
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 20:40
ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ครั้งหนึ่ง ราวต้นเดือนเมษาปีนี้ ผมและครอบครัว ( อากง อาม่า ) ได้เข้ากราบนมัสการ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณมหาเถระ ) ที่ คณะ 3 วัดสระเกศ ด้วยท่านเป็นพระมหาเถรผู้ใหญ่ที่มีถื่นกำเนิดอยู่ในจังหวัดภาคใต้ และท่านดำรงตำแหน่งประธานสงฆ์สหภูมิทักษิณ ท่านและอากงผมอายุไล่เลี่ยกันไม่มากน้อยนัก ทั้งยังมีชาติกำเนิดในจังหวัดเดียวกันด้วย ครั้งท่านท่านได้มอบเงินช่วยเหลือ ให้กับเจ้าคณะจังหวัดบ้านเกิดท่าน โดยบอกท่านเจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดว่า " นี่เป็นนิตยภัตเจ้าคณะหนที่เก็บไว้ 5 เดือน ขอมอบให้ไปทำบุญช่วยเหลือวัดที่ประสบอุททกภัยน้ำท่วมในจังหวัดด้วย " ผมขออนุญาตถือเอาคำนี้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นเอกฉันท์ครับ ดังนั้นผมจึงคำนวน ตำแหน่งและนิตยภัต จากตำแหน่งของท่าน ขออนุญาตเรียนเป็นของสังเกตุนะครับว่า ตามเนื้อข่าวที่ยกมา บอกว่า ได้รับนิตยภัตสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว แต่อย่าลืมว่า สมณศักดิ์ ไม่ใช่ " ตำแหน่ง " นะครับ อย่างข้าราชการ ยังมี ว. มี. ชช. เลย ครับ
ไม่ใช่จะเอาชนะอะไร นะครับ ผมยืนยันให้คุณไปหาข้อมูลเพิ่มเติมใหม่ หรือย้อนขึ้นไปดูโพสข้างบนของผมก็ได้ ถ้ายังไม่แน่ใจ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก ยิ่งดี ครับ ไม่อย่างนั้นคุณจะเข้าใจผิดแบบนี้ตลอดไป ที่สำคัญคุณอาจจะเอาความรู้ผิดๆ เรื่องนี้ ไม่ขยายต่อให้คนอื่น ไม่ดีนะครับ และคนชอบศึกษาอย่างคุณ ไม่ควรใช้ประโยคนี้ครับ >>> ผมขออนุญาตถือเอาคำนี้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นเอกฉันท์ครับ <<<
เรื่องเงินเดือนของ สมณศักดิ์ กับ ตำแหน่ง เขากำหนดแยกไว้เรียบร้อยแล้วครับ
เช่น พระปากดี บวชได้ 7 พรรษา ไม่มีสมณศักดิ์ ไม่มีตำแหน่งอะไร ก็ไม่มีเงินนิตยภัต ที่จะได้รับ
ต่อมา พรรษาที่ 8 พระปากดี ได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าอาวาสวัดเสรีไทย ก็เป็น พระอธิการปากดี ไม่มีสมณศักดิ์
---------------------- แต่ได้รับนิตยภัต ในตำแหน่งเจ้าอาวาส 1,800 บาท
ต่อมา พรรษาที่ 10 พระอธิการปากดี ได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าคณะตำบล ก็เป็น เจ้าอธิการปากดี ไม่มีสมณศักดิ์
---------------------- แต่จะได้รับนิตยภัต ในตำแหน่งเจ้าคณะตำบล 2,500 บาท (เพิ่มขึ้น 700 บาท)
ต่อมา พรรษาที่ 15 เจ้าอธิการปากดี ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร (ชื่อสมมุตนะครับ พระครูปากดีศรีเสรีไทย) ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลชั้นโท ทีนี้ มีทั้งตำแหน่งและสมณศักดิ์ แล้ว
---------------------- ได้รับ นิตยภัต 2,700 บาท (เพิ่มขึ้น 200)
ต่อมาพรรษาที่ 20 พระครูปากดีศรีเสรีไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ ตำแหน่งเลื่อนสูงขึ้นไป (เจ้าคณำเภอชั้นโท)
---------------------- ได้รับ นิตยภัต 3,100 บาท (เพิ่มขึ้น 400)
ต่อมาพรรษาที่ 27 พระครูปากดีศรีเสรีไทย ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
---------------------- ตำแหน่งก็ยังเป็นเจ้าคณะอำเภอเท่าเดิม
---------------------- ได้รับ นิตยภัต 3,400 บาท (เพิ่มขึ้น 300)
