49 วันกับการท่องโพย และอ่านโพยอย่างขมีขมัน
49 วันกับการชูนิ้วชี้ขึ้นฟ้าอย่างท้าทาย และ
49 วันที่เต็มไปคำสัญญามากมาย เต็มไปด้วยความหวัง และความฝันที่สวยงามของผู้คนมากกว่าสิบล้านคน
สื่อหลายสำนักเลีย...เอ๊ย เชียร์เธออย่างออกหน้าออกตา เปรียบเธอกับสตรีชั้นนำที่เคยฝากผลงานให้โลกจดจำไม่ว่าจะเป็นมาการ์เร็ต แธ็ตเชอร์ ฮิลลารี่ คลินตั้น อ่องซานซูจี จนถึง อินทิรา คานธี ยิ่งลักษณ์ 49 วันเทียบชั้นได้ทุกคนโดยไม่เป็นที่กังขาของผู้ที่ยกย่อง เชิดชูเธอแต่ประการใด
ยิ่งลักษณ์สวยทุกครั้งที่ออกกล้อง เสื้อผ้า หน้า ผม และบ้านสุดหรูของเธอเรียงรายออกมาให้ประชาชนได้ชื่นชมยินดี แต่ไม่มีแม้แต่มุมเล็กๆที่สื่อจะบอกกล่าวผลงานอันโดดเด่นที่ผ่านมาของเธอ หรือการศึกษาที่น่าเป็นแบบอย่าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนที่เฝ้าจับตาเธออยู่
อย่างไรก็ตาม ยิ่งลักษณ์ก็ได้กลายเป็นสตรีที่ทรงอิทธิพลที่สุดลำดับที่ 59 ของโลกที่จัดโดยนิตยสารฟอร์บ ท่ามกลางความอลเวงของ สส ภายใต้การนำของเธอที่แห่แหนไปเที่ยวดูไบกันอย่างคึกคักกระทั่งคลอด ครม ที่ได้ชื่อว่าขี้เหร่เหลือรับประทานออกมา พร้อมๆกับช่วงฮันนีมูนได้สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว
ไทยถูกโจมตีด้วยพายุนกเต็น น้ำเริ่มท่วม ยิ่งลักษณ์เดินสายต่างประเทศ จากนั้นก็สร้างบางระกำโมเดลแก้ปัญหาด้วยนโยบาย 2P2R ซึ่งเธอมั่นใจว่าจะทำให้น้ำไม่ท่วมอย่างบูรณาการ ขณะที่อุดรท่วม เชียงใหม่ท่วม อุทัยธานีก็ท่วม สิงห์บุรี ลพบุรี อยุธยา ท่วมกันอย่างบุณาการ เธอยังบอกว่า “เอาอยู่”และลืมบางระกำโมเดลไปเสียสนิท
ยิ่งลักษณ์ประกาศอย่างมั่นใจว่า น้ำไม่ท่วม แต่ไม่นานเราก็เสียนิคมอุตสาหกรรมไปทีละแห่ง บ้านเรือนประชาชนจมน้ำขยายวงกว้าง กินเวลายาวนานโดยที่เธอไม่มีแผนบริหารจัดการใดๆที่เป็นรูปธรรม สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือ มีการพยายามโยนบาปไปยังฝ่ายค้าน รวมไปถึงภาคส่วนต่างๆว่าเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ ฝ่ายค้านผิด เขื่อนผิด ประชาชนผิด รัฐบาลไม่ผิด ขณะที่ประชาชนทะเลาะกันเอง ประชาชนรวมกลุ่มประท้วงรัฐ ประชาชนก่นด่า ประชาชนอดอยาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์โกงถุงยังชีพ และท้ายที่สุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทิ้งของบริจาคให้จมน้ำทิ้งอย่างน่าเสียดาย
ในท่ามกลางวิกฤตความอดอยาก หิวโหย ความไร้ที่อยู่ที่กิน ยิ่งลักษณ์รู้เห็นเป็นใจให้เฉลิมออก พรฎ อภัยโทษ ในท่ามกลางน้ำท่วมจนเน่า บ้าน รถ ประชาชนจมน้ำ การจ่ายชดเชยหลังละ 5000 บาทแสนลำบากยากเย็น ครม ของยิ่งลักษณ์เห็นชอบให้ สส สว เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ครั้งละ 1 แสนบาท ค่าเบี้ยเลี้ยงการประชุมต่างหาก
ยิ่งลักษณ์ทำให้ฉันภูมิใจค่ะ ภูมิใจที่เป็นเสียงส่วนน้อยที่ไม่ได้เลือกเธอ และไม่เคยคิดว่าจะเลือกเธอเพราะหากค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ยิ่งลักษณ์ก็ไม่มีค่าอันใดเลย เธอไม่ต่างจากอุกกาบาต ทั้งมืดหม่น และอัปลักษณ์ ที่เฉิดฉายขึ้นมาจนผู้คนตาพร่าก็เป็นเพราะคำว่า ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น

http://www.oknation.net/blog/inturin/2011/12/14/entry-3











