Jump to content


Photo
- - - - -

เกรซ มูกาเบ หนึ่งมิตรชิดใกล้ว่าที่รัฐมนตรีหญิงของไทย ??

เกรซ มูกาเบ

  • Please log in to reply
32 ความเห็นในกระทู้นี้

#1 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    นักเขียนหน่อมแน้ม

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,215 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:24

เกิดเป็นเมียผู้นำจริงแท้แสนรวยเละ

"เกิดเป็นนักการเมืองจริงแท้แสนลำบาก จะได้ยากโหยหิวเพราะศรีภริยา" ทุภาษิตบทนี้ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริงมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว ไม่ต้องอื่นใด ดูอย่าง พลเอกอาวุโสตัน ฉ่วย บุรุษเหล็กแห่งลุ่มน้ำอิระวดีที่เคยเปรยว่าอยากจะถอดหัวโขนทิ้ง เพราะแสนจะเหน็ดเหนื่อยกับการกุมบังเหียนประเทศมานาน 18 ปี แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนางจ่าย จ๋าย ศรีภริยาเอก ซึ่งน่าจะเป็นสตรีที่ร่ำรวยที่สุดในแดนอิระวดี ดูได้จากการทุ่มเงินราว 11 ล้านจัดงานแต่งงานลูกสาวคนเล็กเมื่อปี 2549 ได้คัดค้านเสียงแข็งกะจะให้รับใช้ชาติจนตายคาตำแหน่ง

หรืออย่างอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอสแห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งตรอมใจตายที่ฮาวาย หลังถูกนางสิงห์เหล็กคอรี อาคีโน นำพลังประชาชนขับไล่ คนที่ยังสุขสบายจนทุกวันนี้ก็คือ นางอิเมลดา มาร์กอส ที่รัฐจำใจต้องคืนเงินให้หลายก้อนด้วยกัน เนื่องจากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเงินที่ปล้นไปจากประชาชนจริงหรือไม่ ดูตัวอย่างจาก นางจ่าย จ๋าย หรือจากนางอิเมลดา มาร์กอส แล้ว ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไม นางไลลา ทราเบลซี เจ้าของสมญา "อิเมลดา มาร์กอสแห่งโลกอาหรับ" ภริยาคนที่สองของประธานาธิบดีซิเน เอล อาบิดิน เบน อาลี แห่งตูนิเซีย จะไม่รีบขนทองคำแท่งหนัก 1.5 ตัน มูลค่าประมาณ 1,750 ล้านบาท หนีไปเสพสุขในต่างประเทศบ้าง เพิ่มเติมจากทรัพย์สินกว่าแสนล้านบาท ที่แอบนำไปฝากไว้ในบัญชีลับธนาคารฝรั่งเศส หลังจากสามีเพิ่งถูกชาวตูนิเซียลุกฮือขับไล่จนต้องหนีกระเจิงไปตั้งหลักที่ซาอุดีอาระเบีย
Posted Image
ตอนนี้สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนหนึ่งที่ทั่วโลกต่างจับตามองว่าอาจจะเป็นรายต่อไป ก็คือ นางเกรซ มูกาเบ ศรีภริยาวัย 45 ปี ของประธานาธิบดีโรเบิร์ต มูกาเบ วัย 86 ปีแห่งซิมบับเว ซึ่งเต็มไปด้วยข่าวฉาวมาตลอดนับตั้งแต่เธอก้าวขึ้นมาเป็นนายหญิงแห่งทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อสิบปีที่แล้ว รวมไปถึงข่าวที่เธอตรงเข้าไปทำร้ายช่างภาพหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง เพราะโกรธที่ถูกตามถ่ายรูปขณะช็อปปิ้งอย่างสุดสำราญที่ฮ่องกง

ล่าสุดเธอเพิ่งฟ้องเรียกค่าเสียหาย 450 ล้านบาท จากหนังสือพิมพ์ซิมบับเว สแตนดาร์ด ที่อ้างข้อมูลลับจากวิกิลีกส์ว่าเธอเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าเพชรเถื่อน

เกรซ ซึ่งบรรดาปฏิปักษ์การเมืองของนายมูกาเบให้สมญาว่า "ดีสเกรซ" หรือ "ผู้ปราศจากความงามสง่า" ขณะที่เธอให้สมญาตัวเองว่า "แม่ของแผ่นดิน" ใช้ชีวิตอย่างสุดหรูหราเยี่ยงราชินี ที่โลกต้องอิจฉา ว่ากันว่าหนึ่งในสมบัติที่เธอสะสมในต่างประเทศก็คือ คฤหาสน์หรู 3 ชั้น ราคาเหยียบ 175 ล้านบาท ตั้งอยู่ในย่าน "มังกร 9 ตัว" เมืองเล็กๆ ในเขตนิวเทอร์ริทอรีส์ ในฮ่องกง

สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งซิมบับเว
เกรซ มูกาเบ เกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2508 ในเมืองชิฟวู เมืองเล็กๆ ทางตอนกลางของซิมบับเว ทางใต้ของกรุงฮาราเร ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนแคทอลิก เธอแต่งงานตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นกับนายสแตนลีย์ โกเรราซา นักบินกองทัพอากาศ และมีบุตรด้วยกันหนึ่งคนชื่อว่า รัสเซลล์

เส้นทางสู่การเป็นภริยาคนที่สองของนายโรเบิร์ต มูกาเบ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศ อื้อฉาวตั้งแต่เริ่ม

เกรซได้เข้าทำงานเป็นเลขานุการในสำนักงานของนายมูกาเบ และเป็นที่ต้องตาต้องใจของประธานาธิบดี แม้ไม่โสดด้วยกันทั้งคู่ ต่างก็มีครอบครัวกันอยู่แล้ว แต่ในเวลาไม่นานนัก เป็นที่รับรู้กันในวงในรัฐบาลว่า เกรซ ผู้อ่อนกว่าประธานาธิบดี 40 ปี คือเมียเก็บของนายมูกาเบ กระทั่งมีลูกด้วยกันสองคน คือลูกสาวชื่อ โบนา ตั้งชื่อตามมารดาของมูกาเบ และโรเบิร์ต ปีเตอร์ จูเนียร์

สามีของเกรซฟ้องหย่า และต่อมา ถูกบังคับให้ออกนอกประเทศ มีข่าวว่าไปเป็นนักการทูตประจำอยู่ในจีน

สี่ปีหลังจากนางแซลลี มูกาเบ ภริยาคนแรกและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่ประชาชนรัก เสียชีวิตด้วยโรคไตในปี 2535 ทั้งสองได้เข้าพิธีสมรสที่จัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการ เชิญแขกเหรื่อร่วมงานกว่า 1.2 หมื่นคน จนสื่อซิมบับเวเรียกขานว่า วิวาห์แห่งศตวรรษ

ปีถัดไป เกรซ มูกาเบ ให้กำเนิดลูกคนที่สาม ชื่อว่า ชาทุนกา

หลังเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งไม่นานนัก เกรซเป็นที่รู้จักในชื่อ Dis Grace (มาจาก disgrace ผู้ไม่สง่างาม) จากรูปแบบการดำเนินชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยที่เป็นนิสัยตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เธอชอบอยู่ในบ้านหลังใหญ่ หลังเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เธอสั่งก่อสร้างคฤหาสน์ใหญ่โตสองแห่ง แห่งแรกถูกเรียกว่า "เกรซแลนด์ส" ในย่านบอร์โรวเดล ย่านผู้มีอันจะกินในกรุงฮาราเร ซึ่งถูกวิจารณ์มากว่าฟุ่มเฟือยเกินเหตุและเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมาก แม้เธออ้างว่า จ่ายค่าก่อสร้างด้วยเงินส่วนตัว แต่ไม่มีใครเชื่อ

คฤหาสน์หลังนี้ได้ขายให้พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบียที่ถูกโค่นอำนาจและเสียชีวิตในภายหลัง
แห่งที่สอง สร้างเสร็จในปี 2550 ข่าวว่าใช้งบสร้างสูงถึง 26 ล้านดอลลาร์ เป็นของขวัญจากพรรคซานู-พีเอฟ ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล นัยว่าเพื่อขอบคุณการทำงานการเมืองรับใช้ประเทศชาติของนายโรเบิร์ต มูกาเบ นอกจากนี้ เธอยังได้สร้างบ้านหรูอีกหลังให้พ่อแม่ในเมืองบ้านเกิด ชิฟวู

ขาช็อปหมายเลขหนึ่ง
ความชื่นชอบช็อปปิ้งของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งซิมบับเวเป็นข่าวพาดหัวหลายครั้ง ก่อนที่บรรดาผู้นำของซิมบับเวและภริยาจะถูกห้ามเข้ายุโรปในปี 2545 นางเกรซ มูกาเบเป็นชาช็อปประจำในลอนดอน ปารีส โรม มิลาน และอีกหลายสถานที่ที่เศรษฐีและคนดังมักไปปรากฏตัวให้คนทั่วไปพบเห็น
เดอะ เดลี เทเลกราฟ รายงานเรื่องการไปช็อปปิ้งในปารีสครั้งหนึ่งว่า เธอช็อปแหลกในเวลาสั้นๆ หมดเงินไป 3.6 ล้านบาท

หลังจากซิมบับเวไม่ยอมให้ผู้สังเกตการณ์จากยุโรปเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในปี 2545 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออกมาตรการแซงชั่นเจ้าหน้าที่ระดับสูงซิมบับเว 29 คน จากนั้นในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน ได้ขยายครอบคลุมถึงนางมูกาเบและอีก 51 คน โดยห้ามเดินทางเข้าประเทศที่เข้าร่วมมาตรการคว่ำบาตรแและอายัดทรัพย์สิน สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรคล้ายกันในเวลาต่อมา

เมื่อชื่อของเกรซ มูกาเบ ถูกรวมไว้ในมาตรการแซงชั่นด้วย สมาชิกสภายุโรปคนหนึ่งระบุว่า อย่างน้อยอาจจะช่วยหยุดเกรซ มูกาเบ ไม่ให้ไปช็อปปิ้งเมืองนอกได้ ขณะที่ประชาชนยังดิ้นรนปากกัดตีนถีบ

มาตรการแซงชั่นทำให้เธอต้องหันเดินทางไปยังส่วนอื่นของโลกอาทิ สิงคโปร์และฮ่องกง และการไปเยือนฮ่องกง ที่ซึ่งโบนา มูกาเบ ขณะที่บุตรสาวของเธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่นั่น เธอได้ก่อวีรกรรมอันโด่งดังไว้เมื่อเดือนมกราคม 2552 นางมูกาเบ สั่งบอดี้การ์ดให้เข้ายึดกล้องจากนายริชาร์ด โจนส์ ช่างภาพชาวอังกฤษของเดอะ ไทม์ส ที่หน้าโรงแรมหรูที่เธอพักอยู่ จากนั้น เธอได้เข้าไปชกหน้าช่างภาพโจนส์อย่างบันดาลโทสะเต็มที่หลายทีด้วยมือที่สวมแหวนเพชรหลายวง ทำให้โจนส์ได้แผลบาดและขีดข่วนบนใบหน้า แต่นางมูกาเบรอดตัวจากการถูกดำเนินคดี โดยอาศัยเอกสิทธิคุ้มครองทางการทูตของจีน

ครั้งหนึ่งเมื่อถูกถามถึงรสนิยมรองเท้าแบรนด์หรู เฟอร์รากาโม ว่าจะไม่สวนทางกับความพยายามแก้ปัญหาความยากจนในประเทศเธอหรือ คำตอบของเธอคือ เธอมีเท้าที่แคบมาก เลยต้องใส่แต่เฟอร์รากาโมเท่านั้น และว่าการช็อปปิ้งเป็นอาชญากรรมหรือ ร้านพวกนี้มีไว้เพื่อให้คนเข้าไปซื้อของนะ"


นางมูกาเบ จึงได้ฉายานอกจาก ดิส เกรซแล้ว ยังมี "กุชชี เกรซ" หรือ "นักช็อปหมายเลขหนึ่ง" บางคนแขวะเธอว่าพยายามแข่งสวยสง่ากับเจ้าหญิงไดอานา ด้วยการซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพง ทั้งที่บางชุดดูเหมือนไม่ได้เหมาะกับสภาพอากาศแบบแอฟริกาเลย ส่วนเงินที่เธอนำมาถลุงกับการช็อปปิ้งคาดว่ามาจากดอกเบี้ยธนาคารกลางซิมบับเว ที่เธอถอนเข้ากระเป๋าตัวเองหลายล้านดอลลาร์


นายมูกาเบเองก็กระอักกระอ่วนใจกับพฤติกรรมภรรยา เพราะรู้สึกว่าตนเองยังเป็นมาร์กซิสต์ การใช้จ่ายซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพงสวนทางกับปรัชญาส่วนตัว แต่ความหลงใหลในตัวเกรซและความที่เธอเป็นแม่ของลูกถึงสามคนโดยที่ภรรยาคนแรกทำไม่ได้ ดูเหมือนจะช่วยให้ลืมความไม่สบายใจของเขาลงไปได้


เทียบกับ แซลลี มูกาเบ ภริยาคนแรก แซลลีมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังสามี เธอเคยเป็นครูและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองมาก่อน และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน เกรซดูเหมือนมีอิทธิพลเช่นกันแต่ในทางตรงกันข้าม ระบอบมูกาเบถูกมองว่าเริ่มตกต่ำโดยลำดับหลังเริ่มชีวิตสมรสกับภรรยาคนที่สองในปี 2539

เกรซสนับสนุนนโยบายยึดที่ทำกินของชนผิวขาวอันอื้อฉาวอย่างเต็มที่ มีเรื่องเล่าว่า เกรซไปเยือนฟาร์มแห่งหนึ่ง เดินอาดๆ เข้าไปดูถึงในบ้านและที่ดินขณะที่เจ้าของซึ่งอยู่ในวัยชราแล้วได้แต่มองอย่างตกใจ ต่อมา เธอยังยึดที่ดินผืนหนึ่งเพื่อปลูกบ้านของครอบครัว

ลอบเป็นชู้
มีเสียงนินทาเป็นระยะว่า ภรรยาที่อ่อนกว่าสามี 40 ปี มีสัมพันธ์นอกสมรสกับนักธุรกิจหนุ่มกว่า ร่ำรวย และดูดี แต่ผู้ชายเหล่านั้นต่างมีอันเป็นไป ไม่ถูกฆ่าก็ถูกขับออกนอกประเทศ
ซันเดย์ ไทม์ส ในแอฟริกาใต้ รายงานเมื่อเดือนตุลาคม 2553 ว่าเกรซ สวมเขาสามี ลอบเป็นชู้กับนายกิเดียน โกโน ผู้ว่าการธนาคารกลางซิมบับเว ยาวนานถึง 5 ปี นายโกโนเป็นที่ทั้งที่ปรึกษาการเงินและพันธมิตรการเมืองที่สำคัญคนหนึ่งของนายมูกาเบ
มูกาเบรับรู้ข่าวช็อก ขณะนั่งอยู่ข้างเตียง ซาบีนา น้องสาวที่ป่วยหนักจากโรคมะเร็ง ที่เตือนพี่ชายก่อนตายเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 ว่า กำลังถูกคนสองคนที่ไว้ใจที่สุด ทรยศ
รายงานบอกว่าทั้งคู่พบเจอกันเดือนละสามครั้ง ที่ฟาร์มโคนมของเกรซ หรือโรงแรมหรูในๆ ในแอฟริกาใต้ และเวลาเดินทางมาเอเชีย ตอนแรก มูกาเบไม่อยากเชื่อข้อกล่าวหานี้ แต่ต่อมาได้ปรึกษากับนายเคน ชาเดมานา บอดี้การ์ดที่ไว้ใจที่สุด ซึ่งนั่งอยู่ด้วยตอนที่ซาบีนาเตือน
บอดี้การ์ดบอกกับเจ้านายว่า ตัวเขาและสมาชิกในหน่วยลับอื่นๆ ต่างก็เคยได้ยินข่าวลือในเรื่องนี้ แต่แนะว่าทางดีที่ ควรปิดไว้ให้เงียบที่สุด
ข่าวว่า มูกาเบเจ็บใจมาก เพราะตัวเองเป็นคนที่สนับสนุนให้ทั้งสองสนิทกัน เพื่อจะได้หารือเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ และให้ช่วยจับตาดูพฤติกรรมภรรยาไม่ให้ไปมีข่าวกับใคร
ต่อมา ชาเดมานา เสียชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา ศพของเขาถูกส่งให้ครอบครัวเพื่อทำการฝังในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน โดยไม่มีการผ่าชันสูตร จึงสงสัยกันว่าน่าจะถูกวางยาพิษ
จะว่าไปแล้ว ความสัมพันธ์ของมูกาเบกับเกรซ ก็มาจากการเป็นชู้เช่นกัน เพราะทั้งสองมีลูกด้วยกันถึงสองคนแล้วขณะที่มูกาเบ ยังมี แซลลี ภรรยาคนแรก ส่วนเกรซก็ยังไม่ได้เลิกกับสามี


หาทางหนีทีไล่
ครอบครัวหมายเลขหนึ่งแห่งซิมบับเว ได้เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในมาเลเซีย เมื่อต้นปี 2551 มีรายงานว่าเกรซ มูกาเบ อาจจะอยากพาลูกๆ ย้ายมาอยู่ที่มาเลเซีย คาดว่าเพื่อหนีความเครียดในบ้านและเพราะกลัวว่า จะตกเป็นเป้าลอบสังหาร นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เกรซ มีธุรกิจค้าเพชรอยู่ในฮ่องกง และซื้อบ้านหลังหนึ่งที่นั่นด้วย สื่อคาดการณ์ว่าเธอตั้งใจใช้สมบัติทั้งสองไว้เป็นทางหนีทีไล่ให้ลูกสาว โบนา ที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยฮ่องกงในชื่ออื่น ส่วนตัวของเธอและมูกาเบ ก็หวังจะหลบหนีมายังดินแดนของจีนเช่นกันหากถูกขับออกจากอำนาจในซิมบับเว

เอกสารการทูตสหรัฐปี 2551 ที่เว็บไซต์จอมแฉวิกิลีกส์นำออกเผยแพร่เมื่อเดือนธันวาคม 2553 เผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลซิมบับเวหลายคนและอภิสิทธิชนที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่น รวมทั้ง เกรซ และนายโกโน ผู้ว่าธนาคารกลาง โกยรายได้หลายล้านดอลลาร์เข้ากระเป๋าตัวเอง จากการทำเหมืองเพชรผิดกฎหมาย ทางตะวันออกของประเทศ ต่อมา เธอได้ยื่นฟ้องหนังสือพิมพ์สแตนดาร์ด ที่นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ และเรียกร้องค่าเสียหาย 15 ล้านดอลลาร์ ฐานทำให้ชื่อเสียงของแม่ของประเทศชาติเสียหาย

(เปิดโลกวันอาทิตย์ : เกรซ มูกาเบ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งซิมบับเว)
http://www.komchadlu...0%E0%B8%A7.html

 AMAZING  coup d'etat  , THAILAND ONLY ..  :ph34r:  


#2 metaleka

metaleka

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,655 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:33

อือ...
45 ปี กับ 86 ปี
สงสัยจัง เอีย มูกาเบ แกยังมีแรงอีกเหรอ :ph34r:

#3 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    นักเขียนหน่อมแน้ม

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,215 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:43

http://www.thairath....tent/pol/232586
นลินียอมรับว่าดิฉันแค่เพื่อน

สหรัฐไม่ได้ห้ามดิฉันเข้าประเทศ
แต่ห้ามคนสหรัฐค้าขายกับดิฉัน

 AMAZING  coup d'etat  , THAILAND ONLY ..  :ph34r:  


#4 sun

sun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,371 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:44

ความเงี้ยนไม่เคยจำกัดอายุ

#5 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    นักเขียนหน่อมแน้ม

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,215 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:45

“มูกาเบ”จาก”วีรบุรุษ”สู่”จอมเผด็จการ”


“โรเบิร์ต มูกาเบ”คือผู้นำคนผิวดำในซิมบับเวที่ต่อต้านการปกครองของคนผิวขาว

และต่อต้านการปกครองของอังกฤษด้วยขบวนการแบบกองโจร จนในที่สุดอังกฤษต้องยอมให้มีการเลือกตั้งในปี 2523 และให้เอกราชกับซัมบับเว


นายมูกาเบชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกรัฐมนตรี และต่อมาได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาต่อมายาวนานจนถึงปัจจุบัน


“1.5 หลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้ระยะหนึ่ง นายมูกาเบดำเนินนโยบายปฏิรูปที่ดิน โดยยึดที่ดินทำกินของชาวซิมบับเวผิวขาว (เชื้อสายอังกฤษ) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 75 ของที่ดินทั้งประเทศ มาจัดสรรใหม่ให้แก่ชาวซิมบับเวผิวดำ เพื่อเรียกความศรัทธาและความนิยมของประชาชน


“เหตุการณ์บุกรุกที่ดินเริ่มรุนแรงขึ้นในปี 2543 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 40 คน และเกษตรกรผิวขาวกว่า 100 ครอบครัวต้องอพยพออกจากที่ดิน และอีกจำนวนมากต้องยุติการเพาะปลูก นโยบายปฏิรูปที่ดินนี้นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนและวิกฤตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง


“1.6 ประเทศตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ได้มีมาตรการ Smart/Targeted Sanctions เพื่อต่อต้านและกดดันรัฐบาลของนายมูกาเบตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา ประกอบด้วยการเพิกถอนสมาชิกภาพของซิมบับเวในเครือจักรภพชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด


“การห้ามการเดินทางเข้าประเทศและการอายัดทรัพย์สินที่มีอยู่ในประเทศตะวันตกของนายมูกาเบ รวมทั้งพรรคพวกและเครือญาติ อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตว่า การกดดันของประเทศตะวันตกไม่อาจทำให้วิกฤตการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในซิมบับเวบรรเทาลงได้


“ซิมบับเวได้ประกาศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศเครือจักรภพในเดือนธันวาคม 2546 และฝ่ายรัฐบาลซิมบับเวได้ใช้กำลังเข้าทำร้ายร่างกายและจับกุมผู้นำฝ่ายต่อต้านและนักเคลื่อนไหวกว่า40คนเมื่อเดือนมีนาคม2550”ขัอมูลของกระทรวงการต่างประเทศระบุ


สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตะวันตกกับ”มูกาเบ”เลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 เป็นการเลือกตั้งสกปรกและทำให้เกิดเหตุนองเลือด


“1.9 เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2551 ซิมบับเวมีการเลือกตั้งทั่วไปของสถาบันการเมืองหลักของประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาท้องถิ่น ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีปรากฏว่า นายมูกาเบ ผู้นำพรรค ZANU-PF ได้คะแนนเสียงร้อยละ 43.2 และนายมอร์แกน ชังกิราย (Morgan Tsvangirai) ผู้นำพรรค Movement for Democratic Change – MDC) ได้คะแนนเสียงร้อยละ 47.9 ซึ่งถือว่าไม่มีผู้ใดได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง จึงต้องมีการเลือกตั้งรอบที่ 2 ในวันที่ 27 มิถุนายน 2551


“1.10 ในช่วง 3 เดือนระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่ 1 และ 2 นั้น รัฐบาลของนายมูกาเบได้มีการใช้กำลังข่มขู่ประชาชนที่สนับสนุนฝ่ายค้านอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเขตชนบท มีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้กว่า 60 คน และผู้สูญหายกว่า 30,000 คน


“นายชังกิราย ผู้นำฝ่ายค้าน แถลงถอนตัวจากการเลือกตั้งรอบที่ 2 เพื่อประท้วงการใช้ความรุนแรงข่มขู่ผู้สนับสนุนฝ่ายค้านของรัฐบาล โดยฝ่ายค้านยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 85 คน และผู้สูญหายมากกว่า 200,000 คน ผลการเลือกตั้งรอบที่ 2 ปรากฏว่า นายมูกาเบ ที่ลงแข่งขันเพียงผู้เดียว ได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ด้วยคะแนนร้อยละ 85.5 โดยมีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 42.4 ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้ที่เลือกนายมูกาเบเมื่อเดือนมีนาคม 2551 และได้สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2551 ท่ามกลางความคลางแคลงใจของชาวซิมบับเวและนานาชาติ



“หลังจากการเลือกตั้ง นายชังกิรายได้เดินทางออกนอกประเทศไปอยู่ในบอตสวานา ในระหว่างนั้น ได้มีความพยายามในการคลี่คลายปัญหาในซิมบับเวโดยนานาชาติและประเทศแอฟริกันอื่นๆ ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี โดยประเทศที่ต่อต้านการครองอำนาจของนายมูกาเบอย่างชัดเจนและมีมาตรการคว่ำบาตรซิมบับเวได้แก่สหรัฐฯอังกฤษและกลุ่มEU


“1.11 ประเทศมหาอำนาจกลุ่มเหนือ นำโดยสหรัฐฯ ได้เสนอให้ชุมชนโลก ในนามขององค์การระหว่างประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสหประชาชาติ สหภาพแอฟริกา และ G8 กำหนดมาตรการลงโทษรัฐบาลของนายมูกาเบ เช่น คว่ำบาตรการค้าอาวุธและการเดินทางของเจ้าหน้าที่อาวุโสของซิมบับเว


แต่ประเทศกลุ่มใต้ นำโดย รัสเซีย จีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ยังลังเลต่อมาตรการคว่ำบาตร โดยให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการแทรกแซงกิจการภายในของซิมบับเว ในขณะที่แอฟริกาใต้มีท่าทีเป็นกลาง (ซึ่งมีนัยที่สนับสนุนนายมูกาเบ)โดยอ้างการดำเนินนโยบายตามหลักQuietDiplomacy


“1.12 สหภาพแอฟริกา (AU) ได้มีมติภายหลังการประชุม AU Summit ที่อิยิปต์เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม 2551 ให้นายมูกาเบและนายชังกิราย เจรจากันเพื่อตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ในขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศ SADC (Southern African Development Community) ก็กดดันให้นายชังกิรายเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อให้สถานการณ์สงบ


“ภายหลังการเจรจากว่า 6 เดือน นายชังกิรายประกาศว่า ตนและพรรค MDC-T (ซึ่งแยกตัวออกมาจากพรรค MDC) จะเข้าร่วมกับนายมูกาเบและพรรค ZANU-PF จัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ โดยนายมูกาเบยังคงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีและคุมกำลังทหาร ส่วนนายชังกิรายดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2552)


“การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากชาวซิมบับเวและประเทศอื่นๆ ในแอฟริกาอย่างยิ่ง โดยหวังว่าจะทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองคลี่คลายลง และประชาชนจะได้รับการดูแลจากรัฐบาลมากขึ้น อย่างไรก็ตามนานาชาติยังไม่วางใจในเสถียรภาพของรัฐบาลแห่งชาติ และประเทศตะวันตกยังไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรซิมบับเว”


“มูกาเบ”ฝ่าวงล้อม สัมพันธ์แน่น”จีน-มาเลย์”


เมื่อเผชิญกับแรงกดดันของประเทศตะวันตก “มูกาเบ”ใช้กลยุทธ์ตีฝ่าวงล้อมโดยพยายามสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับจีน มาเลเซีย และลิเบีย

ข้อมูลของกองเอเชียใต้ ระบุว่า

“3.2 ความสัมพันธ์กับประเทศสหรัฐฯ และกลุ่ม EU ไม่สู้ดีนัก เนื่องจากประเทศดังกล่าวมียโยบายคว่ำบาตรด้านการเดินทางและการอายัดทรัพย์สินของสมาชิกแกนนำพรรค ZANU-PF หลายคน (ครอบคลุมประมาณร้อยละ 90 ของผู้มีตำแหน่งในรัฐบาลซิมบับเว) แต่มาตรการดังกล่าวไม่ได้ผลเท่าที่ควร ประธานาธิบดี มูกาเบยังสามารถเดินทางเข้า-ออกและมีบทบาทในประเทศอื่นๆ ที่ไม่ร่วมในนโยบายคว่ำบาตร อีกทั้งยังใช้นโยบายคว่ำบาตรซิมบับเวเพื่อประโยชน์ทางการเมืองให้แก่ตนเองและพรรค ZANU-PF ด้วย


“3.3ประธานาธิบดีมูกาเบจึงพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ โดยเฉพาะกับมาเลเซียและลิเบีย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน (South-South Economic Cooperation) ล่าสุด ซิมบับเวได้ตกลงแลกเปลี่ยนสินค้า (barter trade) กับการนำเข้าน้ำมันจากลิเบีย

“ปัจจุบันซิมบับเวพยายามดำเนินความสัมพันธ์กับจีนให้มากขึ้น โดยมุ่งหวังที่จะพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีน”


ทั้งหมดคือเรื่องของ”โรเบิร์ต มูกาเบ”และซิมบับเว ผ่านมุมมองของกระทรวงการต่างประเทศของไทย

โดยสรุปว่า”ภาพรวมความสัมพันธ์ไทย-ซิมบับเว”อยู่ในระดับ”ราบรื่นแต่ไม่ใกล้ชิด”


และมี”สถานะเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2554”


ก่อนที่”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

http://www.matichon....pid=01&catid=01

 AMAZING  coup d'etat  , THAILAND ONLY ..  :ph34r:  


#6 Gop

Gop

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,450 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:50

แค่ทำธุรกิจกับเจ๊จอมช็อป ทำไมต้องห้ามเข้าประเทศด้วย อเมริกาคงเข้าใจผิดจริงๆ

หลักฐานไม่เคยโกหก (Gilbert Grissom C.S.I.)<p>Beneath this mask there is more than flesh. Beneath this mask there is an idea, Mr. Creedy, and ideas are bulletproof.

 


#7 คนทุกที่

คนทุกที่

    ชนชั้นกลาง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,480 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:50

อือ...
45 ปี กับ 86 ปี
สงสัยจัง เอีย มูกาเบ แกยังมีแรงอีกเหรอ :ph34r:

ถ้าแกมี เมียแกจะมีชู้เหรอคะ

#8 plunk

plunk

    สลิปงินเดือนอยู่ไหนอ่ะ ไอ้คางครูด?

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 10,862 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:55

http://www.thairath....tent/pol/232586
นลินียอมรับว่าดิฉันแค่เพื่อน

สหรัฐไม่ได้ห้ามดิฉันเข้าประเทศ
แต่ห้ามคนสหรัฐค้าขายกับดิฉัน


แบบนี้ไปเมกา ก็ซื้ออะไรกิน ไม่ได้เลยซิครับ จะห่อไปกิน ก็ห้ามเอาเข้าอีก เนอะ
ทำได้ทันที ไม่ต้องกู้ พรรคไหนเห่าไว้ตอนหาเสียงวะ?และกระทู้ในตำนานของ คนขี้โกหก http://webboard.seri...้สลิปเงินเดือน/

#9 overtherainbow

overtherainbow

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,295 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 20:59

สรรพคุณเหมาะที่จะคบหาเป็นเพื่อนมากเลย

คบคนแบบไหน

แปลว่ายอมรับได้ว่าเค้าเป็นแบบนั้น

เรื่องนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

#10 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    นักเขียนหน่อมแน้ม

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,215 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:05

แฟชั่นอัฟริกัน
เราว่างั้นๆ แต่คงถูกจริตมูกาเบ 55
Posted Image
Posted Image

Posted Image

 AMAZING  coup d'etat  , THAILAND ONLY ..  :ph34r:  


#11 Bookmarks

Bookmarks

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 33,617 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 21:55

สรรพคุณเหมาะที่จะคบหาเป็นเพื่อนมากเลย

คบคนแบบไหน

แปลว่ายอมรับได้ว่าเค้าเป็นแบบนั้น

เรื่องนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

ไม่งั้น จะอยู่พรรคเพื่อไทยหรือครับ เจ้าของพรรคเพื่อไทย ยังขี้โกงเงินของประเทศ หนีคุกไม่พอ ยังปลุกระดมควายแดงมาเผาบ้านเผาเมืองอีก

#12 overtherainbow

overtherainbow

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,295 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:13

นั่นซี

คนเรานะ

ถ้าอยากสง่างามจะรู้ว่าต้องทำตัววางตังยังไง

แสดงว่า อยากรวย อยากแค่รวย

#13 David_GinoLa

David_GinoLa

    สมาชิกระดับไพร่

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,561 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:15

ใครเอ่ย บอกว่าไม่ติดแบล็คลิสต์


Posted Image
"การเมืองต้องเป็นเรื่องการเสียสละ การเมืองคือภาระของทุกผู้การเมืองเรื่องส่วนรวมร่วมรับรู้ การเมืองต้องต่อสู้เพื่อส่วนรวม"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

#14 Ricebeanoil

Ricebeanoil

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,320 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:16

อันว่า "บุคคลใดสันดานใกล้เคียงกันย่อมอยู่ใกล้กันเช่นนั้นแล"
เถียงกับความจริง เถียงให้ตายก็ไม่มีทางชนะ

#15 Alone

Alone

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,726 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:21

ประวัติโชกโชนสมเป็นมหามิตรของพลพรรคเผาไทยดีแท้

#16 Ixora

Ixora

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 3,177 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:40

ใครเอ่ย บอกว่าไม่ติดแบล็คลิสต์


Posted Image


ลองเข้าไปดูล่ะ

http://sdnsearch.ofa...ov/Default.aspx

สนุกดีนะ ฮิๆ มี list ให้ดาวน์โหลดทางซ้ายมือน่ะ
...ความชอบธรรมต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม...

#17 Apichai

Apichai

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,093 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 22:46

อันว่า "บุคคลใด***ใกล้เคียงกันย่อมอยู่ใกล้กันเช่นนั้นแล"



สัตว์ทั้งหลายคบกันโดยธาตุ

#18 Eyey

Eyey

    แม่มด Lv. 1

  • Members
  • PipPipPip
  • 836 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 23:19

เป็นประชาธิปไตยที่ซู๊ดดดดดด
"In politics, stupidity is not a handicap." - Napoleon Bonaparte ในทางการเมือง ความโง่บัดซบ ไม่ใช่แต้มต่อแต่อย่างใด

#19 yoshikiryuichiro

yoshikiryuichiro

    คุณธรรมในความหมายของคุณคืออะไร

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,444 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 23:38

ตรงกับคำโบราณที่ว่า ชาติหมาไฉนจะมิกินอาจม(ขี้)
大一大万大吉 一人が皆のため 皆が一人のために尽くせば 天下は幸せになれる...これが私の正義!! เมื่อคนๆหนึ่งทำทุกอย่างเพื่อทุกๆคน และทุกๆคนจะทำทุกอย่างเพื่อคนๆนั้นเมื่อใด เมื่อนั้นแผ่นดินจะร่มเย็นเป็นสุขนี่คือคุณธรรมของชั้น!!

#20 ryukendo

ryukendo

    สมาชิกขั้นสูง

  • Members
  • PipPipPipPip
  • 4,383 posts

ตอบ 22 มกราคม พ.ศ. 2555 - 23:55

Posted Image

http://www.komchadlu...ูจน์ตัวเอง.html
บ้านเมืองไม่ใช่ของเล่นที่จะทำพังแล้วร้องไห้ขออันใหม่

#21 ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย

ดูโอลิมปิก5ปีดีจุงเบย

    สมาชิกชั้นสูงกว่าสูงลิบลิ่ว

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,544 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:15

Posted Image

http://www.komchadlu...D%E0%B8%87.html


ขออภัยครับ มึงยังมีหน้าขอทำงานพิสูจนอีกหรือครับ
เลือกใครก็ได้ ที่ไม่ใช่พรรคพวกแม้วPosted Image

#22 Eyey

Eyey

    แม่มด Lv. 1

  • Members
  • PipPipPip
  • 836 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 00:23

Posted Image

http://www.komchadlu...D%E0%B8%87.html


ถามจริงๆเถอะ รองนายกนี่เค้าพิสูจน์ผลงานยังไง หรือจะให้มูกาเบ้ปละภริยามาซื้อบ้านในโครงการ sc asset ดี?
"In politics, stupidity is not a handicap." - Napoleon Bonaparte ในทางการเมือง ความโง่บัดซบ ไม่ใช่แต้มต่อแต่อย่างใด

#23 หนูอ้อย

หนูอ้อย

    นักเขียนหน่อมแน้ม

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 8,215 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 06:46

ตั้งแต่ พ.ศ.2523 มูกาเบซึ่งประกาศตัวตลอดว่า "ผมน่ะแนวม้ากซิด" ผมน่ะขับไล่คนผิวขาวผู้ยึดครองออกไป
ผมน่ะสร้างโอกาสให้คนมียีนส์ผิวสีแบบผมได้เข้าครอบครองสิทธิ์ที่ดินทำกิน บลาๆๆ

แต่คนซิมบับเวในพ.ศ.นี้ยังยากจนขณะที่ครอบครัวท่านผู้นำผิวสี รวยเอา รวยเอา
Posted Image
เออหนอเกิดการสถาปนาราดชะวงมูกาเบ เช่นเดียวกับราดชะวงกัดดาฟี เช่นเดียวกับราดชะวงคิม หรือราดชะวงฮุนข้างบ้านเรา
โดยในลิเบียเริ่มแรกก็ไล่อำมาตย์ราชวงศ์ไฮดริชออก กัดดาฟียังเติร์กงอกรากกว่า 40 ปี ทำคนยากจนและสังหารอย่างโหด***ม
มูกาเบก็ไม่ต่างกัน ที่ชาติอื่นไม่อยากคบก็เพราะสังหารโหดและทำคนในชาติสูญหายเป็นหมื่นๆ
เสื้อแดงอยู่ไหนกัน ออกมาด่าอำหมาดมูกาเบหน่อยดิ๊
ปากพร่ำประชาติ๊บไตยขับไล่คนอื่น แต่ทำตัวโหดเมื้อนเหมือนคนไม่มีที่ยืนในแผ่นดินไทยเปี๊ยบ

ถ้าไม่เหมือน...จะคบกันต่างตอบแทนผ่านทางนกแก้ว 1, นกแก้ว 2 ได้อย่างไร จริงมั้ยจริงมั้ย ?

 AMAZING  coup d'etat  , THAILAND ONLY ..  :ph34r:  


#24 overtherainbow

overtherainbow

    เมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 5,295 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 08:28

อยากรู้จังน้องอ้อย

ว่า เพื่อน ของคนพวกนี้ มีใครบ้าง

เพือนของครอบครัวมอนเตรนะ

#25 annykun

annykun

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,567 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 14:46

ทักษิณ ชินวัตร คือวีรบุรุษของคนยากจนในประเทศไทย จนกระทั่ง........ธนูปักที่หัวเข่า มั๊ง อิอิ :P

คุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของผู้ชนะสงคราม  คือ   ความแข็งแกร่ง และ อุดมการณ์ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง

คุณธรรมที่พร้ำสอน  ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นรองลงมา   ส่วน  ประชาธิปไตยน่ะรึ  เอาเข้าจริงๆ  สำคัญอันใด?? 

 


#26 ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

ผึ้งน้อยตุหรัดตุเหร่

    หน้าตาดี มีอุดมการณ์

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 21,670 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 19:01

ผู้หญิงอย่างนางมาร์กอส ผู้หญิงอย่างนางเกรซ ผู้หญิงอย่างนางพจมาน เกิดมาเพื่อทำอนันตริยกรรมแก่ประเทศชาติจริงๆ


ปล. มติชนสื่อสุดยอดแดนสยาม เขียนนามสกุลผิดนะครับ ไม่ใช่มูกาเบครับ ต้อง"มูกาบี้"(ออกเสียงสั้นเป็น บิ ซะด้วยซ้ำ)
gladiator 1.jpg

 

 

 

 

 

 


#27 promotion

promotion

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,761 posts

ตอบ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 - 19:37

ประเทศนี้ที่เงินเฟ้อสุดๆใช่ไหมครับ ที่หอบเงินเป็นล้านไปซื้อไข่ ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ ของช้อปปิ้งของคุณคนนี้เขาคงมูลค่ายิ่งกว่ามหาศาลเลยเนอะถ้าใช้ค่าเงินประเทศตัวเอง :lol:

#28 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 27,531 posts

ตอบ 25 มกราคม พ.ศ. 2555 - 23:23

http://www.thairath....tent/pol/232586
นลินียอมรับว่าดิฉันแค่เพื่อน

สหรัฐไม่ได้ห้ามดิฉันเข้าประเทศ
แต่ห้ามคนสหรัฐค้าขายกับดิฉัน


"ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม".....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...


#29 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 27,531 posts

ตอบ 25 มกราคม พ.ศ. 2555 - 23:32

ขออ้อนวอนคนที่มีความรู้ทางภาษาไทย(ภาษาพูด)พูดกับเธอ....
ขอให้เธอตอบคำถามข่าวมัวหมองแบล๊คลิสต์....
แทนการพูดถึงขอทำงานพิสูจน์ก่อนพิจารณาตัวเอง.......!


'ขอทำงานพิสูจน์ก่อนพิจารณาตัวเอง'ไม่ใช่คำตอบตรงกับคำถามของนักข่าว.......ฮา

Edited by ปุถุชน, 25 มกราคม พ.ศ. 2555 - 23:33.

เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...


#30 Majung

Majung

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 403 posts

ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 01:37


http://www.thairath....tent/pol/232586
นลินียอมรับว่าดิฉันแค่เพื่อน

สหรัฐไม่ได้ห้ามดิฉันเข้าประเทศ
แต่ห้ามคนสหรัฐค้าขายกับดิฉัน


"ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม".....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ถ้าหน้าบาง พูดอย่างนี้ไม่ได้นะนี่ :lol:
ธมฺมจารี สุขํ เสติ

#31 nornoo

nornoo

    ขาประจำ

  • Members
  • PipPipPip
  • 1,578 posts

ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 02:15

วาทกรรมแดงควายไม่เคยเปลี่ยนแปลง อ้างแบบโง่ๆ ควายๆ

#32 ปุถุชน

ปุถุชน

    มหาเมพ

  • Members
  • PipPipPipPipPipPipPip
  • 27,531 posts

ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 07:56



http://www.thairath....tent/pol/232586
นลินียอมรับว่าดิฉันแค่เพื่อน

สหรัฐไม่ได้ห้ามดิฉันเข้าประเทศ
แต่ห้ามคนสหรัฐค้าขายกับดิฉัน


"ทักษิณไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม".....ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า


ถ้าหน้าบาง พูดอย่างนี้ไม่ได้นะนี่ :lol:




รัฐบาลสหรัฐไม่ให้เข้าบ้านแล้ว....
ยังห่วงใยชาวอเมริกันและคนในบังคับบัญชาเห็น'กงจักรเป็นดอกบัว'ออกไปคบนอกบ้านอีก....!
'เธอ'ยังภาคภูมิใจ........ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

เคียงข้างลุงกำนัน ปฏิรูปการเมืองไทย กำจัดระบอบทักษิณ ขับไล่มวลหมู่ขี้ข้า วันที่ 26 พฤษภาคม 2557...


#33 ริวมะคุง

ริวมะคุง

    ห้ามให้อาหารสัตว์

  • Members
  • PipPipPipPipPip
  • 6,577 posts

ตอบ 26 มกราคม พ.ศ. 2555 - 08:10

อเมริกาไม่ไช่พ่อ แต่ทำไมอเมริกาถึงต้องแบคลิส คนดีๆเขาจะโดนกันมั้ย!!
Posted Image




ผู้ใช้ 0 ท่านกำลังอ่านกระทู้นี้

สมาชิก 0 ท่าน, ผู้เยี่ยมชมทั่วไป 0 ท่าน และไม่เปิดเผยตัวตน 0 ท่าน