จากวันนั้นถึงวันนี้ “ทิม–พิธา” ซีอีโอหนุ่มก้าวมาสู่วัย 31 ปี ที่พร้อมลงสนามสร้างฝันอีกครั้งอย่างเต็มตัว หลังจากที่คว้าปริญญาโท ทางด้านการเมืองการปกครอง สาขาการ บริหารภาครัฐ ที่ John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาโทใบที่ 2 ด้านบริหารธุรกิจ ที่ Sloan, Massachusette Institute of Technology (M.I.T.) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะสร้างตำนานใหม่ให้กับวงการธุรกิจไทย ด้วยการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นเจ้าแห่งน้ำมันรำข้าวในตลาดโลก
แล้วฝันของคุณทิมล่ะคะ
“เราขายข้าวเป็นหมื่นล้านตัน เราทำมากแต่ได้น้อย ในขณะที่ต่างชาติเขาทำน้อย แต่ได้มาก เขาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างภาพลักษณ์ สร้างความแตกต่าง จึงทำให้เขาทำน้อยได้มาก ในขณะที่ชาวนาบ้านเรา ซึ่งมี 48% ต้องมานั่งรอนโยบายจากรัฐว่า จะประกันราคาข้าวเท่าไหร่ ดูเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม หรืออินเดีย ว่าราคาเท่าไหร่ เราเป็นคนรับราคาตลาดโลก ผมอยากให้เราเป็นคนตั้งราคาตลาดโลกบ้าง จากประสบการณ์ที่ผมเรียนมา จะเป็นผู้นำของโลกใบนี้ได้ ต้องเป็นสินค้าไฮเทค หรือไฮทัช การจะเป็นไฮทัช ก็ต้องสร้างมูลค่าของสินค้า อย่างประเทศมาเลเซีย เขาเป็นเจ้าแห่งน้ำมันปาล์ม จนสามารถกำหนดราคาน้ำมันปาล์มในตลาดโลกได้ สหรัฐอเมริกา เขาเป็นเจ้าน้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เพราะเกษตรกรของเขาปลูกข้าวโพดได้มาก รัฐบาลเขาจึงพยายามส่งเสริม หรือแม้แต่อิตาลี ก็ พยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้น้ำมันมะกอก จนน้ำมันมะกอกกลายเป็นสินค้าไฮเอน แล้วทำไมประเทศไทยซึ่งปลูกข้าวได้มาก จะเป็นเจ้าแห่งน้ำมันรำข้าวไม่ได้ ทั้งที่น้ำมันรำข้าวมีประโยชน์มากมายไม่แพ้น้ำมันมะกอก ในอนาคตหากเราจะแก้ปัญหาความเลื่อมล้ำทางสังคมเกษตรและสังคมเมือง เราต้องสร้างรายได้ให้เกษตรกรบ้านเราให้มีรายได้มากขึ้น เราต้องควบคุมอุปทานและสร้างอุปสงค์ครับ”

มีข้อแนะนำให้ทำนาแล้วรวยขึ้นไหมคะ
“ต้องบอกว่า ชาวนาไทยขยันมาก แต่ทำมากได้น้อย ทำนาแล้วต้องเอาเงินไปจ่ายค่าเช่าที่นาที่เคยเป็นของตัวเองให้คนอื่น ถ้าจะให้เริ่มต้น ต้องมีการรวมกลุ่มกันแล้วหาความรู้ จะหาด้วยตัวเองหรือติดต่อภาครัฐหรือเอกชนก็ได้ เพราะตอนนี้มีความรู้อยู่มากที่จะช่วยทำให้เราปลูกน้อยแต่ได้ รายได้มากขึ้น หากเรามีผลผลิตมากขึ้น มีการรวมกลุ่มกัน จากคนตัวเล็ก เราก็จะกลายเป็นคนตัวใหญ่ได้ สิ่งสำคัญคือเราต้องมีความรู้ จากที่ผมเคยได้คุยกับคนดังของโลก อย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ ฯลฯ เขาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยุคนี้เป็นยุคของบูรพาภิวัฒน์ คือ ทองคำอยู่ในดิน เป็นการสร้างความร่ำรวยจากดินด้วยพืชผลและผลผลิตที่สร้างบนดิน ซึ่งต้องผนวกกับการบริหารจัดการแบบมืออาชีพด้วยครับ”
คงมีคนอีกหลายล้านคนร่วมฝันที่อยากเห็นน้ำมันรำข้าวไทยได้ยืนอยู่แถวหน้าของโลกเช่นเดียวกับเขา!
http://www.thairath....ent/life/228738

ใหนบอกสินค้าเกษตร กำหนดราคาเองไม่ได้ไงครับ เพราะไม่ใช่น้ำมันHA!!