สรุปก็คือ พระครูปากดีศรีเสรีไทย จะได้รับเงินนิตยภัตอัตราเดียวมาตลอดจนถึง 3,400 บาท ครับ (จนกว่าจะเลื่อนชั้นหรือ ตำแหน่ง) จะไม่ได้รับ เงินนิตยภัต ในตำแหน่งเจ้าอาวาส 1,800 ครั้งแรก ติดตามมาเลย สักคราวเดียว
ข้อมูลอ้างอิงเรื่อง นิตยภัตสำหรับพระสงฆ์อัตราใหม่ (1 เม.ย. 54)
http://www.bsyth.com...emid=45&lang=th
ขอย้ำนะครับว่า ไม่ใช่ต้องการเอาชนะกัน แต่ต้องการให้สมาชิกเข้าใจให้ถูกต้องเป็นความรู้ร่วมกัน
#49
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:01
จะแรงไปไหมถ้าผมจะบอกว่า "ผมเกลียดพระในเมือง"
ขออนุญาตเรียนว่า " แรง " สำหรับผมนะครับ เนื่องจาก พระคามวาสี และพระอรัญวาสี ปฏิทาท่าน บางรูป อาจจะไม่เหมือนกัน พระป่าบางรูป ก็ทำเสื่อมเสีย พระเมืองบางรูปก็ทำให้ศรัทธาถอย ดังนั้นพุทธบริษัทอย่างเราๆท่านๆจึงต้องช่วยกันทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ในทุกมิติ ทุกด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ศาสนาวัตถุ หากแต่เป็นองค์พระด้วย มุมไหนที่มองแล้วไม่สบายใจ ก็ปรึกษา บอกเล่ากันไป ในเจตนาที่บริสุทธิ์ มันก็เท่านี้หล่ะครับ ผมเชื่อว่า พระที่ " กราบได้ไหว้ลง " มีทั้งในป่าและในเมือง ครั้บ
อันที่จริงผมก็จะมีปล. ว่าพระในเมืองส่วนนึงล่ะครับ เพราะผมเชื่อว่าทุกที่ย่อมมีทั้งดีและเลวเสมอเหมือนที่น้องพูด เพียงแต่ผมแค่เอือมระอากับวงการพระสงฆ์ในบ้านเราจริงๆ โดยเฉพาะในเมือง ซึ่งบูรณาการกันจนเหลวเหลก ต่างจากพระตามบ้านนอกหรือชนบท (ไม่ต้องวัดป่าหรอกครับเพราะผมก็ไม่เชื่อมั่นเช่นกัน)
ทั้งนี้ก็น้อมยอมรับคำติจากน้องครับ ผมแค่อยากใส่อารมณ์ลงไปในคำพูดเท่านั้นเองครับ
นอกจากนี้ รับอัตราเดียว ครับ
ถ้าไม่เชื่อลองหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะครับ
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดเสีย พระท่านก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะรับ ปัจจัย ครับผมยังยืนยันเช่นนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามที
- ฅนยอง likes this
เมื่อน้ำค้างหยดหล่นบนดอกไม้
ลมรำเพยระเหยหายเมื่อใกล้สาง
กับชีวิตวันนี้ที่บอบบาง
เหมือนน้ำค้างระเหยหายด้วยสายลม
~¤ สนธิกาญจน์ กาญจนาสน์ ¤~
#50
ตอบ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 - 21:35
ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ ครั้งหนึ่ง ราวต้นเดือนเมษาปีนี้ ผมและครอบครัว ( อากง อาม่า ) ได้เข้ากราบนมัสการ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว อุปเสโณมหาเถระ ) ที่ คณะ 3 วัดสระเกศ ด้วยท่านเป็นพระมหาเถรผู้ใหญ่ที่มีถื่นกำเนิดอยู่ในจังหวัดภาคใต้ และท่านดำรงตำแหน่งประธานสงฆ์สหภูมิทักษิณ ท่านและอากงผมอายุไล่เลี่ยกันไม่มากน้อยนัก ทั้งยังมีชาติกำเนิดในจังหวัดเดียวกันด้วย ครั้งท่านท่านได้มอบเงินช่วยเหลือ ให้กับเจ้าคณะจังหวัดบ้านเกิดท่าน โดยบอกท่านเจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดว่า " นี่เป็นนิตยภัตเจ้าคณะหนที่เก็บไว้ 5 เดือน ขอมอบให้ไปทำบุญช่วยเหลือวัดที่ประสบอุททกภัยน้ำท่วมในจังหวัดด้วย " ผมขออนุญาตถือเอาคำนี้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นเอกฉันท์ครับ ดังนั้นผมจึงคำนวน ตำแหน่งและนิตยภัต จากตำแหน่งของท่าน ขออนุญาตเรียนเป็นของสังเกตุนะครับว่า ตามเนื้อข่าวที่ยกมา บอกว่า ได้รับนิตยภัตสูงสุดเพียงตำแหน่งเดียว แต่อย่าลืมว่า สมณศักดิ์ ไม่ใช่ " ตำแหน่ง " นะครับ อย่างข้าราชการ ยังมี ว. มี. ชช. เลย ครับ
ไม่ใช่จะเอาชนะอะไร นะครับ ผมยืนยันให้คุณไปหาข้อมูลเพิ่มเติมใหม่ หรือย้อนขึ้นไปดูโพสข้างบนของผมก็ได้ ถ้ายังไม่แน่ใจ ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมอีก ยิ่งดี ครับ ไม่อย่างนั้นคุณจะเข้าใจผิดแบบนี้ตลอดไป ที่สำคัญคุณอาจจะเอาความรู้ผิดๆ เรื่องนี้ ไม่ขยายต่อให้คนอื่น ไม่ดีนะครับ และคนชอบศึกษาอย่างคุณ ไม่ควรใช้ประโยคนี้ครับ >>> ผมขออนุญาตถือเอาคำนี้ของท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ เป็นเอกฉันท์ครับ <<<เรื่องเงินเดือนของ สมณศักดิ์ กับ ตำแหน่ง เขากำหนดแยกไว้เรียบร้อยแล้วครับ
เช่น พระปากดี บวชได้ 7 พรรษา ไม่มีสมณศักดิ์ ไม่มีตำแหน่งอะไร ก็ไม่มีเงินนิตยภัต ที่จะได้รับ
ต่อมา พรรษาที่ 8 พระปากดี ได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าอาวาสวัดเสรีไทย ก็เป็น พระอธิการปากดี ไม่มีสมณศักดิ์
---------------------- แต่ได้รับนิตยภัต ในตำแหน่งเจ้าอาวาส 1,800 บาท
ต่อมา พรรษาที่ 10 พระอธิการปากดี ได้รับแต่งตั้ง เป็นเจ้าคณะตำบล ก็เป็น เจ้าอธิการปากดี ไม่มีสมณศักดิ์
---------------------- แต่จะได้รับนิตยภัต ในตำแหน่งเจ้าคณะตำบล 2,500 บาท (เพิ่มขึ้น 700 บาท)
ต่อมา พรรษาที่ 15 เจ้าอธิการปากดี ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร (ชื่อสมมุตนะครับ พระครูปากดีศรีเสรีไทย) ตำแหน่งเจ้าคณะตำบลชั้นโท ทีนี้ มีทั้งตำแหน่งและสมณศักดิ์ แล้ว
---------------------- ได้รับ นิตยภัต 2,700 บาท (เพิ่มขึ้น 200)
ต่อมาพรรษาที่ 20 พระครูปากดีศรีเสรีไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ ตำแหน่งเลื่อนสูงขึ้นไป (เจ้าคณำเภอชั้นโท)
---------------------- ได้รับ นิตยภัต 3,100 บาท (เพิ่มขึ้น 400)
ต่อมาพรรษาที่ 27 พระครูปากดีศรีเสรีไทย ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เป็นเจ้าคณะอำเภอชั้นเอก
---------------------- ตำแหน่งก็ยังเป็นเจ้าคณะอำเภอเท่าเดิม
---------------------- ได้รับ นิตยภัต 3,400 บาท (เพิ่มขึ้น 300)
สรุปก็คือ พระครูปากดีศรีเสรีไทย จะได้รับเงินนิตยภัตอัตราเดียวมาตลอดจนถึง 3,400 บาท ครับ (จนกว่าจะเลื่อนชั้นหรือ ตำแหน่ง) จะไม่ได้รับ เงินนิตยภัต ในตำแหน่งเจ้าอาวาส 1,800 ครั้งแรก ติดตามมาเลย สักคราวเดียว
ข้อมูลอ้างอิงเรื่อง นิตยภัตสำหรับพระสงฆ์อัตราใหม่ (1 เม.ย. 54)
http://www.bsyth.com...emid=45&lang=th
ขอย้ำนะครับว่า ไม่ใช่ต้องการเอาชนะกัน แต่ต้องการให้สมาชิกเข้าใจให้ถูกต้องเป็นความรู้ร่วมกัน
ผมก็ขอนุญาตเรียนย้ำว้า " ผมไม่ได้ตั้งกระทู้ให้ใครมาเอาชนะคะคานครับ เพียงประสบการณ์ที่เห็นและสัมผัส มันทำให้ต้องพูดอย่างนี้ และขอยืนยันคำพูดเดิม ผมถือเอา คำพูดท่านเจ้าประคุณสมเด็จเป็นเอกฉันท์ " เพราะที่บ้านเคารพศรัทธา อุปัฏฐากตั้งแต่ไหนแต่ไร ครับ ส่วน อันนี้ผมก็อยากขอความรู้ว่า ถุ้าพระราชาคณะ รับตำแหน่ง วิชาการ อย่างเช่น คณบดี รองคณบดี อธิการบดี รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงฆ์ ท่านต้องรับเงินเดือนนิตยัภัตอย่างเดียวไหม แล้วครูพระ ที่เป็นพระสมณศักดิ์ ต้องรับเงินเดือนสูงสุดไหม ครับ
ผู้ใช้ 2 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 2 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











