Jump to content


Photo
- - - - -

พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๑ นิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง


  • Please log in to reply
11 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:54

พระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดง

_______________


แสนรักสุดรักภิรมย์สมร

ทุกอนงค์ทรงลักษณ์อันสุนทร
สถาวรพูนสวาทสวัสดี

ประกอบศักดิ์สมบูรณ์จำรูญเนตร
อัคเรศงอนงามจำเริญศรี

แสนกระสันปั่นป่วนฤดีทวี
มีมโนเสน่ห์น้อมถนอมนวล

อันราคีมิให้เคืองระคางข้อง
ปองประคองนิ่มเนื้อนวลสงวน

หวังสวาทมิรู้ขาดอารมณ์ครวญ
เป็นที่ชวนชูชื่นทุกอิริยา

เกษมสุขภิรมย์สมสมาน
เคยสำราญมิได้แรมนิราศา

ไม่นิราศขาดชมสักเวลา
บำเรอล้อมพร้อมหน้าไม่ราวัน

นิจาเอ๋ยโอ้กรรมจึงจำไกล
มาซ้ำให้ทุเรศร้างมไหศวรรย์

ก็เพราะมีอธิราชไภยัน
เข้าหักหั่นด่านแดนบุรีรมย์

จึงต้องกรูกรีธาพลากร
มาจำจรจากสุขเกษมสม

สารพัดสิ่งสวัสดิ์ที่เคยชม
ก็นิยมให้วิโยคด้วยจำเป็น

เมื่อวันออกนาเวศทุเรศสถาน
แสนสงสารสุดอาลัยใครจะเห็น

พี่เคยทัศนาเจ้าทุกเช้าเย็น
เพราะเกิดเข็ญจึงต้องละสละมา

ครั้นถึงด่านดาลเทวษทวีถึง
คะนึงในให้หวนละห้อยหา

ถึงนางนองเหมือนพี่นองชลนา
ยิ่งอาทวาอาวรณ์สะท้อนใจ

ครั้นถึงโขลนทวาร[1] ยิ่งลานแล
ให้หวาดแหวอารมณ์ดังจะล้มไข้

จนลุล่องคลองชลามหาชัย
ย่านไกลสุดสายนัยน์ตาแล

เหมือนอกเราที่นิรามาทุเรศ
เหลือสังเกตมุ่งหามาห่างแห

ระกำเดียวเปลี่ยวดิ้นฤดีแด
จนล่วงกระแสสาครบุรีไป

ลุสถานบ้านบ่อนาขวาง
ให้อางขนางร้อนรนกระมลไหม้

ถึงย่านซื่อเหมือนพี่ซื่อสังวรใจ
มิได้มีลำเอียงเที่ยงธรรม์

เมื่อถึงสามสิบสามคดแล้ว
แคล้วแคล้วเหมือนจะกลับมารับขวัญ

คล้ายคล้ายอัสดงพระสุริยัน
ก็บรรลุถึงคลองสุนัขใน

พอชลาถอยถดลงลดฝั่ง
เรือดั่งเคืองเขินไม่เดินได้

พลพายรายกันลงเข็นไป
เหมือนเข็ญใจเคืองจิตที่จากมา

ครั้นเพลาสุริยาอรุณเรือง
แสงประเทืองเบื้องบูรพ์ทิศา

พอตกลึกแล้วให้ล่องนาวาคลา
ประทับท่าเมืองสมุทรบุรีรมย์

อันฝูงชนชาวบ้านย่านนั้น
ผิวพรรณไม่รื่นรวยสวยสม

ไม่เป็นที่ชวนชื่นอารมณ์ชม
ยิ่งเกรียบตรมสุดแสนระกำใจ

ให้ปั่นป่วนหวนสวาทประหวัดหา
จะดูใครไม่พาใจชื่นได้

จึงให้ออกนาวาคลาไคล
รีบไปตามสายชลธี

อันเรือหลังดั้งกันสิ้นทั้งหลาย
ก็พายแซงแข่งขึ้นไปอึงมี่

โห่สนั่นครั่นครื้นทั้งนาวี
มีแต่ความเกษมสุขไปทุกคน

เสียงเส้าเร้าเร่งพลพาย
เหมือนรักหมายสายสวาททุกขุมขน

ให้อักอ่วนป่วนจิตจลาจล
ถึงตำบลบางกุ้งเป็นคุ้งเลี้ยว

