Jump to content


Photo
- - - - -

ฮิตเลอร์มาจากเสียงส่วนใหญ่ ถึงร้อยละ 84.6 !!!


  • Please log in to reply
40 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:01

อ่านบทความของอ.ไชยันต์ ไชยพร น่าสนใจมาก เรื่องการใช้เสียงมหาชนแบบไหนที่ทำลายประชาธิปไตย?

โดยปกติ การขับเคลื่อนด้วยเสียงประชาชนหรือประชามติถือเป็นพื้นฐานสำคัญประการหนึ่งของประชาธิปไตย การทำประชามติจึงเป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งของประชาธิปไตย เพราะเป็นกลไกที่เปิดให้ประชาชนพลเมืองได้ร่วมกันตัดสินใจในเรื่องราวสาธารณะได้โดยตรง เพื่อที่จะรับหรือไม่รับข้อเสนอใดข้อเสนอหนึ่งที่มีการเสนอขึ้นมา เช่น ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือร่างกฎหมาย รวมทั้งการถอดถอนนักการเมืองหรือนโยบายรัฐบาล และการเลือกตั้งก็ถือเป็นการทำประชามติอย่างหนึ่งเพื่อให้พลเมืองตัดสินใจว่าจะเลือกนโยบายและแนวทางการบริหารประเทศของพรรคการเมืองใด

แต่ช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ ก็มีการทำประชามติที่กลับขัดแย้งหรือทำลายหลักการประชาธิปไตยเสียเอง และกรณีศึกษาที่นักวิชาการทางรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์น่าจะได้ผ่านหูผ่านตาไม่มากก็น้อยก็คือ การทำประชามติในสมัยฮิตเลอร์

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1933 ฮิตเลอร์ได้เริ่มใช้การทำประชามติครั้งแรกในระบอบของเขาต่อกรณีที่เขาต้องการจะให้เยอรมนีถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสันนิบาตชาติ ภายใต้บรรยากาศอันร้อนระอุของความรู้สึกชาตินิยมของคนเยอรมัน ซึ่งผลการลงคะแนนเสียงท่วมท้นถึงร้อยละ 95 สนับสนุนการถอนตัวดังกล่าว ขณะเดียวกัน ฮิตเลอร์ก็ถือโอกาสใช้เสียงประชามติที่สนับสนุนญัตตินโยบายต่างประเทศดังกล่าวเชื่อมโยงกับนโยบายภายในประเทศของเขาด้วย กล่าวได้ว่า การทำประชามติครั้งแรกนี้ถือเป็นหมากการเมืองที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในกระบวนการขับเคลื่อนสู่การรวบอำนาจทางการเมืองอย่างเบ็ดเสร็จของเขาในเวลาต่อมา (Joachim Fest, Hitler, New York: 1974: pp. 438-9)

ต่อมาในปี ค.ศ. 1934 ก่อนการเสียชีวิตของประธานาธิบดีฮินเดนบวร์กในวันที่ 2 สิงหาคม เพียงหนึ่งวัน ฮิตเลอร์ได้ให้คณะรัฐมนตรีของเขาเสนอกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐไวมาร์ที่เดิมทีกำหนดไว้ว่า เมื่อประธานาธิบดีเสียชีวิต จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ แต่กฎหมายที่เสนอมานั้นกลับกำหนดให้ควบรวมสองตำแหน่งไว้เข้าด้วยกัน นั่นคือ ทั้งตำแหน่งประธานาธิบดี (president) และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (chancellor) ซึ่งตำแหน่งหลังนี้เป็นตำแหน่งที่ฮิตเลอร์ดำรงอยู่แล้วขณะนั้น

อีกทั้งกฎหมายนี้ได้ยกเลิกตำแหน่งประธานาธิบดีไป และกำหนดให้มีตำแหน่งประมุขของรัฐ (head of state) ที่ดำรงตำแหน่งตั้งขึ้นมาใหม่ที่เรียกว่า “ผู้นำ (Führer)” และนายกรัฐมนตรี (Reichskanzler) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอยู่เดิม และฮิตเลอร์ได้จัดให้มีการลงประชามติรับรองร่างกฎหมายควบรวมอำนาจสองตำแหน่ง และรับรองตัวเขาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนี้ ซึ่งผลการลงคะแนนเสียงประชามติครั้งนี้ร้อยละ 84.6 เห็นด้วยกับร่างกฎหมายและรับรองให้ฮิตเลอร์ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ควบรวมอำนาจเบ็ดเสร็จ โดยในฐานะประมุขของรัฐดังกล่าวนี้ ฮิตเลอร์ก็ได้กลายเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีกด้วย

ใน Journal of Historical Review, Fall 1992 แห่ง Institute of Historical Review ลีออง เดอเกร็ล (Leon Degrelle: 1906-1994: ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นวีรชนทหารในสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นผู้นำทางการเมืองและเป็นนักประวัติศาสตร์) ได้เขียนบทความเรื่อง “ฮิตเลอร์ควบรวมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จในเยอรมนีและทำการปฏิวัติสังคมได้อย่างไร : ช่วงแรกของอาณาจักไรซ์ที่สาม” (How Hitler Consolidated Power in Germany and Launched A Social Revolution : The First Years of the Third Reich)

ตอนหนึ่งในบทความของเขา เขากล่าวว่า “ฮิตเลอร์ได้เคยกล่าวไว้ว่า ‘ข้าพเจ้าไม่ใช่เผด็จการ และไม่มีวันเป็น ด้วยพรรคสังคมชาตินิยมจะเสริมสร้างพลังให้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง’” และเดอเกร็ลได้เขียนบรรยายต่อไว้ว่า “อำนาจอันชอบธรรมไม่ได้หมายถึงระบอบทรราช ทรราชคือคนที่ขึ้นสู่อำนาจโดยปราศจากซึ่งเจตจำนงของประชาชน หรือขึ้นสู่อำนาจโดยขัดต่อเจตจำนงประชาชน นักประชาธิปไตยขึ้นสู่อำนาจโดยประชาชน และประชาธิปไตยก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องมีแบบเดียว มันอาจจะเป็นประชาธิปไตยรัฐสภา (parliamentary) หรือประชาธิปไตยของพวกเดียวกันหมด (partisan) หรือมันอาจจะเป็นประชาธิปไตยที่มีผู้มีอำนาจคนเดียวเบ็ดเสร็จ (authoritarian) ก็ได้

แต่สิ่งสำคัญคือ มันจะต้องมาจากความต้องการปรารถนาของประชาชน---เป็นสิ่งที่ประชาชนเลือกและสถาปนามันขึ้นมา และนี่ก็คือกรณีของฮิตเลอร์ เขาขึ้นสู่อำนาจด้วยวิถีทางแบบประชาธิปไตยจริงๆ ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ แต่นี่เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ และหลังจากมีอำนาจแล้ว ประชาชนก็ยังให้ความนิยมสนับสนุนเขาเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี....แม้แต่นักประวัติศาสตร์ที่ประกาศตัวเองว่าต่อต้านนาซีอย่างศาสตราจารย์เฟสต์ ยังยอมรับว่า “ฮิตเลอร์ไม่เคยสนใจที่จะสร้างระบอบทรราช ความกระหายอำนาจอย่างรุนแรงไม่เพียงพอที่จะอธิบายบุคลิกภาพตัวตนและพลังในตัวเขา

ฮิตเลอร์ไม่ได้เกิดมาเพื่อจะเป็นเพียงทรราช (เน้นโดยผู้เขียน) เขายึดแน่นกับปณิธานที่จะปกป้องยุโรปและเชื้อชาติอารยัน....เขาไม่เคยมีความรู้สึกว่าตัวเขาต้องขึ้นอยู่กับปวงประชามหาชนเหมือนอย่างที่เขารู้สึกครั้งนั้น เขาเฝ้ารอดูปฏิกิริยาของปวงประชามหาชนด้วยความกระวนกระวาย (J. Fest, Hitler, p. 417.)”

ถ้าการเลือกตั้งเพื่อแสดงประชามติครั้งนั้นเป็นประชาธิปไตย แต่มันก็ได้นำพาให้การเมืองเยอรมนีเข้าสู่ระบบการเมืองที่มีผู้นำที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ผู้เดียว และด้วยตำแหน่งดังกล่าวนี้เองทำให้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ในขณะนั้น ได้กล่าวว่า ผลการลงประชามติครั้งนั้นทำให้ฮิตเลอร์มีอำนาจมากกว่าผู้นำคนใดๆ ในโลกสมัยใหม่ในขณะนั้น เพราะฮิตเลอร์มีอำนาจมากกว่าสตาลินของรัสเซียและมากกว่ามุสโสลินีในอิตาลีด้วย หรือถ้าเปรียบเทียบย้อนไปในอดีต ถือว่าไม่เคยมีใครสามารถมีอำนาจมากเท่าฮิตเลอร์นับตั้งแต่สมัยเจงกีส ข่าน! (http://www.nytimes.c...y/big/0819.html)

และแน่นอนว่า นับตั้งแต่ฮิตเลอร์ขึ้นสู่อำนาจสมบูรณ์ครั้งนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครและกลไกใดที่จะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการของเขาได้เลย ยกเว้นการพยายามลอบสังหารหรือการพ่ายแพ้สงครามและการฆ่าตัวตายของฮิตเลอร์เท่านั้น

จริงอยู่ที่ “การเลือกตั้งเป็นพื้นฐานขั้นต่ำของประชาธิปไตย” แต่การใช้พลังประชามติและเจตจำนงประชาชนของฮิตเลอร์ครั้งนั้น ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ในบางครั้ง ประชามติเสียงข้างมากอาจจะนำมาซึ่งผลที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยอย่างร้ายแรงได้ และมันได้กลายเป็นบทเรียนที่นำมาซึ่งการวางหลักการในทางวิชาการและในทางปฏิบัติที่จะกำหนดตัวบทรัฐธรรมนูญไม่ให้มีการใช้ประชามติหรือการเลือกตั้งในการรับรองตัวบุคคล และการออกกฎหมายซึ่งขัดกับหลักการประชาธิปไตยที่จะต้องคงไว้ซึ่งหลักสิทธิเสรีภาพ การแบ่งแยกอำนาจและหลักนิติรัฐ และในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับ พ.ศ. 2540 ม. 214 ได้บัญญัติไว้ว่า “การออกเสียงประชามติที่เกี่ยวกับตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือคณะบุคคลใดคณะบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ จะกระทำมิได้”

แน่นอนว่า ในรายละเอียด การยุบสภาโดยจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบข้อกล่าวหาซื้อขายหุ้นครอบครัวของคุณทักษิณ ชินวัตรในปี พ.ศ. 2549 ย่อมไม่เหมือนการจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเพื่อควบรวมอำนาจ และสถาปนาตัวเองของฮิตเลอร์ในปี ค.ศ. 1934 เพราะฮิตเลอร์ทำประชามติขอเสียงประชาชนเพื่อต้องการขึ้นสู่การมีอำนาจสมบูรณ์เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ผู้เดียว ส่วนคุณทักษิณยุบสภาจัดการเลือกตั้งขอเสียงประชาชนเพื่อต้องการอยู่ในอำนาจต่อไป โดยหวังใช้เสียงประชาชนเป็นตัวตัดสินว่า เขาผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นหรือไม่? และสมควรจะกลับมามีอำนาจต่อไปหรือไม่?

แน่นอนว่า เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์การเมืองตะวันตกสมัยใหม่ว่า กรณีการทำประชามติในแบบของฮิตเลอร์ไม่สมควรจะเกิดขึ้นอีกแล้ว แต่สำหรับกรณีคุณทักษิณ คำถามคือ เมื่อมีข้อกล่าวหาต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเกิดขึ้น เขาผู้นั้นควรจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกลไกที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย (2540)? หรือกลับแทรกแซงกลไกต่างๆ และยุบกลไกสุดท้าย (สภาผู้แทนราษฎร) จะสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ในขณะนั้นมีอยู่ตามรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย (2540) และโยนข้อกล่าวหาของตนให้ตัดสินโดยประชามติของปวงประชามหาชน? http://astv.mobi/AgWO7G1


เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช้ความถูกต้องเสมอไป เสียงส่วนใหญ่ลากประเทศไทยไปลงเหวนรกได้เหมือนกัน :(
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#2 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    นักเขียนหน่อมแน้ม

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,215 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:11

เบื่อเหลือเกินเสียงส่วนใหญ่ที่มีแรงขับเป็นแต่เรื่องตามใจ สันดานดิบ ของคน

 AMAZING  coup d'etat  , THAILAND ONLY ..  :ph34r:  


#3 halfmoon

halfmoon

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 12,338 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:13

สิบโทฮิตเล่อร์ ได้มากกว่าจ่าแม้วรึ :lol:
อธิปัตย์ 5 : อิสรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ มิตรภาพ สันติภาพ : คือแก่นแท้แห่งอำนาจประชาธิปไตย : ท่านมีหรือยัง ถ้าไม่ จงสร้างเอง

#4 No more

No more

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 882 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:14

To complete the above article, please paint a mustache just like Hitler's on Tax-sin's face.

:D

Red shirts perhaps were not born idiots, but are acting idiotically and will die idiots. What a poor creature!

Red shirts in the cyber world are merely contract posters. These dumb fucks are worthless pieces of shit.

Stupidity and incompetence of the walking botox will run have run Thailand to the ground.

The magnitude of this disaster would have decreased exponentially if proper water management had been applied in time like since the inception of the Bang-Ra-Kum model.


#5 pochi

pochi

    ขวัญใจพี่มาร์ค

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,619 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 00:44

โอ้ว ม่ายยยยยยยยยย
ไม่จริง
ไม่เชื่ออออออออออออออออ
โปจิ ไม่อยากทำบุญกับเสื้อแดง กลัวชาติหน้าเจอมันอีก

#6 idolation

idolation

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,996 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 08:19

ไอ้ทักกี้ร์ก็กำลังเดินตามรอยแผลเก่าเพราะมันอยากเป็น สมเด็จแม๊วเล่อร์.. :D :D
รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ร่วมกันต้าน ตระกูลชินวัตร

#7 sigree

sigree

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,883 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 08:35

ผมเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ทักษิณมีอำนาจและความนิยมได้คือ การไม่ถูกตรวจสอบ

สมัยแรกที่เขาได้เกินครึ่ง แต่ยังรวมพรรคอื่นๆเข้ามาเพื่อใช่รัฐธรรมนูฐว่าด้วยจำนวน สส กับการซักฟอก นายก

หากถูกซักฟอกกลางสภาแล้วต้องตอบ................ผมนึกภาพความย่อยยับไม่ออกเลย

#8 stormtrooper

stormtrooper

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 356 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 09:16

นอกจากได้รับประชามติแล้ว ฮิตเล่อเอาถุงขนม 2 ล้านไปให้ใครรึเปล่าครับ

#9 เพื่อนร่วมชาติ

เพื่อนร่วมชาติ

    พรานล่าปูไปรยา

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 7,788 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 09:19

ฮิตเลอร์ไม่เคยให้สมุนยุยงประชาชนเผาบ้านเผาเมืองตัวเองนะครับ

ประชาธิปไตยก็เหมือนส้วมสาธารณะแบบนั่งเต็มตูด ควายนับถือศาสนาชินวัตรใช้แล้วสกปรกชิบเป๋ง


#10 Edge

Edge

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 258 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 09:21

ที่สำคัญฮิตเลอร์ไม่เคยพาพรรคพวกไปกราบตีนผู้นำต่างชาติด้วยครับ :P

#11 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:13

กระทู้เรื่องจริงแบบนี้ พวกแดงหายหัวตลอด
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#12 ไอโอดีนแมน

ไอโอดีนแมน

    มันเป็นศาสตร์ของความฮา!

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,014 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:28

ควายแดงหายอีกมู้แล้ว

ไปอยู่ไหนกัน!!!
"If you tell the truth, you don’t have to remember anything."

#13 guxkung

guxkung

    ผมไม่รู้ ผมแมว

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,406 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:30

โอ้ว ม่ายยยยยยยยยย
ไม่จริง
ไม่เชื่ออออออออออออออออ

เสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง \ :angry: /
มีบุคคลผู้่ดูภูมิฐานบอกมา ผมก็เลยเชื่อตามนั้น

ขรี้ไม่ออก? กรุณานึกถึงยาแก้ท้องผูกตรา ลีถือลูกท้อ

สถาบันกวดวิชาคณิตศาสตร์ชื่อก้องระดับประเทศ แถลงผลคำนวณ 161/2 = 37


#14 G.Maniac

G.Maniac

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,440 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:39

พ่อของผมพูดบ่อยๆ เวลาไอ้ควายพวกนั้นเอา ประชาธิปไตย มาอ้าง

พ่อผมพูดทำนองว่า

"พระ 2 รูป กับ โจร 15 คน โหวตยังไงก็แพ้โจร"

"ผลโหวตบอกให้ไปปล้นฆ่าเค้า - การปล้นฆ่าเค้าเป็นความถูกต้องงั้นเหรอ?"

#15 Guy Audios

Guy Audios

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 50 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:52

ฮิตเลอร์ กับ ทักกี้ร์ อาจจะเหมือนกันในการพยายามโน้มน้าวจิตใจของ มวลชนให้มีความศรัทธาในสิ่งที่เขาทำ
แม้จะเป็นสิ่งที่ทำเพื่อตัวเองก็ตาม โดยการรวบอำนาจทุกอย่าง เท่าที่จะสามารถทำได้
แต่สิ่งที่ ฮิตเลอร์ มีตามมาตรฐานของผู้นำ คือ เกียรติ และ ศักดิ์ศรี ซึ่ง ทักกี้ร์ ไม่มีเลย

อย่าง ฮิตเลอร์ เปรียบแล้วเหมือน เครื่องจักรชั้นดีจาก เยอรมัน กำลังการผลิตสูง เพียงแต่มีอันตรายมากในตอนใช้งาน
ส่วน ทักกี้ร์ เปรียบแล้วเหมือน สินค้าพื้นบ้าน ในรูปแบบเดิมๆ ไม่มีคนสนใจ แต่พอตีตราเป็น โอทอป ก็หลอกขายได้แค่ระยะหนึ่ง

#16 รักทักษิณ

รักทักษิณ

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 73 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:55

แล้วผู้นำพม่า มาจากเสียงส่วนใหญ่ด้วยเปล่า หรือ พวกฝักไฝ่ลัทธิมาร์คซี๊ด จะเป็นพม่า ไม่เป็นคนไทย

แล้วใครอีกละมาจากเสียงส่วนน้อย แล้วปกครองโดยใช้่อำนาจเขียว ในโลกมีเลวๆอีกเยอะเลย

ตามี สองข้าง หรือ พวกลัทธิมาร์คซี๊ดมีตาข้างเดียว

#17 Moon

Moon

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 9,256 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:00

เขาพูดถึงฮิตเลอร์ อ่านดูดีๆ ถ้าจะพูดถึงรัฐบาลทหารพม่า ก็น่าจะช่วยแยกแยะให้ฟังหน่อย

ว่าฮิตเลอร์ ต่างกับ รัฐบาลทหารพม่าอย่างไร เอาแบบโดยละเอียดนะ พอดีเป็นประชาชนโง่ๆ ว่ะ

[color=#000080;]จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง[/color]

 

 ผมเป็นกลางนะครับ[color=#000080;]  :)[/color]


#18 krukha

krukha

    น้องเก่า

  • Members
  • PipPip
  • 161 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:02

มู้นี้ก็ฮาพอได้ฮว้าฟฟฟ

:D :D :D :D

#19 yenmanovic

yenmanovic

    สมาชิกรากหญ้า

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,418 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:07

ถามจิง เพิ่งรู้กันหรอว่าฮิตเลอร์มาจากการเลือกตั้ง - -

รักเสื้อแดง แช่งอำมาตย์ อาฆาตม๊ากนาซี ขอเชิญมาร่วมกันที่นี่เลย!!!!!!

 

https://www.facebook.../KawaiiRedshirt


#20 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:00

ควายแดงรับไม่ได้ ดิ้นกันใหญ่เลย หึๆ
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#21 G.Maniac

G.Maniac

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,440 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:43

มาร์คอส ก็มาจากการเลือกตั้งนะครับ แล้วเป็นไงครับ ฟิลิปปินส์ เจริญฮวบๆเลย

#22 annykun

annykun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,567 posts

ตอบ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 22:36

ส่วนนึงที่ทำให้ลัทธินาซีต้องแพ้สงคราม และล่มสลายไปในที่สุด คือความบ้าคลั่งในอุดมการณ์จนเกินขอบเขต
จนไม่มีสติปัญญามากพอจะมองเห็นความเป็นจริง พวกเขมรแดงก็แบบเดียวกัน และเสื้อแดงของเราก็กำลังเจริญรอยตามไปติดๆ

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม  คือ   ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

คุณธรรมที่พร้ำสอน  ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา   ส่วน  ประชาธิปไตยน่ะรึ  เอาเข้าจริงๆ  สำคัญอันใด?? 

 


#23 osamu

osamu

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 798 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 02:50

โผล่มาแก้เงียบสองตัวแบบแกนๆ...ขยันสะสมคะแนนกันเนอะ...

สำหรับพวกควายแดง ​แค่เอาสมองขยะๆมาก็ทำมาหากินได้ :lol:

#24 mee-sua-man

mee-sua-man

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,218 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 04:07

ฮิตเลอร์กับสมุนวางเพลินเผารัฐสภาและโยนบาปให้แพะ... สร้างเศรษฐกิจแบบประชานิยม เพียงแต่ทำจริงประชาชนได้ประโยชน์และกำจัดเสียงส่วนน้อย(ยิว,นักการศึกษา ฯลฯ) ต่อมาก่อสงครามจนพ่ายแพ้และทำลายประเทศจนฉิบหาย ตอนรุ่นๆผมก็ชอบพวกนี้ละ เครื่องแบบสวย, อาวุธเยี่ยม, ความกล้าหาญเสียสละ และการถูกเอารัดเอาเปรียบจากสัญญาแวร์ซายส์ จนอายุมากขึ้นเข้าถึงความทุกข์ของนักการศึกษาและประชาชนผู้ไม่เห็นดีเห็นงามในบทความต่างๆ และเห็นด้วยตา จึงเข้าใจถึงหัวอกเจ้าของประเทศที่เกือบถูกทำให้ฉิบหายและไม่อยากให้กลับมาเป็นแบบนั้นอีก

#25 .กิ๊งก้าเปลี่ยนสี.

.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี.

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 455 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:42

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)

#26 G.Maniac

G.Maniac

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,440 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 18:46

ฮ่าๆๆ บังเอิญไม่ว่าง และไม่มีอารมณ์จะเล่าใหม่แบบง่ายๆให้ควาย(แดง)ฟังว่ะ

#27 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:00

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)


ถามมาอย่างนี้ ... รู้เลยว่าไม่ฉลาด เพราะถ้ามีความคิดสักนิด อ่านบทความก็น่าจะเข้าใจ
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#28 Ricebeanoil

Ricebeanoil

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,320 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:04

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)


ถือว่าบอกเอาบุญซักครั้งแล้วกันนะครับ
ความนัยคือ "เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป" ครับ
เถียงกับความจริง เถียงให้ตายก็ไม่มีทางชนะ

#29 .กิ๊งก้าเปลี่ยนสี.

.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี.

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 455 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:05

Posted Image.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี., on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 05:42, said:

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)

ถือว่าบอกเอาบุญซักครั้งแล้วกันนะครับ
ความนัยคือ "เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป" ครับ


ก็ใช่ครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ถูกต้องเสมอไป แต่ความผิดผลาดมันน้อย เวลาตัดสินใจ

ทำไมไม่ยกตัวอย่างมาหลายๆกรณีล่ะ

ซึ้งผิดกับ เสียงส่วนน้อย เวลาตัดสินใจ ความผิดผลาดมันจะเยอะกว่า หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ :)

#30 G.Maniac

G.Maniac

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,440 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:07

กะโหลกหนา เสือกมาทำเป็นเล่นโวหาร

ถุย....ควายแดงเอ๊ย

#31 bmp1

bmp1

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 264 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:12

จอขอกอทอ


ความพยายามสูง ...บิ้ววว น่าดู


ขยัน แต่ ...?...


Posted Image


:rolleyes:


...E=mc2 เข้าใจสูตร 3บรรทัดอย่างแตกฉาน

ย่อมรอบรู้กว่า...

...การอ่านตำราหมดทั้งหอสมุด แต่อ่านไปเรื่อยแบบไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจห่าอะไรเลย...


#32 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:14

กระทู้เรื่องจริงแบบนี้ พวกแดงหายหัวตลอด


ถึงเข้ามา ก็มาเพื่อพากระทู้ออกทะเลครับ

หาสาระมาเป็นข้อแย้งมิได้ B)
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#33 G.Maniac

G.Maniac

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,440 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:18


กระทู้เรื่องจริงแบบนี้ พวกแดงหายหัวตลอด


ถึงเข้ามา ก็มาเพื่อพากระทู้ออกทะเลครับ

หาสาระมาเป็นข้อแย้งมิได้ B)


ไม่เคยเห็นเข้ามาค้านด้วยเหตุด้วยผลสักครั้ง

ไม่เคยนำหลักฐานที่เชื่อถือได้มาแสดงให้เห็นเลยสักครั้ง

หลายๆที หลักฐานที่เอามา ใครไหนอื่นก็ดูออกว่า มั่ว

และหลายๆที ก็เอามาแย้งความเห็นเดิมของตัวเองซะงั้น

#34 RiDKuN_user

RiDKuN_user

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 13,167 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:23

Posted Image.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี., on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 05:42, said:

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)

ถือว่าบอกเอาบุญซักครั้งแล้วกันนะครับ
ความนัยคือ "เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป" ครับ


ก็ใช่ครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ถูกต้องเสมอไป แต่ความผิดผลาดมันน้อย เวลาตัดสินใจ

ทำไมไม่ยกตัวอย่างมาหลายๆกรณีล่ะ

ซึ้งผิดกับ เสียงส่วนน้อย เวลาตัดสินใจ ความผิดผลาดมันจะเยอะกว่า หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ :)


หลักอะไรอะครับ ไม่เคยได้ยิน
นั่งเทียนขึ้นมาชัดๆ :D
" ชีวิตผมไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ผมกลัวอย่างเดียว...กลัวจะถูกมองว่า 'ขายชาติ' " - The Last Tycoon

~ ทักษิณตาย เสรีไทยไชโย ~

#35 Ricebeanoil

Ricebeanoil

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,320 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:30

Posted Image.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี., on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 05:42, said:

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)

ถือว่าบอกเอาบุญซักครั้งแล้วกันนะครับ
ความนัยคือ "เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป" ครับ


ก็ใช่ครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ถูกต้องเสมอไป แต่ความผิดผลาดมันน้อย เวลาตัดสินใจ

ทำไมไม่ยกตัวอย่างมาหลายๆกรณีล่ะ

ซึ้งผิดกับ เสียงส่วนน้อย เวลาตัดสินใจ ความผิดผลาดมันจะเยอะกว่า หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ :)


หลักเศรษฐศาสตร์ข้อไหนหรือทฤษฎีไหนละครับ ช่วยยกตัวอย่างให้หน่อยได้ไหมครับ ด้วยความกรุณาครับ
เถียงกับความจริง เถียงให้ตายก็ไม่มีทางชนะ

#36 G.Maniac

G.Maniac

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,440 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:34


Posted Image.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี., on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 05:42, said:

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)

ถือว่าบอกเอาบุญซักครั้งแล้วกันนะครับ
ความนัยคือ "เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป" ครับ


ก็ใช่ครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ถูกต้องเสมอไป แต่ความผิดผลาดมันน้อย เวลาตัดสินใจ

ทำไมไม่ยกตัวอย่างมาหลายๆกรณีล่ะ

ซึ้งผิดกับ เสียงส่วนน้อย เวลาตัดสินใจ ความผิดผลาดมันจะเยอะกว่า หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ :)


หลักเศรษฐศาสตร์ข้อไหนหรือทฤษฎีไหนละครับ ช่วยยกตัวอย่างให้หน่อยได้ไหมครับ ด้วยความกรุณาครับ


แบบนี้ ขอหลักฐานดีกว่าเนอะครับ

ใครอ้างทฤษฎีอะไร เอามาแปะเลย อาจารย์ที่ไหนพูดไว้ เขียนไว้?

ผมก็อยากเห็นเหมือนกัน ส่วนน้อย ตัดสินใจ เสียหายมาก อะไรเนี่ย มาจากไหน?

#37 Shariff

Shariff

    สมาชิกหน้าตาดี

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,802 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:37

หลังการล่มสลายของนาซี เยอรมันแบ่งเป็น 2

เยอรมันตะวันออก หรือชื่ออย่างเป็นทางการ

สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี

ใครรู้บ้างว่าประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบอะไร :rolleyes:
"การปลดปล่อยตัวเองออกจากความเป็นทาสทางความคิดมิใช่ใครอื่น, มีแต่เราเท่านั้นที่จะต้องกระทำ "จากเพลง Redemption song.

#38 ดราม่า

ดราม่า

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,395 posts

ตอบ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:41

สำหรับประเทศไทย ตั้งแต่มีเลือกตั้งมาเสียงส่วนใหญ่พาประเทศลงเหวบ่อยมาก เช่น พ่อใหญ่จิ๋วลดค่าเงิน แล้วคนบางคนในรัฐบาลรวยค่าเงิน :)
"หากท่านโกหกเรื่องใหญ่มากพอ, โกหกบ่อยครั้งเพียงพอ, เรื่องนั้นจะถูกเชื่อ" อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สนับสนุนกฎหมายเก็บภาษีที่ดินคนรวย สนันสนุนกฎหมายเก็บภาษีมรดก “ขอพูดอะไรแรงๆ สักครั้งในชีวิตค่ะ พูดแล้วจะร้องไห้...น้ำท่วมไม่กลัว กลัวอย่างเดียว...ผู้นำโง่ เพราะพวกเราจะตายกันหมด”หนูดี

#39 annykun

annykun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,567 posts

ตอบ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:47

Posted Image.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี., on 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 05:42, said:

มันเหมือนกันประเทศไทยตรงส่วนใด อะไร ยังไง บ้างฮ้าฟ :)

ถือว่าบอกเอาบุญซักครั้งแล้วกันนะครับ
ความนัยคือ "เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ความถูกต้องเสมอไป" ครับ


ก็ใช่ครับ เสียงส่วนใหญ่ไม่ใช่ถูกต้องเสมอไป แต่ความผิดผลาดมันน้อย เวลาตัดสินใจ

ทำไมไม่ยกตัวอย่างมาหลายๆกรณีล่ะ

ซึ้งผิดกับ เสียงส่วนน้อย เวลาตัดสินใจ ความผิดผลาดมันจะเยอะกว่า หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ :)


ก็ไม่เสมอไปนะครับ เสียงส่วนใหญ่ในเยอรมันตอนนั้นตัดสินใจผิดพลาดที่ เกือบสิ้นชาติกันเลยทีเดียว
เสียงส่วนใหญ่ไม่ได้รับประกันว่าจะผิดพลาดร้ายแรงไม่ได้ โดยเฉพาะเสียงส่วนใหญ่แบบพวกมากลากไป
ที่ฟังแต่พวกพ้องของตนเอง ไม่ฟังคนอื่นเลย นี่ยิ่งแย่และมีโอกาสเสียหายมากกว่าเสียงส่วนน้อยอีกนะ

อีกอย่างในหลักเศรษฐศาสตร์??แบบที่คุณกล่าวอ้าง ในอีกมุมนึง เสียงส่วนใหญ่ที่มีโอกาสผิดพลาดน้อย แต่อาจหมายถึงประสิทธิภาพที่
น้อยลงด้วยเช่นกัน (เสี่ยงน้อย ผลตอบแทนน้อย/ มากคนมากเรื่อง) ในขณะที่เสียงส่วนน้อย แม้มีโอกาสผิดพลาดมาก แต่ถ้าคิดถูกอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า
(เสี่ยงมากแต่ผลตอบแทนสูง/ เด็ดขาดมั่นคง) สุดท้ายผลลัพธ์อยู่ที่ความถูกต้องของแนวคิด ไม่ใช่ใครมีพวกมากแล้วต้องถูกเสมอ

อีกมุมนึง 15 ล้านเสียงใน ประชากร กว่า 60 ล้านมันก็ถือว่าเป็นเสียงส่วนน้อยเช่นกัน ไม่เถียงว่า 15 ล้านมีพลังของกลุ่มก้อนมากที่สุด
จึงควรมีบทบาทในการกำหนดทางเดินของประเทศมากที่สุด มากกว่ากลุ่มใดๆ แต่ถ้าเล่นแต่พรรคแต่พวก ไม่เห็นหัวอีก 45 ล้านเสียงที่เหลือ
ถ้า 45 ล้านมันไม่พอใจขึ้นมา ระวังจะลำบากเอานะ :)

พูดถึงเรื่องนี้ก็โยงไปยังเรื่องรัฐธรรมนูญ เสื้อแดงรู้มั้ยว่าทำไมเขาไม่กำหนดไปเลยว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดเป็นที่ 1 ให้จัดตั้งรัฐบาลไปเลย ทำไมต้องโหวดในสภาอีกที จนเปิดโอกาสให้พรรคที่ได้ที่ 2 มีสิทธิโหวดแข่งจนมีสิทธิ์ตั้งรัฐบาล และแบบนี้ใครๆในโลกก็ทำได้โดยไม่ผิดหลักประชาธิปไตยด้วย

ก็เพราะในประเทศประเทศนึงมีคนอยู่หลายกลุ่ม กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดก็ควรมีบทบาทมากที่สุดไม่เถียง แต่ผู้เป็นรัฐบาลมีหน้ามี่ต้องสานประโยชน์แก่คนทุกกลุ่ม เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากแต่ละกลุ่มให้มากที่สุด เพื่อเสถียรภาพของรัฐบาลเองด้วย การบริหารประเทศก็จะไม่ติดขัดและมีปัญหาน้อย (แม้อาจไม่ได้รับการยอมรับจากทุกกลุ่มแต่ถ้ากลุ่มนั้นมีน้อย ก็ไม่มีพลังพอจะสร้างปัญหาได้)

แต่ถ้าเกิด กลุ่มใหญ่ไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มที่เหลือ กลุ่มเล็กๆอาจรวมหัวกันแล้วมีอำนาจต่อรองมากกว่ากลุ่มใหญ่ รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพและเกิดปัญหาในการปกครองประเทศทันที ด้วยเหตุนี้เขาถึงต้องเปิดโอกาสให้พรรคที่ได้อันดับรองๆ ลงไปมีสิทธิแข่งตั้งรัฐบาลไง

ยกตัวอย่างเด็กห้องนึงมี 10 คน มีกลุ่มใหญ่สุด 4 คน นอกนั้น อยู่คนเดียวบ้าง มีกลุ่ม 2-3 คนบ้าง หากต้องคัดเลือกหัวหน้าห้องเพื่อทำภารกิจบางอย่าง

- กลุ่มเด็ก 4 คน กับ เด็กกลุ่มอื่นที่มีแค่ 1-3 คน กลุ่ม 4 คนย่อมได้เปรียบอยู่แล้ว กลุ่ม 4 คนจึงมีพลังมากที่สุดในการ ชี้นำและขอความร่วมเด็ก 6 คนที่เหลือในการทำสิ่งต่างๆ หากเด็ก 4 คนได้รับการยอมรับจากอีก 6 คน ก็จะไม่มีปัญหาอะไร
- แต่ถ้าหากกลุ่มเด็ก 4 คนมันเกรียนจน อีก 6 คนมันไม่ชอบขี้หน้าขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น กลุ่มเล็กๆ 1-3 คนนั่นอาจรวมหัวกัน เป็นกลุ่มใหญ่ 6 คน ต่อต้านกลุ่ม 4 คนได้ ทีนี้กลุ่ม 4 คนก็จะลำบากเพราะ ภารกิจไม่สำเร็จ/สำเร็จยาก เพราะไม่ได้รับความร่วมมือจากคนที่เหลือ
- ในอีกทางนึง เด็กเพียง 1 คน ถ้าเก่งจนเด็กอีก 9 คนยอมรับ ก็สามารถเป็นหัวหน้าห้องได้ และสามารถชี้นำและขอความร่วมเด็ก 9 คนที่เหลือในการทำภารกิจต่างๆได้โดยไม่มีปัญหา

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม  คือ   ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

คุณธรรมที่พร้ำสอน  ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา   ส่วน  ประชาธิปไตยน่ะรึ  เอาเข้าจริงๆ  สำคัญอันใด?? 

 


#40 .กิ๊งก้าเปลี่ยนสี.

.กิ๊งก้าเปลี่ยนสี.

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 455 posts

ตอบ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 08:35

หลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ พากันไม่รู้ โง๊ โง่ :lol:

#41 Shariff

Shariff

    สมาชิกหน้าตาดี

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,802 posts

ตอบ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 08:40

ทำไมเสียงข้างมาก 5-4 ถึงยอมรับกันไม่ได้

งงกับตรรกะของคนจริงๆ
"การปลดปล่อยตัวเองออกจากความเป็นทาสทางความคิดมิใช่ใครอื่น, มีแต่เราเท่านั้นที่จะต้องกระทำ "จากเพลง Redemption song.




ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน