ผมปรับเปลี่ยนเอาจากที่ป๋าเปลวแกเขียน
ตั้งคำถามไว้ในบทความวันนี้(19 มิย.) ของแกว่า..
เมื่อข้าว 'ส่ง(ไม่)ออก' ต้องกรอกถุง
คนเรา...เมื่อไม่มีสำนึกในสิ่งผิด ความละอายต่อสิ่งผิดก็ย่อมไม่มี กิริยาการนี้ เกิดขึ้นกับบุคคล บุคคลนั้นก็เสื่อม เกิดขึ้นกับครอบครัว ครอบครัวนั้นก็เสื่อม เกิดขึ้นกับรัฐบาล รัฐบาลนั้นก็เสื่อม เกิดขึ้นกับประเทศชาติ ประเทศชาตินั้นก็เสื่อม
ผมจับความสั่นไหว "จิตสำนึก" นายกฯ ยิ่งลักษณ์ผ่านคำตอบนักข่าวเรื่องปัญหาข้าววานนี้ (๑๘ มิ.ย.๕๖) ก็พลอยหดหู่กับวิบากชาติ-ชะตากรรมประชาชน ข้าวเกิดและอยู่เป็นสัญลักษณ์คู่ประเทศ แต่วันนี้...อนาคตข้าวมืดมิด
แล้วอนาคตประเทศจะสว่างได้อย่างไรกัน?
เมื่อสุดทางไป คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) ในระบอบทักษิณ ก็ตัดทอนตัวเลขขาดทุนเอาเฉพาะปี ๕๔/๕๕ มาเป็นตัวเลขงามหน้าระบบราชการให้ดูพอไม่ช็อกกันทั้งประเทศว่า...ขาดทุนไปแค่ ๑.๓๖ แสนล้าน เท่านั้นเอง
ยิ่งลักษณ์สำนึกสนองตัวเลข "เท่านั้นเอง" ด้วยอาการไม่รู้สึก-รู้สา เรียบสงบ และด้าน ว่า
"ขาดทุนตามนโยบายที่เราต้องการดูแลเกษตรกรและราคาพืชผล ๑.๓๖ แสนล้านนั้น เป็นเงินที่ไหลไปถึงมือเกษตรกร!"
ครับ...มันเป็นเงินเก็บภาษีจากประชาชนไปเป็นงบประมาณแผ่นดิน จะกี่แสนล้าน...ก็ไม่รู้สึก เพราะไม่ใช่เงินจากครอบครัวชิน
ถ้า ๑.๓๖ แสนล้านไหลสู่กระเป๋าเกษตรกรครบถ้วนจริง ก็อยากบอกยิ่งลักษณ์ว่า เลิกโครงการรับจำนำข้าวเถอะ
ตั้งงบปีละ ๑.๓๖ แสนล้าน หารแจกเกษตรกรในระบบตามบัญชีกันไปเลยจะได้รวบรัดชัดเจนกันไป คืนระบบตลาด "การค้าเสรี" ให้เอกชนเขา ให้เขาเดินกลไกไปตามปกติ ส่วนอำนาจรัฐ คอยกำกับซื้อ/ขายให้เสรี-เป็นธรรม และใช้กลไกรัฐส่งเสริม
แต่นี่..มันเป็นตัวเลขเกษตรกรบังหน้า ไอ้พวกฆาตกรระบอบทักษิณสวมรอยตามหลังเสียมากกว่า จึงหนังหนา-หน้าด้าน ดันทุรังโครงการกันต่อไป ทั้งที่ชาวบ้าน-ชาวโลกท้วงติงและชี้ให้เห็นถึงขบวนการโกงเชิงนโยบาย
ปกปิด-เบี่ยงเบน-เล่นกลตัวเลข สารพัดวิธีกันแล้ว แค่จำนำรอบเดียวก็ยังขาดทุนขนาดนี้ ถ้าให้ผู้ตรวจการบัญชีมาตรฐานมาสอบทาน และรวมจำนำปี ๕๕/๕๖ ด้วย ตัวเลขขาดทุนจริงๆ ไม่ปาเข้าไปกว่า ๓-๔ แสนล้านหรือ?
แต่แม่นางผู้เลอโฉมประโลมโลก กลับไม่สำนึก-ไม่เจ็บปวด ในขณะที่เส้นเลือดใหญ่ คือ "ประเทศชาติ-ประชาชน" ที่ถูกเชือด เลือดกำลังไหลไม่ยอมหยุด!
เป็นประวัติศาสตร์ด้านทรามและบัดซบในวงการบริหารประเทศโลกประชาธิปไตย ที่คณะบริหารคือรัฐบาล แย่งเอกชนค้าขาย ด้วยการยึดตลาดข้าวเป็นสัมปทานผูกขาด ซื้อ-ขายข้าวเองทั้งประเทศ แต่ปกปิด-ซ่อนเร้น วิธีการและตัวเลขทุกชนิด
ทั้งจำนวนข้าว ทั้งจำนวนซื้อ/ขาย ทั้งตัวเลขซื้อ/ขาย ขายไปกี่ตัน ตันละเท่าไหร่ ขายให้ใคร จีทูจี นั้น ประเทศไหน ส่งมอบอย่างไร เมื่อไหร่ เงินอยู่ไหน เท่าไหร่?
ทั้งหลาย-ทั้งปวง คำตอบจากยิ่งลักษณ์ "หัวหน้ารัฐบาล" คือ.....คงไม่ทราบอะไรตรงนั้น เพราะเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่!?
เมื่อประชาธิปไตยระบบรัฐสภาด้วยเสียงข้างมาก คัดเลือกคนอย่างนี้มานำบริหาร อาจพูดจากันได้บ้าง แต่จะไปทำอะไรได้ ในเมื่อกลไกตรวจสอบทั้งระบบราชการ ระบบรัฐสภา และระบบตุลาการ "บางส่วน" ตกอยู่ใต้อาณัติ หรือใต้อิทธิพลบันดาลดี-เลว
ในเมื่อประชาธิปไตยเป็นของประชาชน ด้วยวัฏฏะประชาธิปไตย อำนาจควบคุมรัฐบาลที่บริหารยังโทษมากกว่ายังประโยชน์ต่อสังคมชาติ ในที่สุด...มันก็ต้องวนกลับไปอยู่ในมือประชาชน โดยประชาชน และของประชาชน!
ยิ่งลักษณ์ในตำแหน่งผู้นำ ไม่ต่างตุ๊กตาเสียกบาล ก็น่าเห็นใจ เธอไม่รู้อะไร นอกจากสิ่งที่เขาบอกให้พูด-ให้ทำ ตัวอย่างเช่น นักข่าวถามเรื่องตัวเลขสับสนของข้าวตามโกดัง
"ตัวเลขกับตัวข้าวจริงตรงกันไหม เพราะข่าวเวียนเทียน ให้เสี่ยคนนั้นเอาข้าวซื้อฤดูใหม่ส่งออก แล้วเอาข้าวเก่าสวมตัวเลขเป็นข้าวใหม่คาโกดังค้างปีไว้ตามเดิม มันหนาหูพอๆกับข่าวสต็อกลมบ้าง ข้าวบูด-ข้าวเน่า คาโกดังบ้าง?"
ยิ่งลักษณ์แสดงศักยภาพผู้นำผ่านคำตอบว่า......
"....ฝากนายบุญทรงให้ตั้งคณะเซอร์เวเยอร์ที่เป็นตัวกลางเพิ่มขึ้นอีกทีมในการตรวจสอบทุกโกดัง และในทีมเซอร์เวเยอร์จะมีทีมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าไปตรวจสอบด้วย....."
ผมไม่แน่ใจว่ายิ่งลักษณ์รู้จักด้วยเข้าใจคนในตำแหน่งเซอร์เวเยอร์มาตรฐานขนาดไหน ถ้ารู้จักและต้องการเซอร์เวเยอร์มืออาชีพมาตรวจสอบโกดังข้าวด้วยต้องการความโปร่งใสจริงๆ ละก็...
ต้องไม่ปล่อยให้ "องค์การคลังสินค้า" คัดเซอร์เวเยอร์ ๑๖-๑๗ บริษัท ล้วน "มาตรฐานท้องถิ่น" มาร่วมโครงการรับจำนำข้าวเช่นนี้หรอก!
พูดกันตรงๆ แค่มีตามระเบียบ ช่วยมาเป็น "ตัวหารร่วม" รายกระสอบ ในเงินโครงการที่ฉิบหายจนไม่สามารถแจงตัวเลขกำไร-ขาดทุนได้นั่นละมากกว่า
เป็นรัฐบาลเข้าปีที่ ๒ แต่กล้า "แถลงผลงาน" ปีแรกต่อรัฐสภาซะที่ไหนล่ะ!?
โอ้อวดประกวดเขานักว่า เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย แต่ประพฤติ-ปฏิบัติ "แหกกฎหมาย-แหกรัฐธรรมนูญ" เป็นตัวอย่างเลวๆ ประจำ
ถามนางงามแห่งทำเนียบดอกเห็ดบานสักนิด...ตำรวจเป็นหน่วยสารพัดรู้ประจำรัฐบาลระบอบทักษิณงั้นหรือ?
เธอรู้มั้ย การตรวจสอบสินค้ามาตรฐานในกระบวนการเพื่อการส่งออกนั้น ไม่ใช่ใครก็ได้ เซอร์เวเยอร์เป็นอาชีพอย่างหนึ่ง ต้องเรียนรู้ มีทักษะ มีประสบการณ์
และที่สำคัญต้องสอบผ่านจาก "สำนักงานมาตรฐานสินค้า" มีใบอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศจึงจะไปทำหน้าที่ได้ คล้ายๆ ทนายความ
ทั้งประเทศมีคุณสมบัติผ่านเป็นเซอร์เวเยอร์ยังไม่ถึงพันคนด้วยซ้ำ และบริษัทที่จะมาเข้าโครงการตรวจสอบได้ อย่างข้าวแสนตันนี่ ต้องมีหนังสือค้ำประกันจากธนาคารไม่ต่ำกว่า ๑๐ ล้าน
แล้วลองไปตรวจสอบเซอร์เวเยอร์ที่ อคส.จ้างมาดูซิ....!
ดูมาตรฐานบริษัท ดูสัญญา ดูเงินค้ำประกัน แล้วมาบอกชาวบ้านซิ มันส่อว่าให้ไปช่วยตรวจสอบคุณภาพข้าวตามโกดัง หรือให้ไปช่วย "เติมเต็ม" ในขั้นตอนขบวนการโกงกินรับจำนำข้าวทุกเม็ด?
ยิ่งจะให้ตำรวจเป็นทีมเซอร์เวเยอร์ไปด้วย ความรู้-ประสบการณ์ในงานตำรวจ กับงานเซอร์เวเยอร์มันคนละเรื่อง เอาคนมีหน้าที่จับผู้ร้าย ไปตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานข้าว
เฮ้อ...จ๊ะ คันหู จริงๆ!
ถ้าต้องการให้ตำรวจไปด้วยเจตนาลับในอก-ในใจของท่าน...ก็เชิญตามสบาย แต่ถ้าให้ไปด้วยเป้าหมาย "ตรวจสอบข้าว"
มันจะ "เปลืองข้าว" ซะเปล่าๆ นะ...เจ๊!
ถามอีกคำ...ยิ่งลักษณ์เคยนวยนาดไปดูโกดังเก็บข้าวบ้างมั้ย ถ้าเคยจะรู้ว่า แต่ละโกดังที่รัฐบาลต้องจ่ายค่าเช่าหลายหมื่นล้านต่อปีนั้น มีกระสอบข้าวสารเป็นพัน-เป็นหมื่นซ้อนเรียงเท่าตึก ๓-๔ ชั้น ไม่มีแววว่าจะขนย้ายขายออกได้ในปีนี้-ปีหน้า-ปีโน้น
รวมทั้งหมดของข้าวสารลักษณะนี้ มีเป็นแสน-เป็นล้านกระสอบ เซอร์เวเยอร์มา ก็...ทำได้แค่เปิดกุญแจ ๓ ดอก เข้าไปชะแง้แลคอตั้งบ่า
จะตรวจสอบอะไรได้ นอกจาก...มีเท่าไหร่ ๗ หรือ ๑๐ คูณไป แล้วโอเค!
ข้าวที่อัดแน่นไว้ยิ่งกว่าป่าช้าวัดดอน ๖ เดือนก็สิ้นสภาพแล้ว สิ่งที่ทำได้คือ โละขายให้พ่อค้าซื้อไปทำข้าวถุง หุงก็ไม่มียาง ที่กะเรี่ยกะราดเหมือนหาดทราย ขี้มือ ขี้ตีน ซากสัตว์ ก็กวาดขาย...ไปกรอกถุง
และอนาคตของข้าวที่เหลือจากนั้น ก็เปื่อยเน่าเคล้ามอด เคล้าเชื้อรา รอเจ้าภาพไปกำหนดวันกับเจ้าอาวาส เพื่อทำพิธีฌาปนกิจ!
เรื่องคุณภาพข้าวถุงตามท้องตลาดเวลานี้ มีคนถามผมมาก ในฐานะที่ผมเป็นเซอร์เวเยอร์กิตติมศักดิ์ จะซื้อกินได้ หรือซื้อกินตายผ่อนส่ง แล้วค่อยคุยกัน ตามที่เห็นกะตา.
http://www.thaipost....ws/190613/75234
เฮ้อ...เราๆท่านๆ คงต้องตาม ใช้เวรใช้กรรมกันต่อไป
จนกว่า ประชาธิปไตยจะได้กลับบ้าน...?!?
Edited by Suraphan07, 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556 - 09:10.












