ทูตเผยสหรัฐจ่อฟ้องไทยจำนำข้าวขัดดับเบิลยูทีโอ
ทูตดับเบิลยูทีโอเผยสหรัฐเตรียมฟ้องไทยอุดหนุนข้าว 1 แสนล้าน เกินโควตา 1.9 หมื่นล้านบาท จากนโยบายรับจำนำ เตือนรัฐบาลระวัง เหตุไม่ส่งรายงานติดต่อกัน 3 ปี เปิดช่องถูกฟ้องได้ ด้าน "บุญทรง" ท้าสหรัฐนำหลักฐานชี้แจง ยันจำนำข้าวไม่ทำตลาดพัง
นายธวัชชัย เดชาเชษฐ อัครราชทูตที่ปรึกษาคณะผู้แทนถาวรไทย ประจำองค์การการค้าโลก (WTO) เปิดเผยว่า ในการประชุมระดับเจ้าหน้าที่คณะผู้แทนถาวรไทย ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้แทนสหรัฐได้เสนอผลการศึกษากรณีประเทศสมาชิกให้การสนับสนุนสินค้าการเกษตร สูงเกินโควตาที่กำหนดไว้ โดยยกตัวอย่างโครงการรับจำนำข้าวของไทย ซึ่งกำหนดรับจำนำทุกเมล็ดในราคาที่สูงถึงตันละ 15,000 บาท
"นโยบายดังกล่าวส่งผลให้ไทยใช้งบประมาณในโครงการถึง 10 เท่าของราคารับจำนำ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท เกินมูลค่าการอุดหนุนสินค้าเกษตรของไทยที่กำหนดไว้ภายใต้เงื่อนไขดับเบิลยู ทีโอที่ 19,000 ล้านบาท"
ทั้งนี้ สหรัฐระบุว่าการอุดหนุนของไทยลักษณะนี้ เป็นการผิดเงื่อนไขของดับเบิลยูทีโออย่างชัดเจน และสหรัฐยังพยายามสอบถามถึงการระบายข้าวจากสต็อกของไทย ซึ่งมีปัญหากรณีผูกขาดจำหน่ายให้กับผู้ส่งออกเพียงรายเดียวในราคาต่ำกว่า ราคาตลาด โดยสหรัฐระบุว่าการดำเนินการลักษณะนี้ยังผิดต่อเงื่อนไขดับเบิลยูทีโอที่ ห้ามให้การอุดหนุนกับผู้ส่งออก และยังเป็นการตัดราคาสินค้าข้าวในตลาดโลกอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การเสนอข้อมูลของสหรัฐในลักษณะดังกล่าว ถือว่ามีความเสี่ยงต่อการที่ประเทศสมาชิกที่เสียประโยชน์จะยื่นฟ้องต่อดับ เบิลยูทีโอได้ ซึ่งไทยต้องระมัดระวัง หากราคาข้าวของโลกตกต่ำ และสหรัฐยังเสนอข้อมูลข้าวของรัฐบาลตุรกีและจีน โดยระบุว่ามีการอุดหนุนมากที่สุด รองลงมาคืออินเดีย และไทย แต่ทั้ง 2 ประเทศส่วนใหญ่ผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายใน ต่างกับไทย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่
"นโยบายรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของไทย ทำให้สหรัฐใช้ผลผลิตที่คาดว่าจะได้ มาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลไทยต้องอุดหนุนให้กับเกษตรกร จึงเป็นวงเงินที่สูงมาก ต่างกับโครงการรับจำนำและประกันรายได้ของรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งกำหนดปริมาณผลผลิตไว้ ทำให้เลี่ยงได้ว่าไม่ผิดต่อเงื่อนไขดับเบิลยูทีโอ เราจึงต้องระวัง คาดว่าในช่วงนี้จะยังไม่มีการประชุมองค์การการค้าโลก เจ้าหน้าที่ที่เจนีวาจึงมีเวลามากพอในการคิดทบทวนระเบียบที่มีอยู่ หากมีประเทศใดฟ้อง จะเป็นข้อเสียกับไทยที่มีความผิดเรื่องข้าวอย่างชัดเจน" นายธวัชชัย กล่าว
ไทยไม่แจงข้อมูลอุดหนุน 3 ปีติดต่อกัน
นายธวัชชัย กล่าวอีกว่า แม้สหรัฐเก็บข้อมูลเรื่องข้าวของไทย แต่คาดว่าจะไม่ยื่นฟ้องในเร็วๆ นี้ เพราะเป็นช่วงเลือกตั้ง และการประชุมดับเบิลยูทีโอจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ แต่ไทยต้องระมัดระวัง เพราะไม่รายงานข้อมูลเรื่องการอุดหนุนต่อดับเบิลยูทีโอมานานถึง 3 ปีติดต่อกัน จึงอาจเป็นที่จับตามองของสมาชิกบางกลุ่ม ประกอบกับราคารับจำนำข้าวที่ตันละ 15,000 บาท สูงกว่าสหรัฐที่กำหนดรับซื้อเพียงตันละ 8,000 บาท
"คอสตาริกามีปัญหานักการเมืองอุดหนุนสินค้าเกษตรภายในจนเกินโควตาที่ดับ เบิลยูทีโอกำหนดไว้ ฝ่ายข้าราชการจึงส่งข้อมูลให้ดับเบิลยูทีโอและเชียร์ให้ประเทศสมาชิกยื่น ฟ้อง เพื่อเอาผิดนักการเมืองประเทศตนเอง แต่ไทยไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้น การดำเนินโครงการรับจำนำของไทยจะต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่ และมีข้อมูลที่ชี้แจงดับเบิลยูทีโอได้"
ชี้อุดหนุนเอาใจเกษตรกรเสี่ยง
ทั้งนี้ การอุดหนุนภายในและผู้ส่งออกของต่างประเทศในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป โดยเลี่ยงไปให้การสนับสนุนลักษณะกรีนบล็อกแทน ซึ่งไม่ผิดเงื่อนไขดับเบิลยูทีโอ แต่สินค้าข้าวของไทย เป็นสินค้าการเมือง จึงกำหนดเงื่อนไขที่เอาใจเกษตรกรมากเกินไป
ก่อนหน้านี้ นโยบายรับจำนำและประกันรายได้ของไทยยังพอรับได้ว่ามีขอบเขตการอุดหนุน โดยการอุดหนุนที่เหมาะสมต้องมีหลักเกณฑ์ที่ซับซ้อน และมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ยากจนอย่างแท้จริง เพื่อสามารถใช้เป็นข้ออ้างในดับเบิลยูทีโอได้
“บุญทรง” ยันประเทศผู้ค้าไม่เสียหาย
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ไทยไม่ได้ทำตลาดโดยทำให้ราคาถูกเพื่อแย่งตลาด แต่พยายามให้สินค้าไทยมีราคาสูงขึ้น โดยผ่านโครงการรับจำนำ ซึ่งไม่ได้สร้างความเสียหายกับประเทศค้าข้าวรายอื่น
"แม้การอุดหนุนของไทยอาจเกินจากสัดส่วนที่ตกลงไว้ แต่ในทางปฏิบัติ วิธีการดังกล่าวไม่มีผู้เสียหาย จึงไม่ห่วงว่าจะผิดกฎการค้าระหว่างประเทศ"
ทั้งนี้ หลักการขององค์การการค้าโลกคือ ห้ามการอุดหนุนทางการค้าเพื่อนำสินค้าราคาถูกไปขายเพื่อแย่งตลาด แต่สิ่งที่ไทยดำเนินการ คือการยกระดับรายได้ชาวนาของไทยและนำสินค้าราคาสูงไปขายในตลาด แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรายอื่น
“เราไปผูกพันไว้ (Buying) เป็นเท่าไรไม่รู้ แต่ไม่ได้สร้างความเสียหายให้ใคร ถ้าสหรัฐเสียหายสามารถนำหลักฐานมาชี้แจงได้ เราไม่ได้พยายามขายของถูก แต่กำลังจะทำให้ของเราแพง เพื่อขายเป็นรายได้ให้ชาวนา”
เล็งถกเวียดนามร่วมดันราคาข้าว
นายบุญทรง ยังกล่าวถึงการมอบนโยบายให้กรมการค้าต่างประเทศ วานนี้ (6 ก.พ.) ว่า ได้มอบหมายให้เพิ่มความร่วมมือในการทำตลาดข้าวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อยกระดับราคาข้าวในตลาดโลก ซึ่งเป็นนโยบายรัฐบาล โดยในเดือน มี.ค.นี้ มีแผนจะเดินทางไปหารือกับเวียดนาม เพื่อยกระดับความร่วมมือในการค้าข้าว หลังจากได้หารือกันมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้เพิ่มความร่วมมือในสินค้าอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด เพื่อไม่ให้มีการขายตัดราคากัน และช่วยกันยกระดับราคา
“เราเป็นอาเซียนเหมือนกัน น่าจะคุยกันได้ ที่ผ่านมาคุยกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะเรื่องข้าว เป็นเรื่องต่อเนื่องที่จะคุยกับเวียดนาม และไม่กังวลว่าจะเสียแชมป์ส่งออก เพราะเป้าหมายรัฐบาลคือการขายข้าวให้ได้ราคาแพง ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น ส่วนยางพาราจะคุยกับมาเลเซีย มันสำปะหลัง ข้าวโพด จะคุยกับลาว กัมพูชา คิดว่าความร่วมมือจะเกิดขึ้นได้” นายบุญทรง กล่าว
เน้นคุณภาพข้าวเจาะตลาดโลก
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กรมจัดทำแผนยกระดับราคาข้าวไทยในตลาดโลก โดยเร่งสร้างความแตกต่างของข้าวไทยว่ามีคุณภาพและมาตรฐานดีกว่าข้าวประเทศ อื่น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อ รวมทั้งการจัดคณะผู้แทนการค้าเดินทางไปทำตลาดข้าวในประเทศต่างๆ
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีแผนระบายข้าว แต่จะเร่งให้สีแปรสภาพข้าวเปลือกที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวนาปี 2554/55 ที่ยังเหลืออยู่ให้เสร็จ และส่งมอบเข้าโกดังกลางภายในเดือน ก.พ.นี้ คาดว่าจะได้ข้าวสารเพิ่มอีกประมาณ 2.4 ล้านตัน จากที่ส่งมอบแล้ว 1.1-1.2 ล้านตัน เพื่อให้โรงสีว่างรองรับการรับจำนำข้าวนาปรัง ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 มี.ค.นี้
เดือน ม.ค.55 ส่งออกลด 57.9%
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สาเหตุที่กระทรวงยังไม่มีแผนระบายข้าวในสต็อกที่คาดว่าจะสูงถึง 5.5 ล้านตัน ทั้งข้าวเก่าและข้าวใหม่ เพราะขณะนี้ตลาดเป็นของผู้ซื้อ โดยอินเดียและเวียดนามยังคงมีข้าวส่งออกอย่างต่อเนื่อง และขายในราคาที่ต่ำกว่าไทยถึงตันละ 100 ดอลลาร์ ส่งผลให้ข้าวไทยแข่งขันลำบาก โดยในช่วงนี้ ไทยจะเน้นทำตลาดข้าวคุณภาพดีเป็นหลัก และวางแผนว่าจะเริ่มทำตลาดตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 เพื่อผลักดันการส่งออกช่วงครึ่งปีหลัง เพราะในช่วงนั้นอินเดียและเวียดนามน่าจะไม่มีข้าวส่งออกแล้ว
แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นการส่งออกข้าวไทยเดือน ม.ค.2555 ระบุว่า ไทยส่งออก 387,748 ตัน ลดลง 57.9% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค. 2554 เพราะราคาข้าวไทยในตลาดสูงกว่าคู่แข่ง โดยข้าว 5% ของไทยอยู่ที่ตันละ 544 ดอลลาร์ ขณะที่ข้าวเวียดนามตันละ 440 ดอลลาร์ อินเดียตันละ 460 ดอลลาร์ และปากีสถานตันละ 435 ดอลลาร์
http://daily.bangkok...om/detail/44077
ไอ้หน้าไหนบอกจำนำดีกว่าเอ่ยยย??
Edited by David_GinoLa, 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 - 12:24.















