พระบรมอัฐิและพระบรมโกศในหลวงรัชกาลที่ 5 http://astv.mobi/A38X10s
จากบทความของเทพมนตรี โดยสรุปคือ อุ่นเรื่อนเอาพระบรมโกศไปจำนำกับเสี่ยสี่ และเทพมนตรีรู้เรื่องเข้า จึงไปบอกให้ ราชสกุลยุคล รับทราบและดูเหมือนเทพมนตรีจะอยากให้ราชสกุลนำเงินมาไถ่ถอนไปจากเสี่ยสี่
แต่จากข่าวที่อ่านพระบรมโกศทองคำพร้อมพระบรมอัฐินั้นถือว่าเป็นทรัพย์มรดกที่ยังไม่แบ่งของราชสกุลยุคล
ที่ผมข้องใจคือการที่ตัวแทนสกุลยุคลจะฟ้องเสี่ยสี่มันผิดตรงไหน ทำไมเทพมนตรีต้องออกมาพูดทำนองว่า ตกลงกันแต่ที่แรกว่า สกุลยุคลจะนำเงินสดมาไถ่ถอนพระบรมโกศ?
ก็ในเมื่ออุ่นเรือนนำพระบรมโกศมาจำนำอย่างผิดกฎหมาย ทำไมสกุลยุคลต้องรับภาระไปไถ่ถอนคืน
มาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระ ทำความผิดถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีด เอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกหรือ เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจรต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไร หรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตาม มาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์ อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตาม มาตรา 335ทวิ การชิงทรัพย์ตาม มาตรา 339ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตาม มาตรา 340ทวิ ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่น บาทถึงสามหมื่นบาท
หมายเหตุมาตรา 357 วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ.แก้ไขเพิ่มเติมปอ. (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2512
เจ้าของทรัพย์สามารถเรียกคืนทรัพย์ของตนจากโรงรับจำนำได้โดยไม่ต้องไถ่ หากมีกรณีต้องตาม ม.๒๔ พรบ.โรงรับจำนำฯ
http://www.fileshack...9&file=ting.pdf
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3053/2523
จำเลยได้รับอนุญาตให้ตั้งโรงรับจำนำและได้รับจำนำหัวเข็มขัดทองคำของโจทก์ซึ่งถูกคนร้ายลักไป จำเลยจะถือเอาประโยชน์ตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505 มาตรา 4 ได้ ก็ต้องเป็นการรับจำนำสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้เป็นปกติธุระแต่ละรายมีจำนวนเงินไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท แต่ปรากฏว่าจำเลยรับจำนำทรัพย์รายนี้ไว้เป็นเงินถึงสี่หมื่นบาท จำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำ พ.ศ. 2505เป็นเรื่องต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของหัวเข็มขัดดังกล่าวย่อมมีสิทธิที่จะติดตามเอาคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336
เมื่อจำเลยรับจำนำทรัพย์ไว้มีจำนวนเงินเกินกว่าหนึ่งหมื่นบาท การรับจำนำนั้นก็ไม่อยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำพ.ศ. 2505 ในจำนวนเงินที่รับจำนำไว้ทั้งสี่หมื่นบาท จะแยกเอาแต่จำนวนเงินหนึ่งหมื่นบาท อันเป็นส่วนหนึ่งของการรับจำนำที่ไม่ได้รับความคุ้มครองแล้วว่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติโรงรับจำนำพ.ศ. 2505 ย่อมไม่ได้
ปัจจุบัน กม.แก้ไขจำนวนเงินเป็น ๑ แสน แล้ว หากมูลค่าเกิน ๑ แสน ก็เข้าล๊อค ฎ.ข้างต้น
แม้ว่าผู้รับจำนำจะไม่รู้ว่าของที่รับจำนำเป็นของลักมา แต่หากควรจะรู้ได้ เท่านั้น ต้องคืนเขาไปสถานเดียวจะเรียกค่าไถ่มิได้