ยิ่งลับไม้ไกลเนตรทุเรศสถาน
ให้แดดาลหวั่นหวั่นกระสันเสียว

ดังเอกามาแต่นาวาเดียว
เปลี่ยวสวาทนิราศไร้ภิรมย์ชม

มาถึงย่านนกแขวกแสกส่งเสียง
ฟังสำเนียงถอนใจเพียงใจล่ม

เคยยินเสียงประโคมขานสำราญรมย์
โอ้ครั้งนี้มาระงมแต่เสียงนก

แสนทุเรศเวทนานิจาเอ๋ย
นี่ใครเลยจะเล็งเห็นในอก

ได้ระกำช้ำใจมาหลายยก
หวังจะป้องปิดปกให้พ้นภัย

มิให้หมู่พาลาอาธรรม์
มาย่ำยีเขตขัณฑ์บุรีได้

จึงสู้สละรักหักใจ
มาทนเทวษอยู่ไกลเอกา

ถึงบำหรุเหมือนพี่บำราศรัก
ให้อักอ่วนครวญใคร่อาลัยหา

ครั้นลุราชบุรีภิรมยา
ที่อาทวาหักอารมณ์ค่อยสมประดี

จึงรีบรัดจัดหมู่โยธา
ให้อยู่รักษาบุรีศรี

ครั้นอรุณเรืองแรงแสงรวี
ก็จรลีนาเวศทุเรศจร

ด่วนเดินทางโดยทางชลมารค
แสนลำบากด้วยร้างแรมสมร

กระหายหิวหวิวใจให้อาวรณ์
แต่ข้อนข้อนขุ่นเข็ญเป็นนิรันดร์

ถึงท่าราบเหมือนพี่ทาบทรวงถวิล
ยิ่งโดยดิ้นโหยหวนครวญกระสัน

ด้วยได้ทุกข์ฉุกใจมาหลายวัน
จนบรรลุเจ็ดเสมียนตำบลมา

ลำลำจะใคร่เรียกเสมียนหมาย
มารายทุกข์ที่ทุกข์คะนึงหา

จึงรีบเร่งนาเวศครรไลคลา
พอทิวากรเยื้องจะสายัณห์

ก็ลุถึงวังศาลาท่าลาด
ชายหาดทรายแดงดังแกล้งสรร

จึงประทับแรมรั้งยังที่นั้น
พอพักพวกพลขันธ์ให้สำราญ

พรั่งพร้อมล้อมวงเป็นหมู่หมวด
ชาวมหาดตำรวจแลทวยหาญ

เฝ้าแหนแน่นนันต์กราบกราน
นุ่งห่มสะคราญจำเริญตา

ต่างว่าจะเข้าโหมหักศึก
ห้าวฮึกขอขันอาสา

ไม่คิดกายขอถวายชีวา
พร้อมหน้าถ้วนทั่วทุกตัวไป

แต่ตริการที่จะผลาญอรินทร์ราช
จนโอภาสแสงจันทร์จำรัสไข

ให้ขุกคิดอาวรณ์สะท้อนใจ
ถึงอนงค์นางในไม่รู้วาย

ด้วยเคยทอดทัศนาไม่รารัก
ภิรมย์พักตร์ร้องรำบำเรอถวาย

บ้างเฝ้าแหนหมอบเมียงเรียงราย
กรกรายโบกพัชนีพาน

ยิ่งเร่าร้อนทอนทอดฤทัยทุกข์
เมื่อเคยสุขฤๅมาเสื่อมทุกสิ่งสมาน

จนลืมหลงที่ดำรงดำริการ
แต่เดือดดาลอารมณ์ไม่สมประดี

จนเพลาสิบทุ่มยิ่งรุ่มร้อน
ให้ยกพลนิกรออกจากที่

กระบวนทัพซับซ้อนมามากมี
โห่มีสะเทือนก้องท้องวาริน

ถึงม่วงชุมเหมือนเคยประชุมเฝ้า
ยิ่งร้อนเร่ารื้อกำหนัดประหวัดถวิล

ยามเสวยเคยเห็นเป็นอาจิณ
แดดิ้นถึงเนื้อวิมลมาลย์

แสนเทวษเสื่อมสิ้นสิ่งสวาท
ด้วยนิราศแรมร้างห่างสถาน

ถึงยามชื่นมิได้ชื่นสำราญบาน
แต่นี้นานสวาทเว้นไม่เห็นใคร

ถึงปากแพรกซึ่งเป็นที่ประชุมพล
พร้อมพหลพลนิกรน้อยใหญ่

ค่ายคูเขื่อนขันธ์ทั้งนั้นไซร้
สารพัดแต่งไว้ทุกประการ

จึงรีบรัดจัดโดยกระบวนทัพ
สรรพด้วยพยุหะทวยหาญ

ทุกหมู่หมวดตรวจกันไว้พร้อมการ
ครั้นได้ศุภวารเวลา

ให้ยกขึ้นตามทางไทรโยคสถาน
ทั้งบกเรือล้วนทหารอาสา

จะสังหารอริราชพาลา
อันสถิตอยู่ยังท่าดินแดง

ครั้นเดือนสามวันแรมเก้าค่ำ
ย่ำรุ่งสี่บาทอรุณแสง

จึงให้ยกพหลรณแรง
ล้วนกำแหงหาญ***มสงครามครัน

ไปโดยพยุหบาตรรัถยา
พลนาวาตามไปเป็นหลั่นหลั่น

สะพรึบพร้อมหน้าหลังดั้งกัน
โห่สนั่นสะเทือนท้องนทีธาร

รีบเร่งพลพายให้เร่งพาย
ฝืนสายชลเชี่ยวฉ่าฉาน

ถึงตำแหน่งแก่งหลวงศิลาดาล
ชลธารไหลเชี่ยวเป็นเกลียวมา

แต่จำเพาะเตราะตรอกซอกทาง
แก่งเกาะขัดขวางอยู่หนักหนา

แสนลำบากยากใจที่ไคลคลา
ใครจะเห็นเวทนาบรรดามี

สองวันบรรลุถึงวังยาง
คะนึงวังอ้างว้างเกษมศรี

เคยเป็นสุขทุกทิวาราตรี
โอ้ครานี้มีกรรมมาจำไกล

ถึงบางลานยิ่งดาลทรวงสมร
ให้ขุ่นข้อนอารมณ์หม่นไหม้

จึงเร่งรีบนาวาคลาไคล
มาถึงไศลชลธีศีขริน

สูงส่งตรงโตรกโดดเดี่ยว
อยู่ริมสายชลเชี่ยวกระแสสินธุ์

พรายแพร้วดังแก้วแกมนิล
ปักษินบินร้องร้องระงมไพร

บ้างจับไม้รายเรียงบนเชิงเขา
บ้างง่วงเหงาหาคู่พิสมัย

นกเอ๋ยยังรู้มีอาลัย
อกเราฤๅจะไม่เวทนา

ครั้นบรรลุถึงศาลเทพารักษ์
อันพิทักษ์ปากน้ำประจำท่า

มีแต่ศาลสันโดษอยู่เอกา
คิดมาเหมือนอกพี่ที่จากจร

เห็นอารักษ์แล้วคิดสังเวชจิต
มาไร้มิตรเหมือนพี่ร้างแรมสมร

สารพัดจะวิบัติอนาทร
แต่ร้อนแรมตามทางทุเรศมา

ครั้นมาถึงวังนางตะเคียน
พิศเพี้ยนมิ่งไม้ใบหนา

ตั้งเคียงเรียงราบริมชลา
สาขารื่นร่มสำราญใจ

ต้นไม้เปลาเปลาอยู่สล้าง
เหมือนไม้กระถางวางเรียงงามไสว

ชมพลางพลางรีบนาวาไป
บรรลุล่วงมาได้หลายตำบล

มาทางพลางแสนคะนึงหา
นัยนาแลลับไพรสณฑ์

ยิ่งแดดาลร่านร้อนทุรนทน
จนลุดลเขาท้องไอยรารมย์

เป็นช่องชั้นเชิงผาศิลาลาด
รุกขชาติรื่นรวยสวยสม

ไพจิตรพิศพรรณอยู่น่าชม
ลมพัดพากลิ่นสุมาลย์มา

มีท่อธารน้ำพุดุดั้น
ตลอดลั่นไหลลงแต่ยอดผา

เป็นโปลงปล่องช่องชั้นบรรพตา
เซ็นซ่าดังสายสุหร่ายริน

บ้างเป็นท่อแถวทางหว่างบรรพต
เลี้ยวลดไหลมามิรู้สิ้น

น้ำใสไหลซอกศิขริน
แสนถวิลถึงสวาทไม่คลาดคลา

เกษมสุขสรงสนานสำราญเริง
บันเทิงจิตพิศวงหรรษา

ชะลอได้ก็จะใคร่ชะลอมา
ให้เป็นที่ผาสุกทุกนางใน

คิดเคยเมื่อเคยสรงสนาน
สุธาธารทิพรสสดใส

อันหอมหวนอวลอบสุมาลัย
มาร้างไร้สุคนธกำจร

เจ้าเคยถวายภูษาสุธาสรง
อันบรรจงทิพรสเกษร

เคยไพบูลย์ด้วยดรุณนิกร
ทีนี้มาจำจรอยู่เอกา

ชมเขาลำเนาพนาวาส
แสนสวาทไม่วายถวิลหา

ถึงไทรโยคปลายแดนนัครา
มิให้หยุดโยธาเร่งคลาไคล

แต่เห็นทางท่าชลานั้น
เป็นเกาะแก่งขัดขั้นล้วนเนินไศล

ยากที่นาวีจะหลีกไป
จึงสั่งให้รอรั้งยั้งนาวา

เร่งรีบคชสารอัสดร
บทจรตามแถวแนวพฤษา

ชมพรรณมิ่งไม้นานา
บ้างทรงผลปนผกาเขียวขจี

ลางต้นสาขาดูน่าชม
รื่นร่มมิดแสงพระสุริย์ศรี[2]

สดับเสียงปักษาสุวาที
ลิงค่างบ่างชะนีวิเวกดง

เสนาะเสียงจักจั่นสนั่นไพร
แม่ม่ายลองไนในป่าระหง

เรไรร้องหริ่งหริ่งอยู่ริมพง
ส่งเสียงดังสำเนียงอนงค์นวล

คิดคล้ายละม้ายเหมือนดนตรี
จำเรียงรี่เรื่อยโรยโหยหวน

ยิ่งซับซาบอาบชื่นอารมณ์ชวน
กำสรวลว้าเหว่ทุเรโรย

ฟังแต่เสียงสำเนียงนกวิหคร้อง
วิเวกก้องเกริ่นไพรฤทัยโหย

รุกขชาติแกว่งกวัดสะบัดโบย
ลมโชยคันธรสจรุงใจ

ตะวันรอนอ่อนแสงจะอัสดง
เหล่าจัตุรงค์เตรียมกายทั้งนายไพร่

แรมรอนนอนแนวพนาลัย
เขตไศลป่าระหงดงดอน

นอนเดียวเปลี่ยวเทวษทวีทุกข์
ไม่มีสุขเร่าร้อนสะท้อนถอน

แสงจันทร์ส่องสว่างกลางอัมพร
ยิ่งอาวรณ์หวังสวาทไม่ขาดคิด

วายุพัดพานดวงศศิธร
เขจรจรบังเมฆมิดสนิท

พิรุณโรยโปรยปรายใบไม้ชิด
สะท้านจิตเจียนจักเป็นไข้ใจ

เย็นฉ่ำน้ำฟ้าละอองฝน
มาทนเทวษครั้งนี้จะมีไหน

ถึงทั้งหลายหนาวกายได้ผิงไฟ
ไม่เหมือนพี่หนาวใจที่ในทรวง

เห็นดาวดึกนึกหวนรัญจวนหา
ในอุราเพียงทับด้วยเขาหลวง

อันหาบหามที่เขาตามมาทั้งปวง
ไม่หนักทรวงเหมือนพี่หนักอาลัยไกล

เขาหนักหาบถึงที่ก็ได้พัก
พี่หนักรักนี้ไม่ปลงเอาลงได้

มีแต่คอนข้อนทุกข์ทุกวันไป
จะเห็นใจฤๅที่ใจการุญกัน

แต่นอนนิ่งกลิ้งกลับไม่หลับสนิท
ยิ่งคิดคิดก็ยิ่งโทมนัสสันต์

จนอรุณเรืองศรีรวีวรรณ
จึงให้ยกพลขันธ์ยาตรา

ออกจากเนินผาศิลาพนัส
เร่งรัดทวยหาญทั้งซ้ายขวา

ไปตามแนวแถวในพนาวา
พอสุริยาสายัณห์ลงรอนรอน

ก็ถึงด่านท่าขนุนโดยหมาย
ให้ตั้งค่ายตามเชิงศิขร

แล้วรีบเร่งพหลพลนิกร
ทั้งลาวมอญเขมรไทยเข้าโจมตี

ทัพพม่าอยู่ยังท่าดินแดง
แต่งค่ายรายไว้เป็นถ้วนถี่

ทั้งเสบียงอาหารสารพันมี
ดังสร้างสรรค์ธานีทุกประการ

มีทั้งพ่อค้ามาขาย
ร้านรายกระท่อมพลทุกสถาน

ด้านหลังท่าทางวางตะพาน
ตามละหานห้วยน้ำทุกตำบล

ร้อยเส้นมีฉางระหว่างค่าย
ถ่ายเสบียงมาไว้ทุกแห่งหน

แล้วแต่งกองร้อยอยู่คอยคน
จนตำบลสามสบครบครัน

อันค่ายคูประตูหอรบ
ตบแต่งสารพัดเป็นที่มั่น

ทั้งขวากหนามเขื่อนคูป้องกัน
เป็นชั้นชั้นอันดับมากมาย

ให้ทหารเข้าหักโหมโรมรัน
สามวันพวกพม่าก็พังพ่าย

แตกยับกระจัดพลัดพราย
ทั้งค่ายคอยน้อยใหญ่ไม่ต่อดี

ให้ติดตามไปจนแม่กษัตร
เหล่าพม่ารีบรัดลัดหนี

บ้างก็ตายก่ายกองในปัถพี
ด้วยเดชะบารมีที่ทำมา

ตั้งใจจะอุปถัมภก
ยอยกพระพุทธศาสนา

จะป้องกันขอบขัณฑสีมา
รักษาประชาชนแลมนตรี

จะบำรุงทั้งฝูงสุรางค์รัก
ให้อัคเรศเป็นสุขเจริญศรี

ครั้นเสร็จการผลาญราชไพรี
ก็ให้กรีธาทัพกลับมา

ทั้งทิวาราตรีไม่หยุดหย่อน
ด้วยอาวรณ์ทนเทวษถวิลหา

แสนคะนึงถึงสวาทไม่คลาดคลา
แต่พร่ำปรารภนั้นเป็นอาจิณ

จิตเจ็บจะขาดด้วยนิราศรส
จะอดไว้ก็สุดอาลัยถวิล

อันบำราบรบราชไพริน
ถึงจะไร้ศรศิลป์ที่ชิงไชย

ก็พอจะพยายามตามตี
ให้ชนะไพรีจงได้

จะสู้สงครามรักนี้หนักใจ
ด้วยไร้ศรรสสวาทจะราวี

อันแสนศึกทั้งหลายก็พ่ายแพ้
ยากแต่จะรบรักให้หน่ายหนี

ที่ลำบากแต่หลังในครั้งนี้
สุดที่จะปรับทุกข์กับผู้ใด

อันฝูงสุรางค์นางทั้งหลาย
ยังค่อยอยู่สุขสบายฤๅไฉน

ฤๅในจิตคิดอ่านประการใด
อย่าอำไว้จงแจ้งแต่จริง เอย
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#2 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:04

ที่ผมนำนิราศท่าดินแดงมาโพสเพราะ
1. เห็นการใช้ภาษาไทยของพวกเสื้อแดงแล้วกลุ้มใจ อยากให้มันอ่านเยอะๆเพื่อพัฒนาสมอง

2. อยากให้เห็นความยากลำบากในการกอบกู้ประเทศไทย จากศัตรูต่างชาติ
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#3 คนสับปะหลี้

คนสับปะหลี้

    สูงสุดแดนสยาม

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,262 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:20

ใช่ ผมว่าอ่านกระทู้ของเสื้อแดงแล้วปวดหัว เพราะภาษาไทยเพี้ยน เขียนเหมือนไม่ใช่คนไทย เหมือนกับภาษาเขมรอะไรอย่างนั้นเลย

"ดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ" - หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

"คนเราสามารถเปลี่ยนต้นไม้ประหลาด ให้เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เปลี่ยนคนผิดให้เป็นพระเจ้า เปลี่ยนสีขาวให้เป็นสีดำ เพียงเพราะความเชื่อของตัวเองเพียงเท่านั้น"


#4 eAT

eAT

    ผมเป็นเสื้อแดงฮับ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,589 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:34

เกิน 3 บรรทัด ไม่อ่าน :angry:

#5 Gop

Gop

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,450 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:50

ขอบ่นหน่อยครับ

ผมแปลกใจมาก ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ และ ศึกท่าดินแดง เลย ทั้งที่ทั้งสองศึกนี้เป็นศึกใหญ่มาก ชนิดที่ชี้เป็นชี้ตายประเทศไทยเลยทีเดียว แต่เวลาเรียน เหมือนเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ และทำให้เราไม่ค่อยพูดถึงวีรบุรุษของไทยอีกท่านเท่าที่ควร คือพระเจ้าอยู่หัววังหน้า พระอนุชาของในหลวงรัชกาลที่ ๑ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ท่านนี่แหละ ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ ปราบอริราชศัตรูไปทั่วสารทิศ และทำให้เรามีประเทศไทยทุกวันนี้

หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.

 


#6 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 23:55

ขอบ่นหน่อยครับ

ผมแปลกใจมาก ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ และ ศึกท่าดินแดง เลย ทั้งที่ทั้งสองศึกนี้เป็นศึกใหญ่มาก ชนิดที่ชี้เป็นชี้ตายประเทศไทยเลยทีเดียว แต่เวลาเรียน เหมือนเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ และทำให้เราไม่ค่อยพูดถึงวีรบุรุษของไทยอีกท่านเท่าที่ควร คือพระเจ้าอยู่หัววังหน้า พระอนุชาของในหลวงรัชกาลที่ ๑ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ท่านนี่แหละ ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ ปราบอริราชศัตรูไปทั่วสารทิศ และทำให้เรามีประเทศไทยทุกวันนี้


เพราะเราเรียนประวัติศาสตร์ไทยน้อยเกินไปหรือเปล่าครับ ทำให้คนไทยรักชาติกันน้อยขนาดนี้?
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#7 ลูกชาวสวน

ลูกชาวสวน

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 349 posts

ตอบ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:02

ขอบ่นหน่อยครับ

ผมแปลกใจมาก ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ และ ศึกท่าดินแดง เลย ทั้งที่ทั้งสองศึกนี้เป็นศึกใหญ่มาก ชนิดที่ชี้เป็นชี้ตายประเทศไทยเลยทีเดียว แต่เวลาเรียน เหมือนเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ และทำให้เราไม่ค่อยพูดถึงวีรบุรุษของไทยอีกท่านเท่าที่ควร คือพระเจ้าอยู่หัววังหน้า พระอนุชาของในหลวงรัชกาลที่ ๑ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ท่านนี่แหละ ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ ปราบอริราชศัตรูไปทั่วสารทิศ และทำให้เรามีประเทศไทยทุกวันนี้


ผมยังไม่เคยได้ยินชื่อเลยครับพระเจ้าอยู่หัววังหน้า เพิ่งจะเคยได้ยินที่นี่ครั้งแรก ในชีวิต

เดี๋ยวจะลองหาข้อมูลดูนะครับ .... น่าสนใจ จริงๆประวัติศาสตร์เนี่ย :)
" อันความคิดวิทยาดังอาวุธ ประเสริฐสุดซ่อนใส่เสียในฝัก สงวนคมสมนึกใครฮึกฮัก จึงค่อยชักเชือดฟันให้บรรลัย "

#8 Yasuhiro

Yasuhiro

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,745 posts

ตอบ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:05

สมัยผมเรียน ถามเป็นพศ ให้ท่องจำอยู่เลย ทั้งๆที่ควรจะตั้งคำถามในเชิงวิเคราะห์มากกว่าว่าปัจจัยใดที่ทำให้กองทัพไทยเราได้รับชัยชนะจากกองทัพที่พม่าขนมาทั้งหมดเพื่อที่จะขยี้ไทยให้ราบคาบ

"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down


#9 Gop

Gop

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,450 posts

ตอบ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:33

สมัยผมเรียน ถามเป็นพศ ให้ท่องจำอยู่เลย ทั้งๆที่ควรจะตั้งคำถามในเชิงวิเคราะห์มากกว่าว่าปัจจัยใดที่ทำให้กองทัพไทยเราได้รับชัยชนะจากกองทัพที่พม่าขนมาทั้งหมดเพื่อที่จะขยี้ไทยให้ราบคาบ


ต้องอ่านพวกเว็บที่วิเคราะห์แบบทหารครับ ผมอ่านแล้วชอบจินตนาการตาม ผมว่าศึก ๙ ทัพนี่สุดยอดเลย น่าเอามาสอนให้ละเอียด อวดลูกหลานให้เห็นว่า บรรพชนเรานั้นเก่งแค่ไหน คิดดูนะครับ ตอนในหลวงรัชกาลที่ ๑ ทราบข่าวว่าทัพมาทุกทางนั้น มันหนักหนาแค่ไหน ตั้งแต่เชียงรายยันสงขลา พม่ามันเข้ามาทุกทาง แค่ทัพหลักทัพเดียวที่เข้ามากาญจนบุรี ใหญ่พอๆกับทัพที่มาตีกรุงศรีฯครั้งที่สองแล้ว ใครอยากรู้ว่า กองทัพไทยชนะได้อย่างไร ก็ลองหาอ่านดูครับ(ขออภัย ผมทำ link หายไปแล้วครับ) ผมอ่านแล้วรู้สึกสำนึกบุณคุณขึ้นมาทันที เรามีวันนี้ได้ก็เพราะบุรพกษัตริย์แท้ๆ

หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.

 


#10 Gop

Gop

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,450 posts

ตอบ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:38

ขอบ่นหน่อยครับ ผมแปลกใจมาก ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ และ ศึกท่าดินแดง เลย ทั้งที่ทั้งสองศึกนี้เป็นศึกใหญ่มาก ชนิดที่ชี้เป็นชี้ตายประเทศไทยเลยทีเดียว แต่เวลาเรียน เหมือนเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ และทำให้เราไม่ค่อยพูดถึงวีรบุรุษของไทยอีกท่านเท่าที่ควร คือพระเจ้าอยู่หัววังหน้า พระอนุชาของในหลวงรัชกาลที่ ๑ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ท่านนี่แหละ ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ ปราบอริราชศัตรูไปทั่วสารทิศ และทำให้เรามีประเทศไทยทุกวันนี้

ผมยังไม่เคยได้ยินชื่อเลยครับพระเจ้าอยู่หัววังหน้า เพิ่งจะเคยได้ยินที่นี่ครั้งแรก ในชีวิต เดี๋ยวจะลองหาข้อมูลดูนะครับ .... น่าสนใจ จริงๆประวัติศาสตร์เนี่ย :)


เป็นชื่อเรียกสั้นๆแบบชาวบ้านน่ะครับ คล้ายๆกับสมเด็จพระนเรศวร กับ สมเด็จพระเอกาทศรถ พระมหากษัตริย์เป็นวังหลวง อุปราชเป็นวังหน้า แต่อำนาจของทั้งสองท่านใกล้เคียงกันมากครับ คนเลยเรียกพระเจ้าอยู่หัวเช่นกัน

หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.

 


#11 Yasuhiro

Yasuhiro

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,745 posts

ตอบ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:45

สมัยผมเรียน ถามเป็นพศ ให้ท่องจำอยู่เลย ทั้งๆที่ควรจะตั้งคำถามในเชิงวิเคราะห์มากกว่าว่าปัจจัยใดที่ทำให้กองทัพไทยเราได้รับชัยชนะจากกองทัพที่พม่าขนมาทั้งหมดเพื่อที่จะขยี้ไทยให้ราบคาบ


ต้องอ่านพวกเว็บที่วิเคราะห์แบบทหารครับ ผมอ่านแล้วชอบจินตนาการตาม ผมว่าศึก ๙ ทัพนี่สุดยอดเลย น่าเอามาสอนให้ละเอียด อวดลูกหลานให้เห็นว่า บรรพชนเรานั้นเก่งแค่ไหน คิดดูนะครับ ตอนในหลวงรัชกาลที่ ๑ ทราบข่าวว่าทัพมาทุกทางนั้น มันหนักหนาแค่ไหน ตั้งแต่เชียงรายยันสงขลา พม่ามันเข้ามาทุกทาง แค่ทัพหลักทัพเดียวที่เข้ามากาญจนบุรี ใหญ่พอๆกับทัพที่มาตีกรุงศรีฯครั้งที่สองแล้ว ใครอยากรู้ว่า กองทัพไทยชนะได้อย่างไร ก็ลองหาอ่านดูครับ(ขออภัย ผมทำ link หายไปแล้วครับ) ผมอ่านแล้วรู้สึกสำนึกบุณคุณขึ้นมาทันที เรามีวันนี้ได้ก็เพราะบุรพกษัตริย์แท้ๆ


ผมอ่านจากเว็บหน่วยงานของกองทัพไทยเกี่ยวกับสงครามเก้าทัพนานมาแล้วครับ ก็น่าเสียดายแหล่ะครับ ที่คนอ่านพวกนี้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ที่จริงตอนผมเด็กๆ ช่อง 3 ยังสร้างละครอิงประวัติศาสตร์รวมถึงสงครามเก้าทัพอยู่บ้าง จำได้เลาๆว่าเพลงประกอบละครเรื่องสงครามเก้าทัพนี่ ผมกับเพื่อนๆร้องกันเป็นวรรคเป็นเวร ไหนจะเล่นทำสงครามกองโจรเข้าตีกับเพื่อนที่เล่นเป็นพม่าอีก (จำได้ว่าเกี่ยงกันสุดๆว่าใครจะโดนเป็นพม่า) แต่ก็อย่างว่าแหล่ะครับ หลักสูตรการศึกษาของบ้านเราให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งหากคนรุ่นใหม่ไม่เข้าใจรากเหง้่าที่มาของสังคมไทยอย่างดีพอแล้ว ก็จะตกเป็นเหยือของข้อมูลข่าวสารบิดเบือนอย่างผิดๆ อย่างที่เราๆเห็นๆกันอยู่ครับ คิดแล้วก็น่าถอนหายใจยาวๆซักเฮือกครับ

"Hoot": When I go home people'll ask me, "Hey Hoot, why do you do it man? What, you some kinda war junkie?" You know what I'll say? I won't say a goddamn word. Why? They won't understand. They won't understand why we do it. They won't understand that it's about the men next to you, and that's it. That's all it is.
Quote from Black Hawk Down


#12 taracho

taracho

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 151 posts

ตอบ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 01:03

ขอบ่นหน่อยครับ

ผมแปลกใจมาก ว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์สงคราม ๙ ทัพ และ ศึกท่าดินแดง เลย ทั้งที่ทั้งสองศึกนี้เป็นศึกใหญ่มาก ชนิดที่ชี้เป็นชี้ตายประเทศไทยเลยทีเดียว แต่เวลาเรียน เหมือนเป็นเหตุการณ์สั้นๆ ไม่มีความสำคัญเท่าไหร่ และทำให้เราไม่ค่อยพูดถึงวีรบุรุษของไทยอีกท่านเท่าที่ควร คือพระเจ้าอยู่หัววังหน้า พระอนุชาของในหลวงรัชกาลที่ ๑ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ท่านนี่แหละ ที่เป็นแม่ทัพใหญ่ ปราบอริราชศัตรูไปทั่วสารทิศ และทำให้เรามีประเทศไทยทุกวันนี้


ผมผ่านพระบวราชานุเสาวรีย์ ของพระองค์ท่าน ผมจะทำความเคารพทุกครั้ง แต่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก บางทีผมเดินผ่านกับเพื่อน เพื่อนมันยังถามเลยมึงไหว้ใครวะ ยกมือท่วมหัวเลย น่าเสียใจจริงๆ
จะยึดมั่นในสติ จะปกป้องด้วยชีวา เพราะเราคือ ทหารพระราชาปล.คนเราถ้าลืมรากเหง้าของตัวเองก็ไม่ต่างกับคนที่ตายแล้ว และประเทศไหนที่ลืมรากเหง้าก็คือประเทศที่สาบสูญแล้วเช่นกัน แล้วเราจะปล่อยให้ประเทศของเราเป็นเช่นประเทศที่สาบสูญฤา




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน