กระแสข่าวผลงานยอดเยี่ยมของรัฐบาลนางสาวยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ที่สาธารณชนชื่นชอบมากที่สุดหรือ ร้อยละ 36.2 ระบุเป็นการปราบปรามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด อันดับที่สองหรือร้อยละ 19.6 ระบุความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน อันดับที่สามหรือร้อยละ 14.2 ระบุการจัดงานวันพ่อแห่งชาติ อันดับที่สี่หรือร้อยละ 13.1 ระบุการแก้ปัญหาน้ำท่วม อันดับที่ห้าหรือร้อยละ 8.5 ระบุโครงการประชานิยมด้านพลังงาน อันดับที่หกหรือร้อยละ 4.1 ระบุ โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และ ร้อยละ 4.3 ระบุอื่น ๆ อาทิ ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ แจกแท๊ปเลตนักเรียน รถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก แก้รัฐธรรมนูญ จับบ่อนพนันเป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงกระแสข่าวผลงานยอดแย่ของ รัฐบาล พบว่า ที่ยอดแย่มากที่สุดหรือร้อยละ 38.1 ระบุ การแก้ปัญหาน้ำท่วม ทุจริตถุงยังชีพ ช่วยเหลือไม่ทั่วถึง เลือกปฏิบัติ ปล่อยให้นักการเมืองแทรกแซงการทำงานของข้าราชการประจำ ที่แย่รองลงมาหรือร้อยละ 27.6 ระบุรัฐบาลชุดนี้ เพิ่มรายจ่าย ลดรายได้ ชาวบ้านเดือดร้อน ร้อยละ 15.7 รัฐบาลขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจกันเองภายใน และผลงานยอดแย่อันดับรองๆ ลงไป ระบุเข้าถึงยาก เข้าไม่ถึงประชาชน ห่างเหินประชาชน ไม่เหมือนช่วงหาเสียง ทำงานไม่จริงจัง ไม่จริงใจ ช่วยเหลือพวกพ้อง ทำเพื่อคนๆ เดียว คิดเองไม่เป็น เป็นต้น
เมื่อขอให้ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามตั้ง “ฉายารัฐบาล” พบว่า ฉายาที่ได้รับการโหวตจากเสียงของประชาชนอันดับแรกหรือร้อยละ 27.9 ได้แก่ รัฐบาลเอาอยู่ อันดับที่สองหรือร้อยละ 25.2 ได้แก่ รัฐบาลทักษิณมือสอง รัฐบาลโฟนอิน เสียงตามสาย หุ่นเชิด อันดับที่สามหรือร้อยละ 11.6 ได้แก่ รัฐบาลโปร่งใส ยอดเยี่ยม ถูกใจประชาชน ร้อยละ 8.2 ระบุรัฐบาลเอาจริง ทำจริง ทำได้ ร้อยละ 7.1 ระบุรัฐบาลของประชาชนอย่างแท้จริง ร้อยละ 5.4 รัฐบาลไพร่ผลัดใบ และร้อยละ 14.6 ระบุอื่นๆ ได้แก่ รัฐบาลหนีน้ำ รัฐบาลจำเป็น รัฐบาลเฉื่อยแฉะ รัฐบาลน้ำเน่า เป็นต้น
และเมื่อขอให้ประชาชนตั้ง “ฉายานายกรัฐมนตรี ปู” พบว่า ฉายาที่ได้รับการโหวตมากที่สุดอันดับแรก หรือร้อยละ 28.5 ระบุ ปูสวยแสนเก่ง (เสียงสะท้อนให้กำลังใจ) อันดับที่สองหรือร้อยละ 20.7 ระบุ ปูน้องสาวผู้เสียสละ ยอมตายแทนพี่ชาย อันดับที่สามหรือ ร้อยละ 18.6 ระบุ ปูเจ้าน้ำตา อันดับที่สี่หรือร้อยละ 14.2 ระบุ ปูยิ่งเละ ปูหนีน้ำ อันดับที่ห้าหรือร้อยละ 9.9 ระบุ ปูยอดหญิงหัวใจแกร่ง ใจเย็น อดทนอดกลั้น สู้เสือ และร้อยละ 8.1 ระบุอื่นๆ เช่น ปูตามโพย ปูน่าเชื่อถือ พูดดีทำได้ ปูแก้ปัญหาไม่เป็น ไม่รู้จริง พูดผิดตลอด เป็นต้น
ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ในเวลานี้สถานการณ์การเมืองอาจจะยังไม่มีปัญหารุนแรงบานปลายเพราะเสียง สะท้อนจากอารมณ์ความรู้สึกของสาธารณชนล่าสุดยังคงมีปะปนกันทั้งในด้านดีและ ไม่ดีต่อรัฐบาลและต่อภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรี จนอาจสรุปได้ว่ายังอยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่ในปีหน้าขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวและการตัดสินใจของแกนนำทางการเมือง กลุ่มนายทุน สื่อมวลชน และกลุ่มผลประโยชน์อื่นๆ ว่าจะทำให้ปี พ.ศ. 2555 เป็นปีที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศหัวเราะ ห้า ห้า ห้า หรือน้ำตาตกกลายเป็นคนเจ้าน้ำตาไปทั้งประเทศ จึงเสนอให้ผู้ใหญ่ในสังคมช่วยกันทำให้ปี 2555 นี้กลายเป็น “ ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยสันติวิธี” เพราะโดยพื้นฐานของสังคมไทยในเวลานี้ยังแข็งแกร่งทั้งในทางเศรษฐกิจและสังคม ด้วยความที่คนไทยส่วนใหญ่ยังช่วยเหลือเกื้อกูลมีไมตรีจิตต่อกันอยู่ แต่ถ้าผู้ใหญ่ในสังคมไม่ยึดมั่นในความถูกต้องและบั่นทอนความเชื่อมั่นศรัทธา ของสาธารณชนต่อกระบวนการยุติธรรมแล้ว ปีหน้าอาจกลายเป็นปีที่คนไทยจะทุกข์ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทยก็เป็น ไปได้เช่นกัน
“ทางออกที่น่าพิจารณาคือ เสนอให้ปีหน้าเป็นปีที่รัฐบาลชู “ความจริงจังและต่อเนื่อง” ในการทำงานร่วมกันของทุกส่วนในภาคประชาสังคมเพื่อหนุนเสริมความเป็นธรรมทาง สังคม การไม่เลือกปฏิบัติ ควบคุมพฤติกรรมของคนที่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น ไม่ปล่อยให้บรรดาที่ปรึกษาคนแวดล้อมรัฐมนตรีเข้าแทรกแซงการทำงานและการแต่ง ตั้งโยกย้ายข้าราชการ แต่รัฐบาลควรใช้กระบวนการยุติธรรมควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรมนำพาสังคมไปให้ตลอดอายุการทำงานของรัฐบาล โดยลองพิจารณาจัดให้มี “วาระแห่งชาติเชิงคุณธรรมประจำเดือน” ตลอดทั้งปีนำพาประเทศให้เปลี่ยนผ่านบนความขัดแย้งด้วยสันติวิธี” ดร.นพดล กล่าว
ลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 52.9 เป็นเพศหญิง ร้อยละ 47.1 เป็นเพศชาย ตัวอย่างร้อยละ 6.1 อายุไม่เกิน 20 ปี ร้อยละ 15.3 อายุระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 21.6 อายุระหว่าง 30-39 ปี ร้อยละ 20.2 อายุระหว่าง 40-49 ปี ตัวอย่างร้อยละ 36.8 อายุระหว่าง 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 71.8 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรี ร้อยละ 28.2 สำเร็จการศึกษาตั้งแต่ปริญญาตรีขึ้นไป ทั้งนี้เมื่อพิจารณาอาชีพประจำที่ทำอยู่ในปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 30.9 เป็นเกษตรกร รับจ้างใช้แรงงานทั่วไป ร้อยละ 25.1 ค้าขายอิสระ ร้อยละ 12.1 เป็นพนักงานเอกชน ร้อยละ 10.9 เป็นข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 9.8 เป็นแม่บ้าน เกษียณอายุ ร้อยละ 7.3 เป็นนักศึกษา และร้อยละ 3.9 ระบุว่างงาน/ไม่ได้ประกอบอาชีพ
Edited by PookLook, 29 December 2011 - 11:40.













