อเมริกัน 'มิตรแท้-มิตรเทียม'?
เปลว สีเงิน
21 ธันวาคม 2554 - 00:00
พวก "ข้าราชการ-นักการเมือง" สังวรกันหน่อยนะครับ ไม่เพียงลูกปืนเท่านั้นที่ฆ่าพวกท่านได้ "สายรัดเงิน" ก็ฆ่าได้ ฉะนั้น โปรดสำรวจถุงของขวัญทุกชิ้น-ทุกลังให้ถ้วนถี่ก่อนบริโภค ว่ามีสายรัดติดมาด้วยหรือไม่ มันไม่ติดคอหรอก แต่จะรัดคอท่านน่ะ ดูอย่าง "ปลัดสุพจน์" ไว้เป็นมรณานุสติ!
วันนี้ ยังไม่คุยเรื่องนี้ ให้ ป.ป.ช.ทำหน้าที่เที่ยงตรงของท่านไปก่อน แต่เมื่อวาน (๒๐ ธ.ค.) นักข่าวตั้งข้อสังเกตเชิงปรารภกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.เรื่องหนึ่งว่า
มีบางฝ่ายพยายามยกคำโจมตีมาตรา ๑๑๒ จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างประเทศ มาอ้างเป็นเงื่อนไขให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรานี้เสียใหม่ ผบ.ทบ.ตอบสั้นๆ ว่า
"ก็ไปอยู่ต่างประเทศก็แล้วกัน"!
ครับ..สั้นๆ เหมือนไม่ได้ตอบ แต่ชัดเจนยิ่ง ในเรื่องนี้เราจะเห็นว่า ในทันทีที่ศาลตัดสินลงโทษ ทั้งนายอากง และนายโจ กอร์ดอน ไทยสัญชาติอเมริกัน ทั้งฮิวแมนไรต์วอตช์ องค์กรเอกชนทำนองเอ็นจีโอ ทั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น กระทั่งตัวนางเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไทย "นางเคนนีย์"
เปลือยธาตุแท้ "สร้างกระแสสากล" ถล่มมาตรา ๑๑๒ อันว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์!
ทั้ง ฮิวแมนไรต์วอตช์ ทั้งยูเอ็น มันก็องค์กรที่สหรัฐขุนไว้ใช้เป็นลูกมือ-ลูกตีน เหตุที่สหรัฐเปลือยสันดานในการคบไทยให้ประจักษ์จากเกมนี้ ไม่ต้องไปข้องจิต เพราะชัดว่า...นี่คือ
"ผลประโยชน์ที่เลือกข้าง" แล้ว!
ไม่ต้องค้นลึก วันก่อนทักษิณบินไปเขมร รุ่งขึ้น..นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ประกาศจะบินไปเจรจาเรื่องปิโตรเลียมกับเขมร เมื่อวานน้องสาวไปคุยพลังงานก๊าซกับพม่า ข่าวโทรทัศน์ก็ตบท้ายข่าว...ก่อนหน้านี้ทักษิณบินมาเจรจานำร่องไว้แล้ว!
เอ้า...แล้วย้อนไปดูอะไรสนุกๆ เมื่อวันที่ ๑/๑๑/๑๑ นางคริสตี เคนนีย์ ตัวแทนประเทศสหรัฐในไทย เป็นหัวหน้านำคณะบริษัทสำรวจ-ขุดเจาะน้ำมันสหรัฐรายใหญ่ของโลกที่รู้จักกันดี คือ "เชฟรอน" ไปยืนหน้ากระดานเรียงหนึ่ง เอาเงิน ๑ ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทย ๓๐ ล้านบาท
ไปมอบให้ ศปภ.ช่วยคนถูกน้ำท่วม ผ่าน น.ส.ยิ่งลักษณ์!
ทั้งๆ ที่รัฐบาลสหรัฐประกาศเป็นนโยบายท่ามกลางกลิ่นคอรัปชั่นของบริจาคหึ่งในตอนนั้นว่า จะมอบให้เฉพาะแต่องค์กรที่ไม่ใช่รัฐบาลเท่านั้น เช่น สภากาชาดไทย
ความหมายทางเจตนาก็คือ ไม่ไว้ใจความสุจริตของ ศปภ. แต่นางเคนนีย์กลับนำคณะเชฟรอนไปมอบเป็นการเสริมฉาก ประทับตราอินทรีเสริมบารมีรัฐบาลทักษิณหราให้ประจักษ์ต่อสังคมโลก!
นี่...ยังไม่นับที่นางเคนนีย์ทิ้งมรรยาททูต ใช้สัญลักษณ์อเมริกันส่งสัญญาณ แจ้นไปกางปีกแสดงความยินดีกับยิ่งลักษณ์ ในความหมายได้เป็นหัวหน้ารัฐบาลคนใหม่ ทั้งที่ยังนับคะแนนกันอยู่เหยงๆ!?
สหรัฐมีคำพูดติดปาก แต่ไม่ได้ออกมาจากใจในการพูดถึงไทยอยู่ประโยคหนึ่งคือ "ไทยเป็นมหามิตร" แต่ทุกครั้งที่มหามิตรมีปัญหา ก็หวังลมใต้ปีกพญาอินทรีตัวนี้ช่วยพยุงบ้าง แต่ก็ทุกครั้งเช่นกัน นอกจากไม่เคยช่วยอะไรไทยเราแล้ว
ในที่ลับ...ยังทั้งโขกสับ ทั้งกระทืบตีซ้ำให้ตายคาตีน!
อย่านึกว่าผมสักแต่มีนิ้วจิ้มคอมพ์ก็จิ้มแบบโมหะ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมจะเอา "ใบเสร็จมหามิตร" มาแสดง ท่านจำได้มั้ย หนังสือ My Life ที่อดีต "ประธานาธิบดีคลินตัน" เขียนเปิดใจหลังพ้นตำแหน่ง ขายดิบ-ขายดี ๒ ล้านกว่าเล่ม
ในส่วนที่เป็น "คำสารภาพ" มิตรทำกับมิตร คนที่ย้อนเกล็ดได้ถึงเนื้อที่สุดน่าจะเป็นสำนวนของ "นายวีรพงษ์ รามางกูร" ได้เขียนถึง "บันทึกความทรงจำของคลินตัน" ไว้ในหนังสือประชาชาติธุรกิจ เมื่อปี ๒๕๔๗ ตอนหนึ่งว่า
........หนังสือ "ชีวิตของข้าพเจ้า" เป็นบันทึกความทรงจำของอดีตประธานาธิบดีคลินตัน ที่ได้ข่าวว่าก็เป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดเล่มหนึ่งของปีนี้
ผมเองไม่ได้อ่านจากต้นฉบับ แต่ก็เห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าวฮือฮาว่า ท่านเขียนยอมรับผิดหลายเรื่อง เรื่องที่ฮือฮามากที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องที่ท่านเขียนยอมรับผิด เรื่องที่ท่านมีเรื่องอื้อฉาวกับนักศึกษาสาว...ฯลฯ....... แต่เรื่องที่น่าสนใจที่คุณทนง ขันทอง เอามาเขียนลงในหนังสือพิมพ์ "เดอะเนชั่น" นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจและสะกิดใจมาก อดีตประธานาธิบดีคลินตัน คงตั้งใจเขียนไว้ให้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เรื่องที่ว่าก็คือ
เรื่องที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเงิน ที่เริ่มต้นจากบ้านของเราในปี 2540 จนได้รับการขนานนามว่า "โรคต้มยำกุ้ง" เพราะต้มยำกุ้งเป็นอาหารไทยที่ได้รับความนิยมและรู้จักไปทั่วโลก วิกฤตการณ์นั้นลุกลามข้ามทวีปไปยังประเทศรัสเซีย และบราซิลอย่างที่เราทราบ
อดีตประธานาธิบดีคลินตันยอมรับว่าตัดสินใจผิด ที่ไม่ได้ช่วยเหลือประเทศไทยเลย แม้แต่ดอลลาร์เดียว!
ท่านเล่าว่า เมื่อประเทศไทยถูกโจมตีหลังจากฟองสบู่แตกในปี 2540 ระบบสถาบันการเงินล้มระเนระนาด หนี้ต่างประเทศของไทยถีบตัวสูงขึ้นถึง 120 พันล้านเหรียญสหรัฐ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลถึง 8 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ ตลาดหลักทรัพย์ฯ พังพินาศ เจ้าหนี้ต่างประเทศเรียกหนี้คืนหมด ทำให้เงินไหลออกจากประเทศอย่างรวดเร็ว
ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างรวดเร็วจนต้องประกาศลอยตัวเงินบาท เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 หลังจากนั้นค่าเงินบาทลดลงอย่างรวดเร็ว
ท่านคลินตันเขียนเล่าว่า กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม และสภาความมั่นคงของสหรัฐ ได้เสนอความเห็นว่า รัฐบาลสหรัฐควรจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศไทย เพราะประเทศไทยเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของสหรัฐอเมริกาในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้
ท่านอดีตประธานาธิบดีเล่าว่า ท่านเห็นด้วยกับ 3 หน่วยงานนี้ แต่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐในขณะนั้นคือ นายโรเบิร์ต รูบิน ไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ ท่านโยนความผิดไปที่นายรูบิน
ท่านเห็นว่า แม้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในแง่ของการเมืองและเศรษฐกิจในแง่ของสหรัฐอเมริกา แต่เป็นการให้สัญญาณที่ผิด พอข่าวออกไป สหรัฐจะไม่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศไทยเท่านั้น ผู้คนและสถาบันการเงินก็ตกใจ รีบขนเงินตราต่างประเทศออกจากเมืองไทย เจ้าหนี้ก็ตกใจรีบเรียกหนี้คืน ในที่สุดประเทศไทยก็ต้องขอความช่วยเหลือ ยืมเงินจากประเทศอื่นๆ ผ่านทางไอเอ็มเอฟ เป็นจำนวนเงินประมาณ 17 พันล้านเหรียญ
นายรูบินคัดค้านการช่วยเหลือประเทศไทย ก็เพราะก่อนหน้านั้น ทางรัฐสภาอเมริกาเคยโจมตีนายรูบินที่รัฐบาลอเมริกันเคยจ่ายเงินจาก "กองทุนรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน" หรือ Exchange Stabilization Fund ของกระทรวงการคลังสหรัฐ ผ่านไอเอ็มเอฟ เพื่อช่วยเหลือประเทศเม็กซิโก เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ในประเทศเม็กซิโก ก่อนประเทศไทยราวๆ ปีครึ่ง
ที่กระทรวงการคลังสหรัฐช่วยเหลือเม็กซิโกก็เพราะ เม็กซิโกอยู่ติดกับอเมริกา ถ้าเม็กซิโกเป็นอะไรไปก็จะกระทบกระเทือนอเมริกา เพราะเม็กซิโกเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ของอเมริกา เม็กซิโกเป็นลูกหนี้รายใหญ่ของอเมริกา บริษัทอเมริกันเข้าไปลงทุนในเม็กซิโกเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญถ้าคนเม็กซิกันตกงานก็จะทะลักเข้ามาหางานทำในอเมริกา อเมริกาก็จะเดือดร้อน
แต่ประเทศไทย เป็นประเทศเล็กที่อยู่ห่างไกล อะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับอเมริกา กล่าวคือ ดูผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก เพียงแต่สนับสนุนให้ไอเอ็มเอฟเข้ามาปล่อยเงินกู้ให้ แต่ไม่มีเงินจากอเมริกาเลย เป็นเงินของไอเอ็มเอฟเองส่วนหนึ่ง ที่เหลือมาจากญี่ปุ่น จีน และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกทั้งนั้น
ท่านคลินตันยังเล่าต่อไปว่า เรื่องดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก นอกจากจะไม่ช่วยเหลืออะไรประเทศไทยแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น โรเบิร์ต รูบิน, แลร์รี่ ซัมเมอร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้ง ปู่อลัน กรีนสแปน ต่างก็แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวต่อประเทศไทย บังคับให้ประเทศไทยใช้มาตรการต่างๆ อย่างรุนแรง
ทั้ง 3 คน กดดันประเทศไทยผ่านทางไอเอ็มเอฟจนเข้ามุมอับ ให้เปิดเผยฐานะของทุนสำรอง เหลือเท่าไหร่ เอาไปสู้ป้องกันเงินบาทเท่าไหร่ มิฉะนั้น ไอเอ็มเอฟจะไม่ให้เบิกเงิน พอเปิดตัวเลขออกมา คนยิ่งตกใจ เงินยิ่งไหลออก ค่าเงินบาทยิ่งตกหนักลงไปอีก วิกฤตการณ์ก็ยิ่งลึกลงไปอีก
ถ้ายังจำกันได้ เมื่อเราประกาศลอยตัวค่าเงินบาท เงินบาทอ่อนค่าลงจาก 25/1 ดอลลาร์ ไปอยู่ที่ประมาณ 29/1 ดอลลาร์เป็นเวลานาน ซึ่งน่าจะเป็นค่าที่แท้จริง พวกเราเคยคิดกันว่า ถ้าไม่ไปต่อสู้ป้องกันค่าเงินบาท ประเทศไทยประกาศลดค่าเงินบาทลงเป็น 29/1ดอลลาร์ ก็น่าจะพอและอยู่ได้ แต่ ธปท.ประกาศว่าทุนสำรองเมื่อหักภาระการไปขายดอลลาร์ล่วงหน้าไว้เท่าไหร่เท่านั้นเอง ค่าเงินบาทตกต่อจาก 29 บาทเรื่อยไปจนถึง 56/1 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นหายนะของประเทศ
คนไทยขมขื่นมาก เพราะทุกคนรู้ว่าคนอเมริกันเอาเงินออมของตนมาลงทุนกับ "กองทุนตรึงมูลค่า" หรือ "hedge fund" ที่มาโจมตีประเทศไทย........ฯลฯ.........
"ดร.โกร่ง" ประธาน กยอ.ภายใต้แบรนด์ยิ่งลักษณ์ จบบทกะเทาะเปลือกอเมริกันไว้ตอนนั้น ด้วยประโยคว่า
"บทเรียนอันนี้ เราคนไทยน่าจะจดจำตลอดไป"
http://www.thaipost....ws/211211/50001
วันนี้ลุงเปลวด่าอเมริกาได้โดนใจมากๆ......
#1
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 06:39
- สงสารสาวจันทร์, iba, redfrog53 and 5 others like this
รักเสื้อแดง แช่งอำมาตย์ อาฆาตม๊ากนาซี ขอเชิญมาร่วมกันที่นี่เลย!!!!!!
#3
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 06:54
เจ็บแล้วจำค่ะ
#4
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 07:00
#5
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 08:51
#6
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 09:50
กราบเท้าคนมอนเตก็ทำ
กราบไข่เขมรก็ทำ
กราบตีนอเมริกันนี่เรื่องธรรมดา
#7
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 10:34
#8
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 11:40
เจตนารมณ์ส่วนตัว
- ไม่ใช้ถ้อยคำที่คำหยาบคาย
- ไม่ต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่มีเหตุผล
#9
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:09
#10
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 12:17
#11
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:09
ถ้าไปอ่านประวัติศาสตร์อเมริกาเป็นมิตรกับผลประโยชน์เท่านั้นครับ และหลองลวงเอาทรัพายกรจากชาติอื่นแถบเอเชีย
ช่วงต้มยำกุ้งมี เจ้าของกิจการล้มกันเป็นแถบเลย มีฆ่าตัวตายไปก็มี แต่ก็มีคนรวยจากเหตุการณ์นี้ ใครละครับ? ไอเฮี้ยแม้วไง
คนดีจริงไม่โกงที่วัด ไม่ยุแยงให้คนแตกแยก ไม่หลอกคนอื่นให้มารับเคราะห์ตายแทน
#12
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:15
ถึงผมจะเป็นคนหัวขบถ แต่ไม่คิดทรยศบุญคุณแผ่นดินเกิด
เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ไม่ใช่ใบอนุญาตทำร้ายประเทศชาติ
#13
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:18
#14
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:42
สหรัฐอเมริกาจะ'ทวงบุญ'ประเทศไทย รัฐบาลชวน หลีกภัย และประชาชนไทยไม่ได้เลย.....
ประเทศไทยฟื้นตัวด้วยการช่วยเหลือจาก ไอเอมเอฟด้วยเงินก้อนหนึ่งและไม้เรียว มิตรประเทศในเอเซีย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ เป็นต้น
วันที่ 14 สิงหาคม 2540 รัฐบาลไทยโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายทนง พิทยะ) และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์) ได้ลงนามในหนังสือแสดงความจำนงขอรับความช่วยเหลือด้านการเงินและวิชาการจาก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ฉบับที่ 1 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 17.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับเงินให้ความช่วยเหลือที่ได้จากจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศนั้น อยู่ในรูป Stand-by arrangement เป็นระยะเวลา 34 เดือน (สิงหาคม 2540 - 31 พฤษภาคม 2543) จำนวน 2.9 ล้าน SDR (Special Drawing Right) หรือเทียบเท่ากับ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อรวมกับความช่วยเหลือจากประเทศ
พันธมิตรอีก 9 ประเทศ กับธนาคารพัฒนาเอเซียและธนาคารโลก ทำให้วงเงินความช่วยเหลือเป็นจำนวนเงิน 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ดังนี้
1. ออสเตรเลีย 1,000 ล้านเหรียญ
2. จีน 1,000 ล้านเหรียญ
3. ฮ่องกง 1,000 ล้านเหรียญ
4. อินโดนีเซีย 500 ล้านเหรียญ
5. ญี่ปุ่น 4,000 ล้านเหรียญ
6. เกาหลี 500 ล้านเหรียญ
7. มาเลเซีย 1,000 ล้านเหรียญ
8. สิงคโปร์ 1,000 ล้านเหรียญ
9. บูรไน 500 ล้านเหรียญ (แสดงความจำนงหลังจากวันที่ 11 สิงหาคม 2540)
10. ธนาคารโลก 1,500 ล้านเหรียญ
11.ธนาคารพัฒนาเอเซีย 1,200 ล้านเหรียญ
การเบิกจ่ายเงินกู้จะเบิกจ่ายเป็นงวดทั้งหมด 12 งวด ซึ่งประเทศพันธมิตรจะเบิกจ่ายตามสัดส่วนการให้กู้ตามการเบิกจ่ายของ IMF หรือตามการเจรจาตกลงการเบิกจ่ายแบบทวิภาคี โดยการเบิกจ่ายจาก IMF ครั้งแรก เป็นจำนวน 1,200 ล้าน SDR ครั้งที่สอง 600 ล้าน SDR
http://www.kpi.ac.th...B%E0%B8%B5_2540
ปล.ภายหลังอินโดนีเซียมีปัญหาเช่นกัน....
ไทยจึงไม่ขอรับการช่วยเหลือจากอินโดนีเซีย.....
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#15
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 13:51
เรื่องอเมริกานี้มีเยอะครับ เป็นประเทศที่ปล้นชาติคนอื่นๆมาตลอดในประวัติศาสตร์
ถ้าไปอ่านประวัติศาสตร์อเมริกาเป็นมิตรกับผลประโยชน์เท่านั้นครับ และหลองลวงเอาทรัพายกรจากชาติอื่นแถบเอเชีย
ช่วงต้มยำกุ้งมี เจ้าของกิจการล้มกันเป็นแถบเลย มีฆ่าตัวตายไปก็มี แต่ก็มีคนรวยจากเหตุการณ์นี้ ใครละครับ? ไอ***แม้วไง
แล้วแต่ยุคสมัยและสถานการณ์......
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ถ้าเราไม่สหรัฐอเมริกาสนับสนุน
ประเทศไทยอาจจะเป็นเมืองขึ้น
หรือเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่
กับอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย.....
เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...
#16
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 14:07
หาชมได้ทุกโรงภาพยนต์
The most valuable things in life are not measured in monetary terms.
The really important things are not houses and lands, stocks and bonds, automobiles and real estate,
but friendships, trust, confidence, empathy, mercy, love and faith.
#17
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:12
สันดานแดงครับ
กราบเท้าคนมอนเตก็ทำ
กราบไข่เขมรก็ทำ
กราบตีนอเมริกันนี่เรื่องธรรมดา
อืม ๆ ก็เสื้อแดงนี่ครับคิดเองได้ที่ไหนในหัวมีแต่อคติ
---------------------------------------
#18
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:14
เห็นด้วยบางส่วน แต่ว่าทุกครั้งที่อเมริกามาก็ไม่ได้มาแบบฟรีๆ ต้องมีของติดมือไปด้วย
เรื่องอเมริกานี้มีเยอะครับ เป็นประเทศที่ปล้นชาติคนอื่นๆมาตลอดในประวัติศาสตร์
ถ้าไปอ่านประวัติศาสตร์อเมริกาเป็นมิตรกับผลประโยชน์เท่านั้นครับ และหลองลวงเอาทรัพายกรจากชาติอื่นแถบเอเชีย
ช่วงต้มยำกุ้งมี เจ้าของกิจการล้มกันเป็นแถบเลย มีฆ่าตัวตายไปก็มี แต่ก็มีคนรวยจากเหตุการณ์นี้ ใครละครับ? ไอ***แม้วไง
แล้วแต่ยุคสมัยและสถานการณ์......
หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ถ้าเราไม่สหรัฐอเมริกาสนับสนุน
ประเทศไทยอาจจะเป็นเมืองขึ้น
หรือเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่
กับอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย.....
เช่นแร่จากไทยสมัยก่อนบ้านเราไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่อเมริกาก็แอบบขนกลับไปให้ประเทศตัวเอง
คนดีจริงไม่โกงที่วัด ไม่ยุแยงให้คนแตกแยก ไม่หลอกคนอื่นให้มารับเคราะห์ตายแทน
#19
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:20
#20
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 15:45
ขนาดประเทศมัน มันยังไปแย่งชาวอินเดียแดงมาเลย อย่าถามหาคุณธรรมจากโจร
ขนาดประเทศมัน มันยังไปแย่งชาวอินเดียแดงมาเลย อย่าถามหาคุณธรรมจากโจร
อยากถามอั้ยกันดูเหมือนกัน ถ้าคนปท.อื่นพากันไปก่อม็อบเรียกร้องความเป็นธรรมแก่ชนเผ่าดั่งเดิมคืออินเดียนแดง
คนมะกันจะรู้สึกอย่างไร ผืนแผ่นดินที่ไล่ล่าฆ่าคนถิ่นเดิมจนต้องหนีกันกระจัดกระจาย ถูกสังหารโหด ยังคงเป็นตราบาปของสหรัฐ สร้างปท.ขึ้นมาบนหลุมศพของชนเผ่า ใช่ว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง
กับความพยายามจุ่นจ้านกับเรื่องภายในของบ้านเมืองอื่น มันไม่ใช่ธุระกงการอะไร เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ือื่นหรือเปล่า ก็น่าจะคิดดู
- Thaivoice likes this
#22
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:30
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Hello, I'm a Kyubey /人◕ ‿‿ ◕人\
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Please Make a contract with me and become a Magical girl! /人◕ ‿‿ <人\
ข้าพเจ้าขอสนับสนุนท่านผู้นำที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!!
#23
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 16:59
ผมมองว่าไม่ว่าใคร ที่เป็นคนไทย แล้วเข้าไปสานประโยชน์ใดๆ กับพม่าได้ นั่นคืออภิมหาประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล
เพราะอย่าลืม ทุกวันนี้ ทั้งสิงค์โปร์ พยายามเข้าตลอด..จีนเข้าไปแล้วมากมาย จนอเมริกา เิริ่มตาสว่าง ขืนตั้งป้อมเป็นศัตรูต่อไป
อดมีส่วนร่วม ในทรัพยากรเมืองพม่าแน่ๆ
ในเมื่อมีคนไทยเข้าถึง และ รัฐบาลพม่าเองก็เปิดช่อง เหมือนที่ เขมรเองเปิดช่อง ให้เข้าไปหาประโยชน์จากประเทศเค้าได้
แล้วทำไมเราถึงจะต่อต้าน และ ปฏิเสธละครับ ซึ่ง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล ปชป.ก็เข้าไม่ได้ เค้าปิดประตูชายแดนอีกต่างหาก
หรือที่ไม่เห็นด้วย และต่อต้าน เป็นเพราะ ปีศาจ ทักษิณและน้องสาว คอยหลอกหลอนอยู่ จนไม่กล้าลืมหูลืมตา..
ในส่วน การบริหารทรัพยากรธรรมชาติพม่า อันนี้คงต้องแยกอีกประเด็นนะครับ ตั้งหน้าตั้งตา สูบทรัพยากรบ้านเค้ามากไปก็ไม่ดี
#24
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 17:46
http://www.dft.go.th...-1500361554.pdf
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Hello, I'm a Kyubey /人◕ ‿‿ ◕人\
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Please Make a contract with me and become a Magical girl! /人◕ ‿‿ <人\
ข้าพเจ้าขอสนับสนุนท่านผู้นำที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!!
#25
ตอบ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554 - 19:38
ถามจริงไม่รู้หรอ ประสานประโยชน์ของตัวมันเองหรือของประเทศชาติครับ แค่ในประเทศในที่มันเอาแต่ได้ไปก็ไม่รู้เท้่าไหรแล้วครับ คนแบบนี้ถ้ารักผลประโยชน์ของชาติจริงคงไม่เป็นแบบนี้หรอกนะครับ ข้อหาโกงก็ติดตัวมันไปตลอดชาติแล้วครับ โกงนี้คงเป็นการประสานผลประโยชน์ของชาติมากเลยนะผมมองประเด็นพม่าต่างไปนะครับ
ผมมองว่าไม่ว่าใคร ที่เป็นคนไทย แล้วเข้าไปสานประโยชน์ใดๆ กับพม่าได้ นั่นคืออภิมหาประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล
เพราะอย่าลืม ทุกวันนี้ ทั้งสิงค์โปร์ พยายามเข้าตลอด..จีนเข้าไปแล้วมากมาย จนอเมริกา เิริ่มตาสว่าง ขืนตั้งป้อมเป็นศัตรูต่อไป
อดมีส่วนร่วม ในทรัพยากรเมืองพม่าแน่ๆ
ในเมื่อมีคนไทยเข้าถึง และ รัฐบาลพม่าเองก็เปิดช่อง เหมือนที่ เขมรเองเปิดช่อง ให้เข้าไปหาประโยชน์จากประเทศเค้าได้
แล้วทำไมเราถึงจะต่อต้าน และ ปฏิเสธละครับ ซึ่ง 2 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล ปชป.ก็เข้าไม่ได้ เค้าปิดประตูชายแดนอีกต่างหาก
หรือที่ไม่เห็นด้วย และต่อต้าน เป็นเพราะ ปีศาจ ทักษิณและน้องสาว คอยหลอกหลอนอยู่ จนไม่กล้าลืมหูลืมตา..
ในส่วน การบริหารทรัพยากรธรรมชาติพม่า อันนี้คงต้องแยกอีกประเด็นนะครับ ตั้งหน้าตั้งตา สูบทรัพยากรบ้านเค้ามากไปก็ไม่ดี
คนดีจริงไม่โกงที่วัด ไม่ยุแยงให้คนแตกแยก ไม่หลอกคนอื่นให้มารับเคราะห์ตายแทน
#26
ตอบ 16 มกราคม พ.ศ. 2555 - 02:04
แม้สหรัฐจะยังไม่ทำให้เราเดือดร้อนโดยตรงก็ตามแต่ถ้ามองในภาพรวมทั้งสังคมไทยและสังคมโลกแล้ว เราต่างเดือดร้อนเพราะ
ความเห็นแก่ตัวของประเทศมหาอำนาจอาวุธทั้งหลายแทบทั้งสิ้น เอากันตามความจริง ใครอ่านแล้วโกรธก็ช่างเขาเถอะ เราเกิดมา
บนแผ่นดินไทย ยังไงเราก็รักแผ่นดินเกิด สำหรับประเทศสหรัฐแล้วเขาหมั่นทบทวนเพียงประการเดียวคือ เขาต้องเป็นใหญ่ที่สุดในโลก
และขอให้ชาวโลกฟังเขาและสมุนของเขาเท่านั้น ชาวโลกต้องบริโภคสินค้า ข่าวสารและรับข้อมูลข่าวกรองจากเขาและทีมงานของเขาเท่านั้น
ซึ่งถือว่า ข่าวกรองนั้น update ล่าสุดและทันสมัยที่สุด รวมทั้งข่าวกรองด้านความมั่นคงว่าด้วยการก่อการร้ายด้วย ซึ่งรัฐบาลเพิ่งประการศไปว่า
จับได้แล้ว เขาเป็นผู้ต้องสงสัยชาวเลบานอนและต้องถูกส่งตัวกลับประเทศ(คำถามคือ ส่งตัวไปให้อิสราเอลและสหรัญใช่มั้ย) ถ้าส่งตัวกลับเลบานอนจริง ทางเลบนอนต้องรับทราบและยืนยันได้ แต่ถ้าไม่ก็ส่งชายคนนี้ไปตายที่ใดที่หนึ่ง เพียงแค่เป็นผู้ต้องสงสัยของเหล่าประเทศมหาอำนาจอาวุธเท่านั้นหรือ..ว่ากันตรงๆ ครับ ใครก็ตาม ประเทศไหนก็ตามที่มีความคิดและการกระทำไม่สอดคล้องตามความต้องการของสหรัฐและอิสราเอล คนๆนั้นหรือ
ประเทศนั้นๆต้องถูกลงโทษหลายสถานเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น อิรัก เคยโดนควํ่าบาตรจากมติของสหประชาชาติหลายสิบปี รวมทั้ง การบุกรุกอิรักและเข้าไปทำลายรัฐบาล ฆ่าชาวบ้านล้มตายกันเรือนแสน ทุกวันนี้ยังไม่สามารถฟื้นฟูได้ ก็เป็นเหมือนอัฟกานิสถานตอนนี้ครับ ไม่แตกต่างกัน
ทั้งที่จริงการเข้าไปบุกรุกอิรักในขณะที่ชาวอิรักกำลังเดือดร้อนอย่างทุกขเวทนาอยู่แล้วนั้นก็เท่ากับว่าเป็นการทำลายล้างประชาชนและรัฐชาติหนึ่ง
ให้พังยับนั่นเอง เรื่องนี้สหประชาชาติไม่เคยพูดถึง..เรื่องก่อการร้ายก็แค่ เป็นผลจากการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้น มันตั้งอยู่บนผลประโยชน์และการแทรกแซงที่ไร้อำนาจถ่วงดุล ไทยเราเป็นประเทศสมุนอยู่แล้วก็เออ ออ ตามกันไปเถอะ...ส่วนความจริงความเท็จยังไงไทยไม่สน จับให้เขาให้หมด เขียนมากก็เบื่อจะเขียนเอาเป็นว่า ประเทศสหรัฐและประเทศมหาอำนาจอาวุธทั้งหลาย ไม่เคยซื่อตรงและไม่เคยจริงใจกับคำว่ามิตรภาพ สิทธิมนูษยชนของชาวโลกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เชื่อลองศึกษรประวัติศาสตร์ดูก็จะรู้ว่า ใครใหญ่ใครอยู่จริงๆนะโลกนี้...นะ สหรัฐ
#27
ตอบ 16 มกราคม พ.ศ. 2555 - 02:40
ถ้าแยกเสียงส่วนใหญ่ กับความถูกต้องไม่ออก ก็อย่ามาอ้างว่ามาจากประชาธิปไตยเลย
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน











