ผลกระทบของนโยบายเงินเดือน 15,000 ที่มีต่ออาจารย์มหาวิทยาลัย
#1
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:15
http://www.ryt9.com/s/tpd/1322771
ด้วยรัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ โดยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเพื่อเบิกจ่ายค่าครองชีพชั่วคราวของพนักงานมหาวิทยาลัย ตามนโยบายของรัฐบาลที่จ้าง โดยงบประมาณแผ่นดินที่บรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่กำ หนดคุณสมบัติ เฉพาะตำแหน่งต้องให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปมีอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ยังไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเมื่อรวมเงินเดือนกับค่าจ้างแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 พนักงานมหาวิทยาลัยประเภทที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวมีทั้งสิ้น 15,902 คน โดยจำแนกเป็นมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการทั้งสิ้น 16 แห่ง มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ 12 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 40 แห่ง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง ทั้งนี้ เงินที่จะเบิกจ่ายให้ทำตามความเห็นของสำนักงบประมาณ และใช้จ่ายตามจริงตามจำนวนบุคลากร ถือว่าเป็นมาตรการที่สามารถสร้างแรงจูงใจในการทำงานแก่บุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ใช่ข้าราชการ ในการ ที่จะทุ่มเทการทำงานเพื่อระบบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดี
การจ่ายค่าครองชีพชั่วคราวสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างที่ยังไม่ถึงเดือนละ 15,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี เป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับอย่างมาก แต่ปัญหาที่หนักหน่วงต่อบุคลา กรในสถาบันอุดมศึกษาที่ตามมาคือ มีบุคลากรประเภทพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการ วุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้งพนักงานมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินเดือนจากงบประมาณรายได้ของมหาวิทยาลัยเอง และงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งได้รับเงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท เหมือนกัน เช่น ในมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่ง บุคลากรประเภทนี้จะได้รับเงินเดือนอยู่ที่ 10,490 บาท และ 12,130 บาท รัฐบาลจะจัดการอย่างไร เมื่อบุคลากรฝ่ายสนับสนุนที่จบปริญญาตรีได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท แต่บุคลากรฝ่ายวิชาการหรือผู้สอน หรือเรียกว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย จบการศึกษาระดับปริญญาโท ได้รับเงินเดือนน้อยกว่ามาก ทำไมจึงเกิดปัญหาแบบนี้ และจะแก้อย่างไร
ปัญหานี้เกิดขึ้นจากอะไร และจะแก้ไขอย่างไร เริ่มจากต้อง ทราบว่าพนักงานมหาวิทยาลัยคือ บุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญา จ้างให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสถาบันอุดมศึกษา โดยได้รับค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือเงินรายได้ของสถาบันอุดมศึกษา มีทั้งสายวิชาการ ซึ่งมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป และสายสนับสนุนโดยทั่วไป จะจ้างจากวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี ในอดีตมีการกำหนดให้บุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในสถาบันอุดมศึกษา มีสถานะเป็นข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา เมื่อ พ.ศ.2507 ต่อมาในปี พ.ศ.2542 คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้จัดจ้างพนักงานทดแทนอัตราข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการออกนอกระบบในปี พ.ศ.2545 โดยให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่มากกว่าข้าราชการ 1.7 เท่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท หรือประมาณเดือนละ 17,000 บาท และเพิ่มขึ้น 1.5 เท่า สำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนวุฒิการศึกษาระดับปริญญาโท หรือประมาณเดือนละ 15,000 บาท ส่วนปริญญาตรีประมาณ 13,050 บาท ตามข้อเสนอของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ซึ่งมีนายพิชัย รัตตกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดอัตราพนักงานมหาวิทยาลัยทดแทนอัตราข้าราชการ
ต่อมาในปี พ.ศ.2551 ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฉบับที่ 2 พ.ศ.2551 ขึ้น จึงมีการกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับพนักงานมหาวิทยาลัยอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันในสถาบันอุดมศึกษาไม่มีการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาแล้ว โดยสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ จะใช้การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานมหาวิทยาลัยทดแทนอัตราข้าราชการเดิม ซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัยมีสิทธิที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ และตำแหน่งผู้บริหารเช่นเดียวกันกับข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
การที่มีการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานมหาวิทยาลัยมากกว่าข้าราชการ เพราะรัฐจะไม่เข้ารับผิดชอบเรื่องสวัสดิการใดๆ และไม่มีเงินหลังจากเกษียณการทำงานเช่นข้าราชการอีก แต่ให้เอาเงินดังกล่าวไปจัดการเอาเอง แต่อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ได้จ้างพนักงานมหาวิทยาลัยไปในแนวทางเดียวกันตามเจตนารมณ์ของระบบพนักงานมหาวิทยาลัย โดยบางมหาวิทยาลัยเพิ่มค่าจ้าง จากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยเข้าไปอีกเป็นเงินเดือนเริ่มต้นเกิน 17,000 บาท บางมหาวิทยาลัยจ้างเต็มตามที่ได้รับเงินจากรัฐ บางมหาวิทยาลัยกันเงินบางส่วนไว้เพื่อสบทบเข้ากองทุนของพนัก งานมหาวิทยาลัย โดยจ่ายเงินเดือนเริ่มต้น 14,450 บาท บางมหาวิทยาลัยจ่ายเป็นเงินเดือนขั้นต่ำสุดเริ่มต้นแค่ 12,130 บาท อย่างเช่นมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่ง ได้มีการจ้างในอัตราขั้นต่ำสุด คือ 12,130 บาท และไม่มีการนำเงินส่วนที่เหลือไปดำเนินการเป็นประโยชน์ต่อพนักงานมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด ซึ่งหมายความว่าได้เงินเดือนน้อยและไม่มีสวัสดิการใดๆ เลย ซ้ำยังถูกนำระบบสัญญามาแสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นคงในความเป็นอาจารย์อยู่เสมอ
สำหรับที่มาของปัญหาว่าพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน วุฒิการศึกษาปริญญาตรี ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท แต่พนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ วุฒิการศึกษาปริญญาโท ได้รับค่าตอบแทนประมาณ 10,400 บาท และ 12,130 บาท คือบางมหาวิทยาลัยที่ได้รับเงินเดือนของพนักงานมหาวิทยาลัยมาจากรัฐแล้วไม่จ่ายตามที่รับมา และตามเจตนารมณ์ของการนำระบบพนักงานมหาวิทยาลัยมาแทนข้าราชการ ไม่ว่าด้วยเจตนาใดๆ ของผู้บริหารในมหาวิทยาลัยนั้น โดยจ้างตามอัตรา
ที่กล่าวข้างต้น นี่คือที่มาของปัญหา
จากปัญหาที่เกิดทำให้สภาพความเป็นอยู่ของพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการหรืออาจารย์มหา วิทยาลัย มีคุณภาพชีวิตแตกต่างกันมาก ส่งผลถึงกำลังใจในการทำงานวิชาการ ไม่ดึงดูดคนมีความสามารถเข้ามาสู่ระบบมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะใน มหาวิทยาลัยที่จ่ายเงินเดือนอัตราต่ำสุด ทำให้ขาด อาจารย์ที่มีคุณภาพ กระทบไปถึงนักศึกษา ประชา ชน ประเทศชาติอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเป็นปัญหาที่หมักหมมมานาน เนื่องจากในมหาวิทยาลัยที่มีปัญหานี้ จะมีบุคลากรประเภทข้าราชการเป็นผู้บริหารตั้ง แต่ระดับคณบดี รองอธิการบดีและอธิการบดี ความเข้าใจต่อปัญหา ความจริงใจ มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหายังมีอยู่น้อยมาก
แนวทางในการแก้ปัญหา แม้ว่ารัฐมีแนวทางให้ การศึกษาระดับมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ และสุด ท้ายทุกมหาวิทยาลัยต้องออกนอกระบบอย่างแน่นอน เว้นแต่รัฐจะเปลี่ยนแปลงนโยบาย แต่กว่าจะมีการออก นอกระบบได้ ระบบพนักงานมหาวิทยาลัยก็จะเสื่อม โทรมอย่างมาก ดังนั้นแม้ว่ารัฐต้องการให้มหา วิทยาลัยบริหารจัดการเรื่องการจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยด้วยมหาวิทยาลัยเอง แต่เพื่อแก้ปัญหานี้รัฐควรดำเนินการ ดังนี้
1.รัฐต้องดำเนินการให้มีกฎหมายหรือพระราชบัญญัติเกี่ยวกับพนักงานมหาวิทยาลัยที่มีผลบังคับใช้ และมีมาตรฐานเดียวกันแก่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
2.รัฐต้องจัดให้มีกฎหมายหรือนโยบายที่ให้แต่มหาวิทยาลัย ปฏิบัติต่อพนักงานมหาวิทยาลัยให้ตรงต่อเจตนารมณ์อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ปล่อยให้ผู้บริหารกำหนดเงินเดือนแก่พนักงานมหา วิทยาลัยตามอำเภอใจ คือ ให้จ้างในอัตราเริ่มต้นเต็มตามที่ได้รับเงินจากรัฐมาเป็นขั้นต่ำ คือ 1.7 ส่วนมหาวิทยาลัยใดมีศักยภาพจะจ้างมากกว่าก็ให้แล้วแต่ความสามารถ
3.รัฐต้องดำเนินการให้แต่ละมหาวิทยาลัยที่จ้างพนักงาน มหาวิทยาลัยในอัตราขั้นต่ำปรับฐานเงินเดือนให้เท่ากับอัตราเริ่มต้นของเงินเดือนที่รัฐให้มา
เมื่อได้ดำเนินการดังนี้แล้ว ปัญหาว่าพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ วุฒิปริญญาโท ได้รับเงินเดือนน้อยกว่าพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน วุฒิปริญญาตรี ก็จะหมดไปเพราะพนักงานมหาวิทยาลัย สายวิชาการวุฒิปริญญาโท จะได้เงินเดือนแรกเข้าไม่น้อยกว่า 17,000 บาท โดยรัฐอาจไม่ต้องมาจัดสรรเงินช่วยเหลือค่าครองชีพชั่วคราวให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยสายวิชาการ วุฒิปริญญาโท อีกต่อไป.
- lostman likes this
#2
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:19
#3
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:30
ถ้างั้นออกนอกระบบคือไม่ต้องเอาภาษีรัฐได้ไหม
#4
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:47
ผมต่อต้านมากเลยนะ สำหรับมหาวิทยาลัยนอกระบบ
- Atommm likes this
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Hello, I'm a Kyubey /人◕ ‿‿ ◕人\
╱/(っ◕ ‿‿◕)っ Please Make a contract with me and become a Magical girl! /人◕ ‿‿ <人\
ข้าพเจ้าขอสนับสนุนท่านผู้นำที่น่ารักที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ!!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!! Heil Lertih Adolf!!
#5
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:47
#6
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:57
#7
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 06:47
#8
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 07:11
Edited by HWD, 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 07:41.
#9
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:21
ที่ทำงานผมมีพนักงาน 600 คน เป็นเงินงบประมาณ 250 ที่เหลือเป็นเงินรายได้มหาวิทยาลัย
ออกนโยบายแบบนี้มา จะบริหารองค์กรยังไงครับ
ถ้าได้ 15,000 กัน 250 คน แล้วอีก 350 จะเป็นคลื่นใต้น้ำที่แรงซักเท่าไหร่
คนออกนโยบายเค้าคงไม่เคยเข้าใจหลักการ HR เลยจริง
ระบบราชการจะพังก็คงงานนี้ล่ะครับ
- Atommm likes this
ไปกันใหญ่แล้วน้าาา ประเทศไทย !
#10
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 11:38
เริ่มจากหาเสียงว่า ปริญญาตรี 15,000
พอโดนค้านทุกสารทิศ เอาปืนไปจี้เอกชนให้ทำตามไม่ได้ ก็มั่วนิ่มเป็นให้เฉพาะข้าราชการ
เอ้า! ถ้าทำจริงก็ไปป่วนระบบเงินเดือนและสวัสดิการ เลยแก้เกี้ยวเป็นเพิ่มเงินค่าครองชีพ
คราวนี้สายวิชาการดันไม่ได้ปรับ สายสนับสนุนดันได้
อาจารย์ปริญญาโทกลับได้รายได้น้อยกว่า ป ตรี
ต่อไปแหจะพันกันนุงนังไปถึงไหน??
#11
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 11:48
#12
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:06
คนที่ไม่คิดอะไรตอนเห็นนโยบายนี้ ก็คิด ดีจังเงินเดือนจะได้เพิ่มแล้ว เลยรีบเลือกเลย
ลืมคิดไปว่าค่าแรงเป็นหนึ่งในต้นทุน พอค่าแรงเพิ่ม ต้นทุนเพิ่ม ของราคาก็ต้องเพิ่ม สุดท้ายแล้วเงินที่ได้ก็เท่าเดิม
(ถ้าคิดอัตราเงินเฟ้อที่เกี่ยวข้องด้วย ใช่ครับเงินที่เก็บได้มากขึ้นแต่ ค่าของเงินเท่าเดิม)
ตัวอย่างสมมติแต่ก่อนเก็บตังได้ 300 บาท = ก๋วยเตี๋ยว10ชาม
ปัจจุบันเก็บได้ 400 - 350 บาท หรือน้อยกว่าเพราะของแพงมากกก ก็ยังได้ก๋วยเตี๋ยว10ชามเหมือนเดิม (ชามละ40)
นี่แหละครับนโยบายกระชากค่าครองชีพ สะใจกันถ้วนหน้า ไหนจะค่าน้ำมันอีก มันส์พะยะคะ
#13
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:22
เมื่อ 4 ปีก่อน ณ สนง.หลักสูตร........ในมหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบแห่งหนึ่ง ตำแหน่ง นักวิชาการ (เงินรายได้)
ใช้วุฒิ ป.โท เงินเดือนเริ่มต้น 10,500 บาท เฉลี่ยได้เงินเดือนขึ้น ปีละ 700-1,000 บาท
ป่านนี้หลายคนก็คงยังไม่ถึง หมื่นห้า ถ้าไม่ปรับให้คงเก็กซิมกันน่าดู
และ 4 ปีก่อน อาจารย์ ป.เอก เงินเดือนเริ่มต้น 17,000 บาท ถามว่าน้อยไหม?
ก็ไม่น้อยสำหรับอาจารย์หนุ่มๆ แต่คุ้มไหม? หลายคนบ่นในวงเหล้าว่า "เซ็ง" - "พ่อกูหมดเป็นล้านๆกว่ากูจะจบ"
คิดแบบนี้ คิดแบบกำไร-ขาดทุน ไม่คุ้มแน่
แต่ก็จำทำไป เพราะชอบทางนี้ ถนัดทางนี้ แต่ก็มีบ้างที่ไม่มีหนทางอื่นให้ไป
ที่หลายๆคนกลัว เรื่องการออกนอกระบบแล้วเพิ่มค่าเล่าเรียนนั้น เท่าที่เห็นจากการทำงานไปสังเกตไปนะครับ
จะเป็นการ เพิ่ม หลักสูตร ภาคพิเศษ เพื่อหาเงินเพิ่ม แต่ค่าเรียนของภาคปกติไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อยครับ
ที่รู้นี่มี ป.เอก ภาคปกติ ค่าหน่วยกิต หลักร้อย แต่ ป.โท ภาคพิเศษ หน่วยกิตละ "หลายพัน" ทำนองนั้นครับ
เลยรู้สึกว่า เด็ก ภาคปกติ ไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรจาก ม. แต่กระทบจากค่าอื่นๆนอกเหนือจากค่าหน่วยกิตซะมากกว่าครับ
เช่น ค่าที่พัก อาหาร ทำรายงาน ฯลฯ
แต่ผมอาจจะรู้สึกผิดก็ได้นะครับ
Edited by GermanManiac, 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:38.
- Atommm likes this
#14
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:28
เพราะต้องมาเป็นแค่พนักงานมหาวิทยาลัย แล้วงานก็หนัก ประเมินปีต่อปี สามปี ห้าปีครั้งหนึ่ง
เงินเดือนน้อยกว่า เป็นข้าราชการครูเสียอีก ตำแหน่งทางวิชาการก็ประเมินเข้มข้น
จบเอก แล้วไปเป็นครูขั้นพื้นฐาน ครูอาชีว ดีกว่า สอนมหาลัยอีก
เก่งๆ ทำเชี่ยวชาญพิเศษ เงินเดือนก็แท่งเดียวกับ ศาสตราจารย์
แถมสวัสดิการดีกว่ามากมาย
#15
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:48
#16
ตอบ 21 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:39
จะมีแดงซักกี่ตัวมันรู้
ปัญหามันเกิดละ โทษคัยไป คงไม่มีประโยชน์
แต่ที่แน่ๆ แดงในนี้มาช่วยบอกแนวทางแก้ไขหน่อย
ผู้ใช้ 1 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้
สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 1 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน









