“สนธิ”เปิดแผนทุนอเมริกันหวังยึดครองประเทศไทย สูบความมั่งคั่งจากเอเชียแปซิฟีก หลังตะวันออกกลาง-ยุโรปหมดความน่าสนใจ แต่มีในหลวงที่ทรงสอนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นอุปสรรค จึงเดินแผนใต้ดินหนุนขบวนการล้มเจ้า เผยบางคนในกลุ่มนิติราษฎร์ –เว็บประชาไท ได้เงินสนับสนุนจาก CFR และ NED ที่กลุ่มทุนขนาดยักษ์อยู่เบื้องหลัง ซัด “เพื่อไทย”มีเอี่ยว เพิ่งมาค้านทีหลัง ย้ำทางรอดประเทศไทย ต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์ ยึดมั่นชาตินิยม พร้อมยอมตายเพื่อในหลวงเมื่อถึงเวลา
นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวในรายการ “คนเคาะข่าว” ทางเอเอสทีวี ช่วงเวลา 20.45-22.45 น. วันที่ 27 ม.ค.ว่า ขบวนการจาบจ้างสถาบันเบื้องสูงที่ปรากฏขึ้นในนามคณะนิติราษฎร์ นำโดยนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์นั้น เป็นการพิสูจน์ว่าสิ่งที่ตนพูดไว้ตั้งแต่ปี 2548 และปี 2551 นั้นเป็นเรื่องจริง และมีความเชื่อมโยงกับการขยายอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการกลับเข้ามาครอบครองเอเชียแปซิฟิกอีกครั้ง เห็นได้จากก่อนหน้านี้มีการเขียนบทความเรื่อง Reform Not Revolution for Thailand ที่กล่าวหาว่าสถาบันกษัตริย์เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปในประเทศไทย
นายสนธิกล่าวต่อว่า หลังจากสงครามเย็นยุติลงแล้ว เป็นช่วงเวลาที่กลุ่มทุนขนาดใหญ่พยายามที่จะขยายออกไปในทุกประเทศทั่วโลก โดยใช้ฉันทมติวอชิงตัน (Washington Consensus) ที่มีกติกา 4 ข้อให้ทุกประเทศต้องปฏิบัติตาม คือ 1.การเปิดเสรีทางเศรษฐกิจการค้า การเงิน การลงทุน 2.ให้มีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยเน้นเสถียภาพด้านราคา 3.การแปรรูปรัฐวิสากิจเป็นของเอกชน 4.การลดการควบคุมกำกับโดยรัฐบาล โดยใช้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) ธนาคารโลก และองค์การการค้าโลก(WTO) ดำเนินการในเรื่องนี้ ซึ่งจะเห็นว่า ช่วงหลังปี 2540 ไอเอ็มเอฟได้ยื่น 4 เงื่อนไขนี้ให้ประเทศไทยทำตามเพื่อแลกกับการให้เงินช่วยเหลือ เป็นที่มาของการออกกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ซึงจนขณะนี้ยังไม่ได้แก้ และมีความพยายามจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่างๆ
นายสนธิย้ำว่า เราอย่าคิดว่าสหรัฐอเมริกาเป็นเพื่อนเรา เพราะประเทศนี้มีแต่ผลประโยชน์ ไม่ต้องการให้ใครมาขวางเขา แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเน้นเศรษฐกิจพอเพียง เขาก็หาว่าเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูป ทั้งนี้ ในปัจจุบัน สหรัฐเริ่มหมดความสนใจในพื้นที่ตะวันออกกลาง เพราะน้ำมันเริ่มหมด ส่วนยุโรปก็ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จึงหันความสนใจมาที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งกำลังมีชนชั้นกลางเกิดใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีแหล่งน้ำมันในอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ทั้งนี้ ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นพวกของอเมริกาไปแล้ว ยังเหลือแค่จีนที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และกำลังขยายอิทธิพลเข้ามาทางอาเซียน โดยเฉพาะในพม่า ขณะที่สหรัฐฯ ก็ได้อินโดนีเซียเป็นลูกรักไปแล้ว เวียดนามก็หันไปพึ่งสหรัฐฯ เพื่อให้ช่วยต่อต้านจีน ส่วนเขมรก็ว่าตามเวียดนาม มาเลเซียก็กำลังเปลี่ยนแปลงโดยนายอันวาร์ อิบราฮิมที่มีแนวคิดสนับสนุนประเทศตะวันตกกำลังจะกลับมาอีกครั้ง ขณะที่พม่า สหรัฐฯ ก็เริ่มเข้าไป ทั้งที่เมื่อก่อนเคยคว่ำบาตร ตอนนี้จึงเหลือเพียงประเทศไทยที่สหรัฐฯ ยังไม่สามารถยึดได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งทางเศรษฐกิจและทางนโยบาย เพื่อที่จะปิดล้อมจีนให้ได้
นายสนธิกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ คนไทยเราโดนอิทธิพลตะวันตกเข้ามาครอบงำทางความคิดด้วย 3 เรื่อง คือ 1.รัฐบาลต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยไม่สนใจว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์หรือไม่ 2.สิทธิมนุษยชน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าสหรัฐจะเลือกสนับสนุนรัฐบาลประเทศไหน ตอนที่เสื้อแดงถูกปราบปราม เขาบอกว่า เป็นการละเมิดสิทธิ แต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ฆ่าตัดตอนไป 2,000 กว่าคน ตอนนี้เขาไม่พูดถึงแล้ว เขาพูดแต่ว่าทหารฆ่าเสื้อแดง เพราะโยงไปสู่การล้มสถาบันทหารได้ และ 3.ความโปร่งใส ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเช่นกัน เมื่อปี 2540 เขาห้ามธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาช่วยเหลือบริษัทเอกชน แต่เมื่อปี 2551 ธนาคารในสหรัฐฯ ล้ม รัฐบาลอเมริกันกลับอนุมัติเงินสนับสนุนจำนวนมหาศาล
นายสนธิ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้ หมดยุคที่จะใช้วิธีการตามฉันทมติวอชิงตันแล้ว เพราะกลุ่มทุนในอเมริกาใหญ่ขึ้นมาก บริษัทอย่างแอปเปิลคอมพิวเตอร์มียอดขายมากกว่างบประมาณประเทศไทย และบริษัทแบบนี้มีอยู่จำนวนมาก และมีอิทธิพลต่อรัฐบาล ไม่ว่าพรรคดีโมแครตหรือรีพับลิกัน ล้วนแต่อยู่ภายใต้อิทธิพลกลุ่มทุน โดยพรรคดีโมแครตนั้นอยู่ภายใต้ทุนการเงิน ขณะที่รีพับลิกันอยู่ภายใต้ทุนน้ำมัน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้เลวพอๆ กัน และสุดท้ายแล้วก็เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บริษัทเหล่านี้ต้องการครองโลก เข้าไปเปิดธุรกิจในประเทศต่างๆ เพื่อดึงดูดเอาความมั่งคั่งไปเป็นของตัวเอง ซึ่งล่าสุดนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐได้ประกาศแล้วว่า เอเชียแปซิฟิกคือศูนย์กลางของโลก ซึ่งไม่ผิดเพราะทั่วโลกเจ๊งหมดแล้ว
นายสนธิ กล่าวว่า วิธีการที่พวกนี้เขาจะรุกคืบเข้าไปในแต่ละประเทศนั้นเขามีหลายวิธี แบ่งออกเป็น 3 ส่วน มีสถาบันที่เขาเรียกว่า Think Tank ที่มาช่วยคิดว่าจะทำยังไงอเมริกาถึงจะเป็นเจ้าโลก ทำยังไงบริษัทถึงจะรุกเข้าประเทศนั้นได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากบรรษัทต่างๆ ที่ร่ำรวยอย่างมหาศาล เมื่อนั่งคิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีพวก take action ต้องฝึกอบรมและให้เงินสนับสนุนด้วย เช่น Open Society ของนายจอร์จ โซรอส และยังมีหน่วยงาน NED - National Endowment for Democracy ที่รัฐสภาอเมริกาให้การสนับสนุนงบประมาณปีละ 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีหน้าที่ทำตามชุดภาษาสากลที่เขาคิด คือส่งเสริมประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ และทุกประเทศที่มีการล้มล้างรัฐบาล แล้วเปลี่ยนรัฐบาลขึ้นมา องค์กรพวกนี้มีอีกส่วนหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ให้กำลังใจ สนับสนุน คอยตีปี๊บ ร้องป่าว เช่น องค์กรนิรโทษกรรมสากล Amnesty International มีหน้าที่อย่างเดียว แถลงข่าวว่าประเทศจีนนั้นละเมิดสิทธิมนุษยชน เราไม่เห็นด้วย เราเรียกร้องให้คนโน้นคนนี้ลุกขึ้นมาต่อสู้ และยังมี Human Right Watch คือองค์กรพิทักษ์ปกป้องสิทธิมนุษยชน ฟังแล้วดูสวยงามมาก แต่ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องมือของตะวันตกในการมาแทรกแซงประเทศต่างๆ
นายสนธิกล่าวต่อว่า หลายๆ องค์กรในอเมริกา จะอยู่เบื้องหลังเอ็นจีโอในเมืองไทย และได้ยกตัวอย่างการทำงานจอง สภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ CFR : Council on Foreign Relation ซึ่งคำว่าสภา สมาชิกที่มีบทบาทสูงสุดแทนที่จะเป็นประชาชน แต่กลับประกอบด้วยกลุ่มทุนการเงิน ทุนพลังงาน กลุ่มทุนขายอาวุธ กลุ่มทุนอาหาร-ยา ซึ่งสามารถครอบงำสภานี้ได้ และเอ็นจีโอในประเทศไทย รวมทั้งคนบางคนในคณะนิติราษฎร์ ก็ได้รับเงินมาจาก CFR ซึ่งเป็นองค์กรที่เขียนบทความว่า พระมหากษัตริย์ไทย เป็นอุปสรรคในการปฏิรูปทางการเมือง
นายสนธิ ยังเปิดเผยอีกว่า NED-National Endowment for Democracy ให้เงินเอ็นจีโอไทยมาเกือบ 1 ล้านเหรียญ โดยเฉพาะเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งผู้อำนวยการเว็บไซต์ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้มาก้อนหนึ่ง 5 แสนเหรียญ หรือ 15 ล้านบาท ไปอบรมผู้นำท้องถิ่นให้เข้าใจเรื่องบทบาท ส.ส. ซึ่งก็เป็นผู้นำท้องถิ่นที่ใส่เสื้อแดงนั่นเอง ถึงเว็บไซต์ประชาไทจะปฏิเสธว่าการให้เงินมาไม่มีสิทธิต่อรองในการเสนอข่าว แต่ตนไม่เชื่อ เพราะเว็บไซต์นี้มีการจาบจ้วงและหมิ่นสถาบันฯ มาโดยตลอด
“พอมาตรงนี้เงินพวกนี้ไปกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล กลุ่มซ้ายอกหัก ซึ่งมีนักวิชาการเอ็นจีโอบางกลุ่ม เว็บไซต์ประชาไท งานใต้ดินเคลื่อนไหวล้มสถาบันกษัตริย์ อ้างเสรีภาพ จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ บ่อนทำลายให้ยกเลิกมาตรา 112 นี่ได้รับการสนับสนุนจากฝรั่ง มาถึงตรงนี้ เอาเงินมาสนับสนุนกลุ่มทุนสามานย์ เพื่อไทย รัฐบาล แก้รัฐธรรมนูญ ทำลายการตรวจสอบ ยึดอำนาจ ยึดศาล ยึดทหาร ซื้อทหาร ยึดการเมือง นักวิชาการ ส่งเสริมค่านิยมโลกและทุนไร้พรมแดน ใครบ้างที่ชอบพูดว่า เดี๋ยวนี้ประเทศไทยไร้พรมแดน ถ้าไม่ใช่คนอย่าง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่พูดตลอดเวลาว่า เดี๋ยวนี้ไร้พรมแดน แล้วชาญวิทย์คือใครถ้าไม่ใช่ 1 ใน 100 กว่าคนที่เซ็นชื่อร่วมในการแก้มาตรา 112 เริ่มชัดกันหรือยังตอนนี้”นายสนธิกล่าว
นายสนธิกล่าวต่อว่า ทำไมคนพวกนี้จึงต้องการทำลายในหลวง ทั้งที่ในหลวงทำงานให้ประชาชนจนกระทั่งชราภาพ ซึ่งคนรุ่นหลังไม่รู้ เขาบอกว่าเป็นอุปสรรคก็เชื่อ และคนในคณะนิติราษฎร์บางคนรับเงินฝรั่งมา ที่สำคัญการที่สหประชาชาติยอมรับว่าแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทฤษีที่ถูกต้อง ทำให้คนพวกนี้ยิ่งกลัวว่า ถ้าประเทศไทยอยู่รอดด้วยเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านหันมาเรียนรู้ แล้วกลุ่มทุนพวกนี้ก็จะเข้ามาหาประโยชน์ไม่ได้ CFR จึงกล่าวหาว่าในหลวงเป็นอุปสรรคการปฏิรูปการเมือง ซึ่งที่จริงคืออุปสรรคของทุนอเมริกันต่างหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนักการเมืองทุกพรรค ทุกรัฐบาล คือตัวละครที่เขาใช้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการเลิกเอ็มโอยู 43 เพราะเขาจะทำหน้าที่เอาของใส่สายพานให้ฝรั่ง คือมอบแหล่งพลังงานให้บริษัทต่างชาติ
นายสนธิกล่าวว่า สถาบันกษัตริย์เป็นศูนย์รวมของจิตใจคนไทย คนไทย 90 กว่าเปอร์เซ็นต์รักในหลวงและพระราชินีเหมือนพ่อแม่ นี่คืออุปสรรคของกลุ่มทุนที่จะเข้ามายึดประเทศไทย เขาจึงต้องทำลายฐานที่มั่นศูนย์รวมจิตใจคนไทย เริ่มด้วยการแก้ไขมาตรา 112 ถึงจะแก้ไม่ได้ อย่างน้อยก็สร้างกระแสขึ้นมาได้ ถ้าล้มไม่ได้ก็ให้เป็นแบบกษัตริย์เขมรที่เป็นเพียงหุ่นเชิดของนายฮุนเซน คณะนิติราษฎร์จึงเป็นสัตว์คอกเดียวกันกับทุนสามานย์
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ทักษิณ ชินวัตร คือตัวละครตัวหนึ่ง หมดจากทักษิณไปก็มีคนอื่น เพราะสันดานนักการเมืองทุกพรรคเหมือนกันหมด คือทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อชาติ พวกฝรั่งจึงอยากให้นักการเมืองได้ปกครองประเทศ เพื่อให้เปิดเสรี ให้ประเทศไทยเป็นทาสทุนตะวันตก
นายสนธิกล่าวว่า แผนผังขบวนการทั้งหมดที่ตนเคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2551 จึงเป็นความจริงทุกอย่าง คนที่มาร่วมขบวนการมีทั้งคนรุ่นใหม่ที่มาร่วมเพราะคิดว่าเท่ห์ กลุ่มซ้ายอกหักที่มีความโกรธแค้นตั้งแต่หลัง 6 ตุลาฯ 2519 คนพวกนี้ทำงานใต้ดิน ทำเว็บไซต์ วิทยุชุมชน ทำใบปลิว จัดอบรมคนเสื้อแดง โดยมีซีไอเอ.สนับสนุน ให้ นปช.ดูหมิ่นในหลวง อุ้มชูทักษิณ ทำลายองคมนตรี ทำลายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นอกจากนั้นก็มีพรรคการเมือง ซึ่งเมื่อก่อนคือพรรคพลังประชาชน ปัจจุบันคือพรรคเพื่อไทย ที่ใช้ประชานิยมยึดอำนาจฝ่ายบริหาร ควบคุมองค์กรอิสระ สอดคล้องกับความคิดกลุ่มนิติราษฎร์ที่จะให้ ครม.แต่งตั้งศาล และมีกลุ่มทุนสามานย์ที่เป็นเครื่องมือต่างชาติเข้ามาผูกขาดทุนในประเทศ
นายสนธิกล่าวว่า วันนี้ศึกสงครามของเราไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทย เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคก็สันดานเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งมาโวยวายเรื่อง ปตท.แต่สมัยที่เป็นรัฐบาลทำไมไม่เอา ปตท.กลับคืน มาพูดตอนนี้แค่หวังผลทางการเมืองเท่านั้น
นายสนธิ กล่าวว่า ประเทศไทยจะอยู่ได้อย่างแรก เราต้องมีในหลวงที่ทรงมีทศพิธราชธรรมและสมเด็จพระนางเจ้าฯ ถ้าจะต้องออกมาสู้แล้วตายเพื่อในหลวงต้องยอมตาย เพราะมีพระองค์ ฝรั่งจึงยึดประเทศไทยไมได้ ท่านทรงสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นการเอาส่วนรวมเป็นตัวตั้ง นอกจากนี้ เราต้องมีความเป็นชาตินิยม รักชาติ รักแผ่นดินให้มากขึ้น เมื่อถึงเวลาแสดงออก ต้องอย่ารีรอ การที่เราไม่พอใจอเมริกาไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นศัตรู หรือต้องเข้าข้างจีน แต่เราต้องคบทั้ง 2 ประเทศอย่างเท่าเทียมกัน และบอกให้เขารู้ วันนี้นักการเมืองขี้ฉ้อเป็นคนดำเนินนโยบายต่างประเทศ ใครให้ประโยชน์เขาก็เปิดประตูให้
นายสนธิย้ำว่า พรรคเพื่อไทยจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับนิติราษฎร์ไม่ได้ เพราะถ้าไม่เห็นด้วยทำไมไม่แสดงออกแต่แรก มาบอกว่าไม่เกี่ยวข้องตอนกระแสต่อต้านมันแรงขึ้นมาแล้ว นั่นเพราะกลุ่มนิติราษฎร์หนุนหลังโดยฝ่ายซ้ายที่เป็นบริวารของทักษิณ คนพวกนี้เคยสู้กับอเมริกา แต่วันนี้กลับมาเป็นเครื่องมือให้อเมริกาใช้ แล้วเที่ยวมาหาว่าตนเอาในหลวงมาเล่นการเมือง ตนออกมาสู้ขนาดนี้แล้วยังมีการเหิมเกริม ถ้าตนเงียบอยู่เฉยๆ ขบวนการพวกนี้จะขนาดไหน
นายสนธิกล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 77 ระบุว่า รัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย และบูรณาภาพแห่งเขตอำนาจรัฐ และต้องจัดให้มีกำลังทหาร อาวุธยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีทันสมัยที่จำเป็นและเพียงพอ เพื่อพิทักษ์รักษาเอกราชอธิปไตย และความมั่นคงของรัฐ สถาบันกษัตริย์ ผลประโยชน์ของชาติ และการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ขณะนี้มีคนจ้องล้มสถายบันกษัตริย์ แม้พรรคเพื่อไทยจะอ้างว่าไม่เกี่ยว แต่พฤติกรรมในอดีตชัดเจนว่าเกี่ยวข้อง ขณะนี้มีความเสียหายจากการเสียดินแดนที่เขมรยึดครอง ความมั่นคงสั่นคลอนตั้งแต่เกิดน้ำท่วมที่รัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ หน้าที่ของทหารต้องออกมาทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 อย่ามาหาว่า ตนยุให้ปฏิวัติ คนที่ไปแจ้งความ ขอไปแจ้งให้เยอะๆ เลย
นายสนธฺย้ำว่า ประเทศไทยจะอยู่รอดได้เราต้องพิทักษ์รักษาสถาบันกษัตริย์ ต้องรักชาติ นิยมชาติไทย เชื่อมั่นในชาติไทย ต้องเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ได้ นอกจากนี้ เราต้องมีประสิทธิภาพในการทำงาน ให้ความยุติธรรมในการเข้าสู่ทุนแก่พ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการทำมาหากิน ไม่ใช่รอแต่ให้นักการเมืองเอามาแจก ต้องดูแลรักษาป่าไม้ แหล่งน้ำ ทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานได้ใช้อย่างยั่งยืนต่อไป
ในตอนท้ายนายสนธิ กล่าวฝากไปถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา และทุกคนในตระกูลนี้ว่า เหตุการณ์พลุระเบิดและไฟไหม้ในงานตรุษจีนที่สุพรรณบุรีนั้น หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องของความประมาท แต่ตนมองว่าเป็นเรื่องของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถึงเวลาหรือยังที่ตระกูลศิลปอาชาจะทบทวนตัวเองว่าได้ทำอะไรโดยเอาส่วนรวมเป็นตัวตั้งหรือไม่ คนเราไม่ว่าจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น ตั้งแต่มีการสร้างมังกรมา ก็เคยเกิดไฟไหม้มาแล้ว และระเบิดครั้งนี้กุฎิพระก็ไม่เหลือ ไม่แน่ใจว่ากรรมกำลังตามมาทันหรือไม่ ยังไม่ช้าเกินไปที่จะเริ่มเอาส่วนรวมเป็นตัวตั้งแล้วเสียสละจริงๆ เพื่อชาติบ้านเมือง เวลาจัดตั้งรัฐบาลนายบรรหารชอบมีความเห็นต่างๆ แต่เวลาในหลวงถูกเด็กเมื่อวานซืนบอกว่าต้องสาบานตนก่อนรับตำแหน่ง ห้ามมีพระราชดำรัสต่อประชาชน นายบรรหารไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ ในฐานะอดีตนายกฯ ที่เคยได้รับพระเมตตา ไปคิดูให้ดี อำนาจวาสนาเงินทองไม่มีความหมาย ไม่กี่ปีก็ตาย ขอให้ไฟไหม้ครั้งนี้ เป็นบทเรียนที่จะนำไปคิด
คำต่อคำ : นายสนธิ ลิ้มทองกุล ในรายการคนเคาะข่าว
สวัสดีครับท่านผู้ชมและพี่น้องพันธมิตรฯ ที่รักทุกๆ ท่านที่กำลังดูรายการ ASTV อยู่ โดยผ่านเครือข่ายเคเบิลทีวีท้องถิ่น หรือว่ามีจานรับของตัวเอง ตลอดจนท่านที่ดูผ่านอินเตอร์เน็ต วันนี้เป็นวันที่ผมตั้งใจเป็นพิเศษ วันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2555 ที่ผมต้องการที่จะมาพูดจากับท่านผู้ชมและพ่อแม่พี่น้องชาวพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2551 คือภาพใน VTR ที่พี่น้องได้ฟังผมพูดออกมาแล้ว เราจะสู้เพื่อในหลวง ณ วันนั้น เวลานั้น คำว่าเราจะสู้เพื่อในหลวงนั้น ผมโดนเยาะเย้ยถากถาง ดูหมิ่น เสียดสีด้วยคำพูด คุณเสนาะ เทียนทอง พูดออกมาว่า ท่านอยู่ของท่านสบายดีแล้ว ไม่ต้องไปสู้ให้ท่านหรอก คุณดิสธร วัชโรทัย คนในสำนักพระราชวังออกมาให้สัมภาษณ์บอกว่า ถ้ารักในหลวง ให้อยู่บ้าน ไม่ต้องออกมาสู้
3 ปีกว่าที่ผ่านมา จากวันที่ 9 เดือนตุลาคม 2551 หรือถ้ามองย้อนหลังกลับไปยาวซักนิดหนึ่ง ตั้งแต่วันแรกที่ผมใส่เสื้อ เราจะสู้เพื่อในหลวงนั้น ที่แถลงข่าวบ้านพระอาทิตย์ หลังจากโดนปิดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่ช่อง 9 ไปนั้น ถ้านับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา 6 ปี กว่าเต็มๆ มันเป็นความหยั่งรู้ของผม หรือมันเป็นฌาณของผมกันแน่ มันไม่ใช่ แต่มันเป็นสิ่งที่ผมมองแล้วมันเกิดขึ้นแน่นอน เพราะสังคมไทยยังไม่สามารถจะรับรู้ และคนที่พร้อมจะรับรู้ก็ไม่ได้ถูกรับรู้โดยสื่อมวลชนที่ต้องทำหน้าที่สื่อมวลชน
จากปี 2548 ปลายปีเป็นต้นมา สถาบันกษัตริย์และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นั้นถูกกัดกร่อนไปเรื่อยๆ ด้วยวิธีใต้ดิน บนดิน วิชามาร วิธีที่โสมม มาจนกระทั่งถึงเมื่อเร็วๆ นี้ ตัวตนที่แท้จริงของกระบวนการที่จะล้มพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นั้นก็โผล่ออกมาในนามของ"คณะนิติราษฎร์" ที่นำโดยเด็กรุ่นหลัง ที่ได้ทุนอานันทมหิดลไปเรียนที่ต่างประเทศ พร้อมทั้งคณะครูบาอาจารย์นักเขียน นักต่อสู้สมัย 14 ตุลาฯ ร้อยกว่าคนลงชื่อกัน
ท่านผู้ชมครับ วันนี้เราต้องมาพูดกันให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีคณะนิติราษฎร์ ทำไมมันถึงมีกระบวนการเช่นนี้ แล้วทำไมถึงไม่มีใครทำอะไรกับมัน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองไทย ด้วยคนไทย แต่ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากกระบวนการในต่างประเทศ เข้ามาสู่คนไทยที่ต้องการจะขายชาติ ที่ต้องการจะล้มชาติ ล้มบ้านล้มเมือง
กระบวนการพวกนี้เคยมีบทความชิ้นหนึ่ง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง เป็นบทความจากที่ไหน มันเป็นบทความที่ใช้ชื่อว่า Reform not Revolution for Thailand : ปฏิรูป ไม่ใช่ปฏิวัติในประเทศไทย และในบทความนี้ฝรั่งมันยังอ้างคำพูดหนึ่งในบทความนั้นว่า พระมหากษัตริย์ไทยคืออุปสรรคในการปฏิรูปประเทศ แล้วเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าบทความนี้มันมาจากองค์กรใด และองค์กรนั้นมันชื่ออะไร แล้วมันเกี่ยวข้องอย่างไรกับภาพรวมที่ผมจะเล่าให้ฟัง
ท่านผู้ชมตามผมมานิดนึง ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ผลที่เกิดขึ้นวันนี้ เหตุมันมี เรามามองย้อนหลังไปนิดนึง เราไม่ต้องมองไกล เรามองกันไม่ต้องไกลนัก เรามองย้อนหลังกลับไปช่วงที่สงครามเย็นมันยุติ สมัยก่อนโลกมันแบ่งออกเป็น 2 ค่าย ค่ายที่เขาอ้างว่า ค่ายเสรี ที่สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำ กับอีกค่ายที่เขาเรียกว่า ค่ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งมีโซเวียตรัสเซีย เป็นผู้นำ วันที่มันสิ้นสุดสงครามเย็น ตามสัญลักษณ์แล้วคือวันที่กำแพงเบอร์ลินมันแตก กำแพงเบอร์ลินเป็นกำแพงที่กั้นระหว่างเยอรมนีตะวันออก กับเยอรมนีตะวันตก วันนั้น โซเวียตล่มสลาย รัฐบาลคอมมิวนิสต์ในเยอรมนีตะวันออกก็ล่มสลาย ก็มีการทุบกำแพงเบอร์ลิน เขาถึงเรียกว่า เป็นช่วงการทุบกำแพงเบอร์ลิน นั่นคือ สัญลักษณ์การสิ้นสุด ของสงครามเย็น ในบรรดานักคิด นักเขียนของสหรัฐอเมริกา มันมีคนญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นในอเมริกาคนหนึ่งชื่อ นายฟรานซิส ฟูกูยามา หมอนี่อยู่เบื้องหลังนโยบายเศรษฐกิจและทฤษฎีของการใช้ทุนนิยมสามานย์เพื่อรุกคืบเข้าไปทั่วโลก
นายฟรานซิส ฟูกูยามา เขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The End of History and Mankind จุดจบของประวัติศาสตร์และมนุษยชาติ นัยของหมอนี่กำลังบอกว่า ตอนนี้ประวัติศาสตร์จบแล้ว จากนี้ไปเป็นยุคของทุนนิยม
ตอนนั้นมีฝรั่งอีกคนหนึ่งชื่อ นายแซมมวล พี. ฮันติงตัน คนนี้เขียนหนังสือเหมือนกันว่า เมื่อสงครามเย็นหมดแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ the Clash of Civilization การปะทะกันระหว่างวัฒนธรรม นั่นคือคนๆ นี้บอกว่า จะมีวัฒนธรรมมุสลิมปะทะกับวัฒนธรรมคริสต์ทางตะวันตก แต่สรุปแล้วโลกในขณะนั้นต้องการทุนนิยม
เป็นครั้งแรกที่กำแพงเบอร์ลินแตก เป็นครั้งแรกที่ไม่มีโลกหลังม่านเหล็ก หรือโลกเสรี มีอยู่โลกๆ เดียวที่ทุกคนทางตะวันตกต้องการคือ โลกแห่งทุน ด้วยเหตุนี้เลยมีแนวความคิดของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ซึ่งให้ไอเดียขึ้นมา กลุ่มนี้เขาเรียกว่า กลุ่มฉันทมติกรุงวอชิงตัน หรือ Washington Consensus
Washington Consensus คืออะไร คือความเห็นที่พวกเขากำหนดว่า จากนี้ไปโลกสรุปแล้วมันจะต้องมีกติกาอยู่ 4 ข้อ ข้อแรกที่ต้องการใช้ ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Liberalization คือการเปิดเสรีหมด หมายความว่าทุกประเทศวันนี้ต้องเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ ครอบคลุมการเปิดเสรีทางการค้า เปิดเสรีทางการบริการ การเงินการลงทุน ซึ่งคนจะได้ประโยชน์คือกลุ่มซึ่งมีทุนสากล และบริษัทระหว่างประเทศ หมายถึงกลุ่มทุนยักษ์ต่างๆ นั่นคือข้อ 1 ที่เขาตั้งไว้
ข้อที่ 2.คือ Stabilization จะต้องมีเสถียรภาพ เขาต้องการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เน้นเสถียรภาพของราคา ไม่เน้นปัญหาการว่างงาน คนจะตกงาน ช่างมัน ทั่วโลก แต่ขอให้ราคาที่เขาตั้งเอาไว้ไม่ตก
ประการที่ 3 คือ Privatization คือการแปรรูป การแปรรูปคือการถ่ายโอนการผลิตของภาครัฐ เข้าไปสู่ภาคเอกชน เพราะเขาเชื่อว่าเอกชนนั้นมีความคล่องตัวในการทำงานมากกว่า ข้อที่ 4 ข้อสุดท้าย คือ Deregulation คือการลดการกำกับและการควบคุมของรัฐ ลดการแทรกแซงโดยรัฐ รวมถึงการลดขนาดของรัฐบาล
ทั้ง 4 ข้อนี้คือฉันทมติกรุงวอชิงตันที่ฝรั่งคิดขึ้นมา เมื่อคิดขึ้นมาแล้ว การที่เขาจะทำได้ โดยที่เขาใช้นโยบาย 4 ข้อ อุปมาอุปไมยเหมือนเป็นกติกาใหม่ของโลกในขณะนั้น เขาก็เลยใช้เครื่องมือของเขา 3 เครื่องมือในการทำ เครื่องมือแรกก็คือ สถาบันธนาคาร IMF เครื่องมือที่ 2 ก็คือธนาคารโลก และเครื่องมือที่ 3 ก็คือองค์การการค้าโลก (World Trade Organization) ที่คุณศุภชัย พานิชภักดิ์ เคยไปเป็นผู้อำนวยการอยู่พักหนึ่ง 3 ตัวนี้ คือตัวซึ่งจะรุกเข้าไปในโลก
2540 เมื่อเศรษฐกิจไทยพังทลาย ท่านผู้ชมและพี่น้องพันธมิตรหลายคนที่ได้รับพิษสงจากการล่มสลายเศรษฐกิจครั้งนั้น ก็จะค้นพบว่า IMF เข้ามาในประเทศไทย และยื่นเงื่อนไข 4 ข้อนี้ ว่า ถ้าจะได้ตังค์ไปช่วยประเทศไทยขณะนั้น ต้องทำตาม คือประการแรก เปิดเสรีทางการเงิน คือให้ธนาคารต่างชาติเข้ามา สามารถทำนู้นทำนี่ได้ อันที่สองคือ เสถียรภาพของราคา อันที่สามคือ การที่เราต้องแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และนั่นคือที่มาของกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ที่เราต่อสู้มาตลอด กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ซึ่งท่านผู้ชมครับ จากปี 2540 ที่เราคัดค้านมา จนกระทั่งถึง 2555 15 ปีที่ผ่านมานี้ เราไม่ได้แก้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่เราทำตามเขาหมดทุกอย่าง เราแปรรูปกิจการของรัฐหลายแห่ง เราแปรรูป ปตท. ขายหุ้นออกไป เราแปรรูปการบินไทย ยังดีอยู่ในขณะนี้ ที่รัฐบาลยังถือหุ้นส่วนใหญ่ แต่ก็อีกไม่นาน เพราะรัฐบาลชุดนี้กำลังจะยึด ปตท. เอาไปขายให้เอกชน และผมจะอธิบายให้ฟัง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเมืองเมืองไทย และมันเกี่ยวอะไรกับขบวนการนิติราษฎร์ ขบวนการล้มเจ้า มันเกี่ยวโดยที่ท่านผู้ชมนึกไม่ถึง
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทุนต่างๆ เริ่มกระจายตัวออกไปตามที่ต่างๆ เมื่อกระจายตัวตามที่ต่างๆ แล้ว ทุนขณะนั้นมีปัญหาในเรื่องของการที่สหรัฐอเมริกานั้นใช้เงินเกินตัว เมื่อใช้เงินเกินตัวแล้วสหรัฐอเมริกาก็พิมพ์ธนบัตรขึ้น เพราะว่าเขาได้เปลี่ยนหลักประกันของการพิมพ์ธนบัตรขึ้น จากทองคำ ใช้ทองคำเป็นมาตรฐาน ให้มาเป็นเงินสกุลดอลลาร์ ก็เลยทำให้อเมริกาสามารถจะพิมพ์เงินขึ้นได้ตลอดเวลา และอเมริกาเองนั้นมีบทบาทและมีอิทธิพลมากในพื้นภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นพื้นภูมิภาคที่จะต้องผลิตน้ำมัน
เดี๋ยวผมจะให้ท่านผู้ชมไปดูแผนที่ของตะวันออกกลาง แล้วท่านผู้ชมจะเข้าใจ ถ้าท่านผู้ชมดูแผนที่ตะวันออกกลาง ซึ่งกำลังจะขึ้นให้ดู ท่านผู้ชมจะเห็นได้ชัดว่าตะวันออกกลางนั้น นี่คือตุรกี นี่คือซีเรีย นี่คืออิรัก นี่คือซาอุดีอาระเบีย นี่คืออิหร่าน อัฟกานิสถาน นอกนั้นก็เป็นเล็กๆ ดูไบบ้าง เล็กน้อย
ท่านผู้ชมครับ ตามผมมา สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และยุโรป ยึดครองซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด เมื่อยึดครองซาอุดีอาระเบียแล้ว สหรัฐอเมริกาก็ยึดครองคูเวต โดยผ่านผู้ครองแคว้น แล้วก็เอาบริษัทน้ำมันนั้นเข้าไปผูกขาดการผลิตน้ำมัน
เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาตก การที่อเมริกาใช้เงินดอลลาร์พิมพ์ออกไปมาก ไม่มีทองคำอยู่ในประเทศ ที่จะเอามาสนับสนุนการพิมพ์เงิน วิธีการก็คือกู้หนี้ยืมสิน วิธีกู้หนี้ยืมสินก็คือ เมื่อใครมีดอลลาร์ ประเทศไทยส่งออกเป็นเงินดอลลาร์ มีเท่าไรก็จะไม่เก็บเอาไว้ ต้องเอาไปซื้อพันธบัตรอเมริกา ก็คือเอาเงินที่เราขายของได้ เอาไปซื้อพันธบัตรเขา ให้เขากู้ต่อ เขาก็จะได้เอาเงินกู้ก้อนนั้นเอามาทำสงครามต่อ แล้วก็เอามายึดที่ต่างๆ ที่เขาต้องการยึด
เหตุการณ์ที่เปลี่ยนทุกอย่างออกไปก็คือ 9/11 เหตุการณ์เวิลด์เทรด เวิลด์เทรดซึ่งอุซามะห์ บิน ลาดิน โดยใช้ผู้ก่อการร้ายของอัลกออิดะห์ บินเครื่องบินแล้วไปทำลายเวิลด์เทรด ตรงนั้นทำให้แผนและความฝันของพวกสายเหยี่ยวที่ต้องการจะยึดโลกแห่งพลังงานเกิดขึ้น ด้วยการที่ก้าวเข้าไปยึดอิรัก ท่านผู้ชมที่เคยติดตามผมมาตลอดเวลา จำได้ไหม ผมเป็นคนพูดกับท่านผู้ชม ตั้งแต่สมัยเมืองไทยรายสัปดาห์ ผมบอกว่ายังไง วันนั้นเขาไปบุกอัฟกานิสถาน เพื่อไปปราบบิน ลาดิน ผมบอกว่า อัฟกานิสถานคือการสับขาหลอก ที่จริงแล้วเขาต้องการจะยึดอิรัก เพราะอิรักมีแหล่งน้ำมันที่พิสูจน์ได้ชัด ว่ามีมาก และเขาต้องการที่จะเข้าไปอิรัก และยึดอิรัก ด้วยเหตุนี้ ถึงมีการโกหกระดับโลกขึ้นว่า ซัดดัม ฮุสเซน นั้น มีอาวุธที่ทำลายอย่างร้ายแรงซ่อนในอิรัก เพื่อเป็นข้ออ้างให้ประธานาธิบดีจอร์จ บุช ส่งทหารเข้าไปยึดอิรัก
ผมก้าวข้ามไปนิด พี่น้องรู้ไหมว่า สมัยหนึ่ง ที่เรามีสนธิสัญญาเบาว์ริง สนธิสัญญาอัปยศ ที่ประเทศไทยจำเป็นต้องทำกับอังกฤษ ทำให้อังกฤษระบุได้ว่า คนที่จะมาค้าขายกับประเทศไทย คนอังกฤษ สามารถเดินทางไปไหนก็ได้ สามารถจะขนเงินออกนอกประเทศไปได้ สามารถซื้อโดยตรงกับแหล่งขายสินค้าได้ และก็มีสิทธินอกเขตราชอาณาจักรได้ทางกฎหมาย
ท่านผู้ชมและพี่น้องเชื่อหรือเปล่า ว่าอิรัก ณ วันนี้ หลังจากอเมริกาเข้าไปยึดแล้ว สิทธินอกอาณาเขตและสิทธิต่างๆ ในอิรัก ไม่ได้ต่างจากสนธิสัญญาเบาว์ริงเลยแม้แต่นิดเดียว และรัฐบาลชุดปัจจุบัน ก็เป็นรัฐบาลที่อเมริกาเป็นคนตั้งขึ้นมา ทำไมผมต้องเอาเรื่องอิรักมาพูด ที่ผมต้องการเอาเรื่องอิรักมาพูด เพราะผมต้องการชี้ให้เห็นว่า วันนี้เราอย่าไปคิดว่า อเมริกาเป็นเพื่อนเรามา 100 กว่าปี ไม่มีคำว่าเพื่อน เมื่อผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีคำว่าเพื่อน ถ้ามีคนขวางการรุกทางทุนของเขา ถ้าเป็นระดับที่เป็นพ่อหลวงของเรา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งเน้นเศรษฐกิจพอเพียง อเมริกาถือว่า พระเจ้าอยู่หัวฯ เป็นอันตรายต่อการปฏิรูปประเทศ เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังต่อ ว่าเขาทำยังไงบ้าง พี่น้องจะต้องเข้าใจ
เพราะฉะนั้นแล้ว ในขณะนี้ เวลานี้ อเมริกาถอนทหารจากอิรักแล้ว ซาอุดีอาระเบียเหมือนเดิม อัฟกานิสถานกำลังจะแก้ปัญหาอยู่ เหลืออยู่อย่างเดียวคืออิหร่านเท่านั้น ซึ่งเป็นหนามยอกอกอเมริกา พี่น้องไม่สังเกตเลยหรือว่า เขาทำไมถึงถอนทหารจากอิรัก ทั้งที่เขาก็รู้ว่า อิรัก ถอนทหารออกไปแล้วมันไม่สงบ ที่เขาต้องการทำเช่นนี้ เพราะเขาต้องการทิ้งตะวันออกกลาง ทำไมต้องทิ้งตะวันออกกลาง เพราะน้ำมันในตะวันออกกลาง อิรักและซาอุดีอาระเบียนั้น ถึงจุดที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Peak Oil
Peak Oil หมายความว่า มันจะเริ่มลดน้อยลงๆๆ ไปเรื่อยๆ ประกอบกับในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ.2551 ที่มีวิกฤตทางการเงินเกิดขึ้น 2008/2551 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่ทำให้เศรษฐกิจอเมริกาพังทลาย แล้วลามไปจนถึงเงินยูโรที่เริ่มพังทลาย ลามไปจนถึงประเทศกรีก ใกล้ล้มละลาย ไอร์แลนด์ใกล้ล้มละลาย อิตาลีใกล้ล้มละลาย เงินสกุลยูโรนั้นอ่อนแรงไม่ต่างจากเงินดอลลาร์ เขามีอยู่ตัวเดียวที่เขาจะสร้างได้ ก็คืออิหร่าน คือการสร้างสงครามกับอิหร่าน และขณะนี้การเดินทางไปเพื่อสร้างสงครามนั้น เดินทางไปไกลแล้ว
อเมริกามองว่า ถ้าเขาเริ่มสงครามที่อิหร่านแล้ว 1. จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ 2. ถ้าเขาชนะเขาได้บ่อน้ำมันในอิหร่านอีก
เอาล่ะพักสักครู่ แล้วย้ายมาที่กลุ่มประเทศอาเซียน แล้วเราจะเห็นชัดเจน (ขอแผนที่ครับ)
พี่น้องตามผมมา อินเดียเป็นประเทศเกิดใหม่ ชนชั้นกลางอินเดียกำลังเกิดขึ้น อินโดนีเซียมีประชากรเกือบ 200 ล้านคน ชนชั้นกลางกำลังเกิดขึ้นในอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม มีประชากรเกือบร้อยล้าน ชนชั้นกลางในเวียดนามกำลังเกิดขึ้น ฟิลิปปินส์เปรียบเสมือนเป็นเมืองขึ้นอเมริกาอยู่แล้ว ถ้านับกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมด รวมไปจนถึงลาว เขมร พม่า บรูไน มาเลเซีย รวมไปแล้วเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียนนี้ กำลังซื้อของกลุ่มประเทศอาเซียน คนมีประมาณ 500 กว่าล้านคน ใน 500 กว่าล้านคนนั้น ต้องมีชนชั้นกลางประมาณ 100 ล้านคน หยุดตรงนี้ก่อนพี่น้อง จำตรงนี้เอาไว้หน่อย แล้วเดี๋ยวเราจะกลับมา
ต่อไปที่แผนที่เอเชียใต้ นี่คือแผนที่ใหญ่ทางเอเชีย พี่น้องจะเห็นประเทศจีนอยู่ที่นี่ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น กับเกาหลี ตัดทิ้งไปได้เลย เพราะญี่ปุ่น กับเกาหลี อยู่ภายใต้อิทธิพลของอเมริกาอยู่แล้ว เหลือแต่ประเทศจีน
เป็นเวลานานพอสมควรที่อเมริกามัวไปยุ่งกับสงคราม กับอัฟกานิสถาน สงครามในอิรัก ปัญหาทางตะวันออกกลาง จีนก็เลยเจริญเติบโตเอาๆๆ จนกระทั่งจีนเปลี่ยนตัวเองเป็นโรงงานอุตสาหกรรมโลก ก็คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลก ที่ผลิตได้ ผลิตในประเทศจีนหมด
การเจริญเติบโตของจีนจากการที่เขาบริหารงานจากศูนย์รวมศูนย์กลาง ทำให้เศรษฐกิจจีนโตปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา 20 ปีติดต่อกัน ของจีนนั้นเจริญเติบโตต่ำที่สุด คือ 9 เปอร์เซ็นต์ หรือ 8 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุนี้จีนก็เลยขยายอิทธิพลออกมาในพื้นภูมิภาคนี้ โดยผ่านทะเลจีนตอนใต้ เข้ามาสู่ทางกลุ่มประเทศอาเซียน จีนจะเป็นคนที่หนุนหลังพม่า ที่นี่ ตลอดเวลา สมัยที่พม่ายังไม่เปิดประเทศ สมัยที่พม่ายังจับออง ซาน ซู จี ขังอยู่ที่บ้าน จีนจะเป็นคนให้กำลังใจ ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินทุกอย่าง เพราะจีนเองก็ต้องการจะมีอิทธิพลในอาเซียนเช่นกัน ติดอยู่ตรงที่เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ในเรื่องของหมู่เกาะสแปรตลีย์ หมู่เกาะสแปรตลีย์จะอยู่แถวๆ นี้ เป็นหมู่เกาะซึ่งเวียดนามก็อ้างสิทธิ์ ฟิลิปปินส์ก็อ้างสิทธิ์ จีนก็อ้างสิทธิ์ ไต้หวันก็อ้างสิทธิ์ แม้กระทั่งมาเลเซียยังอ้างสิทธิ์เลย
หมู่เกาะสแปรตลีย์นั้นเป็นหมู่เกาะที่มีน้ำมันอยู่เยอะมาก พี่น้องครับ ผมกำลังก้าวเข้าไปสู่จุดสำคัญจุดหนึ่ง ซึ่งกำลังชี้ให้เห็นว่า การเมืองเมืองไทยนั้นมันเป็นเรื่องของน้ำมันเสีย 70-80 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันตรงนี้จีนไม่ยอม จีนบอกหมู่เกาะนี้เป็นหมู่เกาะของเขา ก็มีการเกิดการปะทะกัน แต่ไม่ได้ถึงขั้นตาย แต่เผชิญหน้ากันตลอดเวลา อิทธิพลของจีน จีนก็ส่งเรือรบ จีนพัฒนาเรือรบ จีนกำลังเริ่มทำเรือบรรทุกเครื่องบิน จีนทำทุกอย่างเพื่อแสดงแสนยานุภาพของจีน
เวียดนามก็เริ่มอึดอัดใจกับจีน เพราะเวียดนามมีความรู้สึกว่าจีนใหญ่เกินไปที่เวียดนามจะไปขวาง เพราะฉะนั้นแล้วเวียดนามก็เลยเปิดประตูให้อเมริกาเข้ามาร่วมสังฆกรรมกับเวียดนาม อเมริกาก็เลยถือโอกาสเข้าไปเริ่มขายอาวุธให้เวียดนาม เริ่มสนับสนุนเวียดนาม และเริ่มให้กำลังใจเวียดนาม ด้วยการที่ นางฮิลลารี คลินตัน ไปเยือนเวียดนาม ที่กรุงฮานอย แล้วให้สัมภาษณ์ว่าทะเลจีนตอนใต้ เป็นทะเลสากล ใครจะไปใครจะมาก็ได้ ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ที่จะใช้ทะเลสากลเป็นทะเลของตัวเอง นั่นคือเป้าที่อเมริกาต้องการชนกับจีนเต็มตัว
หลังจากนั้นแล้วในปี 2552 นางคลินตันใช้เวลา 9 ครั้งในปี 2552 เยือนประเทศอินโดนีเซีย เยือนประเทศไทย ยุครัฐบาลชุดอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในที่สุดตัดสินใจเข้าไปยุ่งกับพม่า ทั้งๆ ที่สมัยก่อนอเมริกามีนโยบายที่เลิกยุ่งกับพม่า บอยคอต ไม่สนใจ ตัดการทูต เริ่มเข้าไปยุ่งกับพม่า จนกระทั่งมีการเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับพม่า
ทั้งหมดนี้คือการที่อเมริกาประกาศอย่างชัดเจนว่า ตัวเองจะกลับมาที่เอเชีย-แปซิฟิก และจะอยู่ที่นี่อย่างถาวร และจะอยู่อย่างมั่นคง และจะมาร่วมกับหุ้นส่วนในประเทศนี้เพื่อทำการค้าขาย ถ้าแปลอย่างนักเลงคือ จะเข้ามาปล้นความมั่งคั่งพื้นภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน เพราะยุโรปพังทลายไปแล้ว อเมริกาก็พังทลายไปแล้ว เหลือแห่งเดียวเท่านั้นเองในโลกนี้ คือ พื้นภูมิภาคนี้เท่านั้นเองที่ยังคงความมั่งคั่ง คงความมั่งคั่งเพราะว่า ประชากรที่เป็นชนชั้นกลางกำลังเกิดขึ้น จีนประชากรชนชั้นกลางเกิดขึ้นเป็นร้อยล้านคน ประเทศไทยมีอยู่แล้ว เวียดนามกำลังเกิดขึ้น ฟิลิปปินส์กำลังเกิดขึ้น พม่าอีกหน่อยก็เกิดขึ้น อินเดียก็เริ่มมี อินโดนีเซียเพิ่งจะซื้อเครื่องบินโบอิ้งอเมริกา 100 กว่าลำ เป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาท อเมริกาถึงรักอินโดนีเซียมาก
ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้เพราะผมกำลังจะชี้ให้เห็นว่า ทิศทางของการค้า ทิศทางของโลกมันจะไปอย่างไร แล้วเกี่ยวกับเมืองไทยได้อย่างไร ที่สำคัญที่สุดคือ น้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันในอ่าวไทย หรือน้ำมันในหมู่เกาะสแปรตลีย์ ทำไมประเทศไทยกับเขมรมาทะเลาะกันในเรื่องที่ๆ มัน ที่คนบางคนบอกว่า เป็นที่เท่าแมวดิ้นตาย ไม่คุ้มค่า ที่ต้องทะเลาะเพราะว่า ถ้าเราสูญเสียดินแดนบนดิน เมื่อลากเส้นตามแผนที่ 1 ต่อ 200,000 เราจะเสียดินแดนบนทะเล ซึ่งควรเป็นของเราเศษ 3 ส่วน 4 เป็นของเขมร 1 ส่วน 4 จะกลายกลับกันว่าจะได้แค่ 1 ส่วน 4 และเขมรได้ 3 ส่วน 4
พี่น้องครับ รู้ไหมว่า ประเทศไทยให้สัมปทานน้ำมันกับบริษัทฝรั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทอเมริกัน ยูโนแคล ซึ่งตอนหลังถูกบริษัท เชฟรอน ซื้อไป ให้สัมปทานตั้งไม่รู้กี่หลุมในอ่าวไทย และแถบนี้ พี่น้องรู้ไหมว่า ค่าสัมปทานที่เราได้รับจากเขา หรือที่เราเรียกว่า ค่าภาคหลวงนั้น เมื่อเทียบกับค่าภาคหลวง ค่าสัมปทานที่ประเทศอื่นเขาได้จากบริษัทน้ำมันที่ไปได้สัมปทานนั้น ต่ำมากๆ คือ พูดง่ายๆ ว่า เราโง่ และเราถูกฝรั่งหลอก ขณะเดียวกัน นักการเมืองเรา และข้าราชการเราสมรู้ร่วมคิดกับฝรั่งขายชาติ ขายบ้าน ขายเมือง ให้ฝรั่งเสียค่าสัมปทานน้อยลง
พี่น้องครับ เทคโนโลยีดาวเทียมทุกวันนี้ ที่พี่น้องเห็นในหนัง ที่มันย่อคนลงมาจากพื้นดิน สามารถดึงออกมาให้เห็นขึ้นมาในจอนั้น ที่เห็นในหนังมันล้าสมัยนะ เทคโนโลยีดาวเทียมของต่างชาติ ทันสมัยมาก ถึงกับมีดาวเทียมเพื่อตรวจสอบทรัพยากรธรรมชาติ เขาสามารถใช้ดาวเทียมดูไหล่ทวีป ใช้การค้นคว้า ฝรั่งพวกนี้ เชฟรอนพวกนี้ เขาจะมีบ่อแท่นขุดเจาะน้ำมันหลายจุดในอ่าวไทย คนพวกนี้จะมีประดาน้ำ เขาจะลงไปดู และเขาจะดูจุดนู้นจุดนี้ เขาจะรู้ว่าในอ่าวไทยยังมีน้ำมันอีกเท่าไร และต้องมีน้ำมันอีกมากมายมหาศาล เพราะถ้าไม่มีมหาศาล เขาจะไม่มีวันที่จะมาใช้วิธีการเล่นการเมืองในเมืองไทย เพื่อล้มสถาบันกษัตริย์ของเราครับ พี่น้อง นี่คือจุดสำคัญที่ผมต้องการพูด
เรามาดูทะเลจีนใต้นิดหนึ่ง พี่น้องครับ นี่คือทะเลจีนใต้ South China Sea อเมริกากับอินโดนีเซีย เรียบร้อยไปแล้ว อินโดนีเซียไม่ชอบประเทศจีน บรูไนตัดทิ้งไป อินโดนีเซียขณะนี้กลายเป็นดวงตาขวัญใจของอเมริกา เพราะข้อที่ 1 ชนชั้นกลางกำลังโต จากประชากร 290 ล้านคน เขาต้องมีชนชั้นกลางหลายสิบล้านคน สำหรับบรรษัทต่างๆ ในประเทศอเมริกานั้นตาลุกโพลง ว่าอินโอนีเชียคือแหล่งซึ่งทุนสามารถเข้าไปได้ และกอบโกยความมั่งคั่งกลับไป แล้วอินโดฯ ยังมีบ่อน้ำมัน
ตรงนี้คือปัญหาทะเลจีนตอนใต้ เป็นปัญหาที่อเมริกาจะต้องเข้ามาแทรกแซง เพื่อให้เวียดนามมีสิทธิ์ในทรัพยากรทะเลจีนตอนใต้ หรืออย่างน้อยที่สุดไม่ให้ตกเป็นของจีนเจ้าเดียว แล้วอเมริกาจะได้ไปขอแบ่งส่วนแบ่งประโยชน์จากเวียดนาม ในแง่ของการร่วมลงทุนเพื่อเอาพลังงานออกมา พม่า อเมริกาเริ่มเข้าไปแล้ว มาเลเซีย ขณะนี้อเมริกากำลังสนับสนุนอันวาร์ อิบราฮิม อย่างเต็มที่ เพราะอันวาร์ อิบราฮิม เป็นคนที่ยืนอยู่ฝั่งตะวันตก
พี่น้องพันธมิตรฯ และท่านผู้ชม สำหรับหลายท่านที่ยังจำเหตุการณ์ 2540 ไม่ได้ ผมจะเล่าให้ฟัง ปีนั้นคือปี 1997 2540 ปีนั้นเป็นปีล่มสลายทางเศรษฐกิจ อินโดนีเซียล่มสลาย ประเทศไทยล่มสลายก่อนอินโดนีเซีย อาร์เจนตินา ชิลี มีมาเลเซียประเทศเดียวไม่ล่มสลาย เหตุผลเพราะว่ามาเลเซียสั่งปิดประเทศ ท่านมหาเธร์บอกว่า วันนี้ห้ามซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินริงกิต ท่านให้เวลาคนถือเงินริงกิตที่ถืออยู่นอกประเทศ เอาเงินริงกิตมาขายคืนรัฐบาลกลางมาเลเซีย ภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าพ้น 24 ชั่วโมงแล้วไม่รับซื้อ เท่ากับปิดประเทศ ผมยังจำได้วันนั้น ซีเอ็นเอ็นออกข่าวด่ามาเลเซีย วอลสตรีท ลงบทความด่า หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นของคุณสุทธิชัย หยุ่น ลงบทความด่ามาเลเซีย ไฟแนนเชียลไทมส์ของอังกฤษด่ามาเลเซีย
พี่น้องพันธมิตรฯ และท่านผู้ชม มีแต่ผู้จัดการของพวกเราที่ชมมาเลเซียว่าทำถูกต้องแล้วที่ต้องปกป้องตัวเราเองก่อน ไปเปิดประเทศให้มันเข้ามาปู้ยี่ปู้ยำได้อย่างไร แล้วคนที่เข้ามาปู้ยี่ปู้ยำก็คือ จอร์จ โซรอส ซึ่งนายจอร์จ โซรอส คือตัวละครอีกตัวหนึ่งที่มีเจตนามุ่งมั่นที่จะล้มสถาบันกษัตริย์เช่นกัน เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง นี่โหมโรงเท่านั้นเอง ตอนแรกนี่แค่โหมโรง
เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่า ในขณะนี้ถ้าอันวาร์ อิบราฮิม มีโอกาสกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง อเมริกาจะมีความสุข เวียดนามต้องพึ่งอเมริกา เพราะว่าต้องใช้อเมริกามาคานอำนาจจีน เขมร ไม่มีความหมาย เพราะเขมรนี่เป็นลูกไล่ของเวียดนามอยู่แล้ว ประเทศลาวเล็กจนเกินไป ไม่มีความสำคัญ ไม่มีแหล่งพลังงานนอกจากแหล่งพลังงานน้ำ ในทางเขื่อน พม่า อเมริกาเข้าไปแล้ว เหลือประเทศไทย เหลือแค่ประเทศไทย ที่อเมริกาต้องเข้ามายึดให้เบ็ดเสร็จ คำว่า ยึดคือยึดทางเศรษฐกิจ ยึดทางนโยบาย พี่น้องครับ ภาพรวมของทั้งหมด จีนยังเป็นอะไรบางอย่างที่เป็นหนามยอกอกอเมริกาอยู่ อเมริกาไม่ต้องการคบจีนอย่างเท่าเทียมกัน อเมริกาต้องการมีอำนาจเหนือจีน แต่จีนไม่ยอม เพราะจีนเขาถือว่า นี่คือขอบขัณฑสีมาของเขา ที่เขามีอิทธิพล อเมริกาจับมืออินเดียเรียบร้อยแล้ว จีนจับมือปากีสถาน วันนี้ อเมริกาเริ่มแทรกเข้าไปในปากีสถาน เพื่อแย่งปากีสถานออกจากจีน
เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าเขาได้อินเดีย เขาได้ปากีสถาน ได้เวียดนาม ได้เขมร ได้ญี่ปุ่น เกาหลี ได้มาเลเซีย ได้อินโดนีเซีย เขาได้ไทย เท่ากับเขาปิดล้อมจีนหมดเลย พี่น้องเห็นหรือยัง เขาจะปิดล้อมจีนด้วยการเขาได้อินเดีย บังกลาเทศไม่มีความหมาย เขาได้พม่า เขาได้ไทย เขาได้เวียดนาม ซึ่งได้เขมรเป็นของแถม เขาได้มาเลเซีย และเขาได้อินโดนีเซีย ญี่ปุ่นเป็นของเขา เกาหลีใต้เป็นของเขา โชคยังดีที่ไต้หวัน ที่นาย หม่า อิง จิ่ว พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งมีนโยบายจะปรองดองกับจีนได้รับเลือกกลับเป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง ถ้าไม่เช่นนั้น เป็นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งต้องการจะแยกไต้หวันเป็นเอกราชจากจีน อเมริกาก็จะยิ้มและเข้ามาแทรกแซงสร้างความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวัน
พี่น้องเห็นภาพใช่ไหม เดี๋ยวเราพักกันซักครู่หนึ่ง แล้วมาตอนที่ 2 และพี่น้องจะเริ่มเข้าใจอะไรอีกเยอะเลย เดี๋ยวพบกันครับ
คำต่อคำ : คนเคาะข่าว ช่วงที่ 2
Edited by phat21, 28 มกราคม พ.ศ. 2555 - 09:09.











