เรียน คุณ คนบาป ขออนุญาตทำความเข้าใจอย่างนี้
#1
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:45
จากกระทู้นี้ของผม http://webboard.seri...อย่างที่เคยบอก/
คุณได้เข้าไปแสดงความเห็นนั้น ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ จริงๆแล้วก็ไม่อยากจะนำมาเป็นประเด็นเพราะไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญมากมาย แต่เพราะกลัวว่าจะเป็นการหลงประเด็นหรือเข้าใจผิด จึงขออนุญาตทำความเข้าใจดังนี้
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น " ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ใน พระบรมราชวินิจฉัยแห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส หากแต่เป็นการแจ้งให้ทราบว่า เรื่องการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ผมเคยได้ตั้งกระทู้ในบอร์ดเก่ามาแล้ว ว่านี้คือวาระเร่งด่วนที่คุณยิ่งลักษณ์ เซ็นต์เป็นอย่างแรก ในวันประชุม ครม.นัดแรกและผมไม่ได้บอกว่าคุณยิ่งลักษณ์และคู่สมรส ไม่สมควรจะได้รับพระราชทาน นี่คือกระทู้ต้น ที่ผมเคยตั้งไว้ในบอร์ดเก่า http://forum.seritha...php?f=2&t=40737
2.ต่อมาขออนุญาตเรียนชี้แจงเป็นข้อๆ ดังนี้
#2
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:46
#3
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:47
เป็นระเบียบที่ต้องขอครับ เข้าใจว่าไม่ใช่ขอเฉพาะตัวเองแต่รวมถึงข้าราชการส่วนอื่น ๆ และ รมต.ท่านอื่นๆด้วย
- การที่คุณบอกว่าเป็น " ระเบียบปฏิบัติ " " เรื่องการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์" นั้นมีจริงครับ แต่เท่าที่ผมทราบกระทู้ที่ผมอ้างถึงในบอร์ดเก่านั้นนั้นผมชี้ให้เห็นว่า " ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก " การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2554 นั้นมีภารกิจเร่งด่วนหลายอย่าง การชงเรื่องขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ณ เวลา ขณะนั้นจึงไม่ค่อยสมควรนัก อีกอย่าง ในการ ประชุม ครม.นัดแรกนั้น รมต.ยังไม่มีใครลงนามในเอกสาร " ขอ " พระราชทานสักคน และผม ขอเรียนย้ำว่า ไม่มี " ระเบียบปฏิบัติข้อไหนที่ให้นายกรัฐมนตรีลงนามขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทันที หลังได้รับโปรดเกล้าฯดำรงตำแหน่ง " ครับ ถ้าหากคุณคนบาปมี ระเบียบตัวนี้ ผมขออนุญาตชมไว้ประดับความรู้ครับ
- ssa, อาเฮียป้อม and ลืมล็อกอินเก่า like this
#4
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:56
เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า
ไม่ได้ขอในวโรกาสวันเฉลิมฯ แต่ไปขอพระราชานในวโรกาสวันฉัตรมงคลครับ คนละส่วนกันและเป็นไปตามพระบรมราชวินิจฉัย(ตามพระราชอัธยาศรัย)
ส่วนเครื่องราชฯตระกูลอื่นๆ มีระเบียบให้ปฎิบัติอยู่แล้ว เวลาจะนำเรื่องนี้มาบอกกล่าว ควรบอกให้ครบถ้วน ไม่เช่นนั้นจะเกิดการเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ
ที่สำคัญเรื่องอันเป็นมงคลเช่นนี้ วิพากษ์วิจารณ์ไปก็ไม่น่าจะทำให้เกิดผลดีแก่ทั้งตัวผู้วิจารณ์และผู้ถูกวิจารณ์ ถ้าหากข้าราชการจะนำความลับที่นำเสนอ ควรจะใช้ชื่อจริงดีกว่า เพราะไม่เป็นผลดีต่อผู้ตรวจสอบในชั้นสุดท้าย...เมื่อมีการโปรดเกล้าฯแล้ว ทุกอย่างต้องจบ ไม่ควรนำมาเป็นประเด็นอีก
- ขออนุญาตเรียนอย่างนี้นะครับ ในกระทู้ที่อ้างถึงในปฐมเหตุ การกล่าวถึง " เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตระกูลจุลจอมเกล้า " นั้นมีประเด็นเดียว คือ มีเพื่อนสมาชิกถามว่า
สรุปว่า หล่อนยังไม่ได้คำว่า คุณหญิงยิ่งลักษณ์ ใช่มั้ยครับ อิอิ
ผมจึงได้ตอบไปโดยสรุปว่า
สรุปว่า หล่อนยังไม่ได้คำว่า คุณหญิงยิ่งลักษณ์ ใช่มั้ยครับ อิอิ
ครับผม การที่ ยิ่งลักษณ์ จะได้ มีคำนำหน้านามว่า " คุณหญิง " ได้นั้น ต้อง ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้า ชั้น จตุตถจุลจอมเกล้า ขึ้นไปเท่านั้นครับ และที่สำคัญ หล่อนต้อง " จดทะเบียน " กับสามีครับ
- สำหรับเรื่อง การขอพระราชทานในวโรกาสไหน นั้นผมเคยเขียนไว้ในบอร์ดเก่าแล้วครับ ลองค้นหาดูได้ และผมขออนุญาตว่าคุณคนบาปเข้าใจผิด เรื่องการขอพระราชทานเครื่องราชจุลจอมเกล้านี้ ไม่มีระเบียบปฏิบัติให้ขอพระราชทานนะครับ เพราะตามพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔, เล่ม ๕๘, ตอน ๐ ก, ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๔, หน้า ๑๕๕๓ http://www.ratchakit...2484/A/1553.PDF ลองดู มาตรา ๕ ( ตามภาพประกอบ ) นะครับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลจุลจอมเกล้านี้ไม่ได้เปิดช่องให้ขอพระราชทาน หากแต่เป็น พระบรมราชวินิจฉัย พระราชอัธยาศัยเท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าจะวโรกาสไหนก็ไม่ได้เปิดช่องให้ " ขอ " พระราชทาน และแม้ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่จะพระราชทานในพระราชพิธีวันฉัตรมงคลก็ตามที อีกทั้งในปัจจุบันก็ทรง " งด " พระราชทานมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2548 แล้ว ดังนั้นผมว่าคุณเองน่าจะลองพินิจพิเคราะห์ให้ดีก่อนว่ากระทู้เค้าสื่ออะไร การตอบการสนทนาในกระทู้ถึงช่วงไหนตอนไหน อย่างไร เพราะเท่าที่ดูผมว่าคุณเองน่าจะเข้าใจผิดนะครับ

- สำหรับเรื่อง การวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องนี้ผมว่า ผู้วิจารณ์คงจะทราบว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร การกระทำอันระคายเคืองเบื้องยุคลบาทเท่าที่ผมดูในกระทู้ ปฐมเหตุนั้นยังไม่มีใครก้าวล่วงถึงพระราชอำนาจในการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้นายกรัฐมนตรี จะมีก็เพียง มีการวิจารณ์นายกรัฐมนตรี ที่ปฏิบัติตนสมกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานแล้วหรือไม่ หากจะยึดตรรกะนี้เป็นบรรทัดฐานว่า ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยพระราชทานลงมา ผมว่าคนเสื้อแดงทั้งประเทศ ควรหุบปาก นิ่งๆ ในการร้องแร่ให้ประธานองคมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง เพราะ การโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง องคมนตรี เป็นพระราชอำนาจ พระบรมราชวินิจฉัย และพระอัธยาศัยโดยแท้ ไม่ต้องมีคนชงเรื่องขอให้ตั้ง จริงไหมครับ ดังนั้น พินิจพิเคราะห์อีกหน่อย ในเนื้อความกระทู้ ดูดีๆว่าเขาพูดอะไร เขาสื่ออะไร
- ต่อมาเด็กเดินเรื่องหนังสือ การนำเอา " ความลับ " มาพูด มาบอกกล่าว ขออนุญาตเรียนให้ทราบนะครับ แม้ว่าตัวผมจะเป็นนักศึกษาฝึกงานอยู่ก็ดี ผมก็ทราบว่าเอกสารชนิดไหนเป็นชั้นความลับ และความลับระดับไหน ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ พ.ศ.2544 ผมทราบดีครับ และถ้าเอาตามตรรกะนี้ ผมว่าคุณคนบาปต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับ ปปช. ข้อหา เอาเอกสารชั้นความลับ " บัญชีแสดงทรัพย์สินหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง " มาเปิดเผยแล้วหล่ะครับ
#5
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:02
มีระเบียบให้ปฏิบัติอยู่แล้วครับ ( ตามบัญชี 2 )
ปกติเมื่อโปรดเกล้าฯแล้วต้องจบ ไม่ควรนำมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อให้เป็นประเด็นอีก
ยิ่งเด็กเดินหนังสือเปิดดูเอกสารแล้วนำมาเปิดเผย น่าจะผิดวินัยข้าราชการนะครับ
- ในลิ้งกระทู้ ตามข้อที่ 1 ผมบอกชี้แจงและอธิบาย แล้วว่า มันเป็น เอกสารลงนามขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ " ในบัญชี 2 การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่รัฐมนตรี " ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554 ของ พณฯท่าน สร.1 " ซึ่งน่าจะเข้าใจได้ง่าย ว่าคุณยิ่งลักษณ์ " ขอ " ไป ในส่วนของอะไร
- ปกติเมื่อโปรดเกล้าฯ จบ ก็ต้องจบ ผมก็คิดอย่างนั้นนะ หากแต่ผมยืนยันอย่างแน่นอนครับ ว่าไม่มีใครไปวิพากษ์วิจารณ์ ในพระบรมราชวินิจฉัย ของพระองค์ท่าน และแต่ที่เขาวิจารณ์นั้นคือตัวผู้ได้รับพระราชทานต่างหากเล่า และเพราะเหตุใดเขาถึงวิพากวิจารณ์ตัวผู้ได้รับ ก็เพราะพฤติกรรมพฤติการของผู้ได้รับนั้น สร้างความเคลือบแคลงใจนั่นเอง หากผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณนี้สำนึกจริงๆ ก็ควรปฏิบัติตนให้สมควรแก่พระมหากรุณาธิคุณอันนี้
- เรื่องเด็กเดินหนังสือเปิดดูเอกสารแล้วนำมาเปิดเผย ผมเกรงว่าคุณคงจะเข้าใจผิด เพราะพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
http://www.nat.go.th/web/pdffile/informationact.pdf
ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เอกสารใดเป็นความลับ ข้อมูลใดที่ไม่ต้องเปิดเผย การที่ผมออกมาบอกว่า " การประชุม ครม.นัดแรกในวันที่ 11 ส.ค.54 นั้น คุณยิ่งลักษณ์ลงนามในเอกสารขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ ในบัญชี 2 การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่รัฐมนตรี " มันเป็นความลับตรงไหน ช่วยบอกผมหน่อยครับ ดังนั้นการจะกล่าวหา หรือตักเตือน แนะนำ ใคร ก็ขอให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงดีกว่า


#7
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:07
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะ
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
- เพื่อนร่วมชาติ and rinrin1356 like this
#8
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:23
http://th.wikipedia....%B8%AD%E0%B8%81
การนำภาพที่ประชุมองคมนตรีมาประกอบเรื่องก็ไม่ควรอีกนั่นแหละครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เมื่อโปรดเกล้าฯแล้ว ต้องจบตรงนั้นไม่บังควรนำมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ ประสาคนไม่รู้ระเบียบ เดาเอาว่า เป็นรัฐมนตรีครั้งแรก น่าจะได้เครื่องราชฯชั้น ประถมาภรณ์ช้างเผือกก่อนที่จะไปสู่ชั้นสูงสุด ปกติการขอพระราชทานเครื่องราชฯ 2 ตระกูล จะสลับกันไป ไม่มงกุฎไทยก็ช้างเผือก เทียบกรณีนายอภิสิทธิ์ ได้ชั้นประถมาภรณ์ช้างเผือกปี 2540 ค้นได้จากประวัตินายอภิสิทธิ์ ในวิกิก็ได้ครับ
- มากับประเด็นนี้ การนำภาพที่ประชุมคณะองคมนตรีมาให้ดู บรรทัดฐานไหนที่บอกว่าไม่ควรครับ ผมไปทำอะไรให้ภาพนั้นดูเสียหายเสื่อมเสียหรือ และหากมองให้ดี การนำความใดๆขึ้นกราบบังคมทูลทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ต้องผ่านคณะองคมนตรีด่านสุดท้ายทั้งนั้นหล่ะ ภาพนั้นสื่อให้เห็นว่าคณะองคมนตรีเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองเรื่องก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลเท่านั้นเอง คุณคิดไปไหน เอาอะไรที่มาบอกว่าควรไม่ควร ใครไปทำให้ภาพลักษณ์คณะองคมนตรีเสียหาย ผมไปเอารุปองคมนตรีมาเผาหรือครับ หรือผมกล่าวใส่ร้ายว่าร้ายให้คณะองคมนตรีหรือครับ เพียงแค่บอกว่านี่คือหน้าที่ขององคมนตรี ไม่งั้น ทุกวันนี้จะมีเวรองคมนตรีผลัดกันขึ้นเฝ้าฯถวายคำแนะนำที่ รพ.ศิริราชทุกวันหรือครับ
- และก็อย่างที่บอกละครับว่า ไม่มีใครไปวิพากษ์วิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัยของพระองค์ท่าน สักคน ผมยืนยันได้ ที่เขาพูดๆกันนี้คือความเหมาะควรของผู้ได้รับ ว่าได้รับแล้วต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ผมว่าคุณน่าจะเข้าใจคลาดเลื่อนแล้วหล่ะครับ
- อย่าเดานะครับ ทีหลังให้ถาม ดีกว่า เพราะถ้าเดาแล้วไม่สร้างผลกระทบกับใครก็แล้วไป แต่ถ้าเดาแล้วสร้างความเข้าใจผิดกับคนอื่นผมว่าไม่แฟร์ อย่างกรณี อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ ตอนดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ขอพระราชทานเครื่องราชฯชั้นใด เพราะได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานในชั้นสูงสุดมาแล้ว ส่วนคุณยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก นั้น การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ระเบียบมีครับ ลองดูนะ

เห็นไหมครับ ว่าไม่ได้เริ่มขอที่ ประถมาภรณ์ช้างเผือก แต่ทำไมได้ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ก็ลองคิดเอานะครับ ส่วนเรื่ิองคู่สมรสนั้นผมไม่ขอเข้าไปพุดถึง แต่ถ้าอยากรู้ผมก็มีคำตอบให้ว่าทำไมได้สายสะพาย ไม่รู้ให้ถามอย่าเดาครับ เอาวิกิมา เคยได้ยินข่าวว่า มีการต้องแก้ไขข้อมูลในวิกิไหมครับของแบบนี้คุยกันเอาข้อเท็จจริงมาว่ากันดีกว่า
#9
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:23
ในเมื่อสิ่งพูดถึงคือ ความจริงตามเอกสาร
ถ้าไป why , how ต่างหากจึงจะเข้าไปในจุดที่ว่า
- ssa likes this
#10
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:24
quote 'เด็กปากดี'
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
อธิบายความซิครับว่าตรงไหน เป็นการวิจารณ์ พระบรมราชวินิจฉัย เพื่อความกระจ่างกับทุกๆฝ่าย
#11
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:26
รบกวนขอตัวอักษรขนาดธรรมดาได้ไหม อ่านแล้วเวียนหัวครับ
ริกุต้องเห็นใจคนแก่สายตาไม่ดี(ไม่ได้หมายถึงตัวผมนะ)
#12
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:51
ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ amplepoor
ในเมื่อสิ่งพูดถึงคือ ความจริงตามเอกสาร
ถ้าไป why , how ต่างหากจึงจะเข้าไปในจุดที่ว่า
สมมติโทนี่แบลร์ขอยศท่านเซอร์ไปยังพระราขินี
ควีนให้แค่ชั้นที่รองลงมา
ท่านจะว่าอย่างไรหล่ะ
#13
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:56
quote 'เด็กปากดี'
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
อธิบายความซิครับว่าตรงไหน เป็นการวิจารณ์ พระบรมราชวินิจฉัย เพื่อความกระจ่างกับทุกๆฝ่าย
1 การแอบอ่านเอกสารราชการที่ทูนเกล้าถวาย สมควรหรือไม่
2 การนำข้อที่แอบอ่านความนั้นมาเผยแพร่ สมควรหรือไม่
3 นำข้อความนั้นมาใช้ในทางการเมือง สมควรหรือไม่
4 ออกความเห็นเกี่ยวกับเอกสารนั้นไปในทางที่ทำให้เกิดความร้าาวฉาน สมควรหรือไม่
ผมพยายามกล่าวเลี่ยงอย่างที่สุดแล้วนะครับ อย่าให้ต้องขยายความมากกว่านี้
- Torres_No9 likes this
#14
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:57
ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ amplepoor
ในเมื่อสิ่งพูดถึงคือ ความจริงตามเอกสาร
ถ้าไป why , how ต่างหากจึงจะเข้าไปในจุดที่ว่า
สมมติโทนี่แบลร์ขอยศท่านเซอร์ไปยังพระราขินี
ควีนให้แค่ชั้นที่รองลงมา
ท่านจะว่าอย่างไรหล่ะ
ก่อนที่จะถึงควีนต้องผ่านกระบวนการอะไรก่อนครับ เช่นเดียวกัน ก่อนจะนำความขึ้นกราบบังคมทูล ฯ ต้องผ่านคณะองคมนตรีก่อน หากมีข้ออะไรแก้ไข ก้อตีกลับลงมาทำใหม่ เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็นำความขึ้นกราบบังคมทูลฯ แล้วมีตรงไหนที่ไป ก้าวล่วง พระบรมราชวินิจฉัยครับ เท่าที่ผมเห็นยังไม่ถึงขั้นตอนของการนำความขึ้นกราบบังคมทูลเลย ถ้านำความขึ้นกราบบังคมทูลขอชั้นนี้ แต่พระราชทานลงมาชั้นนั้น นั่นซิ เป็นการก้าวล่วงในพระบรมราชวินิจฉัย แต่นี่ เขาแต่งเสร็จ ส่งไปส่งกลับ แก้ไข ให้เรียบร้อย ก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลนะครับ ตั้งสติดีๆ อ่านดีๆ
#15
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:59
ผมยังไม่เห็นคุณเด็กปากดีวิจารณ์ตรงไหน
พูดไปก็คล้ายกรณี พรฎ.นิรโทษกรรมนะครับ ที่ประชาชนรู้ก่อนทูลเกล้าถวาย
#16
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:06
quote 'เด็กปากดี'
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
อธิบายความซิครับว่าตรงไหน เป็นการวิจารณ์ พระบรมราชวินิจฉัย เพื่อความกระจ่างกับทุกๆฝ่าย
1 การแอบอ่านเอกสารราชการที่ทูนเกล้าถวาย สมควรหรือไม่
2 การนำข้อที่แอบอ่านความนั้นมาเผยแพร่ สมควรหรือไม่
3 นำข้อความนั้นมาใช้ในทางการเมือง สมควรหรือไม่
4 ออกความเห็นเกี่ยวกับเอกสารนั้นไปในทางที่ทำให้เกิดความร้าาวฉาน สมควรหรือไม่
ผมพยายามกล่าวเลี่ยงอย่างที่สุดแล้วนะครับ อย่าให้ต้องขยายความมากกว่านี้
1.อะไรคือเอกสารที่ราชการทูลเกล้าฯ ขอหลักฐาน ?
2.ลักษณะใดคือการแอบอ่าน,ลักษณะใด คือการกระทำอันให้เกิดความเสียหาย ต่อ ทางราชการ ?
3.ข้อความที่ว่านั้น ลักษณะใดคือการนำมาใช้ เพื่อการเมือง ?
4.เอกสารที่ว่า นั้นคือ เอกสารอะไร เป็นชั้นความลับ หรือเรื่องระคายเบื้องยุคลบาท ลักษณะใด กรุณา ชี้แจง ?
ผมไม่ต้องการคำกล่าวเลี่ยง ถ้าจะพูด ข้อให้เอาข้อเท็จจริงมาคุยได้ เพราะผมระมัดระวังในเรื่องสถานบันอยู่แล้ว อีกอย่างที่ควรรู้ไว้นะครับ ว่า เอกสารที่จะนำความกราบบังคมทูลทราบฯ เพื่อทรงมีพระราชวินิจฉัย ในส่วนของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ นั้น มี 2 อย่าง คือ 1.บัญชีรายชื่อผู้ขอพระราชทานฯ 2.ใบประกาศเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เท่านี้ครับ สำหรับคำร้องขอ แม้ประวัติ ผู้ขอไม่ได้แนบไป เข้าใจตามนี้นะครับ และ กรุณารบกวนตอบคำถามผม หน่อย จะได้เป็นความรู้กับเพื่อนสมาชิกทั้งหลายด้วย
- ssa likes this
#17
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:08
ไม่งั้น ทุกวันนี้จะมีเวรองคมนตรีผลัดกันขึ้นเฝ้าฯถวายคำแนะนำที่ รพ.ศิริราชทุกวันหรือครับ
เกี่ยวกับสถาบันนั้น ไม่แม่น อย่าอ้างถึงเลยจะดีกว่า
รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดหน้าที่ขอองคณะองคมนตรีไว้ ชัดเจน
ไม่ได้ทำหน้าที่ถวายคำแนะนำ แต่มีหน้าที่ถวายความเห็น
คำที่เพี้ยนนิดหน่อยอย่างนี้ คนไม่รู้ก็คงผ่านเลย แต่คนที่รู้ ก็อาจจะเลิกคิ้วนิดหน่อย....
-----------------
มาตรา ๑๒ (คณะองคมนตรี)
พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี
คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้ง ปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้
#18
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:16
ผมว่าการขอเครื่องราชของยิ่งลักษ์ในวันที่ 11 สิงหาคม เป็นหลักฐานว่ามีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศแล้วใช่มั้ยครับ
ได้อีกหลักฐานไปเถียงพวกโน้นอีกแล้ว 5555
แต่ว่า เมื่อไหร่มันจะหลุดจากชั้นความลับล่ะครับ คุณเด็กปากดี อยากเห็นจังเลย
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#19
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:22
#20
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:22
ไม่งั้น ทุกวันนี้จะมีเวรองคมนตรีผลัดกันขึ้นเฝ้าฯถวายคำแนะนำที่ รพ.ศิริราชทุกวันหรือครับ
เกี่ยวกับสถาบันนั้น ไม่แม่น อย่าอ้างถึงเลยจะดีกว่า
รัฐธรรมนูญ 2550 กำหนดหน้าที่ขอองคณะองคมนตรีไว้ ชัดเจน
ไม่ได้ทำหน้าที่ถวายคำแนะนำ แต่มีหน้าที่ถวายความเห็น
คำที่เพี้ยนนิดหน่อยอย่างนี้ คนไม่รู้ก็คงผ่านเลย แต่คนที่รู้ ก็อาจจะเลิกคิ้วนิดหน่อย....
-----------------
มาตรา ๑๒ (คณะองคมนตรี)
พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและทรงแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธานองคมนตรีคนหนึ่งและองคมนตรีอื่นอีกไม่เกินสิบแปดคนประกอบเป็นคณะองคมนตรี
คณะองคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็นต่อพระมหากษัตริย์ในพระราชกรณียกิจทั้ง ปวงที่พระมหากษัตริย์ทรงปรึกษา และมีหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้
หึหึหึ งั้นคนที่รู้ช่วยไปอธิบายใน 4 คำถามตามหลักกฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญด้่วยนะครับ และแสดงว่าไม่เคยฟังเวลาพระองค์ท่านทรงตรัสในวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย ก่อนวันเฉลิมฯ ผมไม่เถียงว่าในรัฐธรรมนูญ ระบุ องคมนตรีมีหน้าที่ถวายความเห็น เพราะเท่าที่ผมทราบและสัมผัส สิ่งใดๆเวลา ทรงเรียกขึ้นเฝ้าฯ หรือ องคมนตรีผลัดเวร เฝ้าปฏิบัติหน้าที่ พระองค์ท่านจะทรงรับสั่งในพระราชดำริของพระองค์ท่านแล้วทรงตรัสถามองคมนตรีว่า แบบนี้ดีไหม แบบนั้นจะเป็นอย่างไร เป็นต้น หากพระราชดำริของพระองค์ท่านเป็นที่ชอบแล้ว ก็ผ่าน หากแต่ถ้าพระองค์ท่านคิดว่า ทรงต้องการความเห็นจากคณะองคมนตรี ทรงอยากให้องคมนตรีแสดงความเห็น ว่าจะต้องทำแบบไหน อย่างไร ก็จะตรัสถาม อย่างนี้ โดยส่วนตัวผม เรียกว่าคำแนะนำ ครับ
#21
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:36
ผมเองไม่แม่นกฎหมายเรื่องนี้ ก๋๋็ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ ^^
- unook likes this
• เอือมระอากับบรรดาพี่น้องที่หลงทางจริงๆ เห็นต่างกันยังรับได้ครับ แต่เห็นผิดเป็นชอบแบบนี้มันบัดซบจริงๆ •
• หายนะของประเทศไทย ก็คือการที่ "ควายเลือกควาย" เข้ามาทำลายประเทศ •
#22
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:41
เรียกการปฎิบัติหน้าที่ของคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
ที่กำหนดให้ "ถวายความเห็น" ว่า คือการถวายคำแนะนำ
ผมก็หมดประเด็นจะสนทนาแล้วละครับ
เพราะไม่มีความมั่นใจตนเองถึงเพียงนั้น
ผมทราบแต่ว่า การถวายคำแนะนำนั้น มีผลทางกฏหมาย
ไม่ว่าจะแต่งตั้งตำแหน่งใดๆ ที่ต้องลงพระปรมาภิธัย
จะโปรดเกล้าตามที่มีการถวาายคำแนะนำเสมอ
#23
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:50
ถวายคำแนะนำ
สองคำนี้แม้ในทางวิชาการก็ใช้ปะปนกัน เช่น งานของบวรศักดิ์ สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก คณะองคมนตรี โดย ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
http://guru.sanook.c...iew.php?id=3009
#24
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:51
ถ้าคุณกล้าใช้ความเห็นส่วนตัว
เรียกการปฎิบัติหน้าที่ของคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ
ที่กำหนดให้ "ถวายความเห็น" ว่า คือการถวายคำแนะนำ
ผมก็หมดประเด็นจะสนทนาแล้วละครับ
เพราะไม่มีความมั่นใจตนเองถึงเพียงนั้น
ผมทราบแต่ว่า การถวายคำแนะนำนั้น มีผลทางกฏหมาย
ไม่ว่าจะแต่งตั้งตำแหน่งใดๆ ที่ต้องลงพระปรมาภิธัย
จะโปรดเกล้าตามที่มีการถวาายคำแนะนำเสมอ
อย่าชิ่งแบบนี้ครับ คุณ กล่าวหาว่าผม ไปแอบอ่านเอกสารที่ทางราชการนำขึ้นทูลเกล้าฯ พอผมถามว่าเอกสารอะไร คุณมาเบี่ยงประเด็นเรื่อง องคมนตรี อย่าใช้นิสัยแบบนี้ครับ กรุณาเอาให้เคลีย ยังมีคำถาม 4 ข้อที่คุณยัดเยียดให้ผม กรุณาทำให้กระจ่างครับ อย่าใช้นิสัยแบบนี้ เพราะสิ่งที่คุณพูดก็มีผลทางกฎหมายแล้วเช่นกัน
#25
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:05
ถ้าคุณกล้าใช้ความเห็นส่วนตัว เรียกการปฎิบัติหน้าที่ของคณะองคมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ "ถวายความเห็น" ว่า คือการถวายคำแนะนำ ผมก็หมดประเด็นจะสนทนาแล้วละครับ เพราะไม่มีความมั่นใจตนเองถึงเพียงนั้น ผมทราบแต่ว่า การถวายคำแนะนำนั้น มีผลทางกฏหมาย ไม่ว่าจะแต่งตั้งตำแหน่งใดๆ ที่ต้องลงพระปรมาภิธัย จะโปรดเกล้าตามที่มีการถวาายคำแนะนำเสมอ
งั้นลองมาฟัง " องคมนตรี " พูดบ้างดีไหมครับ
วันนี้ (26 ก.ย.) ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้จัดปาฐกถาพิเศษเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับรัฐธรรมนูญ โดย นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับการทรงใช้พระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ” ตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีการปกครองโดยพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมายาวนาน โดยในอดีตเป็นการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่หลังจากวันที่ 24 มิ.ย.2475 มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรียกได้ว่า เป็นการปกครองแบบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยพระมหากษัตริย์ทรงจำกัดพระราชอำนาจของพระองค์เอง โดยการพระราชทานในรัฐธรรมนูญ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัดเสมอ จะเห็นได้ว่า ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสที่ประธานศาลฎีกานำผู้พิพากษาประจำศาล สำนักงานศาลยุติธรรม เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล วันอังคารที่ 25 เม.ย.2549 ความตอนหนึ่งว่า มาตรา 7 ว่า อะไรที่ไม่มีในรัฐธรรมนูญก็ให้ปฏิบัติตามประเพณีหรือตามที่เคยทำมา แต่ว่าในมาตรา 7 นั้น ไม่ได้บอกว่า พระมหากษัตริย์สั่งได้ ไม่มี ลองไปดูมาตรา 7 เขาเขียนว่า ไม่มีบทบัญญัติแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้บอกว่า มีพระมหากษัตริย์ที่จะมาสั่งการได้ และขอยืนยันว่า ไม่เคยสั่งการอะไรที่ไม่มีกฎเกณฑ์ของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญของกฎหมาย พระราชบัญญัติทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง พระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ 9 ไม่เคยทำอะไรตามใจชอบ ตั้งแต่เป็นมา มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับแล้วก็ทำมาหลายสิบปี ไม่เคยทำอะไรตามใจชอบถ้าทำไปตามใจชอบก็เข้าใจว่าบ้านเมืองล่มจมมานานแล้ว
ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้อำนาจประชาธิปไตยอันเป็นของปวงชนชาวไทยผ่านองค์กรต่างๆ ทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล จะเห็นได้ว่า ความเชื่อมโยงเกี่ยวพันในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขนั้น อำนาจทั้งหมด พระองค์พระราชทานให้เป็นของปวงชนชาวไทย คือ ให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชนโดยผ่านทางรัฐสภา ซึ่งการเข้าดำรงตำแหน่งนั้น มิจำเป็นต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง ก็ถือว่า มาจากการที่ประชาชนใช้อำนาจเลือกตั้งเข้ามา แต่สำหรับคณะรัฐมนตรีและศาลนั้น ไม่ได้มีการใช้อำนาจของปวงชนชาวไทยโดยตรง จึงจำเป็นต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งในฐานะที่ทรงเป็นประมุขและเป็นผู้ใช้อำนาจเช่นเดียวกัน ตามรัฐธรรมนูญพระองค์ทรงอยู่ในฐานะที่เคารพยิ่ง ผู้ใดจะทำละเมิดหรือฟ้องร้องมิได้ เพื่อให้พระราชฐานะนั้นได้รับการปกป้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ
ซึ่งพระราชอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมายที่ต้องทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นการยับยั้งเด็ดขาด แต่เป็นการยับยั้งเพื่อให้รัฐสภาได้ใคร่ครวญอีกครั้ง เพราะในขั้นตอนสุดท้ายหากรัฐสภายังยืนยันมติตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็สามารถประกาศร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ เสมอว่าพระมหากษัตริย์ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว อย่างไรก็ตาม พระมหากษัตริย์จะไม่ทรงใช้พระราชอำนาจนี้ในการยับยั้งการตรากฎหมาย ถ้ากฎหมายนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์และความผาสุกของประเทศชาติและประชาชน เท่าที่ผ่านมา ทรงใช้พระราชอำนาจในการยับยั้งกฎหมาย จะเห็นได้จากครั้งที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงมติขานร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2517 และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญ นั้น ในมาตรา 107 วรรค 2 บัญญัติว่า ให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงเห็นด้วย แต่ก็ไม่ทรงใช้พระราชอำนาจยับยั้งโดยตรง หากเพียงแต่มีพระราชกระแสท้ายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า ตามตรา 107 วรรค 2 แห่งร่างรัฐธรรมนูญนี้ บัญญัติให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภานั้น ไม่ทรงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะประธานองคมนตรี เป็นผู้ที่พระมหากษัตริย์ทรงเลือก และแต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย ตามความในมาตรา 16 เป็นการขัดกับหลักที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งจะทำให้ประธานองคมนตรีอยู่ในสภาพเสมือนเป็นองค์กรทางการเมือง ในเวลาต่อมาสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามแนวพระราชกระแสที่พระราชทานลงมา คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2518 มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 110 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน มาตรา 107 วรรค 2 ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ส่วนพระราชอำนาจที่เกี่ยวข้องกับอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 มาตรา 175 และมาตรา 183 นอกจากพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีแล้ว ยังให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งได้ ตามคำกราบบังคมทูลพระกรุณาของนายกรัฐมนตรีในกรณีจำเป็นที่ต้องมีการปรับปรุงคณะรัฐมนตรีใหม่ รวมทั้งพระราชอำนาจอื่นๆ เช่น พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา โดยไม่ขัดต่อกฎหมายการตราพระราชกำหนด การประกาศราชสงคราม พระราชอำนาจในการทำหนังสือสนธิสัญญาและสัญญาอื่นๆ ต่อนานาประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ พระราชอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการ ทหาร และข้าราชการพลเรือนระดับสูงอื่นๆ
“การที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์ไม่ได้ก้าวล่วงมาใช้พระราชอำนาจในทางเนื้อหาแต่ประการใด เพราะพระมหากษัตริย์ทรงดำรงเหนือความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวทางการเมือง ไม่มีพระราชดำริในด้านการเมือง และไม่ต้องรับผิดชอบทางด้านการเมือง ดังนั้น พระราชอำนาจตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญจึงเป็นอีกรูปแบบที่ใช้ในการบริหารราชการดังกล่าวจะต้องมีผู้ถวายคำแนะนำก่อนมีพระบรมราชโองการเสมอ ซึ่งผู้ที่รับสนองรับราชโองการต้องเป็นผู้รับผิดชอบทางกฎหมายและทางการเมือง มีข้อสังเกตว่าพระราชอำนาจที่เกี่ยวข้องกับอำนาจบริหารนี้ นอกจากพระราชอำนาจที่ระบุไว้อย่างชัดแจ้งในรัฐธรรมนูญแล้ว พระมหากษัตริย์ยังทรงคงไว้ด้วยอำนาจโดยทั่วไป ตามประเพณีการปกครองในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นประมุขของประเทศ และในรัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติรับรองพระราชอำนาจนี้ไว้ อันได้แก่ พระราชอำนาจที่ทรงจะปรึกษาหารือแก่รัฐบาล พระราชอำนาจในการส่งเสริมนโยบายของรัฐบาล และพระราชอำนาจในการตักเตือนรัฐบาล”
ขณะที่พระราชอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษ เป็นนิติพระราชประเพณีมาตั้งแต่ดั้งเดิมและเป็นอำนาจเฉพาะของพระมหากษัตริย์ที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ซึ่งเป็นอำนาจอิสระและเป็นกลางของพระมหากษัตริย์ เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความผูกพันและพระมหากรุณาของพระมหากษัตริย์ที่มีต่อประชาชน ต่อผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และเป็นทางออกสุดท้ายที่พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับความเป็นธรรม การพระราชทานอภัยโทษนี้ ไม่ได้จำกัดโทษเฉพาะในคดีอาญาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโทษทางวินัยและโทษทางปกครองด้วย เช่นในกรณีที่ทรงพระราชทานอภัยโทษให้กับผู้ที่ยื่นถวายฎีกา การพระราชทานอภัยโทษอาจพระราชทานอภัยโทษโดยไม่มีเงื่อนไข หรือพระราชทานอภัยโทษจากหนักเป็นเบาก็ได้ การพระราชทานอภัยโทษแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคล ที่ทูลเกล้าฯฎีกาถวายพระราชทานอภัยโทษ และการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป ซึ่งมักจะกระทำในโอกาสสำคัญของบ้านเมืองโดยคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ถวายคำแนะนำต่อพระมหากษัตริย์ ในการใช้พระราชอำนาจดังกล่าวพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ส่วนพระราชอำนาจในตุลาการ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 197 มาตรา 200 และมาตรา 201 ให้การพิพากษาคดีของศาลจะต้องดำเนินการด้วยความยุติธรรม ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมาย และตามพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระองค์ได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท พระราชดำรัส พระราชกระแส แนะนำ แก่ผู้พิพากษาตลอดมา ทรงย้ำให้ยึดถือความเป็นธรรมเป็นที่ตั้ง ซึ่งเมื่อครั้งเกิดวิกฤตการณ์เมื่อ พ.ศ.2549 ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารไม่สามารถทำหน้าที่ได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตักเตือนให้ตุลาการ ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยที่เหลืออยู่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ของประคับประคองไว้ เพื่อให้ประเทศสามารถปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้ต่อไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตักเตือนผู้ใช้กฎหมายเสมอว่าต้องใช้กฎหมายเป็นธรรม และได้พระราชทานดำรัสอีกหลายองค์ แก่นักกฎหมายให้ตระหนักถึงความยุติธรรม อันเป็นอุดมคติสูงสุดของกระบวนการยุติธรรม ส่วนกฎหมายเป็นเพียงวิถีทางและเครื่องมือที่จะนำไปสู่ความยุติธรรมเท่านั้น ดังนั้น จึงต้องรักษาความยุติธรรมเป็นสำคัญมากกว่าการรักษาเครื่องมือ ความยุติธรรมต้องมาก่อน และอยู่เหนือกฎหมาย การรักษาความยุติธรรม ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายไปถึงศีลธรรม จรรยา ตลอดจนเหตุและผลของความเป็นจริงด้วย
http://www.manager.c...D=9540000122510
#26
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:06
เพื่อนๆ พี่ๆ ในนี้เค้าก็เตือนกันด้วยความปรารถนาดี ++
น้องครับ..พี่ว่าน้องอย่าทำให้หน่วยงานของน้องลำบากใจเลย
น้องอาจจะคิดว่าดี ถ้าน้องคิดว่าเอาเรื่องแบบนี้ออกมาพูดได้
แต่ในชีวิตจริงมันไม่มีอะไรดีหรอกนะครับ ทั้งกับตัวน้องเอง
หน่วยงานของน้อง และทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ++
ปล. คิดให้ดีๆ นะครับพี่ขอเตือน ++
- rinrin1356 likes this
#27
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:14
quote 'เด็กปากดี'
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
ขออนุญาตเห็นด้วยกับเรื่องนี้นะครับ เพราะถึงแม้นจะไม่ใช่การวิจารณ์โดยตรงแต่อาจจะชี้นำให้ผู้อ่านมองไปอีกแง่มุมหนึ่งได้
ซึ่งการที่ต่างคนต่างตีความจะมีผลให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยนำไปขยายความต่อในทางไม่ดีได้ครับ
ผมว่าหยุดคุยเรื่องนี้ดีกว่าครับ
- wewe and rinrin1356 like this
#28
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:16
คนที่พูดเรื่องเอกสารเรื่องนี้ก็ตัวน้องเองนั่นหล่ะครับ เพื่อนๆ พี่ๆ ในนี้เค้าก็เตือนกันด้วยความปรารถนาดี ++ น้องครับ..พี่ว่าน้องอย่าทำให้หน่วยงานของน้องลำบากใจเลย
น้องอาจจะคิดว่าดี ถ้าน้องคิดว่าเอาเรื่องแบบนี้ออกมาพูดได้ แต่ในชีวิตจริงมันไม่มีอะไรดีหรอกนะครับ ทั้งกับตัวน้องเอง หน่วยงานของน้อง และทุกๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ++
ปล. คิดให้ดีๆ นะครับพี่ขอเตือน ++
ขออนุญาตเรียนถามว่า
1.เอกสารอะไรที่ผมพูดถึง ?
2.ผมพูดถึงมีเนื้อหาอะไร ?
3.เอกสารนั้น อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ข้อใด
ปล.ผมเป็นคนที่ไม่ดื้อ ฟังคำเตือน ที่มาจากเหตุผล เสมอ ครับ ดังนั้นเพื่อความกระจ่าง ขอ ให้อธิบายใน 3 ข้อนี้ เพราะนั่นเท่ากับว่า คุณหมายถึง ผมนำเอาความลับเอกสารทางราชการมาเผยแพร่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดประมวลกฎหมายอาญา ครับ
#29
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:19
เพราะนำแฟ้มนั้นไปส่ง สลน.เองกะมือ
เป็นเอกสารลงนามขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ ในบัญชี 2 ...
ที่ขีดเส้นใต้ หมายความว่าคุณเป็นคนเดินเอกสาร
ถามว่า......คุณมีสิทธิเปิดแฟ้มอ่านใหม
เมื่อเปิดอ่านแล้ว ควรเอามาเผยแพร่ต่อหรือไม่
มีหลักฐานใหม ว่าข้อความในนั้น เป็นอย่างที่คุณอ้าง
ทีนี้ประเด็นของคุณ คือต้องการจะบอกว่าที่ทรงโปรดเกล้าลงมา ไม่ตรงกับที่ถวายขึ้นไป
ถ้าเป็นอย่างนี้ เรื่องไม่เล็กแล้วนะครับ
- เพื่อนร่วมชาติ and rinrin1356 like this
#30
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:22
quote 'เด็กปากดี'
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
ขออนุญาตเห็นด้วยกับเรื่องนี้นะครับ เพราะถึงแม้นจะไม่ใช่การวิจารณ์โดยตรงแต่อาจจะชี้นำให้ผู้อ่านมองไปอีกแง่มุมหนึ่งได้
ซึ่งการที่ต่างคนต่างตีความจะมีผลให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยนำไปขยายความต่อในทางไม่ดีได้ครับ
ผมว่าหยุดคุยเรื่องนี้ดีกว่าครับ
จริงๆผมตั้งกระทู้นี้มาเพื่อขอทำความเข้าใจนะครับ แต่เมื่อ มีสมาชิกเข้ามาแสดงความเห็นไม่ต้องด้วย จริต ก็ต้องชี้แจงกันไป จะทำแบบเข้ามาชกหน้าเขาถึงบ้านแล้วหนีไม่ได้หรอกครับ เรื่องสถาบันนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ไม่บังควรอยู่แล้ว ผู้ปกครองผมพร่ำสอนมาเสมอๆ หากติดตามผมมาตั้งแต่บอร์ดเก่า คงจะทราบผู้ปกครองผมทั้งสองท่าน รับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ทั้งคู่ สิ่งที่ผมซึบซับมา จากท่านทั้งสอง ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งไหนควรพูดสิ่งไหนไม่ควรพูด ในเรื่องสถาบัน สิ่งไหนจะทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ข้อนี้ผมทราบและจำขึ้นใจครับ ดังนั้น อยากให้พิจารณาด้วยเหตุและผล ไม่ใช่พอไม่มีทางไปก็บอก ไม่เอา ไม่พุด พอแล้ว ยุติ เถอะ เพราะถ้าหากบางคนไปตีความคิด ไปตั้งกระทู้ที่ไหนแบบความเข้าใจของตัวเองมันจะเสียหาย และเป็นที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทได้ ครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้
#31
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:30
quote 'เด็กปากดี'
1.กระทู้ที่อ้างถึงข้างต้น "ไม่ได้ " เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย แห่งการพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีและคู่สมรส
------------------------------
ขอถามน้องเด็กปากดีเพื่อประดับความรู้ค่ะตอบ : ใช่ครับ ลำดับเกียรติที่ขอไปสูงกว่า
- เครื่องราชฯที่ยิ่งลักษณ์ได้รับนั้น เป็นชั้นรองกว่าที่ขอไปใช่ไหมคะ
ข้างบนนั้น ในความเห็นของผม
เป็นการวิจารณ์ในพระบรมราชวินิจฉัย
ครับ
ขอความกรุณายุติเถอะครับ
ขออนุญาตเห็นด้วยกับเรื่องนี้นะครับ เพราะถึงแม้นจะไม่ใช่การวิจารณ์โดยตรงแต่อาจจะชี้นำให้ผู้อ่านมองไปอีกแง่มุมหนึ่งได้
ซึ่งการที่ต่างคนต่างตีความจะมีผลให้ผู้ที่ไม่เห็นด้วยนำไปขยายความต่อในทางไม่ดีได้ครับ
ผมว่าหยุดคุยเรื่องนี้ดีกว่าครับ
จริงๆผมตั้งกระทู้นี้มาเพื่อขอทำความเข้าใจนะครับ แต่เมื่อ มีสมาชิกเข้ามาแสดงความเห็นไม่ต้องด้วย จริต ก็ต้องชี้แจงกันไป จะทำแบบเข้ามาชกหน้าเขาถึงบ้านแล้วหนีไม่ได้หรอกครับ เรื่องสถาบันนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ไม่บังควรอยู่แล้ว ผู้ปกครองผมพร่ำสอนมาเสมอๆ หากติดตามผมมาตั้งแต่บอร์ดเก่า คงจะทราบผู้ปกครองผมทั้งสองท่าน รับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ทั้งคู่ สิ่งที่ผมซึบซับมา จากท่านทั้งสอง ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งไหนควรพูดสิ่งไหนไม่ควรพูด ในเรื่องสถาบัน สิ่งไหนจะทำให้ระคายเคืองเบื้องยุคลบาท ข้อนี้ผมทราบและจำขึ้นใจครับ ดังนั้น อยากให้พิจารณาด้วยเหตุและผล ไม่ใช่พอไม่มีทางไปก็บอก ไม่เอา ไม่พุด พอแล้ว ยุติ เถอะ เพราะถ้าหากบางคนไปตีความคิด ไปตั้งกระทู้ที่ไหนแบบความเข้าใจของตัวเองมันจะเสียหาย และเป็นที่ระคายเคืองเบื้องยุคลบาทได้ ครับ ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้
เข้าใจทั้งสองท่านนะครับ แต่เนื่องด้วยเนื้อหาค่อนข้างเยอะและมีรายละเอียดมากเลยอาจทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันได้ครับ ค่อยๆอธิบายกันนะครับ
#32
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:31
คุณ กล่าวหาว่าผม ไปแอบอ่านเอกสารที่ทางราชการนำขึ้นทูลเกล้าฯ พอผมถามว่าเอกสารอะไร คุณมาเบี่ยงประเด็นเรื่อง องคมนตรี อย่าใช้นิสัยแบบนี้ครับ กรุณาเอาให้เคลีย ยังมีคำถาม 4 ข้อที่คุณยัดเยียดให้ผม กรุณาทำให้กระจ่างครับ อย่าใช้นิสัยแบบนี้ เพราะสิ่งที่คุณพูดก็มีผลทางกฎหมายแล้วเช่นกัน
ที่ผมถาม เป็นอย่างนี้
1 การแอบอ่านเอกสารราชการที่ทูนเกล้าถวาย สมควรหรือไม่
2 การนำข้อที่แอบอ่านความนั้นมาเผยแพร่ สมควรหรือไม่
3 นำข้อความนั้นมาใช้ในทางการเมือง สมควรหรือไม่
4 ออกความเห็นเกี่ยวกับเอกสารนั้นไปในทางที่ทำให้เกิดความร้าาวฉาน สมควรหรือไม่
คุณบอกเอง ว่าเป็นคนนำแฟ้มไปส่ง คุณมีสิทธิอ่านเอกสารในแฟ้มหรือไม่
มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการกำหนดชั้นความลับเลย มันเกี่ยวกับแมสเซนเยอร์เปิดเอกสารออกมาอ่าน
แล้วมีใครรับรองได้ว่า คนที่แอบอ่านเอกสารจะพูดความจริง
คุณได้ทำข้อ 1 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังขาไปแล้ว
คุณยังทำข้อ 2 3 4 เพื่อให้พวกเราดูถูกยัยยิ่งลัก ว่าขอของสูงแล้วได้ของต่ำกว่า
แต่ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาใช้ครับ
คุณไม่ควรอัญเชิญสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการทำอย่างนี้เลย
#33
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:32
แต่หากคุณอยากวิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ผมไม่เกี่ยว
#34
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:37
แต่ที่อดแปลกใจนิดหน่อยก็ตอนที่ลงนาม เท่าที่จำได้
เพราะนำแฟ้มนั้นไปส่ง สลน.เองกะมือ
เป็นเอกสารลงนามขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ ในบัญชี 2 ...
ที่ขีดเส้นใต้ หมายความว่าคุณเป็นคนเดินเอกสาร ถามว่า......คุณมีสิทธิเปิดแฟ้มอ่านใหม เมื่อเปิดอ่านแล้ว ควรเอามาเผยแพร่ต่อหรือไม่ มีหลักฐานใหม ว่าข้อความในนั้น เป็นอย่างที่คุณอ้าง ทีนี้ประเด็นของคุณ คือต้องการจะบอกว่าที่ทรงโปรดเกล้าลงมา ไม่ตรงกับที่ถวายขึ้นไป ถ้าเป็นอย่างนี้ เรื่องไม่เล็กแล้วนะครับ
ผมไม่คิดว่าคนที่จะรอบรู้เรื่องกฎหมายตามรัฐธรรมนูญอย่างคุณจะมาแนวนี้
ผมตอบนะครับ " มีสิทธิ์ " ครับ ถามว่า มีสิทธิ์ตรงไหน ก็ตรงที่มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ที่ลงนามว่าเรียบร้อยหรือไม่อย่างไร นี่ข้อแรก
ประการต่อมา เมื่อตรวจแล้ว ควรเอามาเผยแพร่ต่อหรือไม่ ผมอยากให้คุณขึ้นไปดูข้างบนจริงๆ ว่าเอกสารชนิดใด ข้อความ ข่าวสาร ชนิดใดเป็นชั้นความลับ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 การเผยแพร่ ข้อการนำข้อมูล ของเอกสาร " ทั้งนั้นหรือบางส่วนมาเผยแพร่ " ผมเอาข้อมูลอะไรของคุณยิ่งลักษณ์มาเผยแพร่ ครับ ผมบอก บ้านเลขที่ ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน หรือ รายละเอียดอื่นๆ ของคุณยิ่งลักษณ์หรือ ครับ ถ้าเทียบเคียงแบบนี้แล้ว คุณไม่ไปแจ้งจับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ที่นำเอาเอกสารสำเนา " พระราชกฤษฏีกาพระราชทานอภัยโทษ " ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยมา โชว์หรา อ่านออก ทีวี หล่ะครับ เพราะนั้น เป็นเอกสารชั้นความลับ ไม่ใช่หรือ
แสดงว่าคุณจับประเด็นผิด เพราะคุณโยงมั่ว ผมชี้แจงและทำความเข้าใจว่า " การได้รับพระราชทานเครื่องราชฯของคุณยิ่งลักษณ์นั้น ผมเคยพูดมาตั้งแต่ เขาประชุม ครม.วาระแรก ที่คุณยิ่งลักษณ์ลงนามในเอกสารขอพระราชทาน " เพียงเท่านี้ และมีสมาชิกใคร่รู้ถามถึงความรู้เครื่องราชฯ ผมก็อธิบายให้ฟัง และส่วนที่คุณไปทึกกว่า ผมไปบอกว่า คุณยิ่งลักษณ์ ขอชั้นนี้ แล้วได้ชั้นนั้น คือ คุณ มั่ว ครับ ผมได้อธิบายไปแล้ว คณะองคมนตรี กรอง เรื่องก่อนนำความขึ้นกราบบังคมทูลเกล้าฯ เอกสารส่งไปส่งกลับ เพื่อแก้ไขให้ถุกต้องเหมาะ ก่อนที่นำความขึ้นกราบบังคมทูล เพราะฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่าง เรียบร้อยบริบูรณ์ ตั้งแต่อยู่ที่คณะองคมนตรีแล้วครับ มีข้อความใดที่ผมบอกว่า " คุณยิ่งลักษณ์ ขอชั้นนี้แล้วไม่ทรงโปรด ให้ชั้นนั้นมาแทน " บ้างครับ พิเคราะห์ดีๆ อย่างผู้มีปัญญา และกรุณา ตอบเรื่อง ค้างเก่า 4 ข้อผมมาด้วยครับ
#35
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:39
ระเบียบปฏิบัติทั่วๆ ไป เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว มิบังควรนำเรื่องมาวิพากษ์วิจารณ์
แต่หากคุณอยากวิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ ผมไม่เกี่ยว
ก็ไม่ใช่คุณหรือ ที่ไปฉอดๆๆ ในกระทู้ผม ผมจึงมาทำความเข้่าใจกับคุณ ตกลงคุณเข้าใจที่ผมอธิบายไหม
#36
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:39
จบเถอะ
คุณเป็นข้าราชการประเภทไหน ที่มีโปรดเกล้าฯแล้วนำเรื่องมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ
#37
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:44
ขออนุญาตเรียนถามว่า
1.เอกสารอะไรที่ผมพูดถึง ?
2.ผมพูดถึงมีเนื้อหาอะไร ?
3.เอกสารนั้น อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ข้อใด
ปล.ผมเป็นคนที่ไม่ดื้อ ฟังคำเตือน ที่มาจากเหตุผล เสมอ ครับ ดังนั้นเพื่อความกระจ่าง ขอ ให้อธิบายใน 3 ข้อนี้ เพราะนั่นเท่ากับว่า คุณหมายถึง ผมนำเอาความลับเอกสารทางราชการมาเผยแพร่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง มันเป็นความเท็จ และเป็นการกระทำที่ผิดประมวลกฎหมายอาญา ครับ
1) เอกสารที่พูดถึง ผมหมายถึง เอกสารที่คุณกล่าวอ้างในกระทู้
แต่ที่อดแปลกใจนิดหน่อยก็ตอนที่ลงนามเท่าที่จำได้เพราะนำแฟ้มนั้นไปส่ง สลน.เองกะมือ เป็นเอกสารลงนามขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสูงสุด สายสะพายมหาวชิรมงกุฎ ในบัญชี 2 การขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่รัฐมนตรี ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2554
2) เนื้อหาอะไร ที่คุณเด็กปากดีพูดถึง ผมหมายถึงเนื้อหาที่คุณเอามาบอกตามที่ผมโควทมาข้างบน
3) เอกสารนี้อยู่ภายใต้ พรบ ข้อมูลข่าวสารฯ ตามที่คุณ เด็กปากดี ถามมาหรือไม่ ผมไม่ได้เป็นเด็กเดินหนังสือครับ เลยไม่ทราบว่าหนังสือราชการฉบับนั้นผนึกซองหรือไม่ ได้ตีชั้นความลับไว้หรือเปล่า แต่ผมอยากให้คุณคิดมากๆ เรื่องควร หรือ ไม่ควร
ที่ผมเตือน ผมไม่ได้พูดเรื่องกฎหมายแต่ผมพูดเรื่องความเหมาะสม เรื่องของสามัญสำนึก..ว่าอะไรควร ไม่ควร ในการนำเนื้อหารายละเอียดในเอกสารของหน่วยงานของคุณออกมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ และได้มีการนำมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ
แต่ถ้าตัวคุณเองคิดว่าการนำเอกสารออกมาเผยแพร่ในเน็ตเพื่อแสดงตนว่าเป็นคนวงในแบบนี้ เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้ว ควรแล้ว ถูกกาลเทศะ ก็เป็นความเห็นของคุณ ผมก็คงพูดด้วยความปรารถนาดีได้แค่นี้ครับ ++
- PinkDevil likes this
#38
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:46
ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ amplepoor
ในเมื่อสิ่งพูดถึงคือ ความจริงตามเอกสาร
ถ้าไป why , how ต่างหากจึงจะเข้าไปในจุดที่ว่า
สมมติโทนี่แบลร์ขอยศท่านเซอร์ไปยังพระราขินี
ควีนให้แค่ชั้นที่รองลงมา
ท่านจะว่าอย่างไรหล่ะ
ผมก็ไม่ว่าไง เพราะถ้าว่าไงก็คือการวิจารณ์
ปัญหาคือ คุณ amplepoor ไปคิดต่อเอาเองจนเลยไปเอง
อ่านใหม่อ่านช้าๆ ถ้าจะยกมา ต้องยกแบบนี้ครับ
"ยศนายพลที่โทนี่แบร์ขอไป นี่ต่ำกว่าหรือสูงกว่ายศที่ได้" คุณเด็กปากดีก็ตอบว่า "ยศที่ได้ต่ำกว่านายพล"
ถ้าผมถามต่อว่า อ้าว ทำไมหละ อ้าวไมไม่ได้ละ นี่สิคืิอวิจารณ์
อ่านใหม่สักหลายๆรอบ แล้วจับใจความว่าเขาถามอะไร เขาตอบอะไร
- asawinee likes this
#39
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:47
#40
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:48
คุณเด็กปากดีมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ซึ่งมีทั้งเอกสารที่เป็นความลับและไม่ลับ แล้วเอกสารที่ขอเครื่องราชฯนั้น ไม่เป็นความลับใช่มั้ยครับ
เพราะคุณเอามาเล่าได้ว่ายิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯอะไรไป ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรให้กังวลนะครับ
หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.
#41
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:49
#42
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:51
คุณ กล่าวหาว่าผม ไปแอบอ่านเอกสารที่ทางราชการนำขึ้นทูลเกล้าฯ พอผมถามว่าเอกสารอะไร คุณมาเบี่ยงประเด็นเรื่อง องคมนตรี อย่าใช้นิสัยแบบนี้ครับ กรุณาเอาให้เคลีย ยังมีคำถาม 4 ข้อที่คุณยัดเยียดให้ผม กรุณาทำให้กระจ่างครับ อย่าใช้นิสัยแบบนี้ เพราะสิ่งที่คุณพูดก็มีผลทางกฎหมายแล้วเช่นกัน
ที่ผมถาม เป็นอย่างนี้
1 การแอบอ่านเอกสารราชการที่ทูนเกล้าถวาย สมควรหรือไม่
2 การนำข้อที่แอบอ่านความนั้นมาเผยแพร่ สมควรหรือไม่
3 นำข้อความนั้นมาใช้ในทางการเมือง สมควรหรือไม่
4 ออกความเห็นเกี่ยวกับเอกสารนั้นไปในทางที่ทำให้เกิดความร้าาวฉาน สมควรหรือไม่
คุณบอกเอง ว่าเป็นคนนำแฟ้มไปส่ง คุณมีสิทธิอ่านเอกสารในแฟ้มหรือไม่ มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการกำหนดชั้นความลับเลย มันเกี่ยวกับแมสเซนเยอร์เปิดเอกสารออกมาอ่าน
แล้วมีใครรับรองได้ว่า คนที่แอบอ่านเอกสารจะพูดความจริง คุณได้ทำข้อ 1 ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังขาไปแล้ว คุณยังทำข้อ 2 3 4 เพื่อให้พวกเราดูถูกยัยยิ่งลัก ว่าขอของสูงแล้วได้ของต่ำกว่า แต่ทำไมต้องเอาเรื่องนี้มาใช้ครับ คุณไม่ควรอัญเชิญสถาบันมาเป็นเครื่องมือในการทำอย่างนี้เลย
มาอีกคนแล้ว เรื่องสิทธิในการตรวจสอบแฟ้มหลังจากลงนามแล้ว ตอบไปแล้วครับว่า " มี " หากนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ลงนามในเอกสารไหน ไม่เปิดขึ้นมาดูแล้วส่งไปอย่างนั้น หากเป็นเอกสารเร่งด่วนใครรับผิดชอบครับ
ต่อมา เรื่องความจริงรับรองได้หรือไม่ ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นผลอีกหรือครับ ผมบอกไปตั้งแต่กระทู้บอร์ดเก่าแล้วว่า ในพระราชพิธีวันเฉลิมฯนี้คุณยิ่งลักษณ์ จะได้รับพระราชทานเครื่องราชฯอย่างแน่นอน จริงหรือไม่จริงครับ อย่าทึกทักว่า คนอื่นจะพุดไม่จริงอย่างที่คุณเจอมาซิครับ
ต่อมา เรื่องที่ทำให้คุณไปดูถูกคุณยิ่งลักษณ์ ผมว่า ผมไม่ได้มีลักษณะหรือข้อความใดยุแหย่ ให้คุณดูถูกคุณยิ่งลักษณ์ เพียง บอกไปตามระเบียบอย่างที่ยกมาให้ดู ว่าคุณยิ่งลักษณ์แกขอไปตามระเบียบ แต่ส่วนขั้นตอนการกลั่นกรองพิจารณาผมไม่ได้พุดถึงว่าทำผม ท้ายที่สุดคุณยิ่งลักษณ์ได้มาแบบนี้ นั่นเป็นจินตนาการที่คุณแต่งแต้มขึ้นเองทั้งเพ
ท้ายที่สุด " จำไว้นะครับ ผมไม่เคยนำเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง " ดูประวัติ พฤติกรรมที่ผ่านมา และสอบถามสมาชิกตลอดจนแอดมินผู้ดูแลที่นี่ได้เลยครับ
#43
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:51
พวกชอบถามสั้นๆ แต่กล่าวหาคนอื่น ถือเป็นบาป
#44
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:52
อย่างน้อยก็มีโปรดเกล้าฯแล้ว
หยุดเถอะครับ
#45
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:53
เรื่องมิบังควรครับ
จบเถอะ
คุณเป็นข้าราชการประเภทไหน ที่มีโปรดเกล้าฯแล้วนำเรื่องมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ
คุณไปเอามาจากไหนว่าผมเป็น " ข้าราชการ " แล้วเรื่องมิบังควร ที่ว่า นี่คือเรื่องอะไร ในเมื่อคุณเป็นคนเปิดประเด็นในกระทู้ผม ผมแค่ถามว่า คุณเข้าใจที่ผมอธิบายหรือยัง ถ้าตอบว่าเข้าใจ ก็จบ ถ้าไม่เข้าใจก็มาต่อว่าตรงไหน ผมไม่ชอบให้ค้างๆคาๆ
#46
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:54
ครั้งที่แล้วหน้าแตกกันไปทีแล้ว น่าจะหยุดได้แล้วครับ
อย่างน้อยก็มีโปรดเกล้าฯแล้ว
หยุดเถอะครับ
ผมว่าลองดูตัวคุณเองก่อนไหมครับ หรือจะให้ผม ลำดับเรื่องราวมาให้เป็นฉากๆ แค่คุณมาทึกทักเอาว่า ผมเป็น " ข้าราชการ " คุณก็ " มั่ว " เสียแล้ว
#47
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:57
อยากถามว่าคุณต้องการอะไร?
ขอสำเนาหน่อยได้มั๊ย จะได้น่าเชื่อถือขึ้นไปอีก
#48
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:57
ขอถามเพื่อความเข้าใจหน่อยนะครับ
คุณเด็กปากดีมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ซึ่งมีทั้งเอกสารที่เป็นความลับและไม่ลับ แล้วเอกสารที่ขอเครื่องราชฯนั้น ไม่เป็นความลับใช่มั้ยครับ
เพราะคุณเอามาเล่าได้ว่ายิ่งลักษณ์ขอเครื่องราชฯอะไรไป ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรให้กังวลนะครับ
เอกสารชั้นความลับจะมีข้าราชการที่ได้รับหน้าที่นี้ตรวจสอบดูแลครับ ,ส่วนเอกสารทั่วไปไม่ได้เป็นชั้นความลับ ก็จะมีคณะทำงานดูแล ซึ่งผมก็อยู่ส่วนนั้น และขอเรียนย้ำว่า " เอกสารลงนามของพระราชทานเครื่องราชฯ " ไม่ได้เป็นเอกสารในชั้นความลับ ตาม พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หากใครมีหลักฐานว่า เอกสาร " ลงนามขอพระราชทานเครื่องราชฯ " เป็นเอกสารชั้นความลับ ผมยินดีรับผิดชอบ ครับ
#49
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:58
ไม่ใช่ข้าราชการแล้วไปนำความมิบังควรมาบอกกล่าว ยิ่งไม่น่าเชื่อถือ
อยากถามว่าคุณต้องการอะไร?
อะไรคือ " ความมิบังควร " แล้วผมไปบังคับใครให้เชื่อถือ
#50
ตอบ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:00
เราจะรู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่เล่าความเท็จ
ตอนนี้นายกรัฐมนตรีได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยังไม่จริงอีกหรือ ผมบอกไปตั้งแต่ ส.ค.แล้ว ว่า นายกได้แน่ วันเฉลิมฯ
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน




กระทู้ถูกใส่กุญแจ





